"หน้าขายหน้ายิ่งนัก!! ขายหน้ายิ่งนัก! ฮื้อ!!ต่อจากนี้ข้าจะสู้หน้าผู้าุโและท่านประมุขได้เช่นไรกัน!!"
เมื่อเข้ามาในห้อง อิงฮวาก็ะโลงบนเตียงแล้วชักดินชักงอ ยกมือขึ้นมาปิดหน้าตนเอง และกล่าวออกมาด้วยความอับอาย นางทำเช่นนั้นอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม เมื่อตั้งสติได้แล้วนางจึงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
"ฮู้!! ไม่ได้อิงฮวา! เ้าจะมาอับอายอะไรกัน! ท่านประมุขและผู้าุโเป็ถึงเซียน! พวกเขาจะมาสนใจในรูปร่างของเ้าได้เช่นไร! พวกท่านมีความแข็งแกร่งถึงขนาดนั้น มีความงามใดบ้างที่พวกท่านจะไม่เคยพบเห็น!"
เมื่อคิดได้เช่นนั้นอิงฮวานางก็ค่อยๆสงบสติลง จากนั้นก็หยิบโอสถเยียวยาใส่เข้าไปในปากและเริ่มดูดซับมันเพื่อรักษาอาการาเ็
เพียงแค่โอสถเขาไปในปากมันก็ละลายหายไป พลังปราณบริสุทธิ์มากมายกระจายไปทั่วร่างกายของนาง ไม่กี่อึดใจาแทั่วร่างกายก็ค่อยๆสมานเข้าหากัน พวกมันเริ่มตกสะเก็ดและหลุดลอกออกมา ไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่ลอยแผลเป็!
"สรรพคุณของโอสถนี้ล้ำเลิศยิ่งนัก!! มันคือโอสถระดับใดกัน!?"อิงฮวานางกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
จากนั้นนางก็นำโอสถอีกเม็ดใส่เข้าปากไป ลมปราณในเม็ดโอสถไหลไปตามเส้นลมปราณ และเข้าไปเติมเต็มตันเถียนของนาง ลมปราณที่เคยเหือดแห้งก็ค่อยๆถูกเติมเต็มอีกครั้ง ไม่นานนัก ตันเถียนของนางก็เกิดการสั่นะเืและขยายใหญ่ขึ้น
"ทะลวง!!"เสียงของนางกล่าวขึ้นในใจ ร่างกายดูดซับลมปราณโดยรอบเข้ามาเสริมอย่างบ้าคลั้ง
ปั้ง!!
ไม่นานก็เกิดเสียงดังขึ้นในตันเถียนของนาง เสียงนี้หมายความว่านางทะลวงระดับสำเร็จแล้วนั้นเอง นางยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่ก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมา เพราะว่านางต้องทำให้ลมปราณของนางเสถียรเสียก่อน เวลาผ่านไปอีกประมาณหนึ่งก้านธูป นางจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา
"นี้คือระดับรวมิญญาหรือ?! ลมปราณระดับนี้ขอบเขตก่อเกิดเทียบไม่ติดเลย!" อิงฮวากล่าวขึ้นมา พร้อมกลับสำรวจร่างกายของตนเอง
ไม่นานนางก็ลุกออกจากเตียง และนำชุดออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็ใช้ลมปราณทำความสะอาดร่างกายให้เรียบรอย และเปลี่ยนชุดใหม่ในทันที
ชุดที่นางสวมใส่ในตอนนี้มีสีฟ้าอ่อนปักด้วยลวดรายเมฆาล่องลอย เนื้อผ้านุ่มสะบาย เมื่อสวมใส่เข้ากลับตัวนาง นับว่างดงามสดใสเหมาะกลับนางเป็อย่างมาก
ไม่นานนางก็ขึ้นมาหาหยางตงเทียนกับตงฟางหยูที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่ชั้นบนสุดของเรือเหาะ
"คารวะท่านประมุขและผู้าุโใหญ่เ้าค่ะ!"อิงฮวาประสานมือคำนับหยางตงเทียนและตงฟางหยู
"อืม!? ไม่เลวๆ เ้าบรรลุระดับรวมิญญาแล้ว เช่นนั้นก็ลงไปที่เมืองม่านหมอกกันเถอะ!"หยางตงเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ จากนั้นชายหนุ่มก็ยืนขึ้น เตรียมตัวลงไปที่เมืองม่านหมอก
"ผู้าุโใหญ่ เ้าพานางลงไป... "หยางตงเทียนกล่าวขึ้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นตงฟางหยูก็ใช้ลมปราณยกร่างของอิงฮวาขึ้นมา แล้วพานางลงไปด้านล่าง ที่ทำเช่นนั้นเพราะว่าอิงฮวายังลอยในอากาศไม่ได้ ต้องไปถึงระดับมหาจักรพรรดิก่อน ถึงจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างอิสระ
เมื่อทั้งสองออกไปแล้วหยางตงเทียนก็เก็บเรือเหาะเข้าไปไว้ในกำไลมิติ จากนั้นก็ตามตงฟางหยูและอิงฮวาลงไป ทั้งสามมาปรากฏตัวที่ชายป่าใกล้ๆกับทางเข้าเมือง จากนั้นก็ค่อยๆเดินเข้าไปในเมือง
เมืองแห่งนี้ไม่ได้มีกำแพงเมืองล้อมลอบ เหมือนกับเมืองนภาสาดแสง เพราะว่าเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขา ูเาทั้งสองลูกที่ทอดยาวขนานกันไปนี้ ถือว่าเป็ปราการธรรมชาติชั้นยอดป้องกันเมืองแห่งนี้จากอันตรายต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม
พวกเขาทั้งสามค่อยๆเดินเข้าไปในเมือง เมื่อเหล่าจอมยุทธ์และชาวบ้านที่เดินกันไปมาในถนนพบเห็นทั้งสามคน พวกเขาถึงกลับหยุดมองและตกอยู่ในภวังค์
หยางตงเทียนที่งดงามราวกลับว่าไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้ อิงฮวาก็งดงามสดใสตามวัย ตงฟางหยูก็ร่างกายกำยำ องอาจหล่อเหลาสมชายชาตรี เมื่อทั้งสามคนมาอยู่รวมกัน มันช่างเป็ภาพที่หน้ามองยากเกินจะพรรณนา…
"ข้าว่าข้าควรจะหาอะไรมาปิดบังใบหน้าหน่อยแล้วหล่ะ!?"เมื่อเห็นผู้คนรอบๆมองเช่นนั้น หยางตงเทียนก็กล่าวออกมา
จากนั้นเขาก็สะบัดมือขึ้นคราหนึ่ง ใช้ลมปราณม้วนเอาหยางตงเทียนและอิงฮวามาปรากฏตัวอยู่ที่ห้องส่วนตัวของเหลาอาหารแห่งหนึ่ง ที่อยู่ตรงกลางเมือง…
"อิงฮวาเรียกเสี่ยวเอ้อมาสั่งอาหารซิ!.."พอมาถึงด้านในห้องสีเหลี่ยมที่มีโต๊ะตัวเตี้ยวางอยู่ตรงกลางห้อง รอบๆมีเบาะรองนั้นอยู่สี่ด้าน หยางตงเทียนก็เดินเขาไปนั่งลงบนเบาะนั่งตัวหนึ่งทันที
จากนั้นตงฟางหยูก็ค่อยๆนั่งลงเช่นกัน ส่วนอิงฮวายังงงๆอยู่ แต่นางก็ยังเดินออกไปนอกห้องเรียกเสียวเอ้อเข้ามาสั่งอาหาร เมื่อเรียกเสร็จแล้ว นางก็เดินเข้ามาและนั้งลง
ไม่นานเสี่ยวเอ้อก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้างุนงง เพราะเขาไม่รู้ว่าคนเหล่านี้เข้ามากันตอนไหน!? แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รีบกล่าวขึ้นมา
"รับอะไรดีขอรับ!? เหลาอาหารของเรามี หมูตุ๋นสมุนไพร ปลานึ่ง บลาๆๆๆ "จากนั้นเสี่ยวเอ้อก็รีบกล่าวแนะนำอาหารอย่างมืออาชีพ
ตามประสบการณ์ของเขาแล้ว จากการแต่งกายและกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากคนทั้งสามที่ดูไม่ธรรมดา คนเหล่านี้จะต้องเป็ผู้สูงศักดิ์หรือไม่ก็เหล่าจอมยุทธ์เป็แน่!
ที่สำคัญ! เขาไม่อาจมองเห็นใบหน้าของบุรุษที่สวมชุดสีขาวได้! มันเหมือนกลับมีหมอกลอยอยู่ล้อมรอบบดบังใบหน้าของเขาเอาไว้ เขาจึงกล่าวแนะนำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง
"พวกเ้าอยากท่านอะไรเป็พิเศษหรือไม่!"หยางตงเทียนกล่าวถามทั้งสองคน
"ไม่ขอรับ! เชิญท่านประมุขเลือกเลย!"ตงฟางหยูกล่าวตอบ
"ข้าก็เช่นกันเ้าค่ะ!"เมื่อเห็นหยางตงเทียนหันหน้ามาทางนาง อิงฮวาก็กล่าวตอบ แม้ว่านางจะแปลกใจเล็กน้อยที่ตอนนี้นางไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของท่านประมุขได้แล้ว แต่นางก็เห็นคอของเขาขยับหันหน้ามาทางนาง
"เช่นนั้นเอาอาหารขึ้นชื่อของที่นี้มาซักเจ็ดแปดอย่างแล้วกัน แล้วก็เอาชาด้วยหนึ่งกา!"หยางตงเทียนกล่าวกลับเสี่ยวเอ้อ คล้อยหลังเสี่ยวเอ่อออกไปอิงฮวาก็กล่าวถามขึ้นด้วยความสงสัยทันที
"เอ่อ!? ท่านประมุขเ้าค่ะ! ทำไม่ข้าถึงมองไม่เห็นใบหน้าของท่านแล้วหล่ะเ้าค่ะ?"อิงฮวากล่าวถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้
เมื่อได้ยินอิงฮวากล่าวขึ้นมา ตงฟางหยูก็หันหน้ามามองด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน เพราะว่าขนาดตนที่เป็ถึงเซียนขั้นเจ็ด ก็ยังไม่สามารถมองทะลุหมอกที่บดบังใบหน้าของหยางตงเทียนได้
"ข้าใช้พลังิญญาบดบังเอาไว้หน่ะ! เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย เ้าก็ควรจะหาอะไรปิดบังใบหน้าของตนเองเอาไว้บ้าง ไม่เช่นนั้นซักวันเ้าอาจจะไปต้องตาต้องใจคุณชายสักตระกูลเข้า! มันจะเกิดความวุ่นวายตามมา"
"หากความลับเื่กายาของเ้าหลุดออกไป มันจะยิ่งอันตรายมากยิ่งขึ้น หลีกเลี้ยงความสนใจของผู้คนเอาไว้ดีที่สุด!"
"ถึงแม้ว่าในยุทธภพแห่งนี้ ข้าจะไม่เกลงกลัวผู้ใด! เพราะด้วยตำแหน่งเทพโอสถของข้าคงไม่มีใครโง่พอที่จะเข้ามาหาเื่!"
"แต่ถึงอย่างไรตอนนี้ ูเาเทพเซียนก็ยังไม่ได้ลงหลักปักฐานในยุทธภพแห่งนี้อีกครั้ง เพราะฉะนั้นแล้ว จนกว่าูเาเทพเซียนจะยืนหยัดลงในยุทธภพได้อย่างมั่นคง! พวกเราก็ควรหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ!"หยางตงเทียนกล่าวตอบกลับไป พร้อมกับกล่าวอธิบายถึงสาเหตุ
"เ้าค่ะ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้น อิงฮวาก็เรียกผ้าปิดหน้าสีฟ้าอ่อน ปักรวดลายดอกเหมยอย่างสวยงามออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็ลองสวมใสดู นางจำได้ว่านางเคยซื้อมันมาเมื่อปีที่แล้ว
ไม่นานเสี่ยวเอ้อก็นำอาหารเข้ามาเสริฟ จากนั้นก็เดินออกไป หยางตงเทียนหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบอาหารเข้าปาก จากนั้นตงฟางหยูและอิงฮวาก็หยิบตาเกียบขึ้นมาและเริ่มทานอาหารเช่นกัน
หยางตงเทียนค่อยๆลิ้มรสอาหารแต่ละอย่างช้าๆ เมื่อได้ลองลิ้มรสอาหารที่โลกใบนี้ในครั้งแรก เขาต้องบอกเลยว่ามันไม่อร่อยเลยซักนิด!
เมื่อทานอาหารทุกจานอย่างละคำ หยางตงเทียนก็วางตะเกียบลง เพราะว่าเขาฝืนทานต่อไม่อีกไหวแล้ว อาหารเหล่านี้ทั้งมีกลิ่นฉุนสมุนไพรที่รุนแรง ทั้งมีกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์ แถมมันยังไม่มีรสชาติใดๆเลย! เขาทานต่อไม่ไหวจริงๆ
ตงฟางหยูและอิงฮวากำลังจะคีบอาหารทานต่อ แต่เมื่อพวกเขาเห็นหยางตงเทียนวางตะเกียบลง ทั้งสองก็หยุดทานเช่นกัน เมื่อเห็นเช่นนั้นหยางตงเทียนก็ขมวดคิ้วงุนงง?
จริงสิ! ที่โลกใบนี้นับถือผู้มีอำนาจเป็หลัก หากผู้ที่มีอำนาจหยุดทาน ผู้น้อยก็ต้องหยุดทานเช่นกัน เหมือนกับในซีรีย์ที่เกี่ยวกับราชวงศ์ที่เคยดูเลยแฮะ! ตอนมีงานเลี้ยงขึ้นในวัง หากฮ้องเต้อิ่มเหล่านางสนม องค์ชาย และเหล่าขุนนางก็ต้องหยุดทาน...
"พวกเ้าทานต่อเถอะ! ไม่เป็อะไรหรอกข้าไม่ถือ"หยางตงเทียนกล่าวขึ้น ตงฟางหยูกับอิงฮวาหันมองตากันไปมาลอกแลก
“ทานเถอะ!...” เมื่อเห็นพวกเขายังไม่ลงมือทานต่อ หยางตงเทียนก็กล่าวย้ำขึ้นมาอีกครั้ง
"ขอรับ/เ้าค่ะ"เมื่อหยางตงเทียนกล่าวซ้ำขึ้นมา ทั้งสองก็ลงมือทานต่อใน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเกร็งๆอยู่บ้างก็ตาม…..