ตึกๆๆๆ--- แพรพรรณใจเต้นโครมคราม
“ตายแล้ว! นี่เราไปกอดเค้าได้ไงอ่ะ น่าขายหน้าที่สุด!” เธอพึมพำอย่างอายจัดแต่พอเห็นว่าคนถูกกอดยังไม่ตื่นก็โล่งใจ “เฮ้อ...ดีนะที่เขายังไม่ตื่น นี่ถ้าเขารู้ว่าเรานอนกอดเค้าล่ะก็...อึ๋ย!...คงมองหน้ากันไม่ติดแน่”
แล้วเธอก็รีบลุกจากฟูกนอนเดินไปเปิดประตูห้องออกไปข้างนอกทันทีาาอัคนีลืมตามองตามร่างผอมบางไปอย่างนึกเสียดาย “เฮ้อ...”
คิดในใจอย่างสับสน ‘เหตุใดข้าจึงไม่นึกรังเกียจเดียจฉันท์ยามที่เ้าหนุ่มกอดข้าเล่าหรือข้ากำลังจะวิปริตเป็ดังเช่นเ้าปุโรหิตนั่นงั้นรึ...?’
แพรพรรณเดินลงจากเรือนไปจนถึงศาลากลางน้ำเธอยืนมองดูดอกบัวสีแดงบานไสวรับแสงอรุณ พอหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แก้มก็ร้อนซู่!
‘แย่ที่สุดเลย! เป็สาวเป็นางไปนอนกอดผู้ชายอย่างงั้นได้ไงอ่ะถึงเค้าจะไม่รู้ว่าเราเป็ผู้หญิงก็เหอะ น่าอายที่สุดเลย!แย่ๆๆๆๆ’ เธอด่าตัวเองในใจ
“เ้าตื่นแต่เช้าเชียว”เสียงทุ้มกังวานทรงอำนาจดังขึ้นข้างหลัง ทำให้แพรพรรณรีบหันไปมอง
“อ่ะ!” เธอตะลึง! เมื่อคนที่อยู่ในห้วงความคิดมายืนอยู่ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว
“ข้าตื่นมาไม่เห็นเ้าจึงตามหาที่แท้เ้าก็มาอยู่ที่นี่เอง” าาอัคนีตรัสน้ำเสียงราบเรียบ
“คือว่า...เอ่อ...คือว่า...ดิฉันตื่นแล้วก็เลยลงมาเดินเล่นค่ะ”แพรพรรณตอบตะกุกตะกักก้มหน้าหลบตา าาอัคนีแกล้งทำเฉยกับท่าทีเขินอายทั้งๆ ที่นึกขันอยู่ในใจ‘หึๆๆๆ เ้าหนุ่มนี่ช่างเขินอายได้น่ามองยิ่งกว่าสตรีเสียอีก’
แล้วเขาก็เสด็จไปยืนอยู่ข้างร่างผอมบางพลางยกมือขึ้นกอดอกด้วยท่วงท่าสง่างาม
“บัวยามเช้าช่างงดงามนัก”เขาเปรยขึ้นพร้อมกับมองดอกบัวในสระ “บัวงามเช่นนี้นี่เองจึงทำให้เ้าตื่นแต่เช้านัก”
เขาละสายตาจากดอกบัวไปมองใบหน้างดงาม
“เอ่อ...ค่ะ” แพรพรรณไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไรดีเธอลอบมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางนึกในใจ ‘เขาจะรู้ไหมนะว่าเราเผลอกอดเขาเมื่อคืน’
แต่พอเห็นท่าทีเฉยๆ เธอก็ลอบถอนหายใจ“เฮ้อ...”
‘คงไม่รู้หรอก’
“พี่พรรณท่านอยู่นี่เอง” เสียงใสดังขึ้นข้างหลัง ทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง
“น้องรัตนาตื่นแล้วเหรอ?” แพรพรรณทักพลางเดินเข้าไปหาร่างน้อยกลมป้อม
“ข้าตื่นมาไม่เห็นใครสักคนที่แท้พวกท่านก็มาอยู่กันที่นี่เอง” มือน้อยกลมป้อมเอื้อมไปจับมือเรียวสวย
“เ้าพี่!...แย่แล้วพะย่ะค่ะ!” เ้าชายวัชระวิ่งหน้าตื่นเข้ามาทำให้ทั้งสามคนหันไปมองเป็ตาเดียว
“มีอะไรหรือวัชระ?”าาอัคนีถามพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
“ไอ้ปุโรหิตเฒ่ามันให้ทหารออกมาป่าวประกาศว่าหากข้ากับเสด็จพ่อไม่ยอมเข้ามอบตัวก่อนตะวันตกดินมันจะปะาเสด็จแม่พะย่ะค่ะ”เ้าชายวัชระรีบกราบทูล “จะทำเช่นไรดีพะย่ะค่ะเ้าพี่?”
เขากระวนกระวายใจ ไม่รู้จะตัดสินใจประการใดดี?‘หากมอบตัวก็เท่ากับยอมตาย แต่หากไม่ยอมมอบตัว...เสด็จแม่ก็คงจะถูกมันสังหารแน่’
“ข้าคิดไว้แล้วว่ามันจะต้องกระทำเช่นนี้แน่”าาอัคนีบอก แล้วตรัสว่า“ถ้าเช่นนั้นเ้าก็จงยอมเข้ามอบตัวเพื่อจะล่อให้มันหลงกลเถิด ข้าเตรียมแผนไว้แล้ว”
เ้าชายวัชระมองาาอัคนีอย่างงงๆแต่เมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นของาาแห่งหิรัญคีรีผู้เกรียงไกรก็เบาใจว่าาาผู้เกรียงไกรคงสามารถจัดการทุกอย่างได้แน่ๆแพรพรรณกับมณีรัตนาได้แต่ยืนมองเฉยๆไม่สามารถออกความเห็นอะไรได้เพราะไม่รู้เื่อะไรซักอย่างกับสถานการณ์ที่เป็อยู่ในขณะนี้
“ปฐี วายุจงมาหาข้าเดี๋ยวนี้” าาอัคนีเรียกเสียงดังลั่น พลัน!ก็เกิดสายลมหมุนวนเบื้องหน้าาาอัคนีแล้วสายลมก็สลายไปกลายเป็วายุหนึ่งในขุนพลคนสนิท พร้อมกับแผ่นดินเบื้องหน้าาาผู้เกรียงไกรก็แยกตัวออกชายคนหนึ่งก้าวขึ้นมาจากรอยแยกนั้น เขาคือ ‘ปฐี’ อีกหนึ่งขุนพลคนสนิทแห่งหิรัญคีรี
“เหวอ!” แพรพรรณใจนแทบสิ้นสติ ‘พระเ้าช่วย!...อะไรมันจะพิลึกพิลั่นขนาดนี้!’
“กรี๊ดดดด---” ส่วนมณีรัตนาก็กรี๊ดลั่นโผเข้ากอดหญิงสาวทันที
“ถวายบังคมพระเ้าข้า”
“ถวายบังคมพระเ้าข้า”
สองขุนพลคุกเข่าเบื้องหน้าาาอัคนีาาอัคนีสั่งว่า “ปฐีเ้าไปกับข้าและวัชระ ส่วนวายุเ้าจงลอบเข้าไปช่วยพระมเหสีพิมพการะหว่างที่ข้ากับวัชระกำลังหลอกล่อเ้าปุโรหิต”
“พระเ้าข้า” ปฐีและวายุรับพระบัญชาแล้วาาอัคนีก็หันไปตรัสกับหนุ่มน้อยและเด็กหญิงว่า“ส่วนพวกเ้าสองคนก็รออยู่ที่นี่ ข้าจัดการกับเ้าปุโรหิตชั่วได้แล้วข้าจะส่งคนมารับเข้าวัง”
พอตรัสเสร็จก็เสด็จไปทันทีเ้าชายวัชระกับสองขุนพลจึงรีบตามเสด็จไป แพรพรรณและมณีรัตนาได้แต่มองตามอย่างงุนงงเ้าชายวัชระะโสั่งให้บ่าวไพร่จูงม้าออกมา แพรพรรณและมณีรัตนาจึงรีบเดินตามทั้งสี่ไปครั้นพอบ่าวไพร่จูงม้ามาให้ าาอัคนีก็ตวัดตัวขึ้นหลังม้าพร้อมกับเ้าชายวัชระและสองขุนพล ทั้งสี่คนชักม้าเตรียมจะออกวิ่ง แพรพรรณและมณีรัตนารีบเรียก“เดี๋ยวก่อนค่ะ”
“เดี๋ยวก่อนเพคะ”
าาอัคนีและเ้าชายวัชระจึงหันไปถามพร้อมกันว่า“มีอะไรหรือ?”
“เ้าชายจะเสด็จไปเพียงแค่สี่คนหรือเพคะ?”มณีรัตนาถามพลางทำหน้าสงสัย แพรพรรณก็รีบถามเช่นกัน “ฝ่าาจะเสด็จไปแค่นี้เหรอเพคะ?”
าาอัคนีมองทั้งสองคนแล้วถามว่า“ก็ใช่น่ะซิ พวกเ้ามีอะไรหรือ?”
“แล้วกองทัพกองทหารล่ะคะ”แพรพรรณรีบถามอย่างเป็ห่วง
“จะไปช่วยพระมเหสีพิมพกาหากเอาคนไปมากๆเ้าปุโรหิตชั่วมันจะยิ่งระวังตัว” าาอัคนีบอกแล้วถามว่า “พวกเ้าเป็ห่วงหรือ?”
ทั้งสองรีบพยักหน้าพร้อมกัน“ค่ะ”
“เพคะ”
าาอัคนีหัวเราะแล้วตรัสว่า“หึๆๆๆ พวกเ้าอย่าได้กังวลใจไป เ้าปุโรหิตนั่นไม่ครณามือข้าหรอก”
“เอ่อ...ถ้างั้นก็ระวังตัวด้วยนะเพคะ”แพรพรรณพูด แล้วก็สบตากับสายตาคมกล้า แล้วเธอก็บอกอีกว่า “ขอให้พระองค์ปลอดภัยเพคะ”
เพียงได้ยินถ้อยคำแสดงความห่วงใยจากหนุ่มน้อยร่างบางก็ทำให้ใจของาาแห่งหิรัญคีรีปราบปลื้มยินดี ทรงแย้มยิ้มให้หนุ่มน้อยแล้วตรัสว่า“ขอบใจสำหรับความห่วงใยที่เ้ามอบให้ข้า ข้าจะจดจำไว้ไม่มีวันลืมข้าต้องปลอดภัยกลับมาแน่ พวกเ้าไม่ต้องห่วงหรอก”
แล้วเขาก็หันไปตรัสกับผู้ตามเสด็จทั้งสามว่า“ไปกันได้แล้ว”
จากนั้นเขาก็ชักม้าออกวิ่งอีกสามคนรีบตามเสด็จไป แพรพรรณและมณีรัตนาได้แต่มองตามด้วยความเป็ห่วง จนกระทั่งทั้งสี่คนควบม้าลับตาไปแล้วแพรพรรณจึงชวนมณีรัตนากลับเข้าเรือน
าาอัคนี เ้าชายวัชระ ปฐีและวายุควบม้าไปถึงหน้าประตูวัง เ้าชายวัชระะโบอกทหารที่ยืนยามอยู่หน้าประตูวัง“ไอ้ปุโรหิตชั่ว ข้ามาแล้วอย่างไรล่ะ จงรีบออกมาเสียโดยไว ไม่เช่นนั้นข้าจะตามไปบั่นคอเ้าถึงที่นอนเอง”
“เ้าชายวัชระมาแล้วรีบไปกราบทูลาามหินธาเร็วเข้า” ทหารที่อยู่บนป้อมเหนือประตูวังะโบอกต่อๆ กันไปาาอัคนี เ้าชายวัชระและสองขุนพลนั่งรอบนหลังม้าครู่ใหญ่ สักพักบนป้อมเหนือประตูวังก็มีเสียงดังวุ่นวาย“รีบเดินไปซิ!”
“หนีไปซะวัชระ ไม่ต้องห่วงแม่”พระมเหสีพิมพกาะโบอก
“เสด็จแม่!” เ้าชายวัชระรีบมองขึ้นไปบนป้อมพระมเหสีพิมพกาถูกกระชากผมลากขึ้นไปบนป้อมอย่างน่าเวทนา แล้วผู้ชายคนที่กระชากผมของพระมเหสีก็พูดว่า“เ้าชาย หากเ้าอยากจะช่วยเสด็จแม่ของเ้าก็ลงจากหลังม้ายอมให้ทหารจับกุมเสีย”
“ไอ้มหินธา เ้าจงปล่อยเสด็จแม่ของข้าเดี๋ยวนี้!” เ้าชายวัชระะโสั่งอย่างโกรธจัด ปุโรหิตมหินธากระชากพระมเหสีพิมพกาผลักให้ยืนจนชิดกำแพงป้อมพร้อมกับตวัดดาบพาดคอของพระมเหสีเอาไว้
“พวกเ้าจงลงจากหลังม้าแล้วยอมให้ทหารจับกุมเสียมิฉะนั้นข้าจะบั่นคอพระมเหสีเสียเดี๋ยวนี้!” ปุโรหิตะโสั่งเสียงกร้าว
“อย่ายอมมันนะวัชระเ้าหนีไปเสียไม่ต้องห่วงแม่ แม่ยอมตายดีกว่าเห็นเ้าถูกฆ่า!”พระมเหสีพิมพกาะโบอกเด็ดเดี่ยวอย่างใจแข็ง นางพร้อมจะยอมสละชีวิตของตัวเองเพื่อลูก
“เสด็จแม่!” เ้าชายวัชระสงสารพระมารดายิ่งนัก าาอัคนีขยับม้าเข้าไปชิดเ้าชายวัชระแล้วกระซิบว่า“วัชระทำตามแผนเร็วเข้า”
เ้าชายวัชระเหลือบมองาาอัคนีแล้วแกล้งะโว่า“อย่าทำอะไรเสด็จแม่นะไอ้มหินธา ข้ายอมแล้ว”
เขาโหนตัวลงจากหลังม้าลงไปยืนบนพื้นดินาาอัคนีกับสองขุนพลก็ตวัดตัวลงจากหลังม้าเช่นกัน ปุโรหิตมหินธากระหยิ่มยิ้มย่องอย่างสมใจ“ดีมาก ถ้าเช่นนั้นพวกเ้าก็จงทิ้งดาบแล้วยอมให้ทหารจับกุมซะแล้วข้าจะปล่อยพระมเหสี”
“ทิ้งดาบแล้วรอคำสั่งจากข้า”าาอัคนีกระซิบสั่ง พลางปลดดาบโยนทิ้งไปเบื้องหน้า ตุบ!
เ้าชายวัชระและสองขุนพลรีบทำตามตุบ!ๆๆ
พอเห็นว่าอีกฝ่ายโยนดาบทิ้งแล้วปุโรหิตก็รีบะโสั่งทหารลั่น“ทหารจับพวกมันเอาไว้ แล้วเอาพวกมันไปขังไว้ในคุกหลวง”
ทหารกรูกันออกไปล้อมจับเ้าชายวัชระกับผู้ติดตามซึ่งทั้งสี่ก็แกล้งยอมให้ถูกจับอย่างง่ายดาย ทหารรีบเอาเชือกมัดทั้งสี่คนเอาไว้ ปุโรหิตมหินธาเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะลั่นอย่างดีใจที่จับตัวเ้าชายและผู้ติดตามได้อย่างง่ายดาย“ฮ่าๆๆๆ”
แล้วปุโรหิตเฒ่าก็ลดดาบลงจากลำคอของพระมเหสีเก็บเข้าฝักาาอัคนีรอจังหวะอยู่แล้วก็กระซิบสั่งว่า “ลงมือได้”
พลัน! ก็เกิดลมพายุหนุนรุนแรง พัดรอบผู้ถูกจับกุมตัวทั้งสี่คน
“เฮ้ย!...ลมอะไรวะ!?” ทหารแตกตื่นระส่ำระส่าย กระแสลมรุนแรงขนาดสามารถฉุดกระชากให้ปลิวขึ้นไปบนฟ้าได้พวกทหารรีบก้มตัวลงแนบพื้นเอามือป้องหน้าป้องตากันฝุ่น แล้วลมพายุก็แยกตัวออกเป็สองสายสายหนึ่งยังคงหมุนวนรอบคนทั้งสี่เอาไว้พร้อมกับสายลมนั้นบาดเชือกที่มัดตัวทั้งสี่คนจนขาดสะบั้นส่วนอีกสายหนึ่งก็หมุนคว้างพุ่งตรงไปบนป้อมทันที
“เฮ้ย!...ลมอะไรกันวะ!?” ปุโรหิตมหินธาใ รีบยกแขนบังฝุ่นไม่ให้เข้าตาแล้วกระแสลมหมุนก็พัดกระชากหอบเอาพระมเหสีพิมพกาลอยขึ้นไป้า “ว๊าย!”
“เฮ้ย!” ปุโรหิตใ! รีบคว้าตัวพระมเหสีเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วสายลมหอบพระมเหสีลอยไปหาเ้าชายวัชระ วายุยื่นมือไปรับพระมเหสี
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะพระมเหสี”เขาทูลก่อนจะถูกเนื้อต้องตัวพระมเหสีแล้วก็ประคองนางให้ยืนดีๆ
เ้าชายวัชระโผเข้ากอดพระมารดาทันที“เสด็จแม่! ทรงเจ็บตรงไหนบ้างไหมพะย่ะค่ะ?”
“วัชระ! ลูกแม่...ฮือๆๆ” พระมเหสีกอดพระโอรสแน่น น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างดีใจ ปุโรหิตมหินธาเสียท่าถูกชิงตัวพระมเหสีไปได้ก็คลั่งแค้นใจยิ่งนักะโสั่งเสียงเหี้ยมว่า “ทหาร! ฆ่าพวกมันให้หมด”
ทหารทั้งหมดต่างกรูเข้าไปล้อมเ้าชายวัชระกับผู้ติดตามาาอัคนีมองทหารเ่าั้ดั่งมดปลวก
“วายุเ้าคอยคุ้มครองพระมเหสีกับเ้าชาย ส่วนปฐีเ้าจัดการกับพวกทหาร ข้าจะไปจัดการกับเ้าปุโรหิตเอง”เขาสั่งแล้วเหาะลอยขึ้นไปบนป้อม พริบตาเดียวก็ไปยืนต่อหน้าปุโรหิตเฒ่าอย่างสง่างามน่าเกรงขามปุโรหิตมหินธาพอได้เห็นหน้าคนที่เหาะขึ้นมาก็ใ! “าาอัคนีแห่งหิรัญคีรี!”
น้ำเสียงสั่นอย่างเกรงกลัวบารมีของาาแห่งหิรัญคีรี
“ยังจำข้าได้หรือเ้าปุโรหิต?”าาอัคนีถามน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม พลางหรี่ตาจ้องดุจพยัคฆ์จ้องเหยื่อ
“เอื๊อก...” ปุโรหิตมหินธาลอบกลืนน้ำลายพลางมองหาทางหนีทีไล่เพราะรู้ตัวดีว่าไม่อาจจะสู้กับาาแห่งหิรัญคีรีได้ ขืนสู้ก็ตายแน่!
แล้วปุโรหิตเฒ่าก็ะโก้องว่า“พี่มหิศวร...ช่วยข้าด้วย---”
พลัน! ก็มีควันสีดำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นล้อมรอบร่างของปุโรหิตมหินธาเอาไว้พอควันสีดำจางหาย...ปุโรหิตเฒ่าก็อันตรธานหายไป
“ฮึ่ม! ข้าประมาทไปหน่อย มันจึงหนีรอดไปได้” าาอัคนีจ้องพื้นว่างเปล่าตรงหน้าอย่างเจ็บใจ
หลังจากาาอัคนีและเ้าชายวัชระพร้อมกับสองขุนพลไปแล้ว แพรพรรณและมณีรัตนาก็ถูกขุนท้าวแจ่มศรีเชิญไปอาบน้ำอาบท่าแล้วก็กินข้าวกินปลาพอกินข้าวเสร็จแล้วทั้งสองก็เดินไปนั่งรอฟังข่าวที่ศาลากลางน้ำ
“พี่พรรณ พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปล่ะจ๊ะ?”มณีรัตนาถามแล้วก็ทำหน้าเศร้า “ข้าอยากกลับบ้าน ข้าคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่”
“โธ่...อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นซิจ๊ะน้องรัตนาพวกเราต้องได้กลับบ้านแน่จ้ะ เพียงแต่ตอนนี้รอให้ามันสงบลงก่อนนะจ๊ะ” แพรพรรณปลอบแล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า “เออ...จริงซิน้องรัตนา แล้วพวกเราควรจะไปทางไหนต่อล่ะจ๊ะ?จู่ๆ ท่านพญานาคก็พาพวกเรามาที่นี่ พี่ก็เลยหลงทิศซะแล้วล่ะน้องรัตนาพอจะรู้ไหมจ๊ะ?”
เธอมองหน้าผู้ร่วมทางตัวน้อยอย่างรอคำตอบ
“อ๋อ...รู้จ้ะพี่พรรณ”มณีรัตนาตอบ แพรพรรณถอนหายใจอย่างโล่งอก “เฮ้อ...”
“ขณะนี้พวกเราอยู่ที่พนมนคร”มณีรัตนาบอกพลางใช้นิ้วจิ้มน้ำในจอกมาวาดแผนที่บนตั่ง “อมรานครอยู่ทางทิศพายัพของพนมนครจ้ะก่อนจะถึงอมรานครพวกเราจะต้องผ่านจันทรานครก่อนจ้ะ” เด็กหญิงชี้บอก แพรพรรณมองแผนที่บนตั่งพยายามจดจำให้ขึ้นใจเอาล่ะ...อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่าควรจะไปทางทิศไหนเหลือก็แค่รอให้าจบลงเท่านั้น
“เฮ้อ...ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกนั้นจะเป็ยังไงมั่งนะ”เธอพึมพำอย่างกังวลใจ พลอยทำให้มณีรัตนากังวลใจไปด้วย พวกบ่าวไพร่ก็เหมือนกันต่างกังวลใจกระวนกระวายจนไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร เฝ้าเดินวนเวียนรอฟังข่าวอยู่หน้าเรือนกันสลอน
พลัน! เสียงฝีเท้าม้าก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งสองหันไปมองทางต้นเสียง
“พี่พรรณ...เสียงม้า! พวกเรารีบไปดูกันเถอะจ้ะ” มณีรัตนาบอกอย่างตื่นเต้น
“อื้ม...” แพรพรรณพยักหน้าแล้วทั้งสองก็ผุดลุกอย่างว่องไวจับมือกันไว้ แล้วก็พากันเดินแกมวิ่งไปที่หน้าเรือน
“ชนะแล้ว! เ้าชายทรงชนะแล้ว!” เสียงะโดังลั่น
“เฮ้!” บรรดาบ่าวไพร่ นางกำนัลต่างไชโยโห่ร้องดีใจกันยกใหญ่
“พี่พรรณ เ้าชายทรงชนะจ้ะไชโย!ๆๆๆ” มณีรัตนาะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
“เฮ้อ...าจบซะที”แพรพรรณถอนหายใจโล่งอก แล้วก็นึกถึงทั้งสี่คน “หวังว่าคงไม่มีใครเป็อะไรหรอกนะ”
หลังจากนั้นเ้าชายวัชระก็ส่งกองทหารพร้อมกับเสลี่ยงไปรับพระบิดาเข้าวัง แพรพรรณกับมณีรัตนาจึงได้ติดตามไปด้วยระหว่างเดินทางเข้าวังก็ได้ยินเสียงร่ำลือถึงกิตติศัพท์ความเก่งกล้าของาาแห่งหิรัญคีรีต่างๆนานา
บ้างก็ว่าเพียงแค่ทรงตวาด...เ้าปุโรหิตชั่วก็กลัวหัวหดจนต้องรีบหนี
บ้างก็ว่าทรงสู้รบกับทหารทั้งกองทัพเพียงพระองค์เดียว
บ้างก็ว่าทรงสังหารเ้าปุโรหิตจนแหลกละเอียดเป็ผุยผง
ฯลฯ และอีกต่างๆ นานาจนแพรพรรณได้แต่นึกในใจอย่างขำๆ ว่า ‘สรุปว่ากำลังพูดถึงคนหรือยอดมนุษย์กันแน่น้า...’
หลังจากนั้นแพรพรรณและมณีรัตนาก็ได้เข้าเฝ้าพระาาและพระมเหสีแห่งพนมนครพร้อมกับเหล่าข้าราชบริพาราาแห่งพนมนครนั่งพิงหมอนบนบัลลังก์เพราะยังาเ็สาหัส พระมเหสีก็คอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลาเสียงกราบทูลรายงานสถานการณ์ทำให้แพรพรรณได้รับรู้เพิ่มเติมว่า าาอัคนีและเ้าชายวัชระกำลังยุ่งอยู่กับการสอบสวนพวกที่ร่วมมือกับปุโรหิตมหินธาที่คุกหลวงหลังจากนั้นแพรพรรณและมณีรัตนาก็ถูกพาไปพักที่เรือนรับรองหลวงในฐานะพระสหายของเ้าชายวัชระ
ภายในถ้ำแห่งหนึ่งกลางป่าหิมพานต์ ปุโรหิตมหินธาปรากฎกายขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันสีดำพอเห็นพี่ชายของตัวเองเขาก็เรียกหาอย่างยินดี “พี่มหิศวร”
ร่างกำยำถลันเข้าหาพี่ชายซึ่งนั่งอยู่บนแท่นหินหน้าเทวรูปเ้าแม่กาลี แต่แล้วเขาก็กระเด็นออกเพราะถูกแรงผลักมหาศาลกระแทกใส่ พลั่ก! “โอ๊ย!”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ