บทที่ 31 การให้ของขวัญและหาความสัมพันธ์
"ลุงผู้ใหญ่บ้านคะ ฉันทำให้ลุงเดือดร้อนไปด้วย เจิ้งลี่ลี่แค่อยากจะเล่นงานฉันเท่านั้น" สวี่ิเยว่พยายามบีบน้ำตาออกมาสองสามหยด
จากนั้นสวี่ิเยว่ก็เล่าเื่การทะเลาะวิวาทกับเจิ้งลี่ลี่ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ผู้ใหญ่บ้านจ้าวฟัง โดยเลือกเล่าแต่สิ่งที่เป็ประโยชน์กับตัวเองแน่นอน
"เจิ้งลี่ลี่คนนี้ช่างใจแคบเหลือเกิน ในบรรดาปัญญาชนที่มาอยู่ใหม่ทั้งหมด มีแต่เธอที่คอยวุ่นวายหาเื่คนอื่นไม่หยุด" ผู้ใหญ่บ้านจ้าวฟังแล้วก็โกรธจนแทบหายใจไม่ออก
สวี่ิเยว่เห็นผู้ใหญ่บ้านจ้าวโกรธขนาดนี้ก็รู้สึกพอใจมาก
เธอรู้สึกอึ้งในใจ เจิ้งลี่ลี่เอ๋ย เป็เพียงปัญญาชนผู้น้อยคนหนึ่ง แต่กลับไปทำให้ผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจเสียแล้ว ต่อไปนี้ชีวิตคงจะไม่สุขสบายแน่ ในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่พวกปัญญาชนจะกลับเมืองก็ต้องผ่านด่านของผู้ใหญ่บ้านจ้าวคนนี้ก่อน
วันรุ่งขึ้นยามไก่ขัน สวี่ิเยว่ลุกขึ้นตามพ่อแม่ไปทุ่งนาเพื่อเก็บข้าวโพด สวี่ิเยว่มองดูทุ่งข้าวโพดที่กว้างสุดลูกหูลูกตาด้วยความรู้สึกสิ้นหวังอย่างที่สุด
มือของเธอไม่กล้าหยุดพัก ทำท่าเก็บข้าวโพดซ้ำ ๆ ในขณะที่สมองเริ่มคิดถึงหนทางในอนาคต
หากต้องอยู่ในชนบทไปตลอดชีวิต สวี่ิเยว่คิดว่าตัวเองคงจะเสียสติแน่
งานในทุ่งนานี้ สวี่ิเยว่ไม่อยากทำแม้แต่วันเดียว เธอคิดว่าหลังจากเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จแล้ว จะไปดูที่ตัวอำเภอว่าจะสามารถหางานทำได้หรือไม่
สวี่ิเยว่แกะข้าวโพดมาตลอด่เช้า เหนื่อยแทบขาดใจ
จางชุนฮวาเห็นสวี่ิเยว่เหนื่อยจนแทบหมดแรงก็รู้สึกสงสารมาก จึงบอกว่า "ิเยว่ ถึงเที่ยงแล้ว ลูกกลับไปทำอาหารที่บ้านเถอะ!"
"ได้ค่ะ" สวี่ิเยว่ได้ยินจางชุนฮวาพูดจบก็รีบวางงานในมือแล้วเดินเร็ว ๆ กลับบ้านทันที
เธอรู้ว่านี่เป็เพราะแม่ของเธอสงสารเธอ จึงให้โอกาสเธอได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านสักครู่
เมื่อกลับถึงบ้าน สวี่ิเยว่รีบดื่มน้ำเย็นหนึ่งกระบวยก่อน น้ำเย็นจากบ่อไหลลงท้อง ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง แล้วเธอก็เริ่มยุ่งกับการทำอาหารต่อ
หลังจากทำอาหารเสร็จ สวี่ิเยว่เหลืออาหารไว้ให้สวี่ฟู่กุ้ย แล้วเธอก็สะพายตะกร้าใส่อาหารเดินไปที่ทุ่งนา แต่ยังไม่ทันถึงก็ถูกคนเรียกให้หยุด
สวี่ิเยว่มองหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้ากลมแป้น ดวงตาโต เธอแน่ใจว่าไม่เคยเห็นมาก่อน
หญิงสาวเห็นว่าสวี่ิเยว่ดูเหมือนจะจำเธอไม่ได้ จึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า "ฉันเป็ภรรยาของจ้าวฉางเหอ ขอบคุณสำหรับซาลาเปาที่เธอส่งมาให้ครั้งที่แล้วนะคะ"
"ไม่เป็ไรค่ะ" สวี่ิเยว่ตอบอย่างสุภาพ
พอพูดถึงภรรยาของจ้าวฉางเหอ สวี่ิเยว่ก็นึกออก ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินจางชุนฮวาพูดว่า จ้าวฉางเหอแต่งงานกับสาวจีนรุ่นใหม่คนหนึ่งชื่อซุนหงเหมย ตอนแรกพ่อแม่ของเขาไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเอาชนะลูกชายได้
สองคนไม่คุ้นเคยกันจึงไม่รู้จะพูดอะไร พวกเขาจึงเดินเคียงข้างกันไปที่นุ่งทา
ซุนหงเหมยเป็ฝ่ายเอ่ยปากก่อนว่า "ิเยว่ เธอก็รู้ว่าแม่สามีของฉันปากไม่ดียังไง เจิ้งลี่ลี่ได้ยินว่าอาของเธอดีกับเธอ ทำให้เธอไม่ต้องออกไปทำงาน เลยยุยงให้ทุกคนมาหาพ่อสามีของฉันเพื่อก่อเื่"
พูดจบซุนหงเหมยก็เดินเร็ว ๆ ไปที่ทุ่งนา ทิ้งให้สวี่ิเยว่ยืนคิดอยู่ที่เดิม เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจว่านี่เป็เพราะเจิ้งลี่ลี่อิจฉา ตัวเธอเองก็ถือว่าเป็เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเหมือนกัน
มองไปที่ริมทุ่งนาในระยะไกล เห็นชาวบ้านนั่งกินข้าวกันอยู่หลายคนแล้ว สวี่ิเยว่จึงเดินเร็ว ๆ ไปตรงนั้นเช่นกัน
สวี่เซี่ยงหยางเห็นสวี่ิเยว่นำข้าวมาส่ง จึงะโไปทางไร่ข้าวโพดว่า "พ่อแม่ครับ ไปกินข้าวกันเถอะ ิเยว่มาส่งข้าวแล้ว"
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ครอบครัวทั้งสี่คนก็เริ่มทำงานในทุ่งนาอีกครั้ง พวกเขาทำงานจนกระทั่งฟ้ามืดมองไม่เห็น จึงเลิกงานกลับบ้าน เมื่อกลับถึงบ้าน ทั้งสี่คนเหนื่อยล้าอย่างมาก พวกเขารับประทานอาหารเย็นอย่างง่าย ๆ แล้วกลับเข้าห้องพักผ่อน
เมื่อกลับถึงห้อง สวี่ิเยว่ทรุดตัวลงบนเตียงอุ่นทันที เริ่มคิดว่าจะหางานได้อย่างไร เนื่องจากเหนื่อยมาก เธอจึงหลับไปโดยไม่รู้ตัว
สวี่ิเยว่ทำงานในทุ่งนามาสิบกว่าวัน ในที่สุดการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงก็เสร็จสิ้น ชาวบ้านสามารถพักผ่อนได้บ้างแล้ว ต่อไปก็จะเป็การตากข้าวโพดให้แห้งและส่งมอบธัญพืชให้รัฐบาล
หลังจากการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จสิ้น สวี่ิเยว่นอนพักผ่อนที่บ้านอย่างเต็มที่หนึ่งวัน วันต่อมาเธอก็ชวนสวี่เซี่ยงหยางเข้าไปในูเาอีก
ตอนนี้สวี่ิเยว่รีบร้อนมากที่จะขนลูกสนทั้งหมดกลับบ้าน อีกไม่นานหิมะก็จะตก เมื่อหิมะปกคลุม ลูกสนเหล่านี้ก็จะสูญเปล่า
ใน่ไม่กี่วันต่อมา พี่น้องทั้งสองเข้าไปในูเาเพื่อเก็บลูกสนทุกวัน ทั้งลานบ้านตระกูลสวี่เต็มไปด้วยลูกสน สวี่ิเยว่จึงหยุดเข้าไปในูเา
พอดีวันนี้เป็วันที่ชาวบ้านขับเกวียนวัวไปส่งข้าวให้รัฐบาลในตัวเมือง สวี่ิเยว่จึงวางแผนจะนำเมล็ดสนไปสำรวจตลาดในเมืองด้วย
สวี่ิเยว่ยังจำได้ว่าเธอเคยสัญญากับหัวหน้าจ้าวที่ว่าการอำเภอว่าจะนำเมล็ดสนมาให้หัวหน้าจ้าวชิม
ทั้งยังคิดว่าเมื่อให้หัวหน้าจ้าวแล้วก็ไม่ควรลืมพ่อครัวกัวด้วย เพราะครั้งที่แล้วตอนขายเห็ด พ่อครัวกัวก็ช่วยเหลืออย่างมาก
สวี่ิเยว่คิดว่าถ้าหางานเองไม่ได้ก็คงต้องหน้าด้านไปขอความช่วยเหลือจากหานซูเจิ้ง และพ่อของเขาผู้นำอำเภอหาน
เธอยังให้ของขวัญเป็เมล็ดสนแก่ครอบครัวของผู้นำอำเภอหานด้วย โดยตั้งใจจะส่งไปที่บ้านในภายหลัง สวี่ิเยว่มองดูถุงเมล็ดสนแล้วรู้สึกว่าการไปเยี่ยมบ้านด้วยเมล็ดสนอย่างเดียวนั้นน้อยเกินไป จึงเพิ่มเห็ดแห้งและเห็ดหูหนูเข้าไปด้วย
แน่นอนว่าไม่ลืมส่วนของครอบครัวสวี่อวี้ฉิน สวี่ิเยว่บรรจุเมล็ดสนและเห็ดทั้งหมดลงในตะกร้าของตัวเอง แล้วนั่งรถเกวียนที่ขนส่งธัญพืชของหมู่บ้านไปยังเมืองพร้อมกับสวี่อวี้เฉิงและสวี่เซี่ยงหยาง
รถเกวียนจอดตรงที่โกดังเก็บธัญพืชในเมือง ด้านหน้ามีแถวยาวของคนจากหมู่บ้านต่าง ๆ ที่มาส่งธัญพืช
หากวันนี้ไม่ถึงคิวของหมู่บ้านตัวเอง ชาวบ้านที่มาส่งธัญพืชจะต้องนอนค้างคืนหน้าประตูโกดังเก็บธัญพืช
สวี่อวี้เฉิงรู้จุดประสงค์ที่สวี่ิเยว่มาในเมือง จึงตั้งใจพูดกับพี่น้องทั้งสองต่อหน้าคนในหมู่บ้านว่า "ิเยว่ เซี่ยงหยาง พวกลูกไม่ได้จะไปส่งของที่บ้านอาหญิงหรอกเหรอ? รีบไปเถอะ! แถวข้างหน้ายาวมาก คงไม่ถึงคิวพวกเราเร็ว ๆ นี้หรอก"
สวี่ิเยว่พยักหน้าและพูดกับสวี่อวี้เฉิงเบา ๆ ก่อนจะจูงมือสวี่เซี่ยงหยางเดินไปยังเขตที่พักของโรงงานเหล็ก
เมื่อใกล้ถึงประตูเขตที่พัก สวี่ิเยว่ถอดตะกร้าสะพายหลังออก แล้วส่งเมล็ดสนที่จะเอาไปให้บ้านสวี่อวี้ฉินให้กับสวี่เซี่ยงหยาง "พี่เอาไปส่งให้บ้านอาหญิงก่อนนะ ฉันจะไปที่ที่ว่าการอำเภอ แล้วค่อยไปเขตบ้านพักข้าราชการประจำอำเภอ เดี๋ยวเรามาเจอกันที่หน้าประตูเขตบ้านพักข้าราชการนะ"
พอเดินมาถึงตึกที่ว่าการอำเภอ สวี่ิเยว่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์ เธอจึงลองเดินไปที่ครัวหลังด้วยความหวังว่าอาจจะเจอใคร ไม่คิดว่าจะพบพ่อครัวกัวกำลังยุ่งอยู่ในครัวพอดี
พ่อครัวกัวกำลังผัดอาหารไปพร้อมกับสั่งลูกมือให้เตรียมวัตถุดิบสำหรับอาหารจานต่อไป
เมื่อเห็นสวี่ิเยว่มาหาตน พ่อครัวกัวจึงเรียกลูกมือมาและให้ลูกมือมาแทนที่ตนเองเพื่อผัดอาหารในกระทะต่อ
เมื่อเห็นพ่อครัวกัว สวี่ิเยว่ก็ยื่นเมล็ดสนที่นำมาให้พ่อครัวกัวทันที "คุณกัว ฉันเก็บเมล็ดสนมาได้บ้าง เอามาให้คุณกับหัวหน้าจ้าวลองชิมค่ะ"
พ่อครัวกัวรับเมล็ดสนมา พูดอย่างสุภาพว่า "ขอบคุณมากนะิเยว่ เธอยังนึกถึงฉันอีก ิเยว่รอสักครู่นะ"
พ่อครัวกัวเดินกลับเข้าไปในครัวหลัง หยิบขนมหลากสีห่อด้วยกระดาษน้ำมันสิบกว่าชิ้นมาให้สวี่ิเยว่
"ิเยว่ เอาขนมพวกนี้กลับไปกินที่บ้านนะ นี่เป็ของที่เหลือจากการต้อนรับผู้นำกองทัพเมื่อวาน อย่าได้รังเกียจล่ะ"
"คุณกัว จะรังเกียจได้ยังไงกันคะ ขอบคุณมากจริง ๆ ฉันมารบกวนการทำงานของคุณแล้วสินะ!" สวี่ิเยว่รีบรับขนมที่พ่อครัวกัวยื่นให้ พลางพูดอย่างสุภาพ
พ่อครัวกัวโบกมือกล่าวว่า "ไม่รบกวนหรอก ฉันอายุมากแล้ว ทำงานนิดหน่อยก็เหนื่อย เธอมาช่วยฉันได้พอดี ่นี้มีผู้นำมาเยี่ยมหน่วยทหาร พวกเขามากินข้าวที่โรงอาหารของเราทุกมื้อ แม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ไม่ให้ฉันได้พัก"
พูดจบเขาก็จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ ยืนอยู่ที่ประตูห้องครัว สูบบุหรี่ไปคุยกับสวี่ิเยว่ไป
สวี่ิเยว่มองขนมในมือ อดรู้สึกทึ่งไม่ได้ ในยุคที่ขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้าเช่นนี้ การเป็พ่อครัวนับเป็งานที่ดีจริง ๆ