สิ่งที่ฮูหยินรองต้องทำในตอนนี้คือรีบนำบุตรสาวไปฝากไว้กับลู่ปิงหยวนเสียก่อน นางตรงไปที่ห้องหนังสือ เพื่อพูดคุยกับสามีเื่ที่นางจะส่งบุตรสาว ไปเรียนที่จวนสกุลลู่ ผู้เป็สามีรู้ว่าเป็ฮูหยินรองจึงรีบอนุญาตให้นางเข้าพบ
“นี่ก็ดึกมากแล้วเหตุใดฮูหยินถึงยังไม่รีบกลับไปพักผ่อน มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้ไม่ดีกว่าหรือ”
“ข้าเห็นว่าห้องทำงานยังมีแสงเทียนส่องสว่าง จึงนำน้ำแกงปลามาให้เ้าคะ”
“ทำงานข้างนอกก็เหน็ดเหนื่อยมากอยู่แล้วยังจะมีเวลามาใส่ใจข้าอีก...ขอบใจเ้ามากที่มีน้ำใจ”
“อันที่จริง...ข้ามีเื่หนึ่งอยากจะขอคำปรึกษาจากท่านพี่”
“มีเื่อะไรก็พูดมาเถอะข้ารอฟังอยู่”
“หนิงอันเติบโตขึ้นทุกวันข้าอยากให้นางได้รับการอบรมสั่งสอน วันนี้ข้าหาอาจารย์ให้นางได้แล้วไม่ทราบว่าท่านพี่มีความคิดเห็นประการใด”
“อาจารย์หรือ? เขาเป็ใครมาจากไหน ไว้ใจได้หรือไม่”
“ไว้ใจได้แน่นอนเ้าคะข้าได้ข่าวมาว่าคุณชายลู่ เป็ถึงบัณฑิตมากความสามารถ วันนี้หลังจากท่านพี่ออกไปแล้วข้าจึงเสียมารยาท ขอร้องให้เขาช่วยรับหนิงอันเป็ศิษย์”
“เขายินดีรับลูกเรา...ง่ายดายขนาดนั้นจริงหรือ?”
“คุณชายลู่รับปากแล้วเ้าคะเขาบอกว่าถ้าหนิงอันหายดีเมื่อไหร่ ให้มาที่จวนสกุลลู่ได้ทันทีจะได้มาร่ำเรียนพร้อมกับม่านลี่”
“ดีจริงๆหนิงอันได้อาจารย์ทั้งเก่ง ทั้งมีความรู้รอบด้านเช่นนี้ ถือว่าเป็โชคดีของนางเช่นนั้นเ้าลองถามคุณชายลู่ดูอีกสักครั้ง ว่าจะเป็ไปได้หรือไม่หากจะขอส่งเสี่ยงรุ่ยกับหย่งเล่อ ไปเรียนพร้อมกันเสียเลยข้าจะได้ไม่โดนฮูหยินใหญ่ต่อว่าเอาได้...ว่าลำเอียง”
ฮูหยินรองแม้ไม่เต็มใจนักแต่นางก็ไม่กล้าปฏิเสธ “เ้าคะท่านพี่ พรุ่งนี้น้องจะลองถามคุณชายลู่ดู”
นายท่านชิวรู้สึกพอใจหากเื่เป็ดังใจ ก็คงช่วยลดความปวดหัว จากลูกภรรยาเอกที่ไม่เอาไหนลงได้มากทีเดียว จึงกล่าวชื่นชมภรรยาของตนทันที “ฮูหยิน...เ้าช่างเอาใจใส่รู้จักคิดถึงลูกๆ แทนข้า”
นางกลับออกมาจากห้องทำงานตรงไปที่เรือนบุตรสาวเพื่อถามไถ่อาการ และบอกเื่น่ายินดีนี้ให้บุตรสาวได้รู้จิงหลัวกำลังจัดที่นอนให้ชิวหนิงอัน พอเห็นว่าฮูหยินรองเปิดประตูเดินเข้าห้องมานางจึงนั่งคุกเข่าลงที่ข้างเตียง
หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่หน้ากระจกลุกขึ้นยืนหันหลังกลับมาย่อตัวลง ทำความเคารพผู้เป็มารดา“วันนี้ท่านแม่กลับดึกจัง มีงานให้ต้องจัดการมากหรือเ้าค่ะ”
มารดาประคองตัวบุตรสาวมานั่งที่เตียง“กลับมาได้สักพักแล้ว พอดีมีเื่ปรึกษา กับท่านพ่อของเ้าว่าแต่ขาเ้าเป็อย่างไรบ้าง...ดีขึ้นบ้างหรือไม่”
“ขาลูกดีขึ้นมากแล้วเ้าคะท่านแม่อย่าเป็ห่วงลูกมากเกินไป จนลืมดูแลสุขภาพตนเองข้าว่าท่านรีบกลับเรือนไปพักผ่อนเถิดเ้าคะ”
“ลูกของแม่เป็เด็กดีจริงๆแม่มาเพราะมีเื่จะบอก แม่ปรึกษากับท่านพ่อว่าพอขาเ้าหายดีเมื่อไหร่จะส่งเ้าไปเรียนหนังสือที่จวนสกุลลู่”
หญิงสาวอ้าปากค้างแววตาเต็มไปด้วยความงุนงง “เรียนที่สกุลลู่หรือเ้าคะแล้วไปเรียนกับอาจารย์ท่านใดกัน?”
“ต่อไปเ้าจะได้ชื่อว่าเป็ลูกศิษย์ของท่านบัณฑิตอันดับหนึ่งของเมืองหลวง...คุณชายลู่ปิงหยวน เ้าดีใจหรือไม่”
“จริงหรือเ้าคะ...ลูกเคยได้ยินม่านลี่เล่าว่าท่านพี่ปิงหยวนเป็คนเก่งมาก รอบรู้เื่การค้า ศึกษาความสัมพันธ์ทางการทูตล้วนเป็สิ่งที่ลูกสนใจ แถมม่านลี่ยังบอกอีกว่าท่านพี่ของนางมีจิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น เห็นจะจริงอย่างที่นางว่า”
“เท่าที่แม่พูดคุยกับเขาก็ดูจะเป็เด็กหนุ่มที่ดีมาก ทั้งยังที่ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเ้าบุรุษผู้มีน้ำใจงดงามเช่นนี้ มิใช่..จะพบเจอได้ง่ายๆ”
“อีกสามวันลูกน่าจะหายดีลูกจะได้ถือโอกาสนี้ ขอบคุณท่านพี่ปิงหยวนด้วยเ้าคะ”
ฮูหยินรองมีรอยยิ้มอ่อนๆระบายอยู่บนใบหน้า นางใช้มือลูบหัวบุตรสาวด้วยความรักใคร่ เอ็นดูก่อนจะบอกลากลับไปที่เรือนตนเอง
ภายในห้องนอนส่วนตัวฮูหยินรองคิดย้ำเตือนกับตนเองว่า ชาตินี้นางและบุตรสาว จะต้องไม่ตกอยู่ในสถานะจำยอมเช่นนี้ไปตลอดชีวิต ใครที่กดหัวนาง ดูถูกนาง เอาเปรียบนางจะต้องได้รับผลกรรม!
*จวนสกุลลู่
พ่อบ้านไป๋นำซองจดหมายปิดผนึกมาส่งให้ลู่ปิงหยวน “เสี่ยวเอ้อจากโรงเตี๊ยมฟ่านไช่นำจดหมายมาส่งให้คุณชายใหญ่ขอรับ”
เมื่อพ่อบ้านไป๋ส่งจดหมายเสร็จก็หันหลังเดินจากไป ชายหนุ่มจึงค่อยๆ แกะซองจดหมายออก อ่านข้อความด้านใน
(เื่ที่คุณชายรับหนิงอันเข้าเรียนข้าเรียนให้นายท่านชิวทราบแล้ว เขามีความยินดีเป็อย่างมาก เพียงแต่มีปัญหาอยู่ตรงที่นายท่านชิวจะให้คุณชายช่วยรับชิวเสี่ยงรุ่ย กับชิวหย่งเล่อเข้าเรียนด้วยไม่ทราบว่าคุณชายคิดเห็นประการใด)
ลู่ปิงหยวนนั่งจ้องจดหมายคิดคำนวณอยู่หลายครั้งว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธ ถ้าปฏิเสธหนิงอันก็จะตกอยู่ในอันตรายชายหนุ่มมีความรู้สึกอึดอัด...ทีแรกคิดว่าจะแค่ปกป้องเด็กคนหนึ่งมาตอนนี้กลับกลายเป็หาเื่ใส่ตัว
รับลูกเสือสองตัวที่แม่ของมันกำลังหิวโซไม่มีทางรู้เลยว่าจะโดนสัตว์ร้าย รุมขย้ำ เอาตอนไหน เขาหลับตาลงผ่อนลมหายใจทอดยาวจากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอดแล้วพูดกับตัวเอง “รับปากไปแล้วว่าจะช่วย...ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด”
ลู่ปิงหยวนเดินกลับเข้าไปในเรือนเขียนจดหมายตอบกลับ แล้วให้บ่าวนำจดหมายไปส่งที่โรงเตี๊ยมฟ่านไช่เมื่อฮูหยินรองได้รับจดหมายตอบกลับ ก็ยิ้มอย่างพอใจ
*จวนสกุลชิว
เช้าวันต่อมาภายในห้องกินข้าวมีสมาชิกเพียงสี่คนเท่านั้นที่นั่งร่วมโต๊ะ นายท่านชิวออกไปประชุมขุนนางแต่เช้าส่วนหนิงอันขายังไม่หายดี จึงได้รับอนุญาต ให้กินข้าวที่เรือนตนเอง
หลังจากที่ทุกคนกินข้าวอิ่มฮูหยินรองก็เริ่มพูดเื่ที่จะให้เด็กๆ ในบ้านไปเรียนที่สกุลลู่ “พี่หญิง น้องมีข่าวดีจะเรียนให้ท่านทราบท่านพี่ปรึกษากับข้าว่า จะให้คุณชายใหญ่กับคุณหนูรอง และหนิงอันไปเรียนหนังสือกับคุณชายลู่เ้าคะ”
“ไปเล่าเรียนได้ก็ดีอยู่บ้านก็หาประโยชน์ไม่ได้ แล้วนี่จะเริ่มไปเรียนกันเมื่อไหร่?”
“อีกสามวันเ้าคะคุณชายลู่บอกว่า รอให้หนิงอันขาหายดีเสียก่อน ค่อยให้มาพร้อมกันเ้าคะ”ชิวหย่งเล่อได้ยินดังนั้น ก็ตาโต ก้มหน้าแอบยิ้ม ด้วยความยินดีที่ นางจะได้ใกล้ชิดกับบุรุษที่นางเฝ้าใฝ่ฝันถึง
ชิวเสี่ยงรุ่ยทำสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เขากล่าวต่อต้านออกมาเกือบจะในทันที “ข้าไม่ไป!เื่อันใดจะให้เด็ก รุ่นราวคราวเดียวกันมาสั่งสอนข้า”
ฮูหยินใหญ่หันไปตะคอกบุตรชายเพราะนางเองก็รู้ดีว่า เื่นี้เป็การตัดสินใจของนายท่านชิวไม่ว่าใครก็ขัดคำสั่งเขาไม่ได้
“หุบปาก!เป็คำสั่งท่านพ่อ...เ้ากล้าขัดอย่างนั้นหรือ อายุเท่ากันแล้วอย่างไรดูเ้าสิวันๆ เ้าทำสิ่งใดให้เป็หน้าเป็ตา ให้กับตระกูลชิวบ้างคุณชายลู่ยอมลดตัวลงมาสอนคนอย่างเ้า ถือว่าเป็โชคดีของเ้าด้วยซ้ำไป”
ชิวเสี่ยงรุ่ยไม่พอใจที่ถูกมารดาด่าทอแบบไม่ไว้หน้าเขาลุกขึ้นสะบัดแขนเสื้อ สีหน้าเขียวคล้ำเต็มไปด้วยโทสะกะแทรกเท้าเดินออกจากวงสนทนา ฮูหยินใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงตะคอกตามหลัง “อีกสามวันถ้าใครไม่ไปเข้าเรียน ข้าจะตัดเบี้ยส่วนตัวออกให้หมด...ไม่เชื่อก็ลองดู!”
ท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามของฮูหยินใหญ่ทำเอาฮูหยินรองรู้สึกแปลกใจ เพราะในยามปกตินางตามใจบุตรชายคนนี้อย่างกับอะไรดีขัดใจสักครั้งเป็ไม่มี
อีกทั้งเื่นี้นางย่อมรู้ดีว่าฮูหยินรองนั้นต้องได้หน้าจากผู้เป็สามีมาไม่น้อย นางจะยินดีด้วยความเต็มใจง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร
ฮูหยินรองได้แต่นั่งใช้ความคิดอยู่เงียบๆว่าฮูหยินใหญ่นางกำลัง คิดแผนการอะไรอยู่กันแน่ ยังไม่ทันจะได้คำตอบน้ำเสียงแจ่มใส่ ราวกับคนกำลังมีความสุข ก็ดังขัดจังหวะขึ้น
“ต้องขอบใจน้องหญิงที่เป็ธุระเื่นี้ ตัวข้าเองนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าคุณชายลู่จะยอมรับปาก”
“ข้าทำทุกอย่างเพื่อสกุลชิวท่านพี่อย่าได้เก็บเอาไปใส่ใจ หมดเื่แล้วขอตัวก่อนนะเ้าคะ”ฮูหยินรองพยายามสะกดกั้นความเกลียดชัง ที่มีต่อฮูหยินใหญ่เอาไว้ ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงออกให้ใครรู้ ว่านางกำลังเก็บซ่อนความคิดอะไรไว้
รอให้จับตัวคนร้ายได้เมื่อไหร่ถึงตอนนั้นอยากจะรู้นักว่าฮูหยินใหญ่ นางจะยังยิ้มหน้าระรื่นได้อีกหรือไม่ ลึกๆภายในจิตใจ สตรีทุกคนย่อม้า เป็ภรรยาเอกของบุรุษที่ตนรัก
แต่สำหรับฮูหยินรองแล้วนางไม่เคยมีความคิด จะยื้อแย่งตำแหน่งนั้นมาเป็ของตน แต่ในเมื่อฮูหยินใหญ่ไม่เห็นความดีของนางก็ช่วยไม่ได้
*จวนสกุลลู่
เรือนฝั่งตะวันออกไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เมื่อมีหนุ่มน้อยวัยสิบห้า มาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับคุณชายใหญ่สกุลลู่ สร้างความรำคาญใจเป็อย่างมากให้กับเ้าของเรือนจนต้องหนี้ไปนอนที่หอสดับเมฆา
หอสดับเมฆาหลังนี้เป็เรือนไม้โบราณสองชั้น เก่าแก่อายุเกือบร้อยปี ถูกสร้างขึ้นด้วยช่างไม้ฝีมือดีของวังหลวง ลักษณะตัวเรือนเป็รูปทรงสี่เหลี่ยม ยกพื้นสูง สถาปัตยกรรมงดงามประตูหน้าต่างประดับลวดลายแกะสลักรูปทรงเมฆา อย่างอ่อนช้อยและมีเอกลักษณ์
เรือนหลังนี้ท่านปู่ของคุณชายลู่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อส่งต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่ ให้แก่คนในตระกูลได้สดับถึงคุณธรรมความดี *ดั่งเมฆาร่องรอยสูงเสียดฟ้า ตราบใดที่ยึดมั่นในคุณธรรม ย่อมไม่มีวันร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน*
ตัวเรือนยกสูงจากพื้นปลูกคร่อมธารน้ำธรรมชาติ ที่ไหล่ลงมาจากูเา หน้าเรือนมีขั้นบันไดยกสูงสิบแปดขั้นก่อนจะถึงตัวเรือนชั้นที่หนึ่ง ภายในมีสะพานทางเดิน ข้ามลำธารที่มีกระแสน้ำไหลผ่านอยู่ด้านล่าง
ภายในตัวเรือนชั้นล่างเป็ห้องโถง โปร่ง โล่งกว้าง กำแพงซ้ายขวามีตู้กระจกวางเรียงรายไว้วางของสะสมแต่ละชิ้น ล้วนได้มาจากต่างแคว้น ที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้สมบัติเหล่านี้ถูกเก็บสะสม มาั้แ่สมัยท่านปู่ และท่านพ่อดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมธรรมการ
ได้รับคำสั่งให้ออกเดินทางไปเชื่อมสัมพันธไมตรีเจรจาการค้ากับต่างแคว้นสิ่งของเหล่านี้ล้วนซื้อหามาเก็บสะสมไว้ เพื่อระลึกถึงดินแดน ที่มีโอกาสได้ไปเยือน
บนชั้นสองเต็มไปด้วยตำรามากมายที่ถูกวางเรียงแยกหมวดหมู่ชัดเจนภายในชั้นวาง เรียงซ้อนกันเป็แถวยาวเว้นช่องทางเดินเล็กๆ เพื่อเข้าไปค้นหาตำราได้สะดวก
คล้ายกับห้องเก็บตำราหลวงขนาดย่อมก็ว่าได้ ท่านปู่เลือกเก็บสะสม ตำราโบราณล้ำค่าไว้มากมาย ความชอบนี้ส่งต่อมาถึงหลานชายที่ชื่นชอบการอ่านตำราเก่าแก่ และได้นำตำราหายาก ที่ตนได้มาระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่เขาหลานซ่า นำมาเก็บไว้ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน
******
k.p.stom ฝากถึงนักอ่าน
ฝากกด ‘ติดตาม’ ‘กดหัวใจ’ เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกด ‘เก็บเข้าชั้น’ ไว้จะได้ไม่พลาดนิยายตอนใหม่จ้า
***อัพนิยาย 1ตอนเวลาเที่ยงคืนของทุกวัน (จนจบค่ะ)***