ตลอดระยะทางหลังจากนั้นรถทั้งคันเงียบกริบไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้นแพรพราวยึดประตูฝั่งตัวเองไว้แน่นใจตุ้มๆ ต่อมๆ ตลอดทางเธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะพาเธอไปที่ไหนและเธอเองก็ไม่กล้าถามแต่หญิงสาวคิดไว้แล้วว่าถ้าชายหนุ่มปลดล็อครถประตูเมื่อไหร่เมื่อนั้นเธอจะสวมิญญาอาจารย์โกยวิ่งหนีสุดชีวิตแต่แล้วความคิดของหญิงสาวก็ต้องเป็หมันเมื่อภูวินท์เลี้ยวรถเข้ามาในห้างสรรพสินค้าชื่อดังในตัวจังหวัด
“ คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม” แพรพราวถามขึ้นเมื่อทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวถึงแม้ลึกๆ แล้วเธอจะแอบโล่งใจที่เขาไม่พาเธอไปในที่เปลี่ยวลับตาก็ตามที
“ มากินข้าว” ภูวินท์ตอบกลับมาแบบประหยัดถ้อยคำแต่นั่นก็ทำให้แพรพราวนึกออก
“ คุณมากินข้าวกับพี่กรใช่ไหม” แพรพราวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างลืมตัวชื่อของทินกรกับท่าทางดีใจอย่างออกนอกหน้าของหญิงสาวทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่นตีหน้าขรึมอย่างไม่พอใจ
“ ดีใจมากเหรอที่จะได้เจอกับทินกรอ้อลืมไปโทรศัพท์คุณพังคงจะอยากได้เครื่องใหม่ล่ะสิท่า” ภูวินท์พูดแล้วปรายตามองหญิงสาวอย่างรังเกียจก่อนจะก้าวลงจากรถไปโดยไม่สนใจคนที่เขาบังคับพามาด้วยเลยสักนิด
แพรพราวเม้มปากแน่นพยายามหาข้อดีมาระงับความโกรธอีกครั้งเธอดูออกคำพูดกับสายตาที่เขาใช้มองมาเมื่อครู่เขากำลังดูถูกเธอชัดๆ !
หญิงสาวสูดหายใจลึกแล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ดีๆ เ้ารถหรูราคาหลักล้านที่เธอนั่งอยู่ก็เกิดแผดเสียงร้อง ออกมาดังสนั่น เสียงสัญญาณกันขโมยที่ดังขึ้นเรียกให้ใครๆ หลายคนหันมองแพรพราวหันซ้ายหันขวาทำตัวไม่ถูก
“ เป็บ้าอะไรเนี่ยร้องขึ้นมาทำไมฉันยังไม่ได้ทำอะไรแกเลยนะแล้วฉันต้องแตะปุ่มไหนล่ะเนี่ยแกถึงจะเงียบ โอ้ย ไม่รู้ด้วยแล้ว! ”
พอไม่รู้จะทำยังไงให้รถที่กำลังส่งเสียงดังอยู่เงียบลงแพรพราวก็ตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถตั้งใจจะเดินไปบอกให้เ้าของรถที่ป่านนี้คงจะเดินหนีร้อนเข้าไปตากแอร์สบายใจอยู่ในห้างให้ได้รู้แต่พอหญิงสาวปิดประตูรถเท่านั้นรถที่เคยส่งเสียงร้องดังแสบแก้วหูอยู่เมื่อครู่ก็เงียบกริบตามมาด้วยเสียงล็อคประตูรถที่ดังตามกันมาติดๆ แพรพราวรีบหันมองรอบตัวทันทีแล้วก็ได้เห็นคนที่เธอคิดว่าเดินหนีเข้าห้างไปแล้วเดินอ้อมออกมาจาหลังรถแถมยังควงพวงกุญแจให้หมุนร่อนไปร่อนมาอยู่บนนิ้วอย่างสบายอารมณ์เท่านั้นยังไม่พอเขายังส่งยิ้มเยาะมาให้เธออีก
เขาจงใจแกล้งเธอ!
“ อโหสิ ท่องไว้อโหสิ! ชาติที่แล้วเธอไปทำเวรทำกรรมกับเขาไว้ชาตินี้เขาเลยตามมาเอาคืนเพราะฉะนั้นอโหสิท่องไว้นะแพรพราว! ”
ภูวินท์มองคนที่หันมาทำตาขวางใส่เขาแล้วพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ก่อนจะเดินหนีเขาเข้าห้างไปอย่างรู้สึกสนุก
“ หึ นี่แค่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นแพรพราวตราบใดที่เธอยังไม่เลิกคิดทำร้ายลิตาอย่าคิดเลยว่าชีวิตเธอจะได้อยู่อย่างสงบสุขชีวิตเธอคงมีเื่ให้ฉันได้สนุกอีกเยอะเลยทีเดียว”
แพรพราวเดินหน้าหงิกมาตลอดทางแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนสองคนที่เหมือน์ส่งมา ช่วยชีวิตเธอ
“ พี่กะ...” แพรพราวหยุดชะงักเกือบหลุดปากะโเรียกชื่อของทินกรออกไปหญิงสาวรีบหันกลับไปมองทางภูวินท์ที่เดินตามหลังมาทันทีแล้วก็รู้เลยว่าเธอคิดถูกภูวินท์กำลังส่งสายตาจ้องจับผิดมาที่เธอหญิงสาวจึงเปลี่ยนไปะโเรียกชื่ออีกคนทันที
“ พี่ลิตา! ”
ลลิตาหันมาส่งยิ้มให้ทันทีที่เห็นว่าคนที่เรียกเธอคือใครแต่คนที่ส่งเสียงทักทายเธอมาก่อนก็ยังไม่พ้นเป็ทินกร
“ ไอ้พราวกำลังบ่นกับลิตาอยู่เลยเกิดอะไรขึ้นวะอยู่ดีๆ ก็ะโโวยวายแล้วก็ตัดสายไปโทรกลับไปก็ไม่ติด”
“ โทรศัพท์ตกน่ะพี่กรเจ๊งบ๊งไปแล้ว”
“ เสียเลยเหรอวะไม่ลองเอาไปให้ที่ร้านซ่อมดูก่อนล่ะเผื่อมันจะฟื้นแกจะได้ไม่ต้องซื้อใหม่”
“ อะแฮ่ม! ”
เสียงกระแอมหนักๆ เรียกร้องความสนใจดังขึ้นให้แพรพราวนึกขึ้นได้ว่าเธอมากับใครอีกคน
“ ตายจริงมัวแต่สนใจพราวเลยลืมทักพี่ภูไปเลยแล้วนี่มาด้วยกันกับพราวหรือเปล่าคะ” ลลิตาเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินเข้าไปกอดแขนถามพี่ชายอย่างอ้อนๆ
“ เปล่าหรอกบังเอิญเจอกันน่ะ”
คำตอบของภูวินท์ทำเอาแพรพราวต้องหันไปแอบเบะปากใส่คนที่ช่างโกหกได้อย่างหน้าตาย
เชอะบังเอิญเจอกันพูดมาได้!
“ แหมลิตาก็นึกว่ามาด้วยกันซะอีกอ้อจริงสิพี่ภูคะนี่กร ทินกร ส่วนนี่พี่ภู ภูวินท์พี่ชายสุดที่รักของลิตาเองค่ะ” ลลิพูดต่ออย่างไม่ได้ติดใจในคำพูดของพี่ชายก่อนจะทำหน้าที่แนะนำคนรักให้ภูวินท์ได้รู้จัก
“ ยินดีที่ได้เจอกันอย่างเป็ทางการนะครับคุณทินกรส่วนคนนี้คงจะเป็น้องพราวแพรพราวใช่ไหมครับคนที่อยู่ ข้างบ้านลิตาที่วิ่งหนีพี่ไปเมื่อเช้า”
แพรพราวรู้สึกอึ้งอีกครั้งที่อยู่ดีๆ ชายหนุ่มตรงหน้าก็ทำเป็เพิ่งรู้จักเธอแถมยังพูดจากับเธอซะไพเราะเสนาะหูนี่เขากำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่แล้วเธอต้องเออออไปกับเขาหรือเปล่า...ยังไม่ทันที่แพรพราวจะได้คำตอบลลิตาก็ถามขึ้นมาซะก่อน
“ นี่พี่ภูกับกรเคยเจอกันมาก่อนเหรอคะ”
ภูวินท์หัวเราะน้อยๆ ก่อนจะตอบคำถามของน้องสาวอย่างติดตลก
“ ก็คนนี้ไงที่ลิตาอยากถ่ายรูปคู่ด้วย”
ลลิตาทำตาโตหันมองหน้าพี่ชายทีคนรักทีอย่างคาดไม่ถึง
“ ตายจริงนี่แสดงว่าคนที่มีเื่กับพี่ภูเมื่อคืนคือกรเหรอคะเนี่ย”
คำพูดของลลิตาเป็เหมือนคำพูดที่ช่วยตอกย้ำให้ทินกรที่ยืนหน้าซีดอยู่แล้วยิ่งซีดหนักกว่าเดิมเหงื่อเม็ดโตๆ เริ่มผุดขึ้นที่หน้าผากจนชายหนุ่มต้องรีบยกมือเช็ดมันออกก่อนจะทำใจกล้าพูดออกไปถึงสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดที่เขาควรทำในเวลานี้
“ ผมต้องขอโทษเื่เมื่อคืนด้วยนะครับคือผม...” ประโยคหลังทินกรไม่กล้าพูดออกไปได้แต่หัวเราะแห้งๆ ก็เขาจะกล้าพูดได้อย่างไรกันเล่าว่าที่เขาต่อยภูวินท์เพราะเขาคิดว่าภูวินท์คือไอ้โรคจิตที่กำลังลวนลามแพรพราวขืนเขาพูดออกไปมีหวังอนาคตชีวิตรักของเขากับลลิตาคงพังไม่เป็ท่าแต่แล้วทินกรก็เหมือนยกูเาออกจากอกเมื่อภูวินท์ตอบกลับมาอย่างไม่ถือสา
“ ไม่เป็ไรหรอกครับเื่เมื่อคืนมันเป็เื่เข้าใจผิดผมเองก็รีบร้อนจะช่วยไปหน่อยเลยเผลอไปจับตรงที่ไม่ควรจับเข้าจะโดนคุณต่อยก็ไม่แปลกหรอกครับ”
แพรพราวหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันทีที่คิดถึงเื่เมื่อคืน คนบ้าจะพูดขึ้นมาให้เธออายอีกทำไมกันคนอุตส่าห์ทำเป็ลืมๆ ไปแล้วแท้ๆหรือว่า...
แพรพราวจ้องชายหนุ่มอย่างจับผิดทันทีภูวินท์เองก็หันมาส่งยิ้มให้หญิงสาวจังหวะที่ตาสบตาแพรพราวก็รู้ได้ทันทีเขาจงใจพูดให้เธอได้อายชัดๆ
เขาแกล้งเธออีกแล้ว!
แพรพราวยืนกำมือเม้มปากแน่นด้วยความโกรธหญิงสาวแทบอยากจะจับหัวเขามาโขกพื้นให้รู้แล้วรู้รอดแต่ภาพของยางรถยนต์เก่าก็ผุดขึ้นมาหลอกหลอนเธออีกครั้งสุดท้ายเลยทำได้เพียงสูดลมหายใจลึกแล้วพยายามระงับอารมณ์ของตัวเอง อโหสิท่องไว้อโหสิ!
ภูวินท์แทบหลุดขำเมื่อเห็นหน้าของหญิงสาวที่เขาจงใจแกล้งเ้าหล่อนทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าเขาใจจะขาดแต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่ยืนจ้องเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแดงเพราะความอายหรือความโกรธกันแน่
“ น้องพราวไม่สบายหรือเปล่าครับหน้าแดงเชียวถ้ายังไงให้ลิตาตรวจให้หน่อยดีไหม” คนขี้แกล้งยังคงแกล้งต่อไม่ยอมเลิกแต่คนที่ไม่รู้เจตนาของชายหนุ่มกลับคิดจริงจัง
“ จริงด้วยพราวหน้าแดงเชียวมีไข้หรือเปล่าขอพี่ดูหน่อยนะ ตายแล้ว! ไปทำอะไรมาทำไมหน้าผากถึงบวมปูดขนาดนี้” ลลิตาที่ทำท่าจะจับหน้าผากของหญิงสาวเพื่อวัดไข้ร้องอุทานทันทีที่เห็นหน้าผากของสาวรุ่นน้องชัดๆ
“ พราวเดินชนถังขยะมาน่ะค่ะพี่ลิตาไม่ได้เป็อะไรมากหรอกพี่ลิตาไม่ต้องเป็ห่วงนะคะพราวว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะพราวหิวแล้ว” แพรพราวบอกปัดพร้อมกับควงแขนให้ลลิตาออกเดินแต่ยังไม่วายหันไปส่งค้อนให้คนช่างหาเื่ทางหางตา ภูวินท์มองตามหลังร่างบางไปแล้วยิ้มอย่างพอใจ
“สู้คนดีเหมือนกันนี่แพรพราวเห็นท่าทางเงียบๆ ยอมเขามาตลอดทางสุดท้ายก็หาทางจิกกัดเขาจนได้กล้าว่ารถราคาหลักล้านของเขาเป็ถังขยะเชียวเหรอ ดี! เดี๋ยวได้เจอกัน สู้คนแบบนี้แหละดีเขาชอบ! ”
ภูวินท์ส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมทิ้งท้ายให้หญิงสาวในความคิดก่อนจะเปลี่ยนเป็ยิ้มปกติเมื่อยามที่หันมาชักชวนให้ทินกรออกเดินตามสองสาวที่พากันเดินล่วงหน้าไป
ทินกรมองท่าทางของภูวินท์แล้วนึกหวั่นใจแทนหญิงสาวรุ่นน้องที่เพิ่งเดินจากไปเขารู้ภูวินท์จงใจพูดให้แพรพราวโกรธแล้วไหนยังจะสายตาที่ใช้ยามมองหญิงสาวอีกมันเป็สายตาของราชสีห์ยามจ้องจะตะครุบเหยื่อชัดๆ แล้วเขาควรจะทำอย่างไรดีในเมื่อราชสีห์ตัวนั้นคือภูวินท์พี่ชายของลลิตา...