ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 113 เอกสารสำนวนคดีว่างเปล่า

                ครั้นหนิงมู่ฉือดื่มยาจนหมด หันไปเห็นว่า น้ำแกงในหม้อกำลังเดือดได้ที่จึงเอ่ยออกมา“น้ำแกงเนื้อแกะใช้ได้แล้ว สามารถกินได้แล้ว”

                เฉินเกอพยักหน้าขณะมองในหม้อซึ่งมีน้ำแกงเนื้อแกะควันลอยกรุ่นออกมาพร้อมทั้งมีกลิ่นหอมลอยโชยออกมาอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน “ข้ายังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าโชคดีจริงๆ ที่ตอนนี้จะได้กินเนื้อแกะ”

                หนิงมู่ฉือตักเนื้อแกะใส่ถ้วยมองเฉินเกอและอาเสียงที่กำลังยืนมองน้ำลายสอพร้อมกับยิ้ม “รีบมาชิมเถิดในเมืองหลวง ผู้คนล้วนกล่าวกันว่า ข้าคือคนที่ทำอาหารได้อร่อยที่สุด”

                เฉินเกอมองหนิงมู่ฉือผาดหนึ่ง ก่อนจะชิมเนื้อแกะที่อยู่ในถ้วยเนื้อแกะนุ่มกำลังดี ไม่เหนียวเลยสักนิด เมื่อนำเข้าปากก็ละลายหายไปหนิงมู่ฉือมองท่าทางของเฉินเกอตอนทาน อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา อาการปวดศีรษะที่เคยมีหายเป็นปลิดทิ้ง

                หนิงมู่ฉือตักน้ำแกงใส่ถ้วยอีกใบ โรยด้วยต้นหอมซอยทำให้สีสันดูหน้าตาน่าทานยิ่งนัก จากนั้นนางยกไปวางตรงหน้าเฉินเกอ “น้ำแกงเนื้อแกะมีสรรพคุณช่วยขับความหนาวในร่างกาย ท่านดื่มเยอะๆ”

                เฉินเกอมองรอยยิ้มของหนิงมู่ฉืออย่างเหม่อลอยรอยยิ้มอันอบอุ่นของนางแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของเขาเห็นนางยิ้มเช่นนี้ในใจเขาพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาราวกับมีบางอย่างกำลังเบ่งบานอยู่ในหัวใจทว่าเวลานี้เขาไม่สามารถพูดมันออกไปได้

                หลังจากหนิงมู่ฉือดื่มยาเข้าไปก็รู้สึกตัวเบาเหมือนตัวจะลอยจึงขอตัวไปนอนพักที่ห้อง

                เฉินเกอมองตามพร้อมกับยิ้มบางๆก่อนที่สายตาจะหันไปเห็นอาเสียงซึ่งกำลังจ้องมองหนิงมู่ฉือด้วยสีหน้าไม่ประสงค์ดี จึงรู้สึกเคร่งเครียดยิ่งนัก

                อาเสียงชักมีดออกมา ก่อนจะเดินตามหนิงมู่ฉือไป เฉินเกอรีบเข้าไปขวางกลับคาดไม่ถึงว่าอาเสียงจะอาละวาดออกมา

                ใบหน้าอาเสียงดุดันโหดเหี้ยม รอยแผลเป็นที่ใบหน้ายิ่งทำให้อาเสียงดูน่ากลัวน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาราวเสียงปีศาจร้ายในขุมนรกก็ไม่ปาน “จอมยุทธ์เจ้าจะไว้ชีวิตสตรีผู้นั้นไม่ได้!”

                เฉินเกอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแย่งมีดในมืออาเสียงมา อาเสียงมองเฉินเกออย่างไม่อยากจะเชื่อ“จอมยุทธ์ เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรสตรีนางนั้นคือบุตรสาวคนเดียวของหนิงจื้อหย่วนนะ”

                เฉินเกอนั่งลงพร้อมกับยิ้มเย็นชา “แล้วอย่างไรก็แค่เรื่องของคนรุ่นก่อน เกี่ยวอันใดกับข้าด้วย”

                “เจ้าทำเช่นนี้เท่ากับอกตัญญูหากไม่ใช่เพราะหนิงจื้อหย่วน สกุลเฉินจะตกต่ำถึงเพียงนี้หรือเจ้าลืมความแค้นในอดีตไปหมดแล้วหรือ!” ยิ่งอาเสียงนึกถึงสมัยก่อนที่มีชีวิตที่ดีสกุลเฉินมีหน้ามีตาก็ยิ่งแค้น

                ใบหน้าเฉินเกอมีแต่ความเย็นชา ชูมือบอกให้อาเสียงหยุดพูด “นาง นางไม่เหมือนกัน ท่านพ่อเคยบอกกับข้าว่าความแค้นในรุ่นของท่านไม่จำเป็นต้องให้ข้ามาแก้แค้นให้ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่ข้าต้องการเช่นกัน”

                อาเสียงเก็บมีดกลับคืนที่เดิมแววตายังคงแดงด้วยความแค้นใจขณะถอนหายใจออกมา “รอแม่นางผู้นั้นตื่นเมื่อไหร่พวกเจ้าออกไปจากที่นี่เถอะ” เอ่ยจบมองเฉินเกออย่างไม่วางใจผาดหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

                เฉินเกอมองหนิงมู่ฉือที่นอนหลับอยู่บนเตียงหน้าตายามหลับของนางน่าหลงใหลเป็นยิ่งนัก นางนอนขดตัวด้วยความหนาวแลดูน่าสงสารเหลือเกิน เขาเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

                ท้องฟ้าข้างนอกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม หิมะสีขาวตกลงมาจากท้องฟ้าเฉินเกอปูผ้านอนอยู่ข้างเตียงหนิงมู่ฉือพรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางไปตามหาสถานที่ที่นางบอกเอาไว้

                อีกด้านหนึ่งหลังจากจ้าวซีเหอกลับมาจากในวังก็เที่ยวตามหาข่าวเกี่ยวกับบิดาของหนิงมู่ฉือยิ่งได้ฟังเรื่องราวจากบิดาของตัวเองก็ยิ่งคิดว่าเรื่องนี้ดูน่าสงสัย

                เขารีบไปหาเมิ่งเคอที่ศาลต้าหลี่ เมิ่งเคอเห็นจ้าวซีเหอมาหาก็รู้สึกสังหรณ์ใจขมวดคิ้วเป็นปมแน่น

                ทันทีที่จ้าวซีเหอนั่งลงก็เอ่ยเข้าประเด็นในทันที “ข้าอยากขอดูเอกสารสำนวนคดีแม่ทัพหนิงจื้อหย่วน เหตุใดเจ้าถึงเอาแต่ปฏิเสธอยู่เรื่อย!”

                เมิ่งเคอมีสีหน้าลำบากใจ “ซื่อจื่อฝ่าบาทมีรับสั่งว่าห้ามให้ผู้ใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้อีก ข้าเองก็ลำบากใจเช่นกัน”

                จ้าวซีเหอได้ฟังเช่นนั้นลุกขึ้นยืน “ใต้เท้าเมิ่งหรือเจ้าลืมความสัมพันธ์ของเราไปแล้ว ท่านวางใจเถอะ เอาเอกสารสำนวนคดีมาให้ข้าข้ารับรองว่าจะไม่บอกผู้ใด”

                เมิ่งเคอถอนหายใจออกมาก่อนจะมอบเอกสารสำนวนคดีให้จ้าวซีเหอพร้อมทั้งเอ่ยอย่างลังเล“ข้าให้เวลาท่านได้แค่หนึ่งคืนพรุ่งนี้เช้าท่านต้องเอามันมาคืนให้ข้า”

                จ้าวซีเหอพยักหน้า “บุญคุณครั้งนี้ของท่านข้าคงไม่สามารถตอบแทนได้ หากมีเรื่องใดให้ข้าช่วย…”

                “ซื่อจื่อ ปกติท่านมักจะยุ่งหากไม่มีธุระใดข้าคงไม่ไปรบกวนท่านแน่นอน ข้าจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของพวกเราข้าเองก็มีเรื่องหนึ่งที่อยากจะบอกท่านเช่นกันไม่กี่วันก่อนข้าเห็นหลินมู่เดินอยู่แถวๆ ตำหนักของท่าน ท่าทางดูลับๆ ล่อๆ”

                เขาได้ฟังเช่นนั้นสีหน้าพลันเคร่งขรึม มองเมิ่งเคออย่างมีบางอย่างในใจก่อนจะเอ่ยออกมา“เขามักจะทำตัวเยี่ยงนั้นอยู่เสมอไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าได้ยินคนบอกกับข้าว่า เขามักจะทำตัวลับๆ ล่อๆข้าเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน ข้ามักจะรู้สึกว่าเขาเข้ามาอยู่ในตำหนักด้วยมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ทว่าข้ามัวแต่ยุ่งจึงไม่ได้ให้คนไปสืบเรื่องนี้”

                เมิ่งเคอยิ้มออกมา “เขาคือผู้คุ้มกันของคุณหนูหนิงในอดีตเดิมทีข้านึกว่าเขาจะเดินทางไปที่ชายแดนตะวันตกเฉียงใต้กับคุณหนูหนิงด้วยเสียอีกน่าแปลกที่เขากลับไม่ไปด้วย”

                เขาขมวดคิ้ว “เช่นนั้นก็น่าแปลก ใต้เท้าเมิ่งเช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน ส่วนเอกสารสำนวนคดีเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าค่อยคืนให้”

                เมิ่งเคอพยักหน้าขณะมองตามจ้าวซีเหอที่มีสีหน้าร้อนใจขณะเดินจากไป

                ครั้นจ้าวซีเหอกลับมาถึงตำหนักก็เดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง เขาวางเอกสารสำนวนคดีไว้บนโต๊ะพลิกเปิดอย่างเบามือ ทว่ากลับปรากฏเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น…

                เขาพบว่าภายในไม่มีตัวหนังสือเลยแม้แต่ตัวเดียว!

                เขานั่งนิ่งอยู่กับที่ หรือมีคนคิดจะล้อเล่นกับเขาเช่นนั้นก็มีเพียงความเป็นไปได้เดียวคือ มีคนสับเปลี่ยนเอกสารสำนวนคดีนี้!

                เขาไม่ได้เอ่ยวาจาใดออกมา นั่งนิ่งอยู่นานก่อนจะเดินทางไปที่ศาลต้าหลี่เพื่อส่งคืนเอกสารสำนวนคดีนี้แก่เมิ่งเคออีกฝ่ายถามด้วยสีหน้างุนงง “ท่านอ่านจบเร็วถึงเพียงนี้เชียวแล้วเจอเบาะแสใดหรือไม่”

                เขาส่ายหน้า “หากอยากรู้ความจริงอ่านแค่เอกสารสำนวนคดีใช่ว่าจะสามารถรู้ได้ไว้ข้าจะหาวันที่ฝ่าบาทอารมณ์ดีถามพระองค์เอง แบบนั้นน่าจะได้ความมากกว่า”

                “ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ฝ่าบาททรงอารมณ์ดี สู้ท่านไปถามวันนี้เลยไม่ดีหรือ”

                เขาพยักหน้าก่อนจะเดินทางไปที่ตำหนักเจินหลง ทว่าเมื่อมาถึงเห็นพระพักตร์ของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินที่ดูไม่สบอารมณ์ยิ่ง ก็พลันคิดในใจว่าเขาถูกหลอกอีกแล้วหรือนี่!

                ไหนบอกว่าวันนี้ฮ่องเต้ทรงอารมณ์ดีอย่างไรเล่า?! หน้าตาบูดบึ้งเช่นนี้หรือที่เรียกว่าอารมณ์ดี?เขาอยากจะกลับไปตะบันหน้าเมิ่งเคอสักทีเหลือเกิน!

                แต่มาถึงนี่แล้วจะให้กลับก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เขาทำได้เพียงยิ้มขณะเดินตรงเข้าไปหาฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน

                “ฝ่าบาทสีพระพักตร์ของพระองค์ดูไม่ดีเลย เจอเรื่องใดมาหรือ เอ่ยให้น้องชายคนนี้ฟังสักหน่อยได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592