“อะไรนะคะ?" หญิงสาวงุนงงเสียงพึมพำของชายหนุ่ม
“โอ้ไม่มีอะไร ว่าแต่มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ?” โจเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
เห็นชายหนุ่มเอ่ยถามเลยพูดเชิงขอโทษ “ขอโทษที่รบกวนนะคะ พอดีว่าเห็นคุณนั่งอยู่คนเดียวเลยอยากทราบว่าได้เข้าหน่วยไหนหรือยังคะ?”
“หน่วย?” โจงง เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่ายังมีหน่วยอะไรอีกด้วยเหรอ นอกจากการเป็ทหารฝึกหัด?
“คืออย่างงี้ พอได้เป็ทหารฝึกหัดแล้วจะมีหน่วยย่อยแบ่งออกไปอีกค่ะ อย่างเช่น นักซ่อมบำรุงยาน หน่วยนักสำรวจ อะไรประมาณนี้น่ะค่ะ” หญิงสาวพยายามอธิบาย
“มีเื่แบบนี้ด้วย ไม่เห็นเมื่อวานเขาจะบอกอะไรผมเลย” โจรู้สึกสงสัย
“พอดีคุณพ่อบอกมาน่ะค่ะ” หญิงสาวเขินอายเมื่อเธอพูดเช่นนั้น กังวลว่าชายหนุ่มจะดูถูกหรือเปล่าที่เธอใช้อำนาจของพ่อเพื่อรู้เื่ภายในก่อนใคร
แต่เธอกลับคิดมากไปเพราะโจไม่สนใจเื่นี้แม้แต่น้อย “คุณจะมาชวนผมเข้าหน่วยของคุณเหรอ?"
“ใช่แล้วค่ะ อยากให้คุณเข้าร่วมหน่วยนักสำรวจ” หญิงสาวยิ้ม
โจคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลง “ได้สิ แล้วต้องทำอะไรบ้างล่ะ”
“ตอนนี้ยังไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวหลังจากจบการรับสมัครแล้วคุณจะได้บัตรประจำตัวจากนั้นฉันจะมาหาคุณเองค่ะ” หญิงสาวยิ้ม เธอดีใจที่ได้คนมาเข้าร่วมหน่วยของเธอ เพราะส่วนใหญ่แล้วลูกหลานคนอื่นๆมักจะมีญาติพี่น้องที่เป็คนในและบอกถึงเื่ภายในให้ฟัง ทำให้คนที่เข้ามาใหม่ถูกชักชวนให้เข้าร่วมหน่วยจนเกือบหมด
“เข้าใจแล้วครับ” โจยิ้ม
“ฉันชื่อรินนะคะ” หญิงสาวแนะนำตัว
“ผมโจครับ”
หลังจากนั้นรินก็เอ่ยขอตัวลา โจมองหลังของเธอเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าพลังหายากอย่างพลังว่างเปล่ากลับมาอยู่ที่นี่ ด้วยพลังนี้สามารถลบตัวตนออกไปได้ทำให้แม้แต่จิตััหรืออุปกรณ์ตรวจจับก็ไม่สามารถหาเจอ จากการพึมพำโดยไม่ได้ตั้งใจของเขาก็ทำให้เขารู้ว่าเธอนั้นยังไม่รู้ตัวว่าตนเองมีพลังว่างเปล่า ตอนที่ทดสอบกับหินพลังงานคงจะมีแค่ควันบางๆลอยออกมาบวกกับมนุษย์เพิ่งรู้เื่พลังเลยยังไม่สามารถจำแนกและบอกลักษณะพลังเฉพาะอย่างพลังความว่างเปล่าได้ สุดท้ายเขาเลยตัดสินใจเข้าร่วมหน่วยของเธอเพื่อปกป้องและให้คำแนะนำแก่เธอในภายหลัง และอีกเื่คือห้ามให้ศัตรูรู้เื่นี้เด็ดขาดเพราะหากรู้พวกมันจะต้องใช้ทุกอย่างเพื่อฆ่าเธอ
การรับสมัครสอบดำเนินอย่างต่อเนื่องไปอีกหนึ่งอาทิตย์ก็จบลง ในหนึ่งอาทิตย์โจได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนและการใช้ชีวิตบนโลก นอกจากนี้เขายังศึกษาภาษาของมนุษย์เป็หลัก ในภายหน้าจะได้ไม่ต้องลำบากเอาเครื่องแปลมาติด
วันต่อมาพวกเขาก็เรียกทหารฝึกหัดทุกคนมารวมตัว อาคารประชุมพื้นที่กว้าง 150 ตารางเมตรเต็มไปด้วยเหล่าทหารฝึกหัด บนเวทีมีคนขององค์กรโลกสมัยใหม่ยืนอยู่ คอยมองดูเหล่าทหารฝึกหัดที่กำลังมารวมตัว
ด้วยความที่ว่าเป็สถานที่ของทหารทำให้บรรยากาศค่อนข้างสงบ เหมือนกับทุกคนรู้ว่าควรจะเงียบเอาไว้หากส่งเสียงดังอาจถูกเพ่งเล็งได้
“ผมโคลเป็หัวหน้าหน่วยทหารฝึกหัดและมีอำนาจสูงสุดในหน่วยนี้ หากใครมีปัญหาอะไรก็มาบอกกับผมได้ และถ้าใครก่อปัญหาก็จงเตรียมตัวรับผลที่จะตามมาให้ดี จำใส่หัวไว้ซะ!!” เสียงกังวาลดุดันดังไปทั่วอาคาร โคลมองเหล่าทหารฝึกหัดกว่าห้าร้อยชีวิตด้วยท่าทางเคร่งขรึม
ทหารฝึกหัดไม่กล้าส่งเสียงใดๆเล็ดรอดออกมาได้แต่ยืนนิ่งเงียบคอยฟังหัวหน้าหน่วยพูด
“และนี่คือรองหัวหน้าหน่วยทั้งสองคน พวกเขาจะดูแลและสอนในเื่ความสามารถแบบรุกและรับ” หัวหน้าหน่วยโคลกล่าวและส่งสัญญาณให้พวกเขาแนะนำตัว
“สวัสดี ผมโจเซฟรับผิดชอบสอนความสามารถสายรับ” ชายอายุสามสิบปีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ผมโอสอนความสามารถสายรุก” ชายอายุสามสิบปีกล่าวอย่างเรียบง่าย
พอทั้งสองแนะนำตัวเสร็จหัวหน้าหน่วยโคลก็พูดต่อ “จากนี้ผมจะอธิบายเื่ความสามารถสายรุกและรับ เริ่มจากสายรับก่อน ความสามารถสายรับคือการสนับสนุนทุกอย่างเท่าที่เป็ไปได้อย่างเช่น การซ่อมยาน การพยาบาล การป้องกันยานและฐาน การขนส่งเสบียง และอื่นๆอีกมากมายที่เรียกได้ว่าเป็การสนับสนุนและที่สำคัญไม่จำเป็ต้องมีพลังเชิงรุกก็สามารถเข้าร่วมได้ ใครอยากเรียนรู้การเป็หน่วยสนับสนุนสามารถลงชื่อกับโจเซฟได้…ส่วนความสามารถสายรุกก็ตามชื่อของมัน ทุกอย่างที่เกี่ยวกับแนวหน้าไม่ว่าจะเป็หน่วยประจัญบาน หน่วยนักสำรวจ หน่วยสอดแนมและอื่นๆสามารถไปขอดูรายละเอียดกับโอได้ ข้อจำกัดในเข้าร่วมสายรุกจำเป็ต้องมีพลังเชิงรุกเท่านั้น หากใครมีพลังเชิงรุกและอยากเข้าร่วมก็มาติดต่อกับโอได้ มีคำถามอะไรไหม?”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไรโคลก็กล่าวต่อ “จากนี้จะให้บัตรประจำตัวแก่ทุกคน จงรักษามันเอาไว้เพราะมันเป็สิ่งยืนยันตัวตนและมีสิทธิพิเศษสำหรับทหารฝึกหัดอยู่” โคลส่งสัญญาณให้คนเ้าหน้าที่ที่เหลือจัดการจากนั้นทั้งโคลและรองหัวหน้าหน่วยทั้งสองก็จากไป
โจรอสักพักก็มีเสียงะโชื่อของตนเขาจึงเดินเข้าไปรับบัตรประจำตัว มันเป็บัตรสีขาวในบัตรมีรูปของเขาที่ถ่ายเมื่อตอนทดสอบพลังเสร็จและยังมีชื่อของเขาพร้อมกับลำดับยศที่เขียนเอาไว้ว่า ‘ทหารฝึกหัด’
โจรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเท่าไร ในฐานะที่เคยเป็ถึงพันเอกและมากความสามารถดันมียศทหารฝึกหัด เหมือนเป็การดูถูกเขา
“ทำไมฉันต้องมาอยู่ในกลุ่มของพวกกระจอกพวกนี้กันนะ” โจทำหน้าเซ็ง
ในขณะนั้นหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสวยงามกำลังมองหาใครสักคน พอเห็นโจที่กำลังยืนบ่นพึมพำอยู่คนเดียวก็ยิ้มขึ้นมาและรีบเดินเข้าไปหา “คุณโจคะ”
โจได้ยินเสียงไพเราะคุ้นหูก็หันไปมอง “อ้าวริน”
รินหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อได้ยินโจพูดเหมือนสนิทสนมแต่สีหน้าก็เปลี่ยนเป็เศร้า “ขอโทษนะคะ ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่าหน่วยสำรวจต้องมีพลังเชิงรุกเท่านั้น ฉันไม่รู้ว่าคุณโจมีพลังแบบไหน…”
เห็นท่าทางเหมือนเด็กถูกจับได้ของเธอก็อดขำไม่ได้ “ตอนที่ผมแตะหินมันมีไฟออกมา นี่คือพลังสายไหน?"
“ไฟ…สายรุกแน่นอนค่ะ” ท่าทางเศร้าของเธอกลายเป็มีความสุข ทำให้โจนึกถึงคำในหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนเอาไว้ว่า ‘ผู้หญิงคือสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วที่สุด’
เมื่อรู้ว่าตนเองดีใจออกเกินหน้าเกินตาก็อายขึ้นมา “คุณโจคะ แล้วคุณจะเข้าร่วมหน่วยสำรวจไหมคะ?” เธอถามด้วยความคาดหวัง แม้ว่าครั้งที่แล้วเขาจะบอกว่าเข้าร่วมแต่เธอก็ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“เข้าร่วมสิผมเคยพูดไปแล้วไม่กลับคำหรอก และอีกอย่างเรียกผมโจเฉยๆก็พอแล้ว” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ค่ะ…โจ” นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเรียกชื่อผู้ชายห้วนๆโดยไม่มีคำว่าคุณ ทำให้เธอรู้สึกเขิน
เห็นท่าทางหลากหลายของริน โจไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ‘นี่เธอไม่สมประกอบรึไง เดี๋ยวก็เศร้าเดี๋ยวก็อายเดี๋ยวก็เขิน’