คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 51: เพลิงอสูรพิฆาต

    แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมากระทบ "ลานหินขาว" หน้าหอปรุงยา ซึ่งบัดนี้เนืองแน่นไปด้วยคลื่นมหาชน ศิษย์สายนอกและศิษย์สายในนับพันชีวิตต่างพากันเบียดเสียดแย่งชิงพื้นที่ เพื่อเป็นสักขีพยานในศึกประลองปรุงยาครั้งประวัติศาสตร์ ที่มีเดิมพันสูงลิ่วถึงขั้น "ตัดอนาคต" ของผู้แพ้


    บนเวทีหยกขาวขนาดมหึมา ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน... และความแตกต่างของทั้งสองฝั่งนั้น ช่างราวกับฟ้าและเหว


    ทางฝั่งซ้าย... เฉินมู่ ยืนตระหง่านด้วยท่วงท่าสง่างามดุจราชนิกุล สวมชุดคลุมไหมสวรรค์สีขาวขลิบทองที่สะท้อนแสงระยิบระยับ เบื้องหน้าของเขามี "เตาหลอมทองคำ" สลักลวดลายมังกรเหินที่วิจิตรบรรจง แผ่ไอพลังวิญญาณจางๆ ออกมาตลอดเวลา


    บนโต๊ะหยกข้างกาย เต็มไปด้วยสมุนไพรระดับสูงที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ... หญ้าวิญญาณร้อยปี ดอกบัวหิมะ และรากโสมโลหิต แต่ละชิ้นล้วนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล


    "สมกับเป็นศิษย์เอกเฉินมู่... เครื่องมือและวัตถุดิบล้วนเป็นของชั้นเลิศ!"


    "แค่เตาหลอมทองคำนั่น ก็มีค่ามากกว่าชีวิตศิษย์สายนอกอย่างพวกเรารวมกันเสียอีก!"


    เสียงชื่นชมสรรเสริญดังกระหึ่มจากฝั่งกองเชียร์ของเฉินมู่


    แต่ทว่า... เมื่อสายตาของผู้คนเลื่อนไปยังฝั่งขวา บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปเป็นความเงียบงันระคนตกตะลึง


    ทางฝั่งขวา... เย่เฉิน ยืนสงบนิ่งในชุดผ้าไหมสีครามเรียบง่าย เบื้องหน้าของเขามีเพียง "เตาหลอมทองแดง" สภาพเก่าคร่ำครึที่มีรอยบุบและคราบเขม่าดำเกาะกรัง ดูเหมือนของที่เพิ่งกู้ซากมาจากกองขยะ


    และสิ่งที่น่าตกใจที่สุด คือวัตถุดิบที่เขานำมา


    เย่เฉินหยิบ "ถุงผ้าเก่าๆ" ใบหนึ่งออกมา แล้วเทสิ่งที่อยู่ข้างในลงบนโต๊ะหิน...


    ซ่า...


    ก้อนวัตถุสีดำคล้ำ รูปร่างผิดรูปและส่งกลิ่นเหม็นไหม้ฉุนกึก ไหลทะลักออกมาเป็นกองพะเนิน


    มันคือ "กากยา"... เศษซากสมุนไพรที่ถูกสกัดเอาคุณค่าออกไปจนหมดสิ้นแล้ว และถูกทิ้งขว้างว่าเป็นขยะ


    "............"


    ความเงียบเข้าปกคลุมลานประลองเพียงชั่วครู่ ก่อนจะระเบิดออกด้วยเสียงหัวเราะเยาะที่ดังสนั่นหวั่นไหว!


    "ฮ่าๆๆๆ! ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า! มันเอากากยามาประลองเนี่ยนะ?"


    "สมองมันเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ! คิดจะใช้ขยะมาสู้กับสมุนไพรวิเศษร้อยปี?"


    "เลิกเถอะ! แค่เห็นวัตถุดิบก็รู้ผลแพ้ชนะแล้ว! เสียเวลาดูจริงๆ!"


    เฉินมู่มองดูกองกากยาของเย่เฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและดูแคลน


    "เย่เฉิน..." เฉินมู่ส่ายหน้าช้าๆ "ข้านึกว่าเจ้าจะมีไม้ตายอะไรซ่อนอยู่... ที่แท้เจ้าก็เป็นแค่คนจนตรอกที่ไร้ทางสู้ คิดจะใช้ขยะพวกนี้มาปรุงยางั้นรึ? เจ้ากำลังดูถูกศาสตร์แห่งการปรุงยาอยู่รู้ไหม?"


    เย่เฉินไม่สะทกสะท้านต่อเสียงหัวเราะหรือคำดูถูก เขาค่อยๆ ใช้มือลูบไล้ไปบนกองกากยา สัมผัสถึงพลังงานแฝงเร้นที่ซ่อนอยู่ภายใน... พลังงานที่คนตาบอดพวกนี้มองไม่เห็น


    "ดูถูกงั้นรึ?"


    เย่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตาเฉินมู่ นัยน์ตาสีดำสนิทลึกล้ำและ เยียบเย็น


    "การใช้ของล้ำค่าสร้างของล้ำค่า... ใครๆ ก็ทำได้ มันเป็นเรื่องปกติ"


    เขากำกากยาสีดำขึ้นมาหนึ่งกำมือ


    "แต่การใช้ 'ขยะ' สร้าง 'ปาฏิหาริย์'... นั่นต่างหากคือวิถีของปรมาจารย์ที่แท้จริง"


    "วันนี้... ข้าจะสอนให้เจ้าได้รู้ว่า คุณค่าของโอสถไม่ได้อยู่ที่ราคาของวัตถุดิบ... แต่อยู่ที่ฝีมือของผู้ปรุง!"


    คำพูดที่โอหังนั้นทำให้เฉินมู่หน้าตึงด้วยความไม่พอใจ


    "ปากเก่งนัก... งั้นก็เตรียมตัวบอกลาแขนของเจ้าได้เลย!"


    เสียงระฆังเริ่มการประลองดังกังวานขึ้น


    หง่าง!


    สงครามระหว่าง "ทองคำ" และ "ขยะ" ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!


    ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น เฉินมู่ก็เริ่มลงมือด้วยความชำนาญ


    "เพลิงเมฆาม่วง!"


    ฟุ่บ!


    เปลวไฟสีม่วงอ่อนสวยงามลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือของเฉินมู่ มันคือไฟวิญญาณระดับสามที่สืบทอดกันในตระกูลเฉิน มีคุณสมบัติในการควบคุมอุณหภูมิที่เสถียรและนุ่มนวล


    เฉินมู่สะบัดมือเบาๆ ส่งสมุนไพรวิเศษทีละต้นลงสู่เตาหลอมทองคำ การเคลื่อนไหวของเขางดงามและต่อเนื่องดุจการร่ายรำ ไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย


    "ดูนั่นสิ! ทักษะการควบคุมไฟของศิษย์พี่เฉินช่างยอดเยี่ยม!"


    "การสกัดตัวยาบริสุทธิ์มาก... กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วลานแล้ว!"


    เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม... กลิ่นหอมสดชื่นของสมุนไพรก็ตลบอบอวลไปทั่วลานประลอง ฝาเตาหลอมทองคำสั่นไหวเบาๆ พร้อมกับไอสีม่วงที่พวยพุ่งออกมา


    "สำเร็จ!"


    เฉินมู่ตบฝาเตาเปิดออก เม็ดยาสีม่วงเข้มกลมเกลี้ยงขนาดเท่าไข่นกกระทาลอยขึ้นมากลางอากาศ ผิวของมันเรียบเนียนไร้ตำหนิ สะท้อนแสงแวววาว


    "โอสถรวมปราณระดับสาม ขั้นสูง!" ผู้อาวุโสไป๋พยักหน้าด้วยความชื่นชม "ความบริสุทธิ์เก้าส่วน! นี่คือผลงานระดับปรมาจารย์!"


    เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว เฉินมู่หยิบเม็ดยาใส่ขวดหยก แล้วชูขึ้นฟ้าด้วยความภาคภูมิใจ เขาหันไปมองเย่เฉินด้วยสายตาของผู้ชนะ


    "จบแล้วเย่เฉิน..." เฉินมู่แสยะยิ้ม "ด้วยกากยาโสโครกนั่น... เจ้าไม่มีทางทำได้ดีกว่านี้ เตรียมตัวตัดแขนเจ้าทิ้งซะ!"


    ทางด้านเย่เฉิน... เขายังไม่ได้เริ่มจุดไฟด้วยซ้ำ


    เขายืนนิ่งมองดูกองกากยาตรงหน้า ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง เมื่อเห็นเฉินมู่ปรุงยาเสร็จแล้ว เขาจึงค่อยๆ ขยับตัว


    "ถึงตาข้าบ้างสินะ..."


    เย่เฉินกวาดกากยาทั้งหมดลงไปในเตาหลอมทองแดงทีเดียวจนหมด โดยไม่แยกประเภทหรือลำดับขั้น การกระทำที่ดูมักง่ายนี้เรียกเสียงโห่ฮาจากผู้ชมอีกครั้ง


    แต่เย่เฉินไม่สนใจ เขาประกบฝ่ามือเข้าหากัน


    ตึกตัก!


    เสียงหัวใจเต้นแรงดังก้องออกมาจากอกเขา


    "เพลิงอสูร!"


    ตูม!


    เปลวเพลิงสีทองอมแดง ระเบิดออกมาจากฝ่ามือของเย่เฉิน! ความร้อนแรงและป่าเถื่อนของมันรุนแรงกว่าไฟของเฉินมู่หลายเท่าตัว จนศิษย์ที่นั่งแถวหน้าต้องถอยหนีด้วยความตกใจ


    เย่เฉินซัดไฟอสูรเข้าไปใต้เตาหลอม เตาหลอมทองแดงเก่าๆ สั่นสะเทือนกึกก้องราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ


    "บ้าไปแล้ว! ใช้ไฟแรงขนาดนั้น กากยาก็ไหม้หมดสิ!"


    เย่เฉินไม่ฟังเสียงนกกา เขาหยิบมีดสั้นขึ้นมา... แล้วกรีดลงไปที่ปลายนิ้วชี้ของตนเอง!


    ฉึก!


    เลือดสีแดงสดที่มีประกายสีทองจางๆ ไหลซึมออกมา


    "นั่นเขาทำอะไรน่ะ?"


    "ใช้เลือดปรุงยา? นั่นมันวิชามารหรือเปล่า?"


    เย่เฉินดีดหยดเลือดของตนเองพุ่งเข้าไปในเตาหลอม!


    ซู่!!!


    ทันทีที่เลือดอสูรสัมผัสกับกากยาและเปลวเพลิง... กลิ่นคาวโลหิตที่รุนแรงก็พวยพุ่งออกมากลบกลิ่นหอมของเฉินมู่จนหมดสิ้น เตาหลอมสั่นสะเทือนรุนแรงจนเกิดรอยร้าว เสียงหวีดหวิวภายในดังขึ้นราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังอาละวาด


    ท้องฟ้าเหนือลานประลองเริ่มมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน! เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นเหนือเตาหลอมของเย่เฉิน สายฟ้าแลบแปลบปลาบราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ!


    "ระเบิดแน่! หนีเร็ว!" ผู้ชมแตกตื่นโกลาหล


    เฉินมู่หัวเราะลั่น "เห็นไหม! มันทำพลาดแล้ว! เตาของมันกำลังจะระเบิด!"


    เย่เฉินกัดฟันแน่น เหงื่อกาฬไหลพราก เขาใช้พลังจิตวิญญาณทั้งหมดที่มี กดข่มพลังงานที่บ้าคลั่งในเตาให้รวมตัวกัน


    "จงหลอมรวม!"


    ปัง!


    เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว! ฝาเตาหลอมทองแดงถูกแรงดันกระแทกจนกระเด็นลอยขึ้นฟ้า! ควันสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาบดบังทัศนวิสัย


    "ฮ่าๆๆๆ! เรียบร้อย! มันแพ้แล้ว!" เฉินมู่ตะโกนก้องด้วยความสะใจ


    แต่ทว่า... เมื่อควันจางลง...


    ท่ามกลางความเงียบงัน... มีวัตถุสีแดงเข้มดุจโลหิตเม็ดหนึ่ง ลอยคว้างอยู่เหนือปากเตาที่แตกร้าว


    มันหมุนวนช้าๆ... และบนผิวของมัน ปรากฏลวดลายเส้นสีทองอร่ามจำนวน สี่เส้น พาดผ่านอย่างชัดเจน!


    "นั่นมัน..." ผู้อาวุโสไป๋เบิกตากว้าง มือไม้สั่นเทา เขาเดินเข้าไปใกล้เม็ดยานั้น ราวกับต้องมนต์สะกด


    เขาหยิบเม็ดยาขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด สัมผัสได้ถึงพลังงานที่อัดแน่นจนร้อนลวกมือ


    "นี่คือ... 'โอสถระเบิดโลหิต' ระดับสี่..." ผู้อาวุโสไป๋ประกาศเสียงสั่นเครือ "และมีลายโอสถถึงสี่เส้น... ความบริสุทธิ์... เต็มสิบส่วน!"


    "สะ... สิบส่วน!?"


    เสียงอุทานดังระงมไปทั่วลานประลองราวกับฟ้าผ่า โอสถที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนนั้น เป็นเพียงตำนานที่หาดูได้ยากยิ่ง แต่วันนี้มันกลับปรากฏขึ้นจากกองขยะ!


    "เป็นไปไม่ได้..." เฉินมู่หน้าซีดเผือด เขาทรุดฮวบลงกับพื้น ขาอ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ "ขยะ... ขยะแบบนั้นจะชนะสมุนไพรวิเศษของข้าได้ยังไง..."


    "ในโลกนี้ไม่มีขยะ..." เย่เฉินเดินตรงเข้าไปหาเฉินมู่


    "มีแต่คนที่ไร้ฝีมือเท่านั้น ที่มองไม่เห็นคุณค่าของมัน"


    เย่เฉินหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอดีตศิษย์เอกที่กำลังตัวสั่นเทา


    "การประลองจบแล้ว... เจ้าแพ้"


    "มะ... ไม่จริง! ข้าไม่ยอมรับ!" เฉินมู่สติแตก มันพยายามจะลุกขึ้นหนี "ข้าไม่ให้! ตราประทับเป็นของข้า! แขนข้าก็เป็นของข้า!"


    "เจ้าเซ็นสัญญาเลือดแล้ว..." เย่เฉินเอ่ยเสียงเย็น "จำไว้... อย่าเดิมพันในสิ่งที่เจ้าเสียไม่ได้"


    เฉินมู่หันไปมองผู้อาวุโสไป๋ด้วยสายตาอ้อนวอน "ท่านอาจารย์! ช่วยข้าด้วย! มันจะทำร้ายข้า!"


    แต่ทว่า... ผู้อาวุโสไป๋กลับยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย


    "กฎย่อมเป็นกฎ เฉินมู่..." ผู้อาวุโสไป๋เอ่ยเสียงเย็นชา "เจ้าเดิมพันเอง เจ้าก็ต้องรับผลเอง... ส่งตราประทับมาซะ"


    ผู้อาวุโสสะบัดมือวูบ ตราประทับหยกสีเขียวที่เอวของเฉินมู่ ลอยหลุดออกมา แล้วพุ่งไปอยู่ในมือของเย่เฉินอย่างนุ่มนวล


    "บัดนี้... เย่เฉินคือศิษย์เอกคนใหม่ของหอโอสถ!" ผู้อาวุโสไป๋ประกาศก้อง


    เฉินมู่สิ้นหวังอย่างสมบูรณ์แบบ...


    "ลาก่อน... แขนขวาของอัจฉริยะ" เย่เฉินพึมพำ


    ฟุ่บ!


    เย่เฉินพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวเฉินมู่ มือซ้ายคว้าคอเสื้อ อีกมือหนึ่งจับล็อกแขนขวาของเฉินมู่เอาไว้แน่น!


    "ไม่!!!!"


    กร๊อบ!


    เสียงกระดูกหักดังลั่นสนั่นลานประลอง!


    เย่เฉินหักแขนขวาของเฉินมู่จนผิดรูปอย่างน่าสยดสยอง! เสียงกรีดร้องโหยหวนของเฉินมู่ดังก้องกังวาน เป็นสัญญาณแห่งความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดที่สุด


    เย่เฉินปล่อยร่างที่หมดสติของเฉินมู่ลงกับพื้น


    เขายืนตระหง่านอยู่กลางเวที ชูตราประทับขึ้นฟ้า ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวและยำเกรงของศิษย์นับพัน


    บัดนี้... หอโอสถได้เปลี่ยนเจ้าของแล้ว!


    [จบตอนที่ 51]