กระสุนพุ่งทะลุหน้ารถออกไปเป็นชุดกว่าสิบนัด พุ่งผ่านกระโหลกของ พวกทหารจนร่วงกันระนาว พวกมันที่เหลือตกใจ กระโดดหมอบแยกออกไปสองฝั่ง พวกใส่ชุดตำรวจ ยืนอึ้ง แต่ก็ไม่อาจหลบพ้นเช่นกัน หยางเทียน อัดกระสุนออกไปอีกจนหมดแม๊ค พวกชุดตำรวจ หงายหลังกลิ้ง ตายไปอีกสิบกว่าคน หยางเทียนเดินออกจากตัวรถเท็กซี่ มีพวกชุดตำรวจ หรือ ชุดทหารคนใด เสนอหน้าออกมาให้เห็นแม้แต่นิดเดียว มันผู้นั้นก็กลายเป็นผีหัวแบะไปจนหมด
หยางเทียนกระโดดข้ามรถไปทีละคัน แล้วไล่ยิงพวกมันที่หมอบหลังรถตายไปทีละคน พวกมันไม่มีใครกล้าหนี หรือโผล่หัวออกมา มีบางคนกลับลากชาวบ้านที่อยู่ในรถมาเป็นตัวประกัน เพื่อจะหนี แต่ก็ไม่อาจรอดพ้น ถูกเข็มปลิดวิญญาณ ปักใส่คอหอย นอนตายเกลื่อน จนพวกทหาร เหลืออยู่ไม่ถึง ห้าคน ตะโกนออกไปว่า
“ พวกเรายอมแพ้แล้ว เอาเพชรพวกนี้คืนไป” คนร้ายโยนถุงเพชรออกมา หยางเทียนทำท่าจะยิง แต่พบว่า ไม่ใช่ระเบิด เลยหยิบเอาไว้ พวกมันที่เหลือ รีบวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ายพวกชุดตำรวจ เห็นว่าเพชรอยู่กับหยางเทียน ก็พร้อมใจกันลุกขึ้นยืนพร้อมกัน สิบห้าคน ระดมยิงใส่หยางเทียน ทันที
หยางเทียนกระโดดตีลังกาเหินฟ้า แล้วลั่นไกสวนกลับไป สองชุด กระสุนเข้าเจาะหน้าผากพวกมัน ตายเรียบ หยางเทียนกระโดดขึ้นไปตามต้นไม้ แล้วหายลับตาไป
รถหน้าห้างพาราไดซ์ ติดแน่นจนไม่มีรถขยับไปได้ ตำรวจที่แท้จริงมาถึง แต่ต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ เข้ามา สามสี่ลำ เพื่อมาตรวจสอบ แต่ก็พบว่า คนร้ายทั้งสองฝ่าย ล้วนตายแทบหมดสิ้น มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตายไปเกือบสิบคน บาดเจ็บไปสามสิบคน
ส่วนคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร ตายไปทั้งหมด สี่สิบคน รถมูลนิธิ รถพยาบาลวิ่งกันวุ่น หยางเทียนปัดฝุ่นตามร่างกายแล้วเข้าไปในห้างพาราไดซ์ เพื่อไปรอ เฟยหยาน แต่ก็รอไม่นาน เฟยหยานก็รีบเดินเข้ามาหา หัวฟูมาเลย
“ รถติดมากเลย นี่ทิ้งรถไว้ในปั้มน้ำมัน แล้วนั่งมอเตอร์ไซด์มาเลยนะเนี่ย”
ผมเผ้าที่ ถูกลมปลิวสยาย ถูกเฟยหยานรวบแล้วโบว์สีฟ้า รวบเอาไว้ หยางเทียนเห็นแล้ว เขาไม่น่าลืมแฟน ที่น่ารักแบบนี้ไปได้
“ กินอะไรมาหรือยัง” หยางเทียนส่ายหน้า
“ กินอาหารเกาหลีที่เธอชอบดีไหม”
หยางเทียนพยักหน้า เพราะไม่รู้ว่า เขาชอบอาหารเกาหลีตรงไหน
ทั้งสองมาถึงร้านอาหารบุปเฟต์ของเกาหลี่ โดยมีเฟยหยานเป็นคน ตักอาหารที่หยางเทียนเคยชอบมาทั้งนั้นเลย หยางเทียนเห็นน้ำจิ้มละลานตา พร้อมกับข้าวอะไรก็ไม่รู้ ใส่ส่วนผสมเต็มไปหมด
“ นี่คืออาหารที่ผมชอบมากหรือครับ”
“ ใช่แล้ว ข้าวยำเกาหลี กับไก่ทอดชีสเยิ้มไง”
หยางเทียนกินไปคำหนึ่ง ก็รู้สึกว่า อร่อยดี แต่เขาไม่น่าถึงกับชอบนะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จึงค่อยๆ กินไปเรื่อยๆ จนเฟยหยาน เอ่ยถามเรื่องชีวิตปัจจุบัน
“ เธอออกมาจากคุกนรกนั่นได้อย่างไร”
“ จำได้ว่า ตกไปในคลองยักษ์ แล้วได้ท่านอาจารย์มาช่วยไว้ นอกนั้นจำอะไรไม่ได้”
“ ไม่เป็นไร ต่อไปฉันจะช่วย เธอเอง ตอนนี้ทำอะไรอยู่”
“ ตอนนี้ ทำงานที่สำนักงานบอดี้การ์ดเมฆขาว”
“ เธอเนี่ยนะ เป็นบอดี้การ์ด”
“ อืม ทำไมเหรอ?”
“ เมื่อก่อน ยุงสักตัวยังไม่กล้าตบ ตอนนี้จะไปคุ้มครองใครได้”
“ เมื่อก่อน กับ ปัจจุบันมันไม่เหมือนกัน ชีวิตคนหากถูกบีบคั้นมากๆ บางครั้งมันก็ต้องดิ้นรนหางทางปรับตัวไปเป็นเรื่องธรรมดา แล้วคุณเป็นหมออะไรครับ”
“ เรียกซะห่างเลย เราเป็นแฟนกันนะ เรียกเฟยหยานเหมือนเดิมซิ”
“ ได้ ได้ เฟยหยาน”
“ ดีมาก ตอนนี้ฉันยังเรียนหมออยู่ปีที่ 4 อีก สองปีถึงจะจบ ฉันอยากเป็นหมอศัลยกรรม ไว้เรียนจบค่อยเลือกเรียนต่ออีกที ตอนนี้ต้องเรียนหนัก เข้าเวร ขึ้นวอร์ด แทบทุกวัน เหนื่อยมาก ”
หยางเทียนเห็นเฟยหยานคล้ายมีบางอย่างปิดบัง คล้ายอยากถาม แต่ไม่กล้า เลยถามออกไปว่า
“ มีอะไร ก็พูดมาเถอะ”
“ เรื่อง ฉีอู่ที่ตายไปเมื่อ เร็วๆ นี้ เธอเป็นคนทำหรือเปล่า” หยางเทียน ยิ้ม นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้เรื่องนี้เอง
“ ไม่ได้ทำ คนที่ฆ่าคือ พี่น้องของพวกเขาเอง” สีหน้าของ เฟยหยานดูโล่งอก
“ ดีแล้ว ฉันไม่อยากให้เธอต้องกลับไปติดคุกนรกนั่นอีก ฉันเคยไปเยี่ยมเธอด้วยแต่พวกเขาไม่ให้เยี่ยมเลย ส่วนแม่กับถิงถิง ฉันก็เคยไปเยี่ยม แต่เจ้าของบ้านคนใหม่บอว่า ย้ายบ้านไปแล้ว”
“ ตอนนี้กลับมาที่เดิมแล้ว มีเวลาก็ไปเยี่ยมได้”
“ เหรอ ดีจัง ถ้าเช่นนั้น เธอกลับบ้าน ไปหาพ่อกับแม่ฉัน หน่อยดีไหม”
“ ไว้วันหลังเถอะ ตอนนี้รู้สึกว่ามีการฆ่ากันตาย แถวหน้าห้าง รถติดแน่นไปหมด”
“ ก็ได้ พวกเราไปดูหนังกันต่อนะ” หยางเทียนพยักหน้าตามใจ เพราะเวลานี้ ด้านนอกก็วุ่นวายมากจริงๆ พรุ่งนี้เช้า คงต้องให้ผอ. สืบเรื่องเพชรที่ได้มา ไม่รู้เป็นของใครกันแน่
ทั้งสองคนหลังจากดูหนังกันแล้ว หยางเทียนก็พาไปเอารถที่จอดที่ปั้ม โดยค่อยๆเดินกันไป
“ คิดจะกลับไปเรียนหมออีกไหม”
“ ตอนนี้ผมเปลี่ยนชื่อใหม่ ลบประวัติเก่าไปหมดแล้ว หากมีคนตรวจสอบจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากเปล่าๆ ชีวิตตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
“ ไม่ต้องกลัว ตอนนี้พ่อของฉัน ได้เป็นผู้กำกับแล้ว พอมีเส้นสายอยู่บ้าง”
“ ไม่เอาดีกว่า เป็นหมอเหนื่อยจะตายไม่ใช่เหรอ ดูเธอซิ วันๆ แทบไม่ได้นอน”
“ อืม ก็เหนื่อยจริงๆ แต่ว่าเป็นบอดี้การ์ด มันก็เสี่ยงไม่ใช่เหรอ”
“ ก็นิดหน่อย” หยางเทียนยิ้ม แล้วทั้งสองก็มาถึงรถของ เฟยหยาน ที่เป็นรถเก๋งคันเล็กๆ น่ารัก แต่ว่าตอนนี้ มีพวกเด็กรถกระบะซิ่ง สามสี่คัน จอดขวางไว้ แถมยังเปิดเพลงดังลั่น แล้วดิ้นกันพล่าน ไปบนหลังรถทั้งหญิงและชาย ไม่สนใจใคร
หยางเทียนจะเดินไปบอกให้ขยับรถออกหน่อย แต่ว่า เฟยหยานดึงแขนเอาไว้ไม่ให้เข้าไป กลัวมีเรื่อง
“ แค่บอกเขาช่วยเลื่อนรถเท่านั้นเอง”
หยางเทียนเดินเข้าไป แล้วก็บอกเด็กวัย รุ่นอายุราวๆ 18 ปี ที่นั่งอยู่บนหน้ารถกำลังดูดกัญชา กลิ่นตลบอบอวลไปทั่ว
“ ช่วยขยับรถออกไปหน่อยครับ ผมจะเอารถออก”
“ เอ้ย ไปไกลๆ แข้งเลย ฉันกำลังคุยกับเทพพีกาซัสอยู่” ไอ้บ้านี่เมากัญชาไปแล้ว หยางเทียนส่ายหัว
เลยดึงตัวมันออกมาจากรถ แล้วเข้าไปนั่ง จะขยับนรถเอง แต่ว่าด้านหน้ามี วัยรุ่นอีกสี่คน ถือไม้เบสบอล ขวางหน้าเอาไว้
“ เฮ้ย ใครวะ ใครถีบกูออกจากรถวะ”
หยางเทียนลงจากรถ เดินออกมา ตบเข้าที่บ้องหู คนเมากัญชาที่ยืนชี้หน้ากระโปรงรถตัวเองอยู่ หัวทิ่มไปในทันที
อีกสี่คน เดินถมึงตึง เข้ามาแล้วใช้ไม้เบสบอลฟาด หยางเทียน แต่ว่าไมทันเข้าถึง ถูกยันด้วยเท้าเข้าลิ่นปี่ ลงไปนอนจุก อีกสามคนเข้ามาพร้อมกัน หยางเทียน ตวัดปลายเท้าออกไป โดนปลางคางของพวกมันทั้งสามคน หลับไปอีก จากนั้นก็มีพรรคพวกวัยรุ่นมากันอีกสิบคน หยางเทียน คว้าไม้กระบอง ถือด้วยสองมือ แล้วระดมไล่ฟาด เด็กวัยรุ่นสิบกว่า คน จนร่วงไปกองกับพื้น แน่นิ่งไป ส่วนผู้หญิง เห็นดังนั้น ก็หนีกระเจิงออกไปจนหมด หยางเทียนขยับรถที่ขวาง ออกไปจนร่วงไปในบ่อน้ำข้างทางโดยที่ไม่สนใจ เฟยหยางอ้าปากค้าง ไม่นึกว่า หยางเทียนจะใช้ความรุนแรงเช่นนี้
“ นี่เธอห้าวแป้งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร”
“ ก็ฝึกมาแบบนี้”
“ พวกบอดี้การ์ด เขาฝึกกันแบบไหนเนี่ย?”
หยางเทียนหัวเราะ ไม่ตอบ แล้วบอกให้เฟยหยานกลับบ้านไป เขาจะเรียกเท็กซี่กลับเอง
“ ไว้ว่างจะโทรมานัดใหม่นะ”
“ อืม”
หยางเทียนพอ เฟยหยานกลับไป ก็พุ่งทยานออกตัวด้วยความเร็วสูงสุด ซึ่งบัดนี้ไม่รู้เพราะอะไร หลังจากที่ได้รับพลังธรรมชาติ จากการฝึกพลังไทเก็กแล้ว ร่างกายของเขาสามารถเคลื่อนไหว รวดเร็วดุจสายลม ไม่นานหยางเทียนก็เคลื่อนกายกลับมาถึงบ้าน
วันรุ่งขึ้น ณ สำนักงานเมฆขาว
“ นี่มันเพชรแท้ทั้งนั้นเลยนี่” ผอ. ใช้เครื่องมือวัดค่าความแข็งแกร่งได้ถึงระดับ 10 ทั้งหมด
“ แล้วพวกคนที่แย่งเพชรพวกนั้นเป็นใครครับ”
“ พวกทหารรับจ้างของแบล็คดราก้อน กับ พวกแก๊งมาเฟียโปลิส พวกมันคงไปปล้นเพชรที่ไหนมาสักแห่ง ขอตรวจสอบกับท่านผบ.ซุนเว่ยก่อน”
ผอ. เฉียนคง โทรหา ผบ. ซุนเว่ยต่อหน้าหยางเทียนทันที
“ ใช่แล้ว ฝีมือหยางเทียนเอง ใช่ เพชรอยู่ที่นี่ ได้...มาเอากลับไปได้เลย”
“ ตกลง เป็นเพชรที่ถูกปล้นมาจาก งานแสดงเครื่องเพชรที่อินเดีย ทางแบล็ดดราก้อน รู้ว่า มาเฟียโปลิส ได้มาจึงเกิดการแย่งชิงกันขึ้น ตอนนี้สถานทูตอินเดีย ขอคืนเพชร ชุดนี้ทั้งหมด แต่ไม่ต้องห่วง เขาจะมอบรางวัลให้เธอ 30 % ของมูลค่าเพชร น่าจะ 9 ร้อยล้านเหรียญ เพราะเครื่องเพชรชุดนี้ ราคาขั้นต่ำ คือ 3 พันล้านเหรียญ เป็นเครื่องเพชรราชวงศ์โมกุล มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยิ่งนัก”
โอ้โห 9 ร้อยล้านเหรียญ เงินมากมายขนาดนี้เชียวหรือนี่ หยางเทียนมองเครื่องเพชรที่ วางอยู่ต่อหน้า มีทั้ง สร้อยคอ กำไล แหวน ตุ้มหู เพชรแต่ละเม็ดก็ใหญ่ๆ ทั้งนั้น
“ เงินมากขนาดนี้ คงต้องรอผ่านการเบิกจ่ายนานหน่อย ไม่ต้องตื่นเต้นไป”
“ ผมต้องรับงานทั้งชาติแน่ กว่าจะได้เงินขนาดนี้”
“ เด็กโง่ อาจารย์ส่งเธอมาฝึกฝน ไม่ใช่มาหาเงิน วันนี้รับงานใหม่ไปทำ นี่คือที่อยู่ลูกค้าของเรา สำนักฟ้าพิสุทธิ์ คนที่เธอต้องไปคุ้มกัน คือ ศิษย์คนโต ฟางอิ๋งอิ๋ง เป็นเวลา 1 เดือน ครบกำหนดก็เป็นอันจบภารกิจ”
“ สำนักฟ้าพิสุทธิ์นี่ เป็นสำนักเทพยุทธ์ใช่หรือเปล่าครับ”
“ ใช่แล้ว”
“ พวกเขาไม่ได้ตั้งสำนักใน ดินแดนเซียนเทพยุทธ์หรือครับ”
“ ดินแดนเซียนเทพยุทธ์ ไม่ใช่คนทั่วไปจะเข้าไปได้ คนพวกนี้ล้วนเติบโตฝึกฝน ที่โลกแห่งนี้เหมือนกับเธอ หากฝึกพ้นผ่านขั้นวิญญาณระดับ 9 ได้แล้ว ก็จะสามารถเข้าไปฝึกฝนแดนเซียนเทพยุทธ์ได้”
“ ทำไมพวกเขาถึงจ้างพวกเราด้วยครับ”
“ ไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นภารกิจของเธอคนเดียว อาจารย์คิ้วเขียวที่มอบหหมายมา ฉันเองก็ยังไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนัก แต่มีข่าวว่า เจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ นั้นประลองพ่ายแพ้ ต่อเจ้าสำนักภูผาจันทรา ทำให้ตอนนี้เกรงว่า ในสำนักนี้อาจจะมีปัญหา ยุ่งยากมากที่ต้องคอยจัดการ นี่คือจดหมายของ ศิษย์พี่ เธอนำมันไปให้ เจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ พวกเขาจะเข้าใจเอง”
“ ครับผม”
หยางเทียนนั่งเฮลิคอปเตอร์ บินไปที่ม่านกู่ตอนเหนือ เขตที่ 60 มาถึงสถานกว้างใหญ่ มองไปก็่คล้ายกับสวนสาธาณะ ขนาดกลาง มีอาคารที่พักตั้งอยู่ เรียงรายไปทั่ว กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ด้านหลังมีภูเขา ด้านหน้ามีแม่น้ำไหลผ่าน หยางเทียนลงจาก ฮ. ก็มีรปภ. เข้ามาต้อนรับแล้วพา เดินเข้ามาในอาคารส่วนกลาง มีชื่อเขียนไว้ด้านหน้าว่า สำนักฟ้าพิสุทธิ์
พบกับ หญิงสาววัยกลางคน แต่งชุดสีเทา คล้ายกับ แม่ชี แต่ไว้ผม นั่งสมาธิอยู่รอบข้าง มีเหล่าสานุศิษย์ หญิงชาย อยู่ด้านข้าง เกือบ ห้าสิบคน เรียงแถวเหมือนคอยตอนรับแขกคนสำคัญ
“ นี่คือท่านรองเจ้าสำนักเซียวเหยา ดูแลงานทั้งหมดแทนเจ้าสำนัก” ศิษย์คนหนึ่งแนะนำ หญิงวัยกลางคนที่ทำหน้าเชิดตลอดเวลาให้กับหยางเทียน
“ หยางเทียน คำนับท่านรองเจ้าสำนัก” หยางเทียนรีบทำความเคารพ แล้วมอบจดหมายให้ศิษย์คนหนึ่งนำไปมอบให้ รองเจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ พออ่านจดหมายจบ ก็เหลือบมองมาที่หยางเทียน แล้วก็ถอนหายใจ ส่ายหัว
“ พลังขั้นวิญญาณระดับ สี่ แล้วจะทำอะไรได้ เอาล่ะ ในเมื่อท่านคิ้วเขียวส่งเธอมา ฉันก็จะให้เธออยู่ที่สำนักจนครบ 1 เดือนก็แล้วกัน” พาเขาไปพักที่ห้องพักรับรอง 2
ยังไม่ทันที่หยางเทียนจะเดินไป ก็มี เด็กหนุ่มวัยเดียวกัน บางคนอายุมากกว่า เดินเข้ามาในอาคารอีก สี่คน
“ ศิษย์ฉงเฉวียน จากสำนักเก้าฟ้า คำนับท่านรองเจ้าสำนัก”
“ ศิษย์เจิ้นเหลียน จากสำนัก สัตบงกช คำนับท่านรองเจ้าสำนัก”
“ ศิษย์จูตี้ จากสำนักทานตะวัน คำนับท่านรองเจ้าสำนัก”
“ ศิษย์เว่ยหลง จากสำนักมังกรฟ้า คำนับท่านรองเจ้าสำนัก”
รองเจ้าสำนักเห็นทั้งสี่คนหน่วยก้านไม่เลว แถมทุกคน ยังมี ขั้นพลังวิญญาณระดับ 9 แล้วทุกคนด้วย จึงแย้มยิ้มยินดียิ่งนัก ไม่หันมาเหลียวมองหยางเทียนอีกเลย
“ ฉายาคุณชายสี่จตุรเทพ นั้นสมคำร่ำลือจริงๆ ยินดีที่ได้พบหน้า ไปพักผ่อนก่อน ตอนเย็น พวกเราจะเลี้ยงต้อนรับ พวกคุณชายทั้งสี่ แล้วค่อยคุยรายละเอียดกัน”
หยางเทียนถูกเชิญให้ออกมา จากอาคารแล้ว แต่ก็ยังได้ยินทุกอย่างที่พวกเขาพูดกัน
“ น้องครับ พี่ได้รับเชิญเข้างานเลี้ยงต้อนรับแบบสี่คุณชายนั่นหรือเปล่า?”
“ ถ้าหาก รองเจ้าสำนักไม่ได้สั่ง ก็คงเข้างานเลี้ยงไม่ได้ นะคะ” เด็กหญิงน้อยวัย 12ปี ตอบตามจริง หยางเทียนได้แต่เงียบงัน อึ้งไปสักพัก ขณะที่เดินไป ก็พบว่า สี่คุณชายได้นั่งรถกอล์ฟ ผ่านไปที่บ้านพัก ก็สงสัยอีก
“ พวกเขาพักที่ห่างไกลมากเลยหรือไง ถึงต้องนั่งรถไฟฟ้าไป”
แต่ไม่ทันที่ เด็กสาวจะเอ่ยตอบ รถไฟฟ้า ก็หยุดตรงหน้า คุณชายทั้งสี่ก็เข้าพัก ห้องที่จัดเตรียมเอาไว้ หลังใหญ่มาก มีอยู่หลายหลังให้พวกเขาเลือก
หยางเทียนก็คิดว่า ตนเองคงพักที่นี่กระมัง จึงจะเดินเข้าไป แต่ เด็กหญิงที่พามากลับดึงแขนหยางเทียนเอาไว้แล้วบอกว่า
“ ที่นี่ไม่ใช่ที่พักของพี่ชาย ทางนี้ต่างหากเล่า” เด็กน้อยพาหยางเทียนเดินมาอีกสองสามกิโล เป็นบ้านพักที่เหมือนจะไม่มีคนอยู่มานานมากแล้ว เก่ามากขนาดเล็ก แต่ก็พออยู่ได้ ด้านในสะอาด สำหรับหยางเทียน ก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ ขอบใจมากนะ” หยางเทียนให้เหรียญทองทิปไป สิบเหรียญ เด็กน้อยทำท่าจะไม่รับ แต่หยางเทียนก็ยัดใส่มือไปให้ไปซื้อขนมกิน
“ หนูชื่อ อาตี้ค่ะ หากพี่ชายขาดเหลืออะไร ก็โทรหาหนูได้เลยนะคะ ส่วนอาหารหนูจะเอามาส่งให้ที่นี่เองนะคะ” อาตี้ เอาเบอร์โทรให้ไว้ แล้ววิ่งกลับไปในทันที
“ นี่ถ้าไม่ไว้ใจกัน จะให้เรามาทำไมนะ” หยางเทียนไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร ที่ถูกลำเอียงเช่นนี้
ขณะที่หยางเทียนกำลังพัก ก็ได้ยินเสียงอาวุธกระทบกับกิ่งไม้ ดังอยู่ข้างหลังบ้านพัก พอแง้มหน้าต่างออกไปดู พบหญิงสาวคนหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดสีดำ ยืนถือกระบี่ ร่ายรำฟาดฟัน ต้นไม้ใบหญ้า จนกิ่งก้านสาขา ของต้นไม้ขาดกระเด็นไปจนหมด
“ นั่นใคร” หญิงสาวหันมาแล้วสะบัดมือ กิ่งไม้แหลมคมพุ่งเข้ามาหาหยางเทียนที่หน้าต่าง แต่หยางเทียนก็ใช้มือรับเอาไว้ได้อย่างสบาย
“ โหดไปหรือเปล่าแม่คุณ นี่จะฆ่ากันให้ตายเลยเหรอ?” หยางเทียนกระโดดออกจากหน้าต่าง ยืนต่อหน้า สาวงามผู้นี้ที่มีพลังวิญญาณถึงระดับที่ 9 แล้ว โอ้ไม่ธรรมดาจริงๆ
“ คุณเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
“ ผมหยางเทียน จากสำนักเมฆขาว” หญิงสาวมองหน้าหยางเทียน แล้วเอ่ยว่า
“ ระดับพลังแค่หางอึ่ง คิดจะมาทำอะไรที่สำนักฟ้าพิสุทธิ์ ที่สำนักเมฆขาวไม่มีข้าวกินหรือไง ถึงได้กล้ามาที่นี่”
หยางเทียนได้ฟังก็ได้แต่อึ้ง ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ แม่นางก็พุ่งร่างหายออกไปแล้ว
“เฮ้ย ! นี่มันอะไรกันวะเนี่ย มีแต่คนดูถูกทั้งนั้นเลย ดีล่ะ ถ้าเช่นนั้นก็อย่าหาว่าไม่เกรงใจก็แล้วกัน” .....