เข้าสู่วันที่สามแล้วั้แ่ลดาฟื้นขึ้นมาในร่างหลิวหยาง ตอนนี้เธอเริ่มปรับตัวได้หลายอย่าง แต่ความงุนงงสับสนที่เกิดกับคนในบ้านก็ยังมีอยู่เป็ระยะในเวลาที่เธอถามเื่ราวต่างๆเกี่ยวกับเ้าของร่าง คนที่เหมือนจะเข้าใจเธอที่สุด และตอบทุกคำถามโดยไม่แสดงความสงสัยใดๆก็คือเฟยเจิน และหงเป่า
ั้แ่เช้ามาจางหลิวหยางก็ตามเฟยเจินไปตัดดอกกุหลาบงามๆที่ปลูกไว้ที่สวนของบ้าน เพื่อมาเปลี่ยนแจกันทั้งในห้องนอนของบิดามารดา และของจางหลิวหยางด้วย จากนั้นก็ออกมาวิ่งเล่นบริเวณรอบบ้านกับเสี่ยวไป๋เพื่อให้มันได้ออกกำลังกาย โดยมีหงเป่าคอยเอาข้าวมาให้เสี่ยวไป๋และเล่นกับมันด้วย
“คุณหนู ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”
“เ้าจะไปไหนเหรออาเป่า”
“ข้าต้องเข้าเมือง วันนี้ในเมืองมีอาหารทะเลขาย นายหญิงให้ข้าไปซื้อมาไว้ทำอาหารให้นายท่านกับคุณหนูขอรับ”
“ข้าจะไปกับเ้าด้วย”
“จะดีหรือขอรับคุณหนู” หงเป่าทำหน้ายู่
“ทำไมหล่ะ”
“ก็ครั้งที่แล้วคุณหนูตามข้ากับนายท่านไปแล้วเกิดตกน้ำ ข้าเกือบโดนนายหญิงทำโทษ นี่ถ้าคุณหนูเป็อะไรไปหงเป่าต้องซี้แน่ๆ”
“ไม่เป็ไรหรอกน่า ข้าจะไปขอท่านแม่เอง เ้ารอข้าอยู่นี่แหล่ะ อ่อ พาเสี่ยวไป๋ไปไว้ที่เรือนเ้าก่อน ข้าไม่อยากให้มันวิ่งตาม” จางหลิวหยางบอกคนงานหนุ่มแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน
“ท่านแม่เ้าคะ” จางหลิวหยางหยุดวิ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องรับรองแขก ก่อนจะค่อยๆเดินไปคุกเข่าลงข้างมารดาที่กำลังนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว โดยมีเฟยเจินกำลังบีบนวดให้
“ท่านแม่ไม่สบายหรือเ้าคะ”
“ข้าไม่ได้เป็อะไร เพียงแค่ปวดเมื่อยนิดหน่อย แล้วเ้ารีบร้อนมานี่มีอะไรรึ”
“ข้าอยากไปเที่ยวในเมืองกับอาเป่าเ้าค่ะ” จางหลิวหยางบอกอย่างไม่อ้อมค้อม
“จะดีหรือหยางเอ๋อร์ เ้าเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย จะออกไปเดินปะปนกับคนมากมาย และอากาศร้อนๆ ข้าเกรงว่าเ้าจะล้มป่วยไปอีก”
“ท่านแม่อย่าห่วงเลย ข้าจะเดินตามอาเป่าไว้ ไม่ให้เกิดอันตรายแน่นอน”
“งั้นก็ให้อาเจินไปด้วย อาเจินเ้าคอยดูแลลูกข้าด้วย อย่าให้นางต้องเกิดอันตรายอีก” เจียลี่หันไปบอกคนสนิทและเป็คนดูแลจางหลิวหยางในคราวเดียวกันเมื่อเห็นว่าไม่อาจจะคัดค้านบุตรสาวได้
“เ้าค่ะฮูหยิน”
“ขอบคุณท่านแม่เ้าค่ะ ไปกันเถอะน้าเจิน” จางหลิวหยางยิ้มกว้าง และลุกไปกอดแขนเฟยเจินพาเดินออกจากห้องรับรองไปอย่างรีบเร่งด้วยกลัวว่ามารดาจะเปลี่ยนใจ
จางหลิวหยางพาเฟยเจินมาหาหงเป่าตรงที่แยกกันเมื่อซักครู่ เขายืนรออยู่ตามคำสั่งของนาง
“ไปเถอะอาเป่า ข้ากับน้าเจินจะไปกับเ้าด้วย”
“ขอรับคุณหนู ข้าจะไปเอารถม้ามารับท่านที่หน้าประตูใหญ่” หงเป่าบอกพร้อมกับวิ่งไปที่โรงเก็บรถม้า
จางหลิวหยางนั่งบนรถม้ากับเฟยเจิน โดยมีหงเป่าเป็ผู้บังคับ นางเปิดม่านเล็กๆที่บังแสงเพื่อมองวิวทิวทัศน์ข้างทาง ซึ่งจากแรงโยกของรถม้าทำให้รู้ว่าถนนหนทางค่อนข้างขรุขระ นางทราบจากหงเป่าว่าการเข้าเมืองแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยาม ซึ่งน่าจะถึงในเมือง่บ่าย หลังจากหงเป่าซื้ออาหารสด อาหารแห้งตามคำสั่งมารดาเรียบร้อยแล้ว จะกลับถึงที่พักใน่ใกล้เวลาทำอาหารเย็นเพื่อรอบิดาพอดี
เมื่อถึงตลาดในเมือง หงเป่าและคนงานชายอีกคนที่ตามมาด้วยผูกรถม้าไว้กับต้นไม้ใหญ่ตรงทางเข้าตลาดซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่าย จางหลิวหยางมองบรรยากาศตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น นึกไปถึงซีรีย์จีนโบราณที่นางเคยดู บรรยากาศช่างคล้ายกันไม่มีผิด สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าจำหน่ายอาหารสด และอาหารแห้ง มีทั้งผัก หรือขนมหน้าตาแปลกๆที่นางไม่เคยกิน ผู้คนเดินค่อนข้างแออัดพลุกพล่าน หงเป่าบอกว่าวันนี้เป็วันที่มีอาหารทะเลมาขายที่ตลาดคนจะเยอะเป็พิเศษ
“คุณหนู เดินระวังหน่อยนะเ้าคะ คนมากมายเหลือเกิน” เฟยเจินคล้องตะกร้าหวายไว้ที่แขน ส่วนมืออีกข้างคอยจับแขนของจางหลิวหยางเอาไว้
“คุณหนูรับอะไรดีขอรับ / รับขนมไหมเ้าคะคุณหนู”
ประโยคเดิมๆที่ได้ยินตลอดทางที่เดินผ่านร้านค้าหากร้านนั้นไม่มีคนกำลังยืนซื้อของอยู่ พ่อค้าแม่ค้าก็จะคอยเรียกผู้คนที่เดินผ่าน
การตลาดสมัยโบราณสินะ จางหลิวหยางนึกขำๆ
“น้าเจิน อาเป่า นั่นๆๆ” จางหลิวหยางหยุดยืนอยู่หน้าแผงขายอาหารทะเลและชี้อย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นกุ้งตัวโตๆเต็มถัง
“ข้าอยากกินเ้านี้” จางหลิวหยางบอกกับหงเป่า
“แต่พวกเราไม่ค่อยกินกันนะคุณหนู มันแข็งและกินยาก นายหญิงไม่ชอบ บ้านเราจะกินปลามากกว่า” เฟยเจินกระซิบบอกจางหลิวหยางเบาๆ จางหลิวหยางกลั้นหัวเราะจนเกือบสำลักเมื่อได้ยิน คนที่นี่ไม่รู้จักของดีเอาซะเลย ถึงว่าในถังมีแต่กุ้งตัวโตๆสวยๆ แต่กลับไม่มีคนสนใจจะซื้อ สงสัยวันนี้มีเื่สนุกให้หลิวหยางทำแล้วหล่ะ
“เอาเถอะ อาเป่าข้าอยากได้เ้านี้ 30 ตัว เ้าซื้อให้ข้าด้วย”
“30 ตัวเลยหรือขอรับ ขืนนายหญิงรู้ข้าต้องโดนดุแน่ๆ” หงเป่าทำคอย่น
“นี่เ้าไม่เชื่อใจข้ารึอาเป่า ทำตามที่ข้าบอกเถอะน่า” จางหลิวหยางบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ และเห็นเฟยเจินพยักหน้าให้หงเป่าเป็เชิงบอกให้ทำตามที่นางสั่ง
เมื่อได้กุ้งแล้วจางหลิวหยางก็มองหาส่วนประกอบอย่างอื่นที่พอจะหาได้ในตลาดต่อ ใช่แล้ว ตอนนี้นางกำลังคิดถึงต้มยำกุ้งน้ำใสแซ่บๆ กินแต่ผัด กับซุป มาหลายวันติดๆกันแล้ว วันนี้แหล่ะต้องเป็วันของหลิวหยางบ้าง
ในที่สุดนางก็เจอร้านขายผักร้านหนึ่ง จางหลิวหยางดีใจรีบดึงแขนเฟยเจินเดินเข้าไปเพื่อเลือกสิ่งที่้าทันที เมื่อหยิบเครื่องสำหรับทำต้มยำจนครบแล้วก็ส่งมันให้หงเป่าเพื่อให้เขาจ่ายเงินกับคนขาย จากนั้นหงเป่าก็พานางเดินออกจากร้านขายผัก เพื่อไปซื้อเนื้อสัตว์ และอาหารแห้งอีกสองสามร้าน จางหลิวหยางเดินตามมองบรรยากาศโดยรอบอย่างเพลิดเพลิน
เมื่อได้ของครบถ้วนแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องกลับเสียที จางหลิวหยาง เฟยเจิน และหงเป่า จึงพากันเดินไปหารถม้าที่ผูกไว้ข้างตลาด โดยของสดและของแห้งต่างๆที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้หงเป่าให้คนงานที่ติดตามมาด้วยนำไปเก็บล่วงหน้าไว้ส่วนหนึ่งแล้ว
“ขนมนี่หอมจังเลย” จางหลิวหยางหยุดตรงหน้าร้านขายขนมที่เป็แป้งทอดกลมๆร้านหนึ่ง ซึ่งคนขายได้ทอดใหม่ๆก่อนจะนำขึ้นวางในถาดให้ลูกค้าเลือกซื้อ ขนมจึงมีกลิ่นหอมฟุ้งไปรอบบริเวณ และหน้าร้านก็มีลูกค้าค่อนข้างแน่นด้วย
“เซาปิ่ง เดี๋ยวคุณหนูรอตรงนี้ก่อน ข้าจะไปซื้อให้ท่าน อาเป่าเ้าดูแลคุณหนูด้วย” เฟยเจินบอกจางหลิวหยางกับหงเป่าแล้วนางก็เดินแหวกคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าร้านเพื่อไปซื้อขนมให้ และพอกำลังดึงถุงเงินออกมาจากผ้าคาดเอวเพื่อหยิบเงินจ่ายก็มีผู้ชายรูปร่างผอมบางคนหนึ่งที่มีผ้าคาดหัวไว้เดินเข้ามาดึงถุงเงินไปจากมือของเฟยเจิน แล้วจากนั้นเขาก็วิ่งอย่างเร็วแหวกผู้คนเข้าไปในซอยที่ติดกับตลาด
“ห๊ะ!! โจร ช่วยด้วยยย ช่วยข้าขับโจรด้วย” เฟยเจินใหวีดร้องสุดเสียง แล้ววิ่งมาหาจางหลิวหยางกับหงเป่าที่ยืนรออยู่
“พวกท่านรอข้าอยู่ตรงนี้ก่อน” หงเป่าส่งของที่ถืออยู่ให้เฟยเจิน แล้วรีบวิ่งตามคนร้ายไป
ในจังหว่ะนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ลดาในร่างสาวน้อยจางหลิวหยางที่มีจิตใจเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ นางคิดว่าต้องทำอะไรซักอย่าง โดยไม่ได้สนใจอันตรายใดๆที่อาจรออยู่เบื้องหน้า นางจึงหันไปบอกเฟยเจิน และรีบวิ่งตามหงเป่าไป
“น้าเจิน ท่านรอข้ากับอาเป่าอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวข้ากลับมา”
“คุณหนู คุณหนูกลับมานะเ้าคะ มันอันตราย อย่าไป! คุณหนู” เฟยเจินร้องเรียกคุณหนูของนางจนสุดเสียงนางยืนพะวักพะวงอยู่อย่างนั้นเพราะทำอะไรไม่ถูก จะออกวิ่งตามนางไปแต่ก็ทำได้ยากลำบากด้วยวัยและสังขาร ทำได้เพียงแค่ยืนมองเรือนร่างบอบบางที่ใช้สองแขนโกยชุดยาวรุ่มร่ามวิ่งหายไปท่ามกลางผู้คนอย่างเป็ห่วง