บทที่ 11 คนอื่นก็มีตา
อีกมุมหนึ่งของตลาดมีสายตาอีกคู่หนึ่งจ้องมองจางเหยี่ยนอี้ด้วยความพึงพอใจ
“หญิงสาวคนนั้นแหล่ะขอรับที่นายท่านหยางเค่อให้ข้ามาแจ้งแก่คุณชาย”
เสียงของห้าวอู๋คนสนิทของผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อ กระซิบบอกชายหนุ่มท่าทางร่ำรวยคนหนึ่งด้วยท่าทีประจบประแจง
ย้อนไปในตอนเช้าของวันนี้
ผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อนอนเหยียดกายอยู่บนเตียงไม้ ใบหน้าของเขายังคงหลงเหลือร่องรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้ายความเ็ปตามร่างกายหายไปแล้ว เหลือเพียงความแค้นที่ยังคุกรุ่นอยู่ในใจ
หางตาของเขามองเห็นลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาในห้องนอนด้วยท่าทางรีบร้อน
“เรียนนายท่านข้ามีเื่สำคัญจะมารายงาน”
ห้าวอู๋ค้อมศีรษะให้พร้อมเอ่ยเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน
“มีอะไร”
หยางเค่อถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ข้าเห็นจางเหยี่ยนอี้กับบิดากำลังจะเดินทางเข้าเมืองไปกับรถม้ารับจ้างของหมู่บ้านขอรับ”
ห้ารายงาน
เมื่อได้ยินชื่อของจางเหยี่ยนอี้ดวงตาของ หยางเค่อก็ลุกวาวด้วยความโกรธแค้น
“จริงหรือ นางตัวดีนั่นจะเข้าเมือง”
หยางเค่อถามซ้ำให้แน่ใจ
“ขอรับนายท่านข้าเห็นกับตา”
ห้าวอู๋ยืนยันเสียงหนักแน่น
หยางเค่อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกวักมือเรียกให้คนสนิทขยับเข้าไปใกล้
“ข้ามีเื่ให้เ้าไปทำ”
หยางเค่อกระซิบกระซาบ
“ขอรับนายท่านท่านมีอะไรจะสั่งอีกหรือขอรับ”
ห้าวอู๋รีบถามอย่างประจบประแจง
“ข้าอยากให้เ้าไปหาคุณชายจ้าวเสี่ยวิ น้องชายฮูหยินของข้าที่บ้านนอกเมือง”
หยางเค่อกล่าว
“คุณชายจ้าวหรือขอรับ”
มันถามด้วยความสงสัย
“ใช่แล้วจ้าวเสี่ยวิเป็น้องชายของฮูหยินใหญ่ของข้า เขามีนิสัยเ้าสำราญ ชอบเที่ยวเตร่และลุ่มหลงในอิสตรี หากเขาชอบใจสตรีใด ต้องได้ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีใด”
หยางเค่ออธิบาย
“แล้วนายท่าน้าให้ข้าไปหาเขาทำไมหรือขอรับ”
หยางเค่อแค่นยิ้มด้วยความสะใจก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“ข้าอยากให้เ้าไปบอกกับจ้าวเสี่ยวิว่าจาง เหยี่ยนอี้กำลังจะเดินทางเข้าเมืองและนางเป็สตรีที่งดงามมาก หากเขาได้นางมาเป็ภรรยา หรือแม้กระทั่งเป็แค่อนุเขาก็จะเหมือนได้นางฟ้ามาเลยทีเดียว”
หยางเค่อกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความชั่วร้าย
ห้าวอู๋เข้าใจความหมายของผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อในทันทีเขาค้อมหัวตอบรับ
“ขอรับนายท่านข้าจะรีบไปบอกเื่นี้กับเขา”
คนสนิทค้อมศีรษะให้แล้วรีบออกจากห้องนอนของเ้านายไป
หยางเค่อหัวเราะในลำคออย่างสะใจเขารู้ดีว่าด้วยนิสัยของจ้าวเสี่ยวิ หากได้เห็นเหยี่ยนอี้ซึ่งงดงามอ่อนเยาว์แบบนั้นคงไม่พ้นเงื้อมมือของเขาไปได้
“เหยี่ยนอี้คนงาม...คราวนี้เ้าจะต้องเจอกับเื่ที่เลวร้ายกว่าเดิม ข้าจะทำทุกวิถีทางให้เ้าต้องอับอายขายหน้าและต้องถูกเหยียดหยามจากผู้คน”
หยางเค่อพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่กับห้าวอู๋คือจ้าวเสี่ยวิ น้องชายของซูเหม่ย ฮูหยินของผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อ
ทั้งสองเป็บุตรนอกสมรสของจ้าวชิงเ้าเมืองสุ่ยที่เกิดจาก หลันฮวา นางโลมผู้เลอโฉมในเมืองสุ่ย แต่เพราะครอบครัวตระกูลจ้าวไม่อาจยอมรับนางโลมให้เป็อนุในจวน จ้าวชิงจึงเลี้ยงดูแม่ลูกทั้งสามไว้นอกจวนภายในอำเภอหนาน
จ้าวเสี่ยวิเป็ชายหนุ่มรูปงามผิวขาวละเอียด รูปร่างสูงโปร่งเหมือนมารดา แต่กลับมีนิสัยเ้าสำราญชอบเที่ยวเตร่และลุ่มหลงในอิสตรี เมื่อได้รับข่าวจาก คนสนิทของพี่เขยก็เข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายไม่สามารถได้เพราะพี่สาวของเขาร้ายกาจเหมือนนางเสือ จึงส่งนางมาให้น้องภรรยาอย่างตน
เมื่อเขาตามห้าวอู๋มาก็พบหญิงสาวนางหนึ่ง ที่กำลังยืนอยู่ในสำนักศึกษาเมื่อเห็นใบหน้าของนางเต็มตา จ้าวเสี่ยวิถึงกับเบิกตากว้างราวกับต้องมนต์สะกด
หญิงสาวนางนั้นงดงามเกินกว่าที่เขาเคยพบเห็นมาทั้งชีวิตใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวผ่องราวกับหยก ดวงตากลมโตเป็ประกายราวกับดวงดาวจมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากบางที่แย้มยิ้มน้อย ๆทุกองค์ประกอบบนใบหน้าของนางล้วนงดงามลงตัวอย่างหาที่ติมิได้
“นางฟ้า... นางฟ้าชัดๆ”
จ้าวเสี่ยวิพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
เสี่ยวิไม่เคยพบเห็นสตรีใดที่งดงามเท่า เหยี่ยนอี้มาก่อนแม้แต่เหล่าสาวงามในหอนางโลมชื่อดังของมารดา ที่เขาเคยใช้เงินทองปรนเปรอมานับครั้งไม่ถ้วนก็ยังไม่อาจเทียบเคียงความงดงามของจางเหยี่ยนอี้ได้
“ข้าจะต้องได้นางมา...ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
เสี่ยวิคิดในใจด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า
ความคิดที่จะได้เหยี่ยนอี้มาเป็ภรรยาหรือแม้กระทั่งเป็แค่อนุ ก็ทำให้เืในกายของเสี่ยวิสูบฉีดอย่างรุนแรงเขาไม่สนใจว่านางจะเป็ใคร มาจากไหน หรือมีฐานะอย่างไรสิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการได้ความงดงามของนาง
จ้าวเสี่ยวิเดินตรงเข้าไปหาเหยี่ยนอี้อย่างไม่รีรอเขาหยุดยืนอยู่ข้างหน้านาง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มหูที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
“แม่นางผู้งดงาม ข้าชื่อจ้าวเสี่ยวิเ้าชื่ออะไร พอจะบอกข้าได้หรือไม่”
จางเหยี่ยนอี้หันมามองเสี่ยวิด้วยสายตาที่เฉยเมยนางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นหรือเขินอายแต่อย่างใด
“ข้าไม่รู้จักท่านและไม่มีความจำเป็ที่จะต้องรู้จัก”
เหยี่ยนอี้ตอบด้วยน้ำเสียงเ็า พลันสายตาก็มองเห็นใบหน้าของบิดามีสีหน้ามืดครึ้มอยู่ด้านข้าง
จ้าวเสี่ยวิไม่ย่อท้อเขายิ้มอย่างมีเสน่ห์ แล้วกล่าวต่อ
“แม่นางช่างงดงามราวกับเทพธิดาข้าไม่เคยเห็นสตรีใดที่งดงามเท่าเ้ามาก่อน ข้าอยากจะขอเชิญเ้าไปดื่มชาด้วยกันเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้นดีหรือไม่”
จางลี่หยางก้าวขึ้นมาบังลูกสาวไว้เบื้องหน้าก่อนจะเอ่ยวาจาแข็งกร้าว
“ลูกสาวของข้าไม่มีเวลาและไม่มีความสนใจที่จะดื่มชากับคนแปลกหน้า”
จ้าวเสี่ยวิหันมามองชายที่เรียกขานนางว่า ลูกสาว ก็หรี่ตามอง ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา
“ท่านพ่ออย่าเพิ่งปฏิเสธข้าเลยข้ารู้ว่าท่านคงจะยังไม่รู้จักข้าดีพอ ข้าสามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่นาง และท่านพ่อ้าได้ไม่ว่าจะเป็เงินทอง ชื่อเสียง หรืออำนาจ”
จ้าวเสี่ยวิมองเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วก็ยิ้มที่มุมปากอย่างเหยียดหยามก่อนจะกล่าวเกลี้ยกล่อม
เมื่อจางลี่หยางได้ยินว่าเขาอาจเป็คนมีอำนาจ ก็หยุดชะงักเขายังไม่พร้อมที่จะมีปัญหากับคนยิ่งใหญ่ที่นี่เพราะเื่ภรรยาของเขายังเป็ความลับดำมืด จึงมีท่าทีอ่อนลง แต่สำหรับจางเหยี่ยนอี้ซึ่งภายในร่างคือลี่ซา หน่วยสวาทที่ไม่เคยก้มหัวให้ใคร
นางยืดตัวขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเ็า
“ข้าไม่้าอะไรจากท่านทั้งนั้นโปรดอย่ามายุ่งกับข้าอีกเลย”
จางเหยี่ยนอี้กล่าวจบก็หันหลังดึงแขนของบิดาเดินจากไป ปล่อยให้จ้าวเสี่ยวิยืนมองตามด้วยความอับอายและโกรธแค้น
“ช่างหยิ่งผยองนัก คอยดูเถอะไม่ว่าอย่างไร นางจะต้องเป็ของข้า...ข้าจะทำทุกวิถีทางให้นางมาเป็ของข้าให้ได้”
สายตาที่มองตามด้วยความโกรธแค้นของ จ้าวเสี่ยวิอยู่ในสายตาของนายอำเภอหนุ่ม จนเขาอดเป็ห่วงนางไม่ได้