
....เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดแรกเพิ่งสาดผ่านกลุ่มควันเตาถ่าน ร้านตีเหล็กของเลี่ยหยางยังคงมีเสียงค้อนกระทบเหล็กดังกังวาน ตึง! ตึง! ตึง! ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลบด้วยเสียงเกราะเหล็กกึกก้องย่ำพื้นดินเป็จังหวะ พริบตาเดียว หน้าร้านก็ถูกทหารติดอาวุธครบมือหลายสิบคนล้อมแน่น
เลี่ยหยางสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก แต่ใบหน้าเขาพยายามนิ่งเฉย ไม่ให้เห็นความคิดข้างในใจ
"ตามข้ามา!"
เลี่ยหยางทำสัญญาณมือบอกลูกน้องของเขาเองที่ปลอมตัวเป็ชาวบ้านว่าห้ามเคลื่อนไหว
เสียงโซ่เหล็กกระทบกัน กรุ๊งกริ๊ง… ดังสะท้อนออกมา มีเ้าหน้าที่ 2 นายก้าวเข้ามาจับแขนเลี่ยหยางบิดไพล่หลัง แล้วใช้โซ่ล่ามรัดแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน เลี่ยหยางยังคงนิ่ง สายตาคมเย็นไม่ไหวติง
ทหารกดบ่าของเขา บังคับให้ก้าวเดินต่อหน้าผู้คนในตลาด ผู้คนแตกตื่นแห่กันมามุงดู บางคนซุบซิบด้วยความหวาดกลัว บางคนเพียงยืนนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ภาพช่างตีเหล็กที่เคยส่งเสียงหัวเราะยียวนกลับถูกลากไปดั่งนักโทษโฉด มันเหมือนฟ้าผ่าลงกลางเมือง
พวกเ้าหน้าที่พาเขาฝ่าฝูงชน ก้าวเข้าสู่ถนนใหญ่ที่มุ่งตรงไปยังว่าการอำเภอ เสียงกลองยามดัง ตึง…ตึง…ตึง คล้ายประกาศให้ทั้งเมืองรู้ว่าวันนี้มีคนถูกจับฐานก่อเหตุใหญ่
เลี่ยหยางถูกลากเข้าห้องสอบสวนของว่าการอำเภอ ความเย็นของหินอัดใต้ฝ่าเท้าและกลิ่นน้ำมันหมึกโบราณฉุนเข้าจมูก ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกบีบอัดอยู่กลางกำแพงเหล็ก
ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น สายตาก็หยุดชะงัก ตาเฒ่านั่น....ผู้าุโตระกูลไป๋จากเมืองหลวงที่เพิ่งปรากฏตัวเมื่อวานนั่งอยู่เคียงข้างนายอำเภอ
ใบหน้าเหี่ยว ๆ แก่ ๆ นั่นยังคงแฝงรอยแค้นของเมื่อวานไว้เต็มเปี่ยม เลี่ยหยางเพียงถอนหายใจเบา ๆ และร้องอ๋อออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ราวกับสะท้อนความคุ้นเคย
นายอำเภอเริ่มตั้งข้อหาใส่ร้ายเลี่ยหยางหลากหลายเื่ ั้แ่ยุ่งเกี่ยวกับเหตุอื้อฉาวในตลาด ไปจนถึงกล่าวหาว่าเขาเป็ภัยต่อความสงบของเมือง เสียงคำกล่าวร้านพวกนั้นฟังเหมือนค้อนทุบลงบนกระดูก เลี่ยหยางจึงหัวเราะออกมา และหัวเราะเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับคนบ้าที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ทำให้ผู้าุโตระกูลไป๋ขมวดคิ้ว “เ้าคนนี้…ช่างบังอาจนัก...ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆ”
นายอำเภอหันหน้าไปรับทราบ แล้วหันมาสั่งให้เ้าหน้าที่ตบปากเลี่ยหยางทันที ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2…เืแดงสดกระเด็นลงพื้น เหมือนน้ำหมึกบนกระดาษเก่า แต่เลี่ยหยางกลับยิ้มเยาะ เขาถุยน้ำลายเืนั้นลงพื้นและยิ้มเยาะด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว
เสียงนายอำเภอหัยมามองผู้าุโตระกูลไป๋ที่ทำหน้าไม่พอใจ เขาจึงหันมาสั่ง
“โปยมัน… 40 ไม้!”
เลี่ยหยางถูกไม้กระทบหลังเขาเป็จังหวะ เสียง ตึง! ตึง! ตึง! ดังสนั่นจนชาวบ้านทุกคนที่มายืนดูหลับตาไม่กล้ามอง แต่เลี่ยหยางกลับนอนตัวตรง ไม่ร้องสักแอะ และยิ้ม ซอกฟันมีแต่เื ดวงตาคมสั่นระริกแน่วแน่
เืแดงสดผสมกับฝุ่นลาน กลายเป็ภาพสัญลักษณ์ของความท้าทายต่ออำนาจ
นายอำเภอสั่งด้วยเสียงกังวาน “นำมันแขวนที่ลานกลางเมือง…7 วัน! ให้ทุกคนได้จดจำว่าการไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง จะจบเช่นไร!”
เ้าหน้าที่ 2 นายช่วยกันยกเลี่ยหยางลากไปที่ลานกลางเมืองและยกขึ้นผูกไว้กับเสากลางลาน ใช้โซ่รัดร่างเขาแน่น แขวนกลางแจ้ง ผู้คนด้านล่างที่ยืนดูต่างช็อก สักพักก็เริ่มแห่กันมาดู บ้างซุบซิบ บ้างตื่นกลัว บ้างยืนก้มหน้า
นายอำเภอและผู้าุโตระกูลไป๋ยืนยิ้มเยาะคู่กันอย่างสะใจ
....ทันใดนั้น ท้องฟ้าเมฆคล้อยราว เลี่ยหยางมองบนฟ้า และเงาร่างหนึ่งพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วจาก้า เบื้อหลังเป็ดวงอาทิตย์ ช่างแสบตา ราวกับเขาลงมาจากสรวง์
....ไป๋เยว่หลิง!...
ฝูงชนกรีดร้องด้วยความดีใจโดยเฉพาะสาวๆ ทหารที่ยืนอยู่รีบยกดาบและหอกขึ้นเตรียมจับกุม แต่สายตาของนายอำเภอสั่งห้าม ทุกคนจึงเก็บอาวุธอย่างไม่เต็มใจ
ดวงตาไป๋เยว่หลิงจับจ้องโซ่ใหญ่ที่รัดเลี่ยหยางไว้ มือที่ถือกระบี่ของเขานั้นฟาดฟันลงไปที่โซ่ ประกายแสงไฟเหล็กกระทบเหล็กสะท้อนเต็มกลางลาน
แต่...โซ่ใหญ่เกินกว่าที่กระบี่บาง ๆ จะตัดขาดได้ ทุกครั้งที่กระบี่ปะทะ เสียงโลหะดังก้องเหมือนฟ้าผ่ากลางเมือง
“คุณชาย…ไม่เป็ไร ข้าซึ้งน้ำใจท่านแล้ว พอได้แล้ว....”
แต่ไป๋เยว่หลิงไม่สนใจคำพูดเลี่ยหยาง ใบหน้าทั้งดุทั้งเย็น มือที่จับกระบี่ยังคงฟันโซ่ต่อไป จนในที่สุดกระบี่ก็ทนไม่ไหวแตกหักเป็ 2 ท่อน เสียงกระบี่หักสะท้อนไปทั่วลาน
เขาไม่หยุด ยังคงฟันต่อไปด้วยกระบี่หัก มือเริ่มชุ่มไปด้วยเื แต่สายตาไม่วอกแว่ก
ฝูงชนเงียบกริบ ทุกคนจับจ้องด้วยความตื่นตะลึง
เลี่ยหยางมองไป๋เยว่หลิง น้ำตาคลอเล็กน้อยแต่ปากยังยิ้ม
“คุณชาย…พอเถอะ”
ทันใดนั้นก็มีมีดอีโต้หั่นหมูลอยขึ้นมาที่ลานตรงที่เยว่หลิงยืน
“เ้าหนู…ใช้นี่!”
เป็ป้าร้านขายหมูที่เลี่ยหยางมักแซวพุงอ้วนๆของเธอทุกวัน
ไป๋เยว่หลิงจับอีโต้ขึ้นมาและฟันลงไปแรง ๆ หลายครั้งที่โซ่นั้นจนมันเริ่มบิ่น
เสียงโลหะดัง กรุ๊ง…กร๊ง… ออกเป็จังหวะ ทุกการฟัน ทุกแรงสะท้อนความมุ่งมั่นและความดื้อรั้นของเขา
ในที่สุดอีโต้ก็หมดสภาพ บิ่นจนใช้งานไม่ได้
"เ้าหนูใช้ขวานนี่!!"
ลุงผ่าฟืนที่เลี่ยหยางมักตีก้นเขาตอนเขากำลังโก่งโค้งผ่าฟืน ชายร่างใหญ่เดินถือขวานขึ้นไปที่ลานด้วยท่าทางทรนง
เยว่หลิงรับขวานนั้น แต่ขวานนั้นหนักมาก ร่างผอมบางของเขาแกว่งยกมันแทบไม่ไหว
ทันใดนั้นขอทานเด็กคนหนึ่งก็วิ่งขึ้นไป เด็กน้อยใช้มือเล็ก ๆ จับมือเยว่หลิง "หนูช่วยพี่ค่ะ"
เขาคือคนที่เลี่ยหยางชี้ช่องให้ขโมซาลาเปาตอนเ้าของร้านร้านทุกวันๆ (จริง ๆ เลี่ยหยางแอบเอาเงินจ่ายค่าซาลาเปาให้ทุกครั้ง)
ทีนี้ทั้งลุง ป้า ผู้ชาย ผู้หญิง ต่างขึ้นไปช่วยเยว่หลิงเต็มไปหมด ทั้งช่วยกันจับมือเยว่หลิงยกขวาน ทั้งวิ่งไปเอาเสียม จอบ มีดทำครัวตัวเองขึ้นไป
แม้แต่พวกนางโลมก็ถอดปิ่นปักผมมาช่วยกระเทาะ ...ทุกคนช่วยกันทำลายโซ่ จนในที่สุดมันก็ขาด เยว่หลิงเข้าไปประคองเลี่ยวหยาง ชาวบ้านต่างโห่ร้องดีใจ
นายอำเภอไม่กล้าทำอะไรเพราะมีมวลชนจำนวนมากได้แต่ทำปากเจ่อ ๆ ผู้าุโตระกุลไป๋มองนายอำเภอด้วยสายตาเหยียดหยาม
"ชิ!" แล้วเขาก็เดินหนีไป นายอำเภอก็รีบเดินตาม ทหารทั้งหมดก็ตามหลังจากไป
.....คืนนั้นผู้าุโไป๋นั่งรถม้าโดยมีองครักษ์คุ้มกัน 10 คนประกบ เพื่อเดินทางกลับเมืองหลวง
เมื่อออกจากเมืองมาได้สักพัก ถึงบริเวณป่าที่ทางเปลี่ยว ก็มีชายชุดขาวคนหนึ่งยืนถือดาบขวางทางรถม้าอยู่
รถม้าของผู้าุโไป๋หยุดกึกทันที เสียงล้อไม้กระทบหินดังก้องป่า ชายชุดขาวยืนเด่น มือขวาจับดาบยาว
องครักษ์ทั้งหมดชักดาบเตรียมต่อสู้ และเมื่อเมฆเคลื่อนตัวออกแสงจันทร์ก็ส่องมาที่ใบหน้าชาวชุดขาว
"ไป๋เยว่หลิง??"
ผู้าุโไป๋รีบออกมาจากรถเพื่อดู เขาคือเ้าเด็กเยว่หลิงไม่ผิดแน่ แต่...แววตาเ็านั่น ...ไอสังหารนั่น ด้วยประสบการณ์ เขาตัดสินใจทันที
"ฆ่ามัน!"
องครักษ์ทั้งหมดกรูกันเข้าไปรุมไป๋เยว่หลิง มือถือดาบทุกคน แต่ไป่เยว่หลิงยังคงยืนนิ่ง แผ่นดินใต้เท้าสั่นะเืราวคลื่นสายฟ้า ดวงตาเขาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูทั้ง 10
ดาบที่ 1.... ไป๋เยว่หลิงเหินขึ้นด้วยวิชาตัวเบา ฟาดดาบอย่างรวดเร็วราวลมพายุ เสียง ฟิ้ววว… ดังตัดขาดแม้แต่ลม เขาสับองครักษ์คนแรกขาดครึ่ง ร่างแบะลงกับพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว
ดาบที่ 2 .....ไป๋เยว่หลิงหมุนตัว ดาบฟาดเฉียงตัด 2 องครักษ์ที่พุ่งเข้ามา ร่างพวกเขาหมุนไปตามแรงเหวี่ยง กระเด็นกระแทกต้นไม้ โดนกิ่งไม้เสียบตาคาที่ทั้งคู่
ดาบที่ 3, 4, 5 .....เขาฟันต่อเนื่อง แต่ละองครักษ์ที่เข้ามา ไม่ทันได้ยกดาบฟันสกัด ดาบของไป๋เยว่หลิงเฉือนร่างพวกเขาขาดราวกับหั่นเต้าหู้ 3 คนถูกแทงตัดขั้วหัวใจ อีกคนโดนฟันคอขาดกระเด็น เยว่หลิงสะบัดหยดเืออกจากดาบ โดยไม่กระพริบตาเลยสักนิด
3 องครักษ์ที่เหลือหันหน้ามองกันแล้วเข้าพร้อมกัน เยว่หลิงใช้ท่าเพลงดาบวงพระจันทร์ที่เขาได้แสดงไปเมื่อวาน แต่ครั้งนี้มันแตกต่าง มันไม่ใช่แค่สวยงาม แต่มันรวดเร็วและรุนแรงมาก แรงขนาดได้ยินเสียงลมถูกตัดขาด ร่างของทั้ง 3 คนขาดครึ่ง เืพุ่งสยดสยอง
แค่ 6 กระบวนท่า เขาปลิดชีพองครักษ์ฝีมือดีตาย 10 ศพ กลางป่าคืนนี้ มีนักดาบอัจฉริยะยืนอยู่ ฝีมือของเขานั้นเข้าขั้นปรมาจารย์ไปตั้งนานแล้ว ราวกับเทพาลงมาจาก์ด้วยตัวเอง
เขาแค่ปิดบังความสามารถไว้ต่อหน้าคนอื่นเท่านั้น (ขนาดปิดบังทุกคนยังบอกว่าเขาคืออัจฉริยะ)
....ผู้าุโไป๋ยืนนิ่งบนรถม้าและฉี่ราด ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและหวาดกลัวสุดขีด
“น…นี่ไม่ใช่ลูกหลานสกุลไป๋…มันปีศาจในร่างมนุษย์!”
ไป๋เยว่หลิงค่อย ๆ ลากปลายดาบอาบเืนั้นเดินเข้ามาจนถึงรถม้า เขายืนตรง ลมหายใจเรียบสงบ ดาบยังชุ่มเื
อากาศในป่าแม้จะเย็นะเื แต่...สายตานั่นเขาเ็ายิ่งกว่า ราวกับไม่มีความรู้สึกของมนุษย์หลงเหลืออยู่แล้ว
"ห....หลานข้า....ไม่สิ!....ท่านเซียน ...ได้โปรด ละเว้นข้า"
"เห็นแก่ที่ข้าเคยเลี้ยงดูบิดาของท่านในวัยเยาว์ ได้โปรดไว้ชีวิตข้า" ผู้าุโหมอบกราบคำนับเยว่หลิงอย่างน่าสมเพช
เยว่หลิน ใช้มือเข้าไปช่วยประคองท่านผู้าุโให้เงยหน้าขึ้น ผู้าุโยิ้มดีใจ
"อ๊ากกก!"
ปลายดาบเฉือนหูผู้าุโทีละข้างจนหมด
"นี่คือสิ่งตอบแทนที่ท่าน......หยามบิดาข้า..."
"อ...อย่า....ข้าขอร้อง....ได้โปรด"
เยว่หลินบีบปากดึงลิ้นเขาออกมาแล้วเฉือนลิ้นทิ้ง จนผู้าุโเืเต็มปาก
"นี่ที่ท่าน......หยามมารดาข้า..."
ไม่พอเยว่หลินเฉือนจมูกออกอีกด้วย
ผู้าุโทรมานมาก ทั้งดิ้นอย่างเ็ป ทั้งร้องแต่เสียงที่ออกมานั้นไม่ใช่ภาษามนุษย์เพราะเขาไม่มีลิ้น!!
"ท่านดมกลิ่นตัวเขานานเกินไป… ข้าจึงทำให้จมูกนี้ไม่มีโอกาสดมอะไรได้อีกตลอดชีวิต"
"ของรักของข้า...(หมายถึงเลี่ยหยาง)"
เยว่หลิงควักห่อสมุนไพรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าที่เอว แล้วจับมันกรอกใส่ปากผู้าุโจนหมด
"แต่ข้าจะไม่ฆ่าท่าน"
"ท่านจะกลายเป็เพียงศพที่มีชีวิต ยานี่จะทำให้ท่านเป็อัมพาตขยับได้แค่ลูกตาไปจนสิ้นอายุขัย"
ผู้าุโไป๋เบิกตากว้าง น้ำตาไหลพราก ก่อนจะหมดสติไปเพราะเยว่หลินเขาเข็มแทงจุดที่ทำให้สลบ
ไป๋เยว่หลิน นำเข็มที่เหลือและยาออกมา เข็มส่วนหนึ่งฝังที่
1. บนมือ ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้
2. ใต้เข่า
3. บริเวณข้างปีกจมูกหรือใกล้โหนกแก้ม
เพื่อชะลอและห้ามเื โดยทุกการฝังเข็มเขาถ่ายพลังปราณของตัวเองลงไปด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ส่วนเข็มอีกเล่มที่เหลือเขานำสุราราดลงบนเข็ม แล้วใช้ไหมแทนด้ายเย็บแผลที่หู ปาก และจมูกให้อย่างปราณีต พร้อมทายารักษาชั้นเลิศให้อีกด้วย ก่อนจะนำผ้าขาวสะอาดมาปิดแผลให้ แล้วอุ้มผู้าุโกลับขึ้นไปนอนบนรถ พลางตบม้าให้วิ่งไปตามทางข้างหน้า
ดาบที่ไป๋เยว่หลินถือถูกนำไปโยนทิ้งที่หน้าผาสูงชัน เขาเผาชุดที่เปื้อนเื แล้วเปลี่ยนชุดขาวอีกชุดที่เตรียมไว้บนอานม้า
ซึ่งเขาผูกม้าไว้ต้นไม้ในมุมหนึ่งของป่า แล้วก็ขึ้นขี่ควบม้ารีบกลับมาที่บ้านสกุลไป๋
เลี่ยหยางนอนหลับอยู่ที่นั่น หลังของเขามีแผลจากการถูกโบยจนเนื้อหลุดลอกไปแต่รับการทายารักษาแล้ว เขาหลับสนิทด้วยควันยาผ่อนคลาย
เยว่หลิงค่อยๆ เดินอย่างเงียบ ๆ มาอยู่ข้างๆ เลี่ยหยาง ภายใต้แสงตะเกียงเล็กๆ นั้น เขานั่งเฝ้าโดยมองหน้าเลี่ยหยางอยู่ทั้งคืน......