เจิ้งหมัวมัวคนเฝ้าประตูในยามนี้ของเรือนชิ่นหยวนก็เป็คนที่ลั่วหย่งเลือกสรรมาเดิมทีนางเป็คนรับใช้ในบ้านของลั่วหย่งบัดนี้ลูกชายและลูกสะใภ้ของนางยังทำงานในสกุลลั่ว ตนเองถูกส่งมาที่นี่คิดเพียงตั้งใจทำงานที่คุณชายลั่วสั่ง อย่าได้สร้างปัญหาให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของตน
ดังนั้นเมื่อสาวใช้นางนั้นหน้าประตูแจ้งข่าวอย่างหยิ่งผยองเจิ้งหมัวมัวยังจงใจยิ้มแย้มคว้านางไว้ แอบยัดถุงหอมทำมือเล็กๆ ให้นาง ยิ้มพูดว่า “แม่นางท่านนี้ พบกันครั้งแรก ชื่อว่าอะไร”
สาวใช้บีบถุงหอมเล็กๆก็รู้ว่าในนั้นใส่เงินเท่าใด เผยยิ้มทันที “ข้าชื่อเซี่ยเถาเป็สาวใช้ขั้นสองในห้องของเหล่าไท่จวิน หมัวมัวท่านนี้ชื่อว่าอะไร”
“หญิงรับใช้เฒ่าแซ่เจิ้ง แม่นางเซี่ยเถาวันนี้เหล่าไท่จวินมีความสุขหรือไม่”
ในเมื่อเจิ้งหมัวมัวให้เงินเพียงถามว่าเหล่าไท่จวินมีความสุขหรือไม่ประมาณนี้ เซี่ยเถาจึงไม่ลำบากใจสองคนคุยเล่นสองประโยค เจิ้งหมัวมัวก็จดสิ่งที่สืบข่าวได้ไว้สองคนกล่าวคำอำลาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเซี่ยเถาเดินไปไกลเจิ้งหมัวมัวก็กลับห้องหลักรายงาน
ไป๋ซีอวิ๋นได้ยินคำพูดนี้วางสมุดบัญชีในมือลง
“เ้าบอกว่า เช้านี้เดิมทีเหล่าไท่จวินยังดีแต่หลังจากที่ท่านแม่ข้าพาสาวใช้ที่เล่นเล่ห์เหลี่ยมกับกาน้ำชานางนั้นไปก็ไม่มีความสุขแล้ว?”
“เ้าค่ะ แม่นางเซี่ยเถานางนั้นพูดเช่นนี้ แต่บ่าวชราก็ไม่แน่ใจ”
ไป๋ซีอวิ๋นพูดอย่างอ่อนโยน“ขอบคุณเจิ้งหมัวมัวมาก วันหน้ายังต้องรบกวนเ้าอีก” เขามองเวิ่นเหลียนข้างๆ แวบหนึ่ง เวิ่นเหลียนเข้าใจให้รางวัลทันทีซ้ำยังส่งเจิ้งมาหมัวมัวมาออกไปด้วยตนเอง
ไป๋ซีอวิ๋นหันหลังสั่งอ้ายเหลียนปรนนิบัติเปลี่ยนเสื้อผ้า
ฉีเมี่ยวนั้นได้ยินข่าวก็กลับมาแล้วเข้ามาเห็นไป๋ซีอวิ๋นกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าจึวขมวดคิ้วถามว่า “อาจาวก็ไปหรือ” นางเป็ห่วงร่างกายของเขา
“ใช่แล้ว ในเมื่อเหล่าไท่จวินบอกให้พวกเราสองคนไปคำนับเย็นด้วยกันย่อมต้องมีเื่” มิฉะนั้นปกติเหล่าไท่จวินและมารดาเขารวมทั้งคนอื่นๆ ต่างคร้านจะเจอเขาั้แ่เด็กไป๋ซีอวิ๋นก็รู้ว่าตนเองไม่เป็ที่ชื่นชอบของผู้าุโบังเอิญว่าเขาสุขภาพไม่ดี จึงอ้างว่าป่วยไม่ไปคำนับเย็นบ่อยครั้งเสียเลย จะได้ไม่ไปขวางหูขวางตาผู้อื่นและไม่ขวางหูขวางตาของตน
วันนี้กลับเป็ข้อยกเว้น
ในเมื่อเหล่าไท่จวินออกคำสั่งเขาปฏิเสธได้ยากก็เป็เื่หนึ่งที่สำคัญกว่าคือเขาไม่วางใจให้ฉีเมี่ยวไปพบคนพวกนั้นตามลำพังครั้งก่อนยกน้ำชาถ้าเขาไปกับฉีเมี่ยวได้ นางอาจไม่ต้องถูกน้ำร้อนลวกจนถึงยามนี้เขาเห็นเท้าของฉีเมี่ยวยังสงสารนางและโทษตัวเองวันหน้าไหนเลยจะมอบโอกาสเช่นนี้ให้ผู้อื่นอีก
ฉีเมี่ยวก้าวไปข้างหน้าเพื่อดูแลไป๋ซีอวิ๋นสวมเสื้อคลุม
วันนี้ไป๋ซีอวิ๋นสวมเสื้อคลุมยาวคอป้ายสีแดงเข้มเรียบๆ
เขารูปร่างสูงโปร่งฉีเมี่ยวสูงแค่คางของเขาเท่านั้น ยามมองเขายังต้องเงยหน้า แต่เขาป่วยอ่อนแอมานานซูบผอมเกินไป เสื้อคลุมยาวนั้นสวมบนร่างเขาราวกับห้อยอยู่บนราวไม้ไผ่ระหว่างก้าวเดินเพิ่มความโดดเด่นเป็เอกลักษณ์ขึ้นมาก
ฉีเมี่ยวดึงเสื้อผ้าส่วนเกินถอนใจพูดว่า“ข้าจะต้องขุนท่านให้อ้วนจนได้”
นางก้มหน้าทําปากจู๋น้อยๆพูดประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงน่ารักเช่นนี้ ไม่เพียงทำให้ไป๋ซีอวิ๋นขบขัน อ้ายเหลียนและคนอื่นๆที่รับใช้อยู่รอบข้างก็อดหัวเราะไม่ได้
ฉีเมี่ยวไม่ได้สังเกตนางไปเปลี่ยนเป็เสื้อกั๊กยาวสีชมพูอมส้มแต่งดอกไม้เรียบๆท่อนล่างสวมกระโปรงปักด้ายสีฟ้าอ่อน ผมรวบมวยเมฆคล้อยอย่างเรียบร้อยข้างจอนผมปักดอกไห่ถังที่บานสะพรั่งในเรือนชิ่นหยวน นอกนั้นก็ไม่มีเครื่องประดับอื่นใดอีก
เรียบง่ายเช่นนี้แต่ยังคงความงามไป๋ซีอวิ๋นมองอย่างไรก็ไม่พอโดยแท้ เขาอดไม่ได้ที่จะจับมือนางไว้เดินออกไปด้วยกัน
เห็นสองคนเดินจับมือกันแม้แต่คนรับใช้ในเรือนชิ่นหยวนยังอิจฉาความรักข้าวใหม่ปลามันของทั้งสองอยู่บ้าง
ก่วนจวินเยี่ยนนับนิ้วรออยู่ครู่ใหญ่เห็นพวกเขาออกมาก็ให้คนเตรียมเกี้ยวไม้ไผ่ “ซื่อจื่อซื่อจื่อฮูหยิน เชิญขึ้นเกี้ยวเถอะ”
ในเมื่อไป๋ซีอวิ๋นบอกไป๋หย่งชุนว่าเขาเป็องครักษ์พระราชทานจากองค์ชายรองเพื่อให้เขาพักอยู่ในจวนได้อย่างถูกต้อง แน่นอนว่าเขาต้องทำตัวให้ดีต่อหน้าคนนอก
ระหว่างทางไปเรือนจิ่นซิ่วไป๋ซีอวิ๋นกับฉีเมี่ยวนึกถึงวันแต่งงานนั้นพร้อมกันพวกเขาอยากกลับเรือนชิ่นหยวนแต่ไม่มีเกี้ยวด้วยซ้ำยังต้องให้ฉีเมี่ยวแบกเขาเดินชั่วครู่พักผ่อนชั่วครู่ถ้าไม่ใช่เพราะเจอไป๋ซีมู่พอดีสุดท้ายไม่รู้ว่าจะทำให้ไป๋ซีอวิ๋นเหนื่อยล้าเพียงใด
ยามนี้คิดดูเหล่าไท่จวินกับอานลู่โหวฮูหยินแสดงท่าทางชนิดแทบอยากให้ไป๋ซีอวิ๋นตายอย่างชัดเจนแล้วที่จริงวันหน้าพวกเขาไม่ต้องประนีประนอมต่อหน้าคนสองคนนั้น
เมื่อตัดสินใจได้แล้วความกังวลในใจฉีเมี่ยวหายไปกว่าครึ่ง
ไม่นานก็มาถึงเรือนจิ่นซิ่วฉีเมี่ยวประคองไป๋ซีอวิ๋นเข้าไปในลานบ้าน ก่วนจวินเยี่ยนตีหน้าเ็าทำท่าทำทางเช่นองครักษ์เืเย็นตามหลังไป๋ซีอวิ๋นกับฉีเมี่ยวไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียว เดิมทีเขาก็หนุ่มแน่นหล่อเหลาซ้ำยังสวมชุดสีแดง แต่งกายพิถีพิถันกว่าซื่อจื่อเช่นไป๋ซีอวิ๋นนี้ระหว่างทางไม่รู้ดึงดูดสายตาของสาวใช้มากเท่าใดแต่เขากลับมีสีหน้าเ็าไม่โต้ตอบแม้แต่น้อย
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องหลักฉีเมี่ยวชะลอฝีเท้า มองให้ชัดเจนว่าในห้องมีผู้ใดบ้างดูเหมือนว่าทั้งครอบครัวมารวมตัวกัน อีกทั้งทุกคนไม่มีสีหน้าสบายๆเช่นคำนับเย็นปกติเลยด้วยซ้ำ
“จาวเกอเอ๋อร์มาแล้ว? รีบเข้ามาเถอะ” เหล่าไท่จวินถือประคำหยกแข็งโบกมือ พู่ระย้าสีเหลืองอ่อนบนนั้นแกว่งไกวเกิดเป็รัศมีจางๆ
ฉีเมี่ยวจึงประคองไป๋ซีอวิ๋นเข้าประตูทำความเคารพก่อน จากนั้นเลือกที่นั่งข้างล่างอานลู่โหวปูเบาะนั่งสองชั้นพาไป๋ซีอวิ๋นไปนั่งลง
นางเคลื่อนไหวคล่องแคล่วท่าทางจริงจัง เห็นได้ว่าตั้งใจปกป้องไป๋ซีอวิ๋นเหล่าไท่จวินกับจางซื่อเห็นแล้วสบตากันแวบหนึ่งไป๋หย่งชุนรู้สึกเพียงกลิ่นหอมอบอวลตรงปลายจมูก ไม่อยากละสายตาจากบนร่างนางด้วยซ้ำ
ไป๋ซีมู่เห็นนางเอาใจใส่ไป๋ซีอวิ๋นเช่นนั้นตกอยู่ในภวังค์เล็กน้อย
ท่ามกลางการตอบสนองของคนพวกนี้มีเพียงนายน้อยใหญ่ไป๋ซีหย่วนที่เฉื่อยชาราวกับไม่สนใจ
พี่สะใภ้ก็ยิ้มพูดว่า“ดูสิว่าซื่อจื่อฮูหยินรู้จักเอาใจใส่เพียงใดซื่อจื่อได้ภรรยาสาวงดงามเช่นนี้ ย่อมต้องมีวาสนาในอนาคต”
ไป๋ซีอวิ๋นยิ้มพูดว่า“ขอบคุณพี่สะใภ้มาก ขอให้สมพรปากท่าน” พยักหน้าทักทายพี่ใหญ่ไป๋ซีหย่วน
ไป๋ซีหย่วนตอบไป๋ซีอวิ๋นด้วยรอยยิ้มซื่อบื้อ
ฉีเมี่ยวมองพี่ชายคนโตในอนุอายุไม่ถึงสามสิบปีสายตาก็ไร้ซึ่งประกายที่คนหนุ่มควรมีส่วนพี่สะใภ้ก็พยายามทำท่าเอาใจคนนอกสร้างความสัมพันธ์อันดี ในใจก็รู้สึกสลดใจ
ั้แ่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันเมื่อคนเราเกิดมาก็แบ่งตามลำดับศักดิ์ทุกแห่งหน ที่ใดก็ไม่มีข้อยกเว้น
“ในเมื่อทุกคนมาถึงแล้ว งั้นข้าจะพูดเื่สำคัญ”อานลู่โหวฮูหยินกระแอมในลำคอ ขยับสร้อยไข่มุกบนข้อมือพูดอย่างเอื่อยเฉื่อย “วันนี้ที่สำคัญมีสองเื่ เื่แรก เจอตัวคนที่ทำลายกาน้ำชาในวันนั้นขณะที่ยกน้ำชาแล้วเื่ที่สอง ใกล้ถึงวันเกิดของเหล่าไท่จวินแล้ว พวกเราต้องวางแผนกันให้ดี”
ฉีเมี่ยวหลุบตา
ไม่รู้ว่าพวกเขาคิดจะจัดการคนเล่นเล่ห์กลจริงๆหรือคิดจะปกปิดเื่นี้หาแพะรับบาป
ข้างนอกมีหญิงรับใช้สูงใหญ่แข็งแรงคุมตัวสตรีที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยน่าสมเพชเวทนามากันคนละข้างซ้ายขวา
ฉีเมี่ยวเห็นแล้วตกตะลึงอยู่บ้างนี่ฉินเอ๋อร์ไม่ใช่หรือ! มิใช่ว่านางถูกอานลู่โหวรับไว้หรอกหรือเหตุใดไม่ได้แต่งตั้งเป็อนุ กลับพามาที่นี่แทน!
ฉินเอ๋อร์เข้าประตูมาก็หมอบอยู่บนพื้นโขกหัวติดต่อกัน“เหล่าไท่จวินโปรดเมตตา ฮูหยินโปรดไว้ชีวิตท่านโหวโปรดไว้ชีวิต บ่าวทำความผิด เพราะโง่เขลาเบาปัญญาจริงๆถึงได้ทำเื่เช่นนี้ เ้านายทุกท่านโปรดให้อภัยชาติหน้าต่อให้บ่าวเป็วัวเป็ม้าก็จะตอบแทนบุญคุณที่ได้เกิดใหม่ของเ้านายทุกท่าน!”จากนั้นก็เริ่มโขกหัว
พื้นห้องของเหล่าไท่จวินปูด้วยหินอ่อนไม่เพียงแต่เงาจนสะท้อนแสง ซ้ำยังแข็งมากอีกด้วยฉินเอ๋อร์หมายมั่นปั้นมือขอความเมตตาให้ตนเอง มิฉะนั้นนางคงจะอยู่ได้อีกไม่นานจึงโขกหัวเอาจริงเอาจังลงเรี่ยวลงแรง สองสามครั้งหน้าผากนางก็เขียวม่วงแล้วประกอบกับผมเผ้ายุ่งเหยิง เครื่องสำอางบนใบหน้าก็เปื้อนน้ำตาเลอะเทอะคราวนี้ไหนเลยจะยังมีท่าทางสง่างามยามที่รับใช้ในห้องอานลู่โหวฮูหยินมองอย่างไรก็ไม่เจริญตา
ไป๋หย่งชุนขมวดคิ้วมองไปทางอื่นเมื่อเทียบกับฉีเมี่ยว ต่อให้ฉินเอ๋อร์สะอาดสะอ้านก็ไม่เข้าตาเขาวันนี้สภาพย่ำแย่ก่อนถึงทางตันก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่เจริญตายามนี้ไป๋หย่งชุนแทบถูกฉีเมี่ยวดึงดูดใจไปหมด เขาอยากพานางเข้าไปในห้องจนแทบรอไม่ไหวแล้วแต่เื่นี้ไม่อาจข้ามหน้าข้ามตาไป๋ซีอวิ๋นดังนั้นสิ่งที่ไป๋หย่งชุนคิดในใจคือให้ไป๋ซีอวิ๋นตายเร็วหน่อยอย่างไร
ไป๋หย่งชุนกำลังคิดเื่อื่นคำพูดขอความเมตตาย่อมไม่ออกจากปากเขา
แต่ไหนแต่ไรเหล่าไท่จวินก็ไม่ชอบการเลื่อนตำแหน่งโดยไม่เลือกวิธีการเช่นนี้จึงไม่สงสารฉินเอ๋อร์แม้แต่น้อย เปลี่ยนมือโยนให้จางซื่อ “เ้าจัดการเถอะ”
จางซื่อสับสนยิ่งนักคิดอยู่ครู่ใหญ่ ตัดสินใจไม่ปล่อยตัวหายนะผู้นี้ไว้ภายหลังอานลู่โหวคิดถึงขึ้นมาจะได้ไม่ไปหาฉินเอ๋อร์อีก
ดังนั้นจางซื่อได้รับคำสั่งจึงพูดอย่างเปิดเผยท่ามกลางสายตาของผู้คน “หนึ่งวันก่อนฉีซื่อแต่งเข้ามายกน้ำชาลูกสะใภ้ฉินเอ๋อร์ใช้เล่ห์เหลี่ยมกับกาน้ำเครื่องเคลือบดังนั้นวันนั้นฉีซื่อถึงได้ถูกน้ำร้อนลวกอีกทั้งฉินเอ๋อร์มีเจตนาแอบแฝงไม่เคารพกฎเกณฑ์ คนเช่นนี้ปล่อยไว้ก็เป็หายนะโดยแท้หญิงรับใช้ ลากฉินเอ๋อร์ออกไปโบย”
โทษโบย!
ไป๋ซีอวิ๋นขมวดคิ้วมองเหล่าไท่จวินคนที่สวดมนต์ตลอดปีเช่นเหล่าไท่จวินนี้กลับไม่ได้เอ่ยปากขอความเมตตาเขายิ้มเยาะในใจ คนเราเพียงผิวเผินก็เช่นนี้
ยามนี้ฉีเมี่ยวตกตะลึงไปนางไม่เคยเห็นกับตาว่าอะไรคือโทษโบยบัดนี้ได้ยินความตั้งใจของเหล่าไท่จวินกับจางซื่อ คิดจะตีฉินเอ๋อร์จนตายตีคนให้ตาย คนผู้นั้นต้องได้รับความทุกข์ทรมานเพียงใด ฆ่าคนเพียงหัวแตะพื้นปลิดชีพในดาบเดียว ก็เรียบร้อยง่ายดายไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องเลือกวิธีที่โหดร้ายเช่นนี้
ฉินเอ๋อร์ร้องไห้คร่ำครวญดิ้นหลุดจากมือของสาวใช้แล้วคลานไปหาไป๋หย่งชุน ขอร้องวิงวอนร้องไห้แทบขาดใจ “ท่านโหวโปรดเมตตา ท่านโหวโปรดช่วยชีวิตบ่าว ท่านโหว บ่าวเป็คนของท่านนะ!”
ในใจไป๋หย่งชุนก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างไรเสียเพิ่งรับไว้ข้างกาย นี่เพิ่งสดใหม่ไม่กี่วัน! แต่ครั้งนี้ตนเองทำเกินไปถึงยั่วโมโหจางซื่อยามนี้เขาก็ไม่อาจขอความเมตตาให้ฉินเอ๋อร์ ได้แต่ฟังจางซื่อจัดการ
เห็นไป๋หย่งชุนไม่เอ่ยปากฉินเอ๋อร์ท้อแท้ เศร้าสลดหัวเราะลั่น ด่าว่า “จางซื่อ ข้ารับใช้เ้ามาหลายปีเพียงนี้ย่อมรู้เื่มากพอตัว บัดนี้เ้า้าโบยข้าหรือกลัวเื่สกปรกที่เ้าทำถูกเปิดโปง? เหล่าไท่จวิน” โขกหัวให้เหล่าไท่จวิน พูดว่า “วิธีเล่นเล่ห์กลกาน้ำชานั้นอานลู่โหวฮูหยินเป็คนสอนข้าข้าทำได้ไม่ดี มิฉะนั้นน้ำเดือดนั้นถึงขั้นลอกิัออกหนึ่งชั้นได้ท่านควรลงโทษอานลู่โหวฮูหยินด้วยใช่หรือไม่!”