ข้ามเวลามาตามหารัก (มี E-book)

    ตอนที่ 78 ระแวง

            “จะให้ข้ากลับเข้าเมืองหลวงเพื่อขอความช่วยเหลือจากนายท่านใหญ่ดีหรือไม่ขอรับ” เหลยจีเสนอความคิดเห็น อย่างน้อยเกาจางเหว่ยท่านลุงใหญ่ของเกาซ่งอวิ้นก็มียศสูง การป้องกันหญิงสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งไว้ไม่น่าจะเกินแรงของเขา

            “ท่านลุงอยู่ในสำนักราชเลขา ไม่มีอำนาจสั่งการมายังขุนนางท้องถิ่น นั่นไม่น่าจะเหมาะสม เอาอย่างนี้ข้าจะลองขอความช่วยเหลือจากไท่จื่อดูสักครั้ง” เกาซ่งอวิ้นจำต้องมองข้ามเซี่ยหลุนไป เวลานี้เซี่ยหลุนก็ไม่เหมาะที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของถังจื่อรั่วเช่นกัน

            เหลยจีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ที่ตนได้รับโอกาสจากเกาซ่งอวิ้นให้กลับไปคอยดูแลพี่สาวนั้นตนก็พึงพอใจเหลือเกินแล้ว เขาปรากฏตัวต่อหน้าถังจื่อรั่วและบอกเล่าเรื่องที่เกาซ่งอวิ้นส่งตนกลับมาคอยดูแลนางอย่างไม่ปิดบัง 

            พอรู้ตัวกันว่านางต้องเข้าร่วมเป็นแพทย์อาสามาชายแดน จึงสั่งความกับพี่สาวเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะกลับมาขอความช่วยเหลือจากเกาซ่งอวิ้น เห็นนางไม่ออกความเห็นขัดแย้งเขาก็วางใจขึ้นมาบ้าง ถึงแม้จะไม่มีสัญญาหมั้นหมายแต่หากคนทั้งคู่ยังคบหาเป็นสหายกันต่อไปได้ก็คงดีไม่น้อย

            หลายวันต่อมาเกาซ่งอวิ้นจึงขอเข้าเฝ้าฉู่อี้โหมวที่ยังพำนักอยู่ในจวนแม่ทัพเซี่ยในจังหวะที่เซี่ยหลุนออกไปค่ายทหารที่ชายแดน เรื่องนี้ตนไม่อยากให้เซี่ยหลุนต้องมารู้เห็นแล้วลำบากใจไปด้วย

            “เรื่องเล็กๆ เช่นนี้ไม่เกินความสามารถข้าอยู่แล้วนายอำเภอเกา แต่เจ้ามาเวลานี้ก็เหมาะสมพอดีข้ามีบางอย่างจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าและสกุลจางเช่นกัน”

            “พระองค์มีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ”

            “ได้ยินว่าสกุลเกาของเจ้าขายสินค้าให้กับประชาชนในราคาต่ำใช่หรือไม่” 

            “พ่ะย่ะค่ะ บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงสงคราม พสกนิกรนอกจากต้องส่งธัญพืชเป็นภาษีแล้วก็ยังต้องส่งอีก 1 ส่วนเข้ากองทัพ สินค้าจากสกุลเกาทุกอย่างจึงปรับราคาลดลงเพื่อแบ่งเบาภาระให้ชาวบ้าน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะมีชีวิตที่ลำบากเกินไป” เกาซ่งอวิ้นรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทั่วแผ่นหลัง สังหรณ์ใจบางอย่างที่ไม่ใช่เรื่องดี

            “สกุลเกาส่งสินค้าชนิดเดียวกันให้กับราชสำนัก แต่ราคาที่ทางการบันทึกเอาไว้มันสูงกว่าราคาขายตามท้องตลาด เจ้าคิดว่ามันน่าจะเป็นปัญหาหรือไม่เล่า?”

            ฉู่อี้โหมวถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ สินค้าสกุลเกาที่ทำสัญญาส่งให้กับราชสำนักนั้นส่งออกจากสกุลเกาในราคาที่ใกล้เคียงกับที่ขายให้กับชาวบ้าน แต่บันทึกของทางการกลับสูงกว่าที่จ่ายไปจริง นั่นเป็นช่องทางคดโกงอย่างหนึ่งที่เจ้าหน้าที่รับเงินหลวงออกมาเต็มจำนวนแต่จ่ายออกไปด้วยเงินเพียงน้อยนิด ส่วนต่างที่เหลือก็จะถูกแบ่งปันส่วนกันไป

            เกาซ่งอวิ้นหยุดหายใจไปชั่วครู่อย่างแตกตื่น การคดโกงเช่นนี้ทีแรกเขายังคิดว่ากระทำกันเพียงในระดับขุนนางตัวเล็กๆ และคงไม่โจ่งแจ้งไปถึงขุนนางระดับสูง แต่การที่ฉู่อี้โหมวกล่าวขึ้นมาเช่นนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเขาย่อมมีส่วนในเงินเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

            “เรื่องของถังจื่อรั่วนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย ข้าไม่ได้เปลืองแรงอันใดเลยเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องขอบคุณหรือติดค้างข้า แต่เรื่องราคาสินค้าของสกุลเกาจากนี้ต่อไปหากปรับราคาขึ้นให้สูงพอกับบันทึกราคานำเข้าหลวง น่าจะดีกว่าเจ้าเห็นด้วยหรือไม่” 

            ถามกันแบบนี้ก็ไม่ต่างกับการขู่บังคับแล้ว เกาซ่งอวิ้นกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างยากเย็น 

            “กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

            นึกถึงเมื่อครั้งที่รัชทายาทตกรางวัลให้ฟู่เกอกับเหลยจี เขาไม่ได้ถามเหลยจีว่าสิ่งของในถุงนั้นคือสิ่งใด แต่หากมันถูกเก็บไว้ในถุงผ้าอวิ๋นจิ่น รวมกับยามนี้ตนรับรู้ถึงความมั่งคั่งอันมิชอบของฉู่อี้โหมว เวลานี้เกาซ่งอวิ้นก็พอจะรู้แล้วว่าของในนั้นย่อมเป็นทองคำล้ำค่า 

            เชื้อพระวงศ์มีเงินทองใช้จ่ายกันฟุ่มเฟือย ตกรางวัลให้สามัญชนตัวเล็กๆ คราวหนึ่งก็ถึงกับเป็นทองคำ แต่ราษฎรกลับต้องมาลำบากยากเข็ญ ฉู่อี้โหมวกับเสด็จพ่อของเขาต่างกันราวกับมังกรลอยเมฆกับกบก้นบ่อเลยทีเดียว(1) 

    ……….

            เมื่อมีครั้งที่หนึ่งย่อมมีครั้งที่สอง ช่วงระยะเวลาที่รอคอยม้าจากทางเหนือส่งมา รัชทายาทก็เพิ่มเสบียงเข้ากองทัพอย่างต่อเนื่องหมายจะเอาชนะศึกในคราวเดียว เกาซ่งอวิ้นจึงกลายเป็นที่ปรึกษาที่ฉู่อี้โหมวมักจะเรียกตัวเข้าไปพบอยู่บ่อยครั้ง 

            ภาษีในหัวเมืองแถบตะวันตกถูกเรียกเก็บสูงขึ้นและเป็นที่แน่นอนว่าส่วนต่างตรงนั้นก็ไม่ได้เข้ากระเป๋านายอำเภอเช่นตนหรือคนอื่น ๆ แต่กลับเป็นช่องทางสั่งสมความแข็งแกร่งให้องค์รัชทายาทแต่เพียงผู้เดียว

            “เหลยจี คืนนี้รัชทายาทจะเสด็จไปจวนแม่ทัพใหญ่เว่ย เจ้าไปที่จวนสกุลเซี่ยเล่าเรื่องทุกอย่างให้เซี่ยหลุนได้รับรู้เอาไว้บ้าง แล้วให้เขาปิดปากให้สนิทพวกเราจำเป็นต้องลักลอบส่งข่าวกันลับๆ ไม่เช่นนั้นอาจมีภัยมาถึงตัว”

            เหลยจีรับคำหนักแน่น เวลานี้รู้สึกสงสารพี่ชายอวิ้นของตนเป็นที่สุด เขาอยู่กับเกาซ่งอวิ้นมานานพอสมควรแล้ว เมื่อพิจารณาให้ดีเรื่องราวที่ผ่านมาชายผู้นี้ไม่ต่างกับกระโถนที่รองรับเอาการกระทำของผู้อื่นมาลงไว้ที่ตัวแต่เพียงผู้เดียว 

            ยามนี้พี่ชายอวิ้นกำลังก้าวขาลงนรกไปทีละขั้น ผู้ที่ใกล้ชิดและรู้ความลับของเชื้อพระวงศ์มักจะไม่ตายดี เขาและเกาซ่งอวิ้นปรึกษากันอยู่หลายรอบและลำดับขั้นตอนเส้นทางของจิ้นซื่อจี๋ตี้ทั้งสามคนล้วนถูกฮ่องเต้และฉู่อี้โหมววางหมากเอาไว้ตั้งแต่แรก 

            เกาซ่งอวิ้นนั้นเผอิญว่าเกิดเรื่องกับถังจื่อรั่วขึ้นมาเสียก่อน เขาเป็นขุนนางตัวเล็กๆ หากไม่ร้ายแรงถึงขั้นสังหารปิดปากกันในภายหลังก็อาจเพียงแค่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง แต่เซี่ยหลุนนั้นมีความเสี่ยงมากกว่า ฉู่อี้โหมวใจแคบ ช่างหวาดระแวง วันหนึ่งหากเซี่ยหลุนครองใจผู้คนหรือได้กุมอำนาจใหญ่ก็อาจถูกกำจัดด้วยวิธีการที่หนักหน่วงได้เช่นกัน

            จวนแม่ทัพเซี่ย

            บาวรับใช้ในจวนเปิดประตูให้เหลยจีเข้าไปในจวนอย่างง่ายดาย ที่ผ่านมาเหลยจีก็ติดตามเกาซ่งอวิ้นเข้าออกจวนแม่ทัพเพื่อมาเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทซึ่งพำนักอยู่ที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว

            ครั้งนี้เขาเลี้ยวไปตามทางเดินทางด้านขวาไปยังตำแหน่งที่พักของเซี่ยหลุน ในทันใดเหลยเซิงกับเหลยเจิ้นก็กระโดดมาขวางอยู่เบื้องหน้าเหลยจี

            “วันนี้ไท่จื่อไม่ได้อยู่ในจวนแม่ทัพ เจ้ามาทำอะไรที่นี่เหลยจี”

            “แน่นอนว่าข้าเดินมาทางนี้ย่อมมาพบใต้เท้าเซี่ย วันพรุ่งนี้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจะเดินทางไปที่ค่ายทหารเพื่อส่งฟืน ท่านนายอำเภอจึงอยากฝากคนกลุ่มนั้นให้เดินทางไปพร้อมกับขบวนของใต้เท้าเซี่ย มีอะไรหรือ”

            “ถ้าเป็นเรื่องเพียงเท่านี้พวกเราจะแจ้งใต้เท้าเซี่ยให้เอง เขากำลังพักผ่อนอยู่เจ้าไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเองหรอก กลับไปเสียเถิด” เหลยเซินจ้องมองไปที่ดวงตาของอดีตลูกพี่ตนแน่แน่ว

            “ขอบคุณ รบกวนท่านแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัว” เหลยจีโค้งตัวคำนับเล็กน้อย หันหลังกลับในทันที

            เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคำตอบที่เหลยจีต้องการ พี่น้องเหลยทั้งสิบสมควรต้องอยู่รอบกายองค์รัชทายาทที่จวนแม่ทัพใหญ่เว่ย แต่เหลยเซิงและเหลยเจิ้นกลับแยกตัวมาคอยจับตามองเซี่ยหลุน และดูเหมือนว่าท่านอาฟู่เกอก็ไม่น่าจะรู้ตัวด้วย เพราะจุดที่ตนเองพบกับคนทั้งสองนั้นยังห่างจากเรือนพักของเซี่ยหลุนมากพอสมควร

            จากการพูดคุยกันสั้น ๆ เมื่อครู่ การส่งสายตาระหว่างพี่น้องเหลยทั้งสองให้กับตน ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจกันในกลุ่มพวกเขาอยู่แล้วว่าการกระทำของพวกเขาทั้งหมดยังมีคนคอยดูอยู่ เหลยจีจึงไม่ดึงดันและกลับมารายงานเรื่องนี้กับเกาซ่งอวิ้น

            “ไท่จื่อเริ่มระแวงในตัวข้าบ้างแล้ว และพยายามกีดกันไม่ให้ข้ากับเซี่ยหลุนได้ติดต่อกัน เช่นนั้นต่อหน้าผู้อื่นเราควรอยู่ให้ห่างจากเซี่ยหลุนเอาไว้ ส่วนเจ้าลองหาทางติดต่อกับฟู่เกอให้ได้ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอย่าทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด”

            เกาซ่งอวิ้นเงยหน้าเหม่อมองไปยังสถานที่ไกลๆ นอกหน้าต่าง ผ่านมา 3 เดือนแล้ว ทุกวันมีท่านหมอทยอยเดินทางเข้ามาประจำอยู่ในค่ายทหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีเงาของถังจื่อรั่วและท่านหมอจางจื้อ เขารู้ว่าองค์รัชทายาทได้รักษาคำพูดเป็นอย่างดี 

            

            (1) มังกรลอยเมฆกับกบในก้นบ่อ หมายถึง แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คล้ายกับสำนวนแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลามาตามหารัก (มี E-book) ที่คุณอ่าน