บันทึกการเดินทาง
บันทึกวันที่1
ไม่รู้ผ่านมานานแค่ไหนแล้วหลังเกิดเหตุการณ์บ้าๆ พรรค์นี้ขึ้น...ความเป็ไปได้ที่กล่องนมจะครองโลกมันน้อยกว่าเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดอย่างนั้นเหรอ?
เมื่อก่อนก็เคยเห็นกระทู้ไร้สาระบนอินเตอร์เน็ตอยู่นะว่ากล่องนมจะครองโลก แต่ตอนนี้กลับไม่คิดว่านั่นเป็เื่ไร้สาระซะแล้วสิ
บันทึกวันที่2
การเอาตัวรอดในโลกที่มีแต่กล่องนมช่างยากลำบาก...
จุดอ่อนของพวกมันคือของมีคม...แค่จิ้มพวกมันจนของเหลวหมดตัวได้ก็ถือว่าชนะ แต่เื่จำนวนคงเป็อีกเื่...
ผมคงต้องเริ่มฝึกเอาตัวรอดโดยจัดการฝูงที่มีจำนวนน้อยก่อน
มนุษย์นั้นเป็สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้ดี...ไม่สิ ต้องเรียกว่าสัตว์โลกเลยต่างหาก
ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ถ้าสัตว์โลกตัวไหนปรับตัวไม่ได้...สิ่งที่รออยู่คงมีเพียงความตาย
บันทึกวันที่3
บ้าเอ๋ย...ผมาเ็!
ผมประมาทเกินไป...หลังจัดการนมรสจืดกลุ่มเล็กได้ง่ายเลยทำให้ผมเหลิง ไม่นึกเลยว่านมรสช็อกโกแลตมันจะแข็งแกร่งขนาดนั้น...ระดับมันต่างกันเกินไป
ถึงาแที่ได้รับจะแค่ระดับรอยข่วน แต่เืกลับไหลออกมาไม่หยุด...จะติดเชื้อหรือเปล่าก็ไม่รู้...
ผมคงมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่นาน...ถ้ามีใครพบบันทึกเล่มนี้...ก็ขอให้อย่าหมดหวังและสู้ต่อ...จงอย่างยอมแพ้....
....บันทึกวันที่6 หรืออาจจะ 7 แต่จะเป็วันไหนก็ช่าง ที่สำคัญคือผมรอดชีวิตมาได้ต่างหาก
...ใน่วันสาบสูญที่ผมไม่ได้จดบันทึก ผมได้รับการช่วยเหลือจากเด็กสาวปริศนาชื่อเอเลน เธอชวนผมร่วมทีม...ผมหวังว่าทีมนี้ของเราจะไปรอด ผมเป็หนี้ชีวิตเธอจริงๆ
บันทึกวันที่8
การร่วมทีมของผมกับเอเลนเป็ไปได้ด้วยดี
เธอเป็คนเก่งและมีความสามารถในการเอาตัวรอดสูง...ผมได้เรียนรู้หลายอย่างจากเธอ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะไปได้สวย...
เป็เพราะพวกเราได้ดื่มแต่นมรสจืดกับรสช็อกโกแลตมาโดยตลอด จึงทำให้เริ่มเบื่อ...
ได้ยินข่าวจากนักเดินทางอยู่ว่าดินแดนทางเหนือเป็แหล่งอาศัยของนมรสสตรอเบอร์รี่ ผมและเอเลนจึงตกลงใจกันว่าจะเดินทางขึ้นเหนือเพื่อบอกลาความซ้ำซากของรสชาติ....
....บันทึกวันที่15
หลังเดินทางยาวนานในที่สุดพวกเราก็มาถึงดินแดนทางเหนือ...ได้พบเจอประสบการณ์ต่างๆ ที่ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์...
นอกจากนี้ยังได้พรรคพวกมาอีกสอง
หลังเบื่อกับนมรสผลไม้ตามทาง ในที่สุดพวกเราก็ถึงจุดหมายกันซะที...ดินแดนแห่งนมรสสตรอเบอร์รี่....
...บันทึกวันที่35
ไม่รู้เมื่อไรกันที่กลุ่มพวกเราโด่งดังถึงขนาดได้รับขนานนามว่า ‘กลุ่มผู้กล้า’ แต่ผมคิดว่าพวกเราไม่ควรเหลิง...ความประมาทเป็หนทางนำไปสู่ความตายผมคอยย้ำเตือนตัวเองแบบนั้นอยู่เสมอ....
....บันทึกวันที่49
นักวิทยาศาสตร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ออกมาประกาศถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง...การเพิ่มจำนวนของประชากรกล่องนมที่เร็วจนเกินไป ตรงข้ามกับจำนวนมนุษย์ที่ลดลงในทุกวัน...แม้จะมีการออกประกาศมาตรการป้องกันการตายเปล่าแล้วก็ตาม....
....บันทึกวันที่135
มนุษยชาติใกล้ถึงจุดจบ เหลือเพียงฐานที่มั่นสุดท้ายกับมนุษย์อีกไม่กี่หยิบมือ
พวกเราโดนล้อมไว้หมดแล้ว...
อีกไม่นานคงไม่เหลือเวลา...บ้าจริง!....
....บันทึกวันที่140
วันนี้เป็วันที่อากาศ—
บันทึกได้หยุดลงเนื่องจากเสียงที่ขัดจังหวะ
“หัวหน้าครับพวกมันพากันบุกมาอีกแล้วครับ!”
ชายในชุดทหารกล่าวขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
“บ้าจริง! ปกติพวกมันไม่บุกมาเวลานี้นี่...” ผมบ่นเหมือนพูดให้ตัวเองฟังก่อนออกคำสั่ง“สั่งให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อม วันนี้พวกเราจะสู้จนตัวตาย!”
ทหารหนุ่มตอบรับเพียงการพยักหน้า ก่อนวิ่งหน้าตั้งไปทำตามคำสั่ง
*
กองกำลังของพวกเราถูกปิดล้อมด้วยฝูงปีศาจกล่องนมที่มีฟันแหลมคม...ไม่ว่าจะรสจืด รสช็อกโกแลต รสผลไม้ และอื่นๆ เพื่อนพ้องทหารต่างตกตายไปต่อหน้าทีละคน
“บอริส! คาเรน!”
ผมะโเรียกชื่อเพื่อนสนิททั้งสองที่รวมสู้กันมานาน
“...เอเลน”
...แม้แต่เอเลนก็ด้วย
ผมอาลัยอาวรณ์ต่อพรรคพวกที่เสียไปเหลือผมเพียงคนเดียว...แต่ตอนนี้คงไม่มีเวลาไปสนใจเื่พวกนั้นหรอกนะ...
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงสั่นะเืดังกึกก้อง...เป็นมรสผลไม้รวมที่มีความสูงกว่าสามสิบเมตรตรงหน้า
ผมรู้ได้ทันที...
“แกเองสินะ...ที่เป็สาเหตุของการบุกที่แปลกไป...”
ผมจ้องมองมันด้วยสายตาเ็าก่อนวิ่งพุ่งใส่พลางะโกู่ร้องอย่างไม่คิดชีวิต ถ้าจะตาย...ผมก็ขอลากมันลงนรกไปกับผมด้วย!
กล่องนมั์รสผลไม้รวมส่งเสียงคำรามราวจะตอบรับความรู้สึกเพียงแต่เสียงคำรามนั้นฟังดูแปลกๆ...
...เหมือนเสียงนาฬิกาปลุก
*
เด็กหนุ่มชุดนอนเขียวลืมตาตื่นในห้องที่คุ้นเคย สายตาเหล่มองไปยังนาฬิกาปลุกหัวเตียงตามด้วยหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงแสดงกระทู้ไร้สาระเกี่ยวกับปิศาจกล่องนม
“...ฝันหรอกเรอะ”
เด็กหนุ่มพ่นเสียงเบาก่อนกำหมัดแน่นฝันครั้งนี้สมจริงเสียจนเขาคิดว่าเป็เื่จริงทั้งเื่การพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด การได้พบเจอมิตรสหายระหว่างเดินทาง ได้ผจญเจอกับทั้งความสุขและความเศร้าแม้ท้ายที่สุดท้ายแล้วเขาอาจไม่รอด...แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ใช้ชีวิตไปอย่างคุ้มค่า...
เด็กหนุ่มเดินไปหยิบไม้กวาดและไม้ถูพื้นริมห้องถือสองสิ่งนั้นไว้ในมือ ก่อนมายืนหลับตาหน้ากระจกยาว
เด็กหนุ่มนึกย้อนกลับไปถึง่เวลาแห่งความฝันบางทีเื่เ่าั้อาจเกิดขึ้นจริงในมิติโลกคู่ขนานที่ไหนสักแห่ง
เขานึกย้อน...และซึมซับ...กระบวนดาบคู่ซึ่งได้ใช้ผ่ากล่องนมมานับไม่ถ้วน...
...แล้วจึงร่ายรำมันออกมา!
“..........”
แป๊กไม่กวาดและไม้ถูหล่นลงพื้น
เด็กหนุ่มไม่พูดอะไร...ก่อนมุ่งหน้าไปทิศทางของเตียงทำท่าทางเหมือนจะไปนอนต่อ...
—เด็กหนุ่มอาจนอนหลับและฝัน...เขาอาจได้เห็นรอยยิ้มนั้นของเธออีกครั้ง...ในความฝัน