บทที่ 36 ออกจากสุสานดึงดูดความสนใจ กลับบ้านพร้อมของรางวัล!
"เขา... เขาออกมาได้อย่างไรกัน?!!
ไม่จริง! เขา... เขาเข้าไปั้แ่เมื่อไหร่?"
ซูฉี่อู่เบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ส่วนคนในตระกูลซูที่อยู่ข้างกาย ต่างก็มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
"เ้าสวะนี่แอบเข้าไปในสุสานบรรพจารย์ั้แ่เมื่อไหร่?"
"นั่นสิ เหตุใดถึงปล่อยให้มันเข้าไปได้! ลูกข้ายังเข้าไปไม่ได้เลย!"
"ใช่แล้ว! รีบจับตัวเขามาสอบถามเร็วเข้า ถามเขาว่าได้สมบัติอะไรมาจากข้างในบ้าง!"
"ถูกต้อง! ถูกต้อง!"
"..."
คนในตระกูลซูต่างพากันส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สายตาจ้องมองมาอย่างดุดัน
เมื่อได้ยินเสียงเ่าั้ ซูฉี่อู่พลันได้สติ ดวงตาเป็ประกายวูบหนึ่ง
เขาหันไปตวาดเสียงต่ำ "หุบปากให้หมด!"
"ท่านผู้นำตระกูล..."
ทุกคนถูกซูฉี่อู่ดุจนเงียบกริบ แต่ยังคงจ้องมองหลินม่อด้วยความโกรธแค้น ในดวงตาฉายแววโลภโมโทสัน
ซูฉี่อู่แค่นเสียงเ็า น้ำเสียงเยือกเย็น
"หากวันหน้า ข้าได้ยินคำว่าสวะที่ใช้เรียกหลินม่อจากปากพวกเ้าอีก... จะถูกลงโทษตามกฎตระกูล! หากทำผิดครั้งที่สองจะถูกขับออกจากตระกูล!
อีกอย่าง เลิกพูดเื่ของเขาได้แล้ว!
ได้ยินหรือไม่?!"
น้ำเสียงของซูฉี่อู่ดุดัน พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้าแผ่ซ่านออกมา ทำให้คนในตระกูลทุกคนใจสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดเผือด
แม้จะใและไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้นำตระกูลถึงต้องปกป้องหลินม่อ แต่ด้วยบทลงโทษที่รุนแรง จึงทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับ
"ขอรับ... ขอรับ!"
"ท่านผู้นำตระกูลสั่งสอนได้ถูกต้องแล้วขอรับ!"
"พวกข้าจำได้แล้วขอรับ!"
ทุกคนรีบพยักหน้ายอมรับ
ส่วนซูฉี่อู่มีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองหลินม่อที่อยู่ไกลออกไป
ในใจครุ่นคิด
หลินม่อไม่ธรรมดา หากเขาไม่เตือนพวกโง่เง่าเหล่านี้ไว้ วันหน้าไม่รู้ว่าจะก่อเื่วุ่นวายอะไรขึ้นอีก! เขาไม่อยากหาเื่เดือดร้อนมาใส่ตัวเพราะเื่นี้หรอกนะ
ขณะที่ซูฉี่อู่เพิ่งสั่งสอนคนในตระกูลเสร็จ เหนือศีรษะก็มีผู้บำเพ็ญเพียรชุดขาวบินลงมา
"คนตระกูลซู!
ก้าวออกมาตอบคำถาม!"
ผู้บำเพ็ญเพียรชุดขาวผู้นี้ร่อนลงตรงหน้าค่ายของตระกูลซู ใบหน้าเต็มไปด้วยความโอหังและวางอำนาจ แม้จะมีพลังบำเพ็ญเพียงระดับกลั่นลมปราณขั้นที่เก้า แต่ซูฉี่อู่ก็ไม่กล้าละเลย
"คารวะศิษย์สำนักหลัก!"
ซูฉี่อู่ก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมประสานมือ
"อืม ท่านผู้นำตระกูลซู ท่านอาจารย์อาของข้าถามว่า คนที่เพิ่งออกมานั้นเป็คนในตระกูลเ้าใช่หรือไม่?"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หัวใจของซูฉี่อู่พลันกระตุก ทว่า เขารีบตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
ประสานมือกล่าวว่า "คนผู้นั้นคือหลินม่อ ลูกเขยแต่งเข้าของตระกูลซู และบุตรสาวบุญธรรมของเขา... ก็คือซูชิงลั่ว อัจฉริยะของตระกูลข้าขอรับ!"
"ลูกเขยแต่งเข้า? ตระกูลซูของเ้าสิ้นไร้ผู้สืบทอดแล้วหรืออย่างไร ถึงขั้นต้องส่งลูกเขยแต่งเข้าเข้าไปในสุสานบรรพจารย์
มอบโอกาสอันดีเช่นนี้ให้คนนอกไปเปล่า ๆ"
ชายชุดขาวมองซูฉี่อู่อย่างดูแคลน แล้วไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะหันหลังกลับไปรายงาน...
"ลูกเขยแต่งเข้าของตระกูลซู? พ่อเลี้ยงของซูชิงลั่ว..."
จินฮ่วนได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ฉายแววครุ่นคิด อดไม่ได้ที่จะคิดในใจ
'คนผู้นี้เป็พ่อเลี้ยงของนังหนูอัจฉริยะผู้นั้น ทั้งยังสามารถออกจากสุสานบรรพจารย์ได้ก่อนเวลา มองอย่างไรก็ดูมีพิรุธ
ต้องเรียกตัวมาสอบถามเสียหน่อยแล้ว'
จินฮ่วนแค่นยิ้มเย็น เตรียมจะโบกมือเรียกคนให้ไปตามตัว
แต่ชั่วพริบตาต่อมา เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"ไม่ถูกต้อง!
ที่นี่คนพลุกพล่าน ต่อให้ถามจริงก็คงไม่ได้ความอะไร
ไม่สู้รอจนสุสานบรรพจารย์ปิดลง แล้วหาโอกาสไปที่ตระกูลซูเพื่อจับตัวมาจะดีกว่า!
ไม่จำเป็ต้องถามอะไรให้มากความ ใช้คาถาค้นิญญาโดยตรงเลย!"
ดวงตาของจินฮ่วนทอประกายคมกล้า ในใจวางแผนการไว้เรียบร้อยแล้ว
จากนั้นก็ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ อีก เพียงแต่นั่งเฝ้าดูอยู่เฉย ๆ
ทางด้านหลินม่อที่พุ่งตัวออกมาจากสุสานบรรพจารย์ เมื่อมองเห็นกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ไกลออกไป เขาก็รู้สึกใเล็กน้อย
"เหตุใดข้าถึงโผล่ออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ได้
ไม่รู้ว่าชิงลั่วเป็อย่างไรบ้าง ยันต์แผ่นนั้น... น่าจะส่งตาแก่นั่นไปลงนรกได้แล้วกระมัง?"
ความคิดของหลินม่อวูบไหว
เมื่อครู่รีบร้อนเกินไป เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะใช้พลังวิเศษ จึงทำได้เพียงซัดยันต์ระดับสามขั้นสูงสุดแผ่นนั้นออกไป
ยันต์แผ่นนี้ ต่อให้เป็ระดับแกนทองคำหรือเซียนแท้ หากโดนเข้าจัง ๆ ก็มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ!
แม้ชิงอวิ๋นจื่อในอดีตจะมีระดับบำเพ็ญถึงแปรเทพ แต่ยามนี้คงเหลือเพียงลมหายใจรวยริน...
'คนผู้นี้จงใจวางแผนให้ผู้บำเพ็ญระดับกลั่นลมปราณเข้าไปได้
คาดว่าพลังต่อสู้ที่เหลืออยู่ คงอยู่แค่ระดับสร้างรากฐานเท่านั้น
ยันต์ระดับสาม... น่าจะเพียงพอแล้ว'
หลินม่อคิดในใจ
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงวิธีตรวจสอบ
'ระบบ! เรียกแผงคุณสมบัติของชิงอวิ๋นจื่อออกมา!' หลินม่อท่องในใจ
แต่เบื้องหน้ากลับไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
'การที่ระบบจะเรียกแผงคุณสมบัติออกมาได้ ประการแรกต้องรู้ชื่อเต็ม ประการที่สอง... คือคนผู้นั้นต้องยังมีชีวิตอยู่!
ดูท่าตอนนี้ จะตายไปแล้วจริง ๆ!'
หลินม่อถอนหายใจเบา ๆ
เื่นี้เขาเคยพบมาก่อนตอนที่พยายามเรียกแผงข้อมูลของซูฉี่เซิ่งแต่ไม่สำเร็จ และตอนนี้ วิธีนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าชิงอวิ๋นจื่อต้องตายอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินม่อจึงวางใจในที่สุด
เขาไม่รั้งอยู่ต่อ หลังจากปกปิดระดับบำเพ็ญแล้ว จึงค่อย ๆ จากไป
การเดินทางไปยังสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นครั้งนี้ เขาได้รับของรางวัลมาไม่น้อย ถึงเวลาต้องกลับไปตรวจสอบของทั้งหมดแล้ว
รอเพียงซูชิงลั่วกลับมา เขาก็จะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้นาง!
"ข้าจงใจทิ้งตานเฉินจื่อไว้ในวิหาร มีเขาอยู่ ลั่วเอ๋อร์ย่อมปลอดภัยแน่นอน
แต่ว่า... หากพวกเขารู้ว่าข้าฆ่าท่านบรรพชนของพวกเขา..."
สายตาของหลินม่อวูบไหว เขามองไปยังเรือวิเศษขนาดมหึมาของสำนักชิงอวิ๋นที่อยู่ไกลออกไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย จากนั้นจึงพุ่งทะยานหายไปอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้ากลับไปยังตระกูลซูโดยตรง
เมื่อกลับมาถึงในห้อง เขาร่ายอาคมปิดกั้นไว้ทันที จากนั้นจึงถูมือไปมา พยายามระงับความตื่นเต้น เพื่อตรวจสอบสิ่งที่ได้รับมา!
"การไปสุสานบรรพจารย์ครั้งนี้ ทำให้ข้าได้สมบัติมามากมายเหลือเกิน!
ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีของล้ำค่ามอบให้ลูกสาวอีกต่อไป!"
หลินม่อร่ายอาคมด้วยนิ้ว แสงสว่างวาบขึ้นเบื้องหน้า
สมบัติล้ำค่าทางธรรมชาติจำนวนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลออกมาจากถุงเก็บของ กองพะเนินอยู่บนพื้น แผ่ซ่านคลื่นพลังิญญาอันเข้มข้นออกมา
"หินิญญาและแร่พลังิญญาเหล่านี้เอาไว้ก่อน
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ ต้องยกให้ของสี่สิ่งนี้!"
หลินม่อใช้นิ้วคัดเลือกของสี่ชิ้นออกมาจากกองสมบัติ
ดอกไม้ประหลาดกระตุ้นสายเืสีน้ำเงินใสราวกับหยกหนึ่งดอก
สมุนไพรพันปีสีทองอร่ามทั้งต้นหนึ่งต้น
ไข่สัตว์อสูรขนาดเท่าฝ่ามือหนึ่งฟอง
และชิ้นส่วนเกราะผุพังที่ดูโบราณอย่างยิ่งอีกหนึ่งชิ้น!
"ดอกไม้ประหลาดกระตุ้นสายเืนี้ไม่ต้องพูดถึง แม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิดในการกระตุ้นสายเื แต่มันก็ล้ำค่ามาก
ยังมีสมุนไพรพันปีนี้ แม้ไม่รู้ว่ามีสรรพคุณอย่างไร แต่ก็ล้ำค่าอย่างยิ่ง
ส่วนไข่สัตว์อสูรและเกราะผุพังนี่...
ไม่รู้ว่าหากมอบให้ลูกสาวข้าแล้ว จะได้รับรางวัลตอบแทนเป็สิ่งใด!"
ดวงตาของหลินม่อฉายแววคาดหวัง
จากนั้นจึงเก็บดอกไม้ประหลาดและสมุนไพรพันปีไป แล้วมองไปยังเกราะผุพังชิ้นนั้น
เกราะชิ้นนี้มีสีทองอ่อน แม้จะขาดหายไปครึ่งไหล่ แต่ก็ยิ่งดูน่าเกรงขาม ส่วนไข่สัตว์อสูรนั้น แผ่รัศมีสีน้ำเงินอ่อนออกมา พร้อมกับส่งกลิ่นอายเย็นะเืจาง ๆ
ชั่วขณะนี้ยังดูไม่ออกว่าเป็สัตว์อสูรชนิดใด
"ตอนนี้เหลือเพียงรอให้ลูกสาวกลับมา..."
หลินม่อพึมพำ ในใจแอบคาดหวัง
เตรียมจะเก็บสมบัติที่กองอยู่บนพื้น
ทว่า ในตอนนั้นเอง
หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่ใสกระจ่างจากระบบ!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี บุตรสาวบุญธรรม ซูชิงลั่ว ระดับบำเพ็ญเพิ่มขึ้น]