ตอนที่ 14 ์
หลังจากรวบรวมดินดำมาได้แล้ว ชิงฉางก็พา กัง และคุนไปหาหลี่นา และจางลี่ เพื่อที่เขาจะรู้ว่าการเตรียมการนั้นคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
คนแคระสกัดเอาเหล็กจากเหมืองในูเาแห่งนี้ออกไปเป็จำนวนมากจนไม่หลงเหลืออะไรอีกแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคนแคระนั้นมีความชำนาญในการทำเหมืองมากทำให้เหมืองนั้นมีโครงสร้างที่เป็เอกลักษณ์ ซึ่งทำให้ตัวเหมืองนั้นมีความมั่นคงมากจึงไม่ต้องกังวลเื่เหมืองจะถล่มลงมา
แม้ว่าหลี่นา และจางลี่จะเป็ผู้หญิงที่คอยรับใช้ตระกลูเฉินอู้ และมีฟางที่คอยเป็ผู้ช่วยพวกเธอไม่มีปัญหาในการจัดการเื่ที่ฟางได้มอบหมายไว้ให้ นอกจากนี้พวกทาสยังถูกกระตุ้นโดยชิงฉางแล้ว ทำให้พวกเขามีแรงจูงใจเพียงพอจนทำให้ไม่ต้องจำเป็ต้องจับตาดูพวกทาสมากนัก
แต่ในขณะที่เตรียมการสิ่งต่าง ๆ ในเหมืองก็พบว่าพื้นที่บางส่วนนั้นไม่สามารถใช้ได้ แม้ว่าทางเขาจะมีขนาดใหญ่ทำให้มีพื้นที่มากพอ แต่มันกลับเชื่อมต่อกับไปยังถ้ำเล็กๆ อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็ที่อยู่อาศัยของพวกคนแคระ เหมืองแห่งนี้ตอนนี้ได้รับการจัดสรรจนสามารถที่จะผสมพันธุ์กระต่ายเนื้อได้ แต่ที่สุดเหมืองนั้นมีทางลาดลงไปยังบ่อน้ำที่รวมตัวกันอยู่
ซึ่งเหมืองแห่งนี้เมื่อจัดการตระเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วก็น่าจะสามารถผสมพันธุ์กระต่ายเนื้อได้นับหมื่นตัว นอกจากนี้มันก็ยังไม่มากจนเกิดปัญหาความแออัดด้วย
คนแคระที่เคยอยู่ที่นี่นั้นได้ออกแบบเหมืองแห่งนี้ราวกับเป็นครใต้ดิน เนื่องจากมีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับระบบระบายน้ำอยู่ด้วย นอกจากนี้ที่นี่นั้นมีขนาดใหญ่พร้อมกับทางเข้าออกที่ไม่ไกลมากนัก ซึ่งทำให้พูดได้เลยว่าเหมืองแห่งนี้เหมาะแก่การเพาะพันธุ์กระต่ายเนื้ออย่างมาก
นี่เป็ครั้งแรกที่ชิงฉางเห็นถึงศักยภาพของคนแคระ ลักษณะทั่วไปของูเาเหล็กนั้นคือมีความสูงอยู่ที่หนึ่งพันเมตร ซึ่งจัดว่าไม่สูงมากและทอดยาวไปกว่าหนึ่งพันไมล์ คล้ายครึ่งวงกลมล้อมรอบแดนทมิฬทำให้มีทางเข้าออกทางเดียว ปราสาทของชิงฉางนั้นถูกสร้างขึ้นอยู่ที่หน้าผาของูเา ซึ่งด้านหลังของผานั้นคนแคระได้ทำการขุดเหมืองแร่ที่้าของูเา ส่วนอีกด้านของูเานั้นมีแดนที่ชั่วร้าย ซึ่งรู้จักในนามแดนต้องห้ามทั้งห้าเรียกว่าบึงพิษ
พื้นที่บางส่วนของูเานั้นมีสีที่แตกต่างจากสีทั่วไปของูเา บริเวณที่สูงนั้นมีวัชพืชบางส่วนโตขึ้นอยู่ทั่วไปั้แ่่ตะวันตกถึงตะวันออก แต่พวกมันก็เจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก ซึ่งมันมีแม้กระทั่งต้นไม้ที่มีขนาดเล็กและโค้งงอ สำหรับต้นไม้เหล่านี้แล้วพวกมันมีลักษณะเหมือนต้นไม้ที่ขาดสารอาหารทำให้ไม่สามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วชิงฉางก็ถอนหายใจออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกขุนนางสายเืเก่าเ่าั้ถึงส่งเขามาที่ และทำไมฟางถึงขายทรัพยสินต่างๆ ออกไปแล้วซื้อเครื่องใช้จำเป็ พร้อมด้วยเสบียงมาแทน ที่นี่เป็ดินแดนแห่งความตายอย่างสมบูรณ์ ถ้าแม้ว่าพวกเขาจะลงแรงหนักมากแค่ไหน และถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้แต่การที่จะฟื้นฟูตระกูลนั้นเป็เื่ที่โง่เขลาขนาดไหน
เมื่อเดินมาได้สักพักชิงฉางก็เห็นการเคลื่อนไหวบริเวณเหมือง เขาจึงรีบเดินไปอย่างรวดเร็ว หลี่นา และจางลี่ทั้งสองสั่งงานทาสอย่างแข็งขันจนไม่ได้สังเกตเห็นชิงฉางที่เดินมาถึง
แม้ว่าเหมืองนี้จะถูกสร้างโดยคนแคระ แต่ทางเข้านั้นกลับกว้างขว้างมาก ซึ่งอุโมงค์นั้นสูงกว่าสามเมตร และกว้างกว่าห้าเมตร ภายในมีพื้นที่ขนาดใหญ่พอสมควร ซึ่งพื้นที่เชื่อมต่อกับถ้ำเล็กๆ เต็มไปหมด คล้ายกับเมืองในูเา ซึ่งสามารถที่จะจุคนได้มากว่าหมื่นคนที่นี่
ชิงฉางนั้นใกับภาพที่อยู่ต่อหน้าเขา เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าคนแคระเหล่านี้จะสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็เหมือนเมืองใต้ดินแห่งนี้ได้ มันเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก
เขาเข้าใจว่าถ้ำนี้นั้นเป็สถานที่สำหรับเป็ฐานที่มั่นหรือที่ตั้งกองกำลังอะไรสักอย่าง
ชิงฉางพยักหน้าด้วยความพอใจ ทันทีที่จัดการเื่ต่างๆ เรียบร้อย ถ้ำแห่งนี้สามารถที่จะเพาะพันธุ์กระต่ายเนื้อ และยังสามารถสร้างเป็ฐานลับได้ด้วย แต่มันต้องใช้เวลาซักหน่อย ซึ่งตอนนี้เขาไม่มีเวลาขนาดนั้น
ในท้ายที่สุดแล้วหลี่นาก็สังเกตุเห็นชิงฉางก่อนจะพูดว่า“นายน้อยทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่? ที่นี่มันสกปรกเกินไปสำหรับคุณคุณควรกลับไปยังปราสาท”
ชิงฉางยิ้มก่อนพูดว่า “ไม่เป็ไร ผมตัดสินใจมาดูว่าเป็ยังไงกันบ้าง ยายหลี่นามีสถานที่ไหนอีกบ้างที่เหมือนกับที่นี่ในปราสาทแห่งนี้”
หลี่นารีบตอบกลับว่า “มีสถานที่อีกสองที่ ที่แรกนั้นอยู่ที่หลังปราสาทและอีกที่อยู่อีกด้านของูเา พวกมันมีขนาดเหมือนกัน นอกจากนี้แล้วยังมีถ้ำ และอุโมงค์เล็ก ๆ อีกหลายแห่ง”
ชิงฉางพยักหน้า “ถ้ำเหล่านี้เชื่อมโยงกันอยู่หรือเปล่า? แล้วอุโมงค์นั้นลึกเท่าไหร่? ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะสร้างที่กันไว้สักหน่อยหรือไม่พวกเราก็จะไม่สามารถผสมพันธุ์กระต่ายเนื้อที่นี่ได้”
หลี่นาตอบว่า “นายน้อยไม่ต้องเป็ห่วง ถ้ำเหล่านี้เชื่อมต่อถึงกัน ซึ่งเป็ปกติของคนแคระเพราะไว้ใช้ในการทำเหมือง และเพื่อในกรณีถ้ำถล่มลงมา ซึ่งพวกเขานั้นไม่ได้ขุดแบบมั่วซั่ว แต่อย่างไรก็ตามข้างในสุดของถ้ำนั้น ตอนนี้ถูกท่วมไปด้วยน้ำ และเรายังไม่รู้เลยว่าปลายทางเป็ทางตันหรือไม่ นายน้อยคุณสามารถใช้ที่นี่เป็ฐานได้เลย”
ชิงฉางพยักหน้ายิ้ม และพูดว่า “ดีมากอย่าพึ่งคิดถึงการตั้งฐานที่อีกด้านหนึ่งของูเาเลย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว สร้างรั้วหน่อยก็น่าจะพอที่จะกันไม่ให้กระต่ายเนื้อหนีออกไปไหนได้แล้วมันยังกันไม่ให้กระต่ายเนื้อจมน้ำด้วย”
หลี่นาพยักหน้า “สบายใจได้เลยค่ะนายน้อย ฉันรู้ว่าควรจะทำอะไร แต่นายน้อยคุณไม่ควรมาอยู่ที่นี่ มันจะดีกว่าหากคุณได้กลับไปยังปราสาท”
ชิงฉางยิ้ม “ไม่เป็ไร ย่าหลี่นา คุณไม่ต้องกังวลอะไร ผมอย่างจะไปดูบ่อน้ำในอุโมงค์หน่อยว่าสามารถใช้ได้หรือไม่”
หลี่นาพยักหน้า และพูดว่า “ฉันจะพานายน้อยไปเองเพราะอย่างไรก็ตามฉันเป็นักเวทย์น้ำ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์ต่อการสำรวจ”
ชิงฉางกล่าวว่า “ก็ได้ยังไงที่นี้ก็ยังมีงานไม่เยอะที่จะต้องทำให้เสร็จถ้าอย่างงั้นถือว่าเดินเล่นกับผมแล้วกัน”
หลี่นาเดินตามเขาไปพร้อมกับกัง และคุน ในขณะที่ให้จางลี่ดูแลเื่ทาส
ทั้งสี่รีบเดินผ่านอุโมงค์ไปอย่างรวดเร็ว มันมี่ทางที่นำไปยังแอ่งน้ำ ซึ่งมันดูเหมือนเป็ทางรถไฟลงไปแต่มันถูกถอดเอาออกไปแล้ว จะมีก็เพียงทางที่ถูกปูด้วยหินสีน้ำตาล
เมื่อเดินผ่านทางลาดไปซักประมาณหนึ่งร้อยเมตร ชิงฉางก็ก็พบทะเลสาบใต้ดิน มันคือชื่อที่ดีที่สุดสำหรับเ้าสิ่งนี้ ทะเลสาบนั้นกว้างมากแม้ว่าจะมีแสงเล็ดลอดออกมาบ้าง แต่มันก็เห็นได้ไม่ชัดเจนนัก คุณได้ยินเพียงเสียงของคลื่นน้ำ
ในตอนนั้นเองก็มีแสงสว่างขึ้นมาข้างชิงฉาง ชิงฉางจึงมองด้วยความสงสัยกับบอลแสงในมือของหลี่นา ซึ่งมันดูคล้ายกับโคมไฟ
เขาจำได้ว่าบอลแสงนี้เป็เวทย์ที่ใช้ให้แสงสว่าง ซึ่งไม่มีทั้งพลังโจมตีป้องกันหรือรักษา ซึ่งทำได้เป็เพียงแค่โคมไฟ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นักเวทย์คนไหนในทวีปนี้ก็สามารถใช้เวทย์นี้ได้หรือแม้กระทั่งนักเวทย์ฝึกหัด เพราะเวทย์แสงสว่างนั้นไม่มีข้อจำกัดทางลักษณะธาตุของผู้ใช้เวทย์
ชิงฉางมองไปรอบ ๆ ในความจริงนั้นบอลแสงให้แสงสว่างได้ทั่วทั้งทะเลสาบซึ่งเขาก็พบว่าการที่เขาเรียกที่นี่ว่าทะเลสาบใต้ดินก็คงไม่ผิด เพราะเมื่อเทียบกับทะเลสาบทั่วไปแล้วมันค่อนข้างใหญ่กว่ามาก ไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งมันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะเห็นพื้นที่ทั้งหมด และยังมีเกาะเล็ก ๆ อยู่ในทะเลสาบนี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามแม้จะบอกว่าเป็เกาะเล็ก ๆ แต่มันก็มีขนาดหลายตารางเมตรอยู่ นอกจากนี้แล้วตัวเพดานของถ้ำก็ถูกค้ำยันด้วยเสา
ชิงฉางมองไปที่หลี่นาด้วยความสับสน “ย่าหลี่นา เสาพวกนี้คืออะไร?”
หลี่นาพูดด้วยรอยยิ้ม “นายน้อย เสาพวกนี้ถูกสร้างโดยคนแคระเพื่อให้มันคอยค้ำยันเทือกเขาไว้ระเบียงตรงนั้นคือแท่นของผู้บัญชาการ คนแคระที่ทำงานในน้ำจะต้องทำตามคำสั่งของคนบนแท่นนั้น ซึ่งทะเลสาบนี้ล้วนเป็ผลงานของพวกคนแคระทั้งหมด
นั่นทำให้ตาของชิงฉางลุกว้าว “สุดยอดไปเลย! ที่นั้นช่างดีจริง ๆ ถ้าเป็อย่างนั้นเราน่าจะเลี้ยงปลาที่นี่ได้ นี่ช่างเป็ขุมสมบัติจริง ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
หลี่นามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดว่า “ไอเดียของนายน้อยดีมากเลยค่ะแต่เรายังต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน ถ้าหากมันเป็ทะเลสาบน้ำนิ่งก็จะไม่สามารถเลี้ยงปลาได้แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ไม่ได้เป็เช่นนั้น ฉันรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ธาตุน้ำจำนวนมาก ซึ่งปัญหาอาจมาจากแหล่งน้ำก็ได้ ถ้าหากมีน้ำไหลเข้ามาแสดงว่ามันจะต้องมีทางออกของน้ำ ไม่งั้นแล้วระดับน้ำคงจะไม่อยู่ระดับเดิมแบบนี้ ดังนั้นถ้ามีทางที่น้ำไหลออกไปแล้วถ้าเราเลี้ยงปลาตอนนี้ละก็พวกมันคงจะว่ายหนีออกไปหมด
ชิงฉางพยักหน้า“ใช่แล้วละมันเป็ปัญหาที่ใหญ่เพราะผมก็เจอปัญหาเดียวกัน ซึ่งมันต้องจัดการให้เรียบร้อยถึงจะใช้งานได้” เมื่อเขาพูดจบก็หันไปทางหลี่นา“ย่าหลี่นาผมอยากได้น้ำบางส่วนของที่นี้เอาไปตรวจสอบซักหน่อย”
แม้ว่าหลี่นาจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ชิงฉางพูด แต่เธอก็ทำตามคำสั่งของชิงฉาง น้ำทรงกลมขนาดหนึ่งเมตรลอยขึ้นมาจากทะเลสาบ ก่อนที่มันจะหยุดที่ตรงหน้าของชิงฉาง ชิงฉางรู้สึกว่าเวทย์นั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจมาก จากนั้นเขาก็ส่งในใจให้น้ำนั้นเก็บเข้าไปยังโรงนาในมิติ
เขาเอาน้ำเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ เมื่อเขาคิดถึงมัน เขาก็เจอว่ามันถูกเก็บอยู่ในโรงนาเรียบร้อยแล้ว ชิงฉางถอนหายใจออกมา เพราะความสุดยอดของโรงนาที่สามารถเก็บได้ แม้กระทั่งน้ำ
จบตอนแล้วนะครับผมฝากติดตามพวกเราได้ที่เพจ Mysterybox ด้วยนะครับ
มหาจอมเวทย์กับฟาร์มลึกลับลงสอง่เวลา 10:30น. และ 14:00น. นะครับ