ณ ตำหนักองค์ชายรอง
“เรียนแม่นางเอิ่นลั่วมีญาติมาพบท่านเ้าค่ะ” นางกำนัลรายงาน
“ใครกัน” เอิ่นลั่วสงสัย
“เห็นเขาบอกว่าเขาชื่อว่าเอิ่นหวังเ้าค่ะ” นางกำนัลนึกขึ้นได้
“ท่านอาเอิ่นหวังนี่เองข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เอิ่นลั่วรู้สึกดีใจแกมระแวง
ณ อุทยานตำหนักองค์ชายรอง
“ข้าน้อยคารวะท่านอาเ้าค่ะ” เอิ่นลั่วแสดงความเคารพผู้าุโ
“ข้าดีใจจริงๆที่เห็นเ้าสุขสบายดี”อาเอิ่นหวังดีใจที่เห็นหลานสาว
“มีเื่ที่บ้านข้าหรือเปล่าเ้าคะ” เอิ่นลั่วกลัวว่าจะได้ข่าวไม่ดีเหมือนกับเหวยเซียง
“ก็ไม่เชิงหรอกเื่มีอยู่ว่าน้องสาวของเ้า เอิ่นชิงนั้นยอมแต่งเป็อนุภรรยาของบุตรชายท่านราชครูพ่อเ้าไม่เห็นด้วยแต่ก็ต้องรับสินสอดมานี่คือสินสอดทั้งหมดที่พ่อเ้านำมาให้เ้าเพื่อนำไปคืนท่านราชครูทั้งหมด” เอิ่นหวังนำสินสอดมาวางไว้ตรงหน้า
“เหตุใดท่านพ่อถึงไม่ยอมรับล่ะเ้าคะ” เอิ่นลั่วไม่เข้าใจเพราะยังไงเอิ่นชิงก็เป็ผู้ยินยอมแต่งงานเอง
“พ่อเ้ารู้ข่าวมาว่าบุตรชายท่านราชครูชอบทำร้ายร่างกายภรรยาของตัวเองท่านพยายามเตือนเอิ่นชิงตั้งหลายครั้ง แต่นางก็ไม่ยอมฟังนางตั้งใจว่าจะสร้างฐานะและมีหน้ามีตาในสังคมให้จงได้เพื่อเอาชนะเ้า” เอิ่นหวังยอมเล่า
“เอาชนะข้างั้นหรือข้าก็เป็เพียงสามัญชนไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ ข้ามีอะไรให้อิจฉา” เอิ่นลั่วมองดูตัวเองแล้ว
“แต่ถึงอย่างนั้นองค์ชายรองก็ทรงให้เกียรติเ้าไม่ใช่หรือเขาเห็นเ้าเป็ขุนนางคนสำคัญคนหนึ่ง” เอิ่นหวังมองออก
“มันก็จริงเ้าค่ะ”เอิ่นลั่วยอมรับว่าองค์ชายรองทรงไม่เคยดูถูกดูิ่นางเลยสักครั้ง
“หวังว่าเ้าจะยอมหาทางช่วยน้องสาวของเ้านะเอิ่นลั่ว” เอิ่นหวังกล่าว
“ข้าจะพยายามเกลี้ยกล่อมน้องสาวก็แล้วกันเ้าค่ะ”เอิ่นลั่วไม่อาจรับปากได้เต็มปากเต็มคำเพราะรู้ว่าน้องสาวมีนิสัยดื้อรั้นพอๆกับตนเอง
“ข้าแวะมาเมืองหลวงก็เลยช่วยพ่อเ้านำสินสอดมาข้าคงต้องรีบกลับเมืองตงป่ายแล้ว”เอิ่นหวังช่วยได้เพียงเท่านี้
“นี่คือทรัพย์สินที่ข้าหามาได้ในระหว่างรับใช้องค์ชายรองข้าขอฝากท่านมอบให้กับท่านพ่อได้มั้ยเ้าคะ” พอรู้ว่าท่านอามาเอิ่นลั่วก็รีบเตรียมทรัพย์สินเพื่อให้ท่านอานำไปให้ท่านพ่อ
“ได้สิ ข้าจะมอบให้กับมือรบกวนเ้าเขียนจดหมายบอกจำนวนทรัพย์สินด้วยเถิด ข้าไม่อยากถูกมองในแง่ไม่ดีอาจถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์” เอิ่นหวังเป็คนรอบคอบ
“ข้าไว้ใจท่านเ้าค่ะ”เอิ่นลั่วกล่าว
“ข้าไม่อยากมีข้อติฉินนินทาน่ะหวังว่าเ้าจะเข้าใจ” เอิ่นหวังเป็เถรตรง
“ทราบแล้วเ้าค่ะ”เอิ่นลั่วจึงเขียนจดหมายถึงพ่อพร้อมกับบอกจำนวนทรัพย์สินที่มอบให้นี้ด้วย
******************************
แต่ทว่าเอิ่นลั่วนั้นก็ห้ามน้องสาวไม่ทันเพราะพิธีแต่งงานได้จัดขึ้นแล้ว นางทำได้เพียงไปอวยพรน้องสาวในงานแต่งงานเท่านั้น
ณก่อนพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ในวันแต่งงาน
“วันนี้ท่านพี่มาอวยพรข้าหรือเ้าคะ” เอิ่นชิงในชุดแดงได้ออกมาพบพี่สาวสายเืเดียวกัน
“เ้าคิดดีแล้วแน่หรือ เ้าควรฟังท่านพ่อนะปิงไห่ไม่ใช่สุภาพบุรุษอย่างที่เ้าคิด” เอิ่นลั่วพยายามเตือน
“ท่านพี่อิจฉาข้างั้นหรือเ้าคะ ข้าได้แต่งกับบุตรชายขุนนาง แต่ท่านที่เคยหวังสูงที่จะเป็พระชายากลับถูกองค์รัชทายาทสลัดทิ้งอย่างไม่ใยดี และต้องย้ายมาเกาะองค์ชายรอง” เอิ่นชิงพูดเยาะเย้ย
“นี่เ้า” เอิ่นลั่วโมโหที่น้องสาวพูดแทงใจดำ
“มันเป็ความจริงนี่เ้าคะ ยอมรับไม่ได้งั้นหรือ” เอิ่นชิงกล่าว
“ก็ได้เอิ่นชิง ถือว่าวันนี้พี่มาอวยพรวันแต่งงานของเ้าก็แล้วกันงั้นพี่ขอตัวกลับก่อน” เอิ่นลั่วหมดคำจะพูด
“ข้าไม่ส่งนะท่านพี่” เอิ่นชิงมองพี่สาวเดินจากไปด้วยความคิดที่เชื่อมั่นว่านางต้องอยู่เหนือกว่าพี่สาวของตนให้จงได้
เอิ่นลั่วส่ายหน้าให้กับความถือดีของน้องสาวนางคงเตือนอะไรน้องสาวไม่ได้ มาถึงจุดนี้นางเองก็เป็เช่นเดียวกันกับเอิ่นชิงเพราะนางเคยดึงดันมาสอบจอหงวนทั้งๆที่รู้ว่าเขารับเพียงแต่ผู้ชายเท่านั้นนางไม่ยอมฟังคำเตือนของพ่อ สุดท้ายนางก็เป็ได้เพียงบ่าวติดตามองค์ชายรองเท่านั้นไม่ได้สร้างฐานะหรือความมีหน้ามีตาให้กับวงศ์ตระกูลเลยสักนิด
******************************
แต่แล้วผ่านไปแค่เพียงหนึ่งวันเท่านั้นเอิ่นชิงก็ร้องห่มร้องไห้มาพบเอิ่นลั่วที่ตำหนักองค์ชายรอง
“เ้าเป็อะไรไปน่ะเอิ่นชิงทำไมเ้าถึงดูบอบช้ำและมีร่องรอยถูกเฆี่ยนตีแบบนี้” เอิ่นลั่วใกับสภาพน้องสาว
“ฮือ ฮือ ข้าขอโทษท่านพี่ข้าน่าจะยอมเชื่อท่าน ปิงไห่ทำร้ายร่างกายข้าก่อนที่เขาจะมีอะไรกันกับข้าข้าทนไม่ไหวก็เลยหนีมาที่นี่เ้าค่ะ” เอิ่นชิงพูดทั้งน้ำตา
“พี่จะไปเอาเื่มัน” เอิ่นลั่วโมโห
“แต่เขาเป็ถึงบุตรชายท่านราชครูนะเ้าคะ”เอิ่นชิงปาดน้ำตาและกล่าวด้วยความเป็ห่วงพี่สาว
“ท่านพ่อคืนสินสอดทั้งหมดตอนนี้สินสอดอยู่กับพี่ พี่จะนำไปคืนท่านราชครู เ้าจะได้เป็อิสระไง” เอิ่นลั่วจะไปเจรจาให้
“ที่แท้ท่านพ่อก็พูดถูกทั้งหมดข้าน่าจะเชื่อท่านพ่อ” เอิ่นชิงนึกถึงคำพูดของบิดา
“ท่านพ่อรักเ้ามากเ้าพักรักษาตัวที่นี่ก่อนเถิด อีกสักสองสามวันเ้าค่อยกลับเมืองตงป่าย” เอิ่นลั่วแนะนำ
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านพี่”เอิ่นชิงยอมเชื่อฟังพี่สาวแต่โดยดี
“มีจดหมายมาจากจวนท่านราชครูเ้าค่ะแม่นางเอิ่นลั่ว” นางกำนัลรายงาน
เอิ่นลั่วรับจดหมายมาอ่านพร้อมกับขยำทิ้งด้วยอารมณ์โมโห
“มีอะไรหรือเปล่าเ้าคะท่านพี่” เอิ่นชิงใ
“มันบอกให้พาเ้าไปพบมันที่บ้านร้างไม่เช่นนั้นมันจะไปเอาเื่กับท่านพ่อฐานรับสินสอดไปแล้วแต่ลูกสาวดันหนีและละทิ้งหน้าที่ภรรยา” เอิ่นลั่วเล่า
“ท่านพี่ต้องช่วยข้านะเ้าคะข้าไม่อยากกลับไปอีกแล้ว” เอิ่นชิงรีบจับแขนพี่สาวและพยายามแสดงสีหน้าอ้อนวอน
“พี่จะไปเจรจาและนำสินสอดไปคืนที่บ้านร้างคืนนี้เ้าอยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวล พี่จะปกป้องเ้าเอง” เอิ่นลั่วจับมือน้องสาวเพื่อกล่อมไม่ให้น้องสาวหวาดกลัว
“ขอบคุณเ้าค่ะข้าจะไม่ลืมพระคุณของท่านเลย” เอิ่นชิงรู้สึกซึ้งใจ
******************************
ก่อนที่เอิ่นลั่วจะออกเดินทางไปยังบ้านร้างนางได้แวะถามนางกำนัลถึงอาการาเ็ของน้องสาว
“น้องสาวของข้าเป็อย่างไรบ้าง” เอิ่นลั่วสอบถามนางกำนัล
“นอนหลับแล้วเ้าค่ะ”นางกำนัลรายงาน
“ท่านหมอมาดูอาการให้หรือยัง”เอิ่นลั่วเป็ห่วง
“นางบอกว่าได้ไปหาหมอมาก่อนแล้วเ้าค่ะ” นางกำนัลกล่าว
“งั้นหรือ” เอิ่นลั่วนึกแปลกใจว่าเหตุใดน้องสาวถึงไม่ให้หมอที่นี่ตรวจสอบอาการของนาง
“น้องสาวท่านคงจะเพลียมากนางยังไม่ทันได้อาบน้ำนางก็หลับเสียแล้ว” นางกำนัลรายงานอีก
“ข้าจะไปดูนางสักหน่อย” เอิ่นลั่วไปดูน้องสาวที่ห้องนอนของตนก็เห็นนางนอนหลับไปแล้วจริงๆสักพักเอิ่นลั่วก็ไปพบปิงไห่ตามนัดหมาย
******************************
ณ บ้านร้าง
“มาแล้วหรือแม่นางเอิ่นลั่ว” ปิงไห่มาพร้อมกับลูกสมุนจำนวน 6 คน
“ข้านำสินสอดมาคืนส่วนเื่งานแต่งงานระหว่างท่านกับน้องสาวข้าให้ถือว่าเป็โมฆะ” เอิ่นลั่วไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบบอกวัตถุประสงค์
“ไหนล่ะสินสอด” ปิงไห่เห็นหญิงสาวมามือเปล่า
เอิ่นลั่วชี้ไปที่กองสินสอดที่วางติดผนังบ้านร้างและกล่าวว่า “ในเมื่อเ้ายอมรับสินสอดคืนแล้ว ข้าไปล่ะ”
“เดี๋ยวสิแม่นางเอิ่นลั่ว เ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” ปิงไห่พูดยิ้มๆ
“หมายความว่ายังไง”เอิ่นลั่วขมวดคิ้วสงสัย
“น้องสาวของเ้าได้ขอร้องข้าว่าให้แลกเ้ากับตัวนาง”ปิงไห่ตอบสั้นๆ
“ข้าไม่เข้าใจ” เอิ่นลั่วงง
“หมายความว่าเ้าจะต้องทำหน้าที่เป็อนุภรรยาแทนนางอย่างไรล่ะเอิ่นลั่ว รู้มั้ยว่าข้าปรารถนาตัวเ้ามานานแล้ว ยอมอยู่กับข้าเถอะนะรับรองว่าข้าจะทะนุถนอมเ้าเป็อย่างดี ไม่ยอมทำร้ายร่างกายเ้าเด็ดขาด” ปิงไห่พยายามจะเดินเข้าไปลูบแขนนาง
เอิ่นลั่วรีบถอยหนีและกล่าวว่า“ฝันไปเถอะ”
“เ้ามาติดกับแบบนี้ใครจะช่วยเ้าได้” ปิงไห่เห็นว่าหญิงสาวมาเพียงผู้เดียว
ปิงไห่เดินเข้าไปใกล้หญิงสาวหวังจะข่มเหงนางที่นี่
แต่เอิ่นลั่วนั้นก็หาได้กลัวไม่นางยืนนิ่งเฉย สงบเยือกเย็นราวกับว่ารู้อยู่ก่อนแล้ว
“เ้าไม่ได้กลัวเกรงข้าเลยเ้าเองก็อยากเป็อนุภรรยาของข้าเช่นกันสินะ” ปิงไห่เดาไปเอง
“ผิดแล้วท่านปิงไห่เป็เพราะข้ามองแผนการของน้องสาวออกมาั้แ่แรกแล้วต่างหาก” เอิ่นลั่วยิ้มมุมปาก
“หมายความว่ายังไง”ปิงไห่สงสัย
“พวกท่านออกมาเถิดข้าทนเห็นชายบ้ากามคนนี้ไม่ไหวแล้ว” เอิ่นลั่วเรียกพรรคพวก
“ขอรับแม่นางเอิ่นลั่ว”ทหารองครักษ์ข้างกายองค์ชายรองทั้งห้าคนออกมาปรากฏตัว
“ก่อนมาที่นี่ข้าได้แวะไปเยี่ยมน้องสาวข้ามองเห็นว่าาแฟกช้ำต่างๆล้วนเกิดจากการแต้มสีให้ดูเหมือนาแเท่านั้น” เอิ่นลั่วอธิบาย
“เ้ารู้ได้ยังไง”ปิงไห่ขมวดคิ้วสงสัยอีก
“บนที่นอนล้วนแต่มีรอยเปื้อนสีน่ะสิอีกทั้งร่องรอยแผลปลอมตามตัวก็จางลง บางส่วนก็เลือนหายไป” เอิ่นลั่วสังเกตได้
“เ้าช่างฉลาดยิ่งนักถูกแล้ว น้องสาวเ้าเป็คนวางแผนการทั้งหมด เพื่อให้เ้ามาอนุภรรยาแทนนางส่วนนางจะคอยรับใช้องค์ชายรองแทนเ้าและถ้าคาดการณ์ไม่ผิดนางก็คงใช้เสน่ห์ทำให้นางได้เป็พระชายาไม่ขององค์ชายรองก็ขององค์รัชทายาทนั่นแหละ”ปิงไห่กล่าว
“นางหวังสูงเกินเอื้อมจริงๆหญิงสูงศักดิ์เท่านั้นถึงมีสิทธิ์ได้เป็พระชายา”เอิ่นลั่วรู้แก่ใจดี
“เอาเถอะในเมื่อเ้าป้องกันตัวเป็อย่างดีข้ากลับล่ะ” ปิงไห่รู้ดีว่าสู้ทหารองครักษ์ที่ฝึกมาเป็อย่างดีไม่ได้
“เอาสินสอดนั่นไปด้วยพ่อข้าไม่ยอมรับลูกเขยที่ทำร้ายร่างกายผู้หญิง” เอิ่นลั่วกล่าว
“เด็กๆยกสินสอดนั้นกลับจวนพ่อข้า” ปิงไห่สั่งลูกน้อง
“ขอรับ” ลูกสมุนช่วยกันแบกทรัพย์สินมีค่าเ่าั้
ปิงไห่พร้อมบริวารทั้งหกคนพากันกลับจวนท่านราชครูความจริงคือพวกเขาเกรงกลัวทหารองครักษ์ข้างกายองค์ชายรองเพราะรู้มาว่าพวกเขามีวรยุทธ์สูงมากแค่ไหน
เอิ่นลั่วเพียงแต่้าพิสูจน์ข้อสงสัยของตัวเองที่มีต่อน้องสาวแท้ๆนางไม่คิดว่าตนจะคาดการณ์ถูกต้องคือเอิ่นชิง้าหลอกให้เอิ่นลั่วโดนปิงไห่จับตัวไปและบังคับให้นางตกเป็อนุภรรยาของปิงไห่แทนเอิ่นชิงตอนนี้เอิ่นลั่วกำหมัดไว้แน่นเพราะไม่คิดว่าน้องสาวจะเห็นลาภยศสรรเสริญสำคัญกว่าความเป็พี่น้องสายเืเดียวกัน
สักพักเอิ่นลั่วก็ตื่นจากภวังค์เพราะนางได้ยินเสียงการต่อสู้นางและทหารทั้งห้าจึงค่อยๆย่องไปดูที่ป่าด้านหลังบ้านร้างนั้น
และแล้วสิ่งที่พวกนางเห็นก็คือองค์รัชทายาทกำลังถูกนักฆ่านับสิบคนโอบล้อมอยู่ ในตอนนี้องค์รัชทายาททรงถูกฟันที่แขนและหลังแต่ก็ทรงพยายามฝืนลุกขึ้นยืน
“พวกเ้าเป็ใคร้าอะไร” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์ทรงทำร้ายเ้านายพวกข้าก่อนพระองค์จึงมีจุดจบเช่นนี้พะย่ะค่ะ” นักฆ่านายหนึ่งกล่าว
“เราไม่ได้ทำร้ายใคร์เป็พยานให้เราได้” องค์รัชทายาทตรัสตามจริง
“พระองค์ทรงปากแข็งยิ่งนักใครก็มองออกพะย่ะค่ะว่าพระองค์ทรงร่วมมือกับเผ่าเจียงหนานลอบปลงพระชนม์น้องชายของตัวเอง” นักฆ่าอีกนายกล่าว
“ที่แท้พระสนมเอกก็เป็คนที่ส่งพวกเ้ามา”องค์รัชทายาททรงเริ่มเข้าพระทัยสถานการณ์
เอิ่นลั่วที่แอบฟังอยู่ นางได้ขอร้องให้ทหารองครักษ์ทั้งห้ายอมไปช่วยองค์รัชทายาท
“ได้โปรดช่วยพระองค์ด้วยเถิด”เอิ่นลั่วอ้อนวอน
“ในเมื่อองค์รัชทายาททรงเป็ศัตรูขององค์ชายรองเหตุใดพวกเราต้องไปช่วยด้วย หรือว่าท่านยังคงมีใจให้กับองค์รัชทายาทอยู่เลยขอร้องพวกเราเช่นนี้” ทหารองครักษ์นายนึงกล่าว
“ใครบอกล่ะท่านข้าเพียงแต่้าปกป้ององค์ชายรองต่างหาก หากองค์รัชทายาททรงเป็อะไรไปองค์ชายรองที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ก็จะถูกใส่ร้ายป้ายสีได้โดยง่ายและนั่นอาจทำให้ฝ่าาทรงเพ่งเล็งองค์ชายรองมากขึ้นไปอีก”เอิ่นลั่วกล่าว
“งั้นก็ได้พวกเราจะไปช่วยองค์รัชทายาทเดี๋ยวนี้” ทหารองครักษ์ทั้งห้ารีบเข้าจู่โจมนักฆ่า
เนื่องจากองค์รัชทายาทนั้นถูกวางยาและถูกนักฆ่าล่อมาที่นี่แต่เพียงผู้เดียวทำให้องครักษ์ข้างกายของพระองค์ตามหาพระองค์ไม่เจอยังดีที่องครักษ์ประจำตำหนักองค์ชายรองอยู่แถวนั้นพอดี ด้วยคำขอร้องของเอิ่นลั่วทำให้พวกเขายอมช่วยชีวิตองค์รัชทายาท
องครักษ์สามารถต่อกรพวกนักฆ่าได้โดยง่ายแม้เป็สิบต่อห้าก็ตาม นักฆ่าทั้งแปดตายหมด เหลืออีกสองคนหลบหนีไปได้
องค์รัชทายาททรงาเ็สาหัสทำให้พระองค์นอนสลบไม่ได้สติเอิ่นลั่วจึงรีบเข้าไปดูอาการ
เอิ่นลั่วคิดในใจว่า “องค์รัชทายาททรงมีวรยุทธ์สูง เหตุใดถึงพลาดท่าให้กับเหล่านักฆ่าได้หรือว่าพระองค์จะถูกวางยา” นางหันไปบอกทหารองครักษ์ที่สวมชุดดำว่า“ต้องพาพระองค์ไปรักษาที่ร้านหมอบริเวณใกล้เคียงเสียก่อนหากทิ้งไว้นานอาจถึงแก่ชีวิตได้”
“ได้แต่ข้าคิดว่าท่านควรกลับตำหนักองค์ชายรองได้แล้ว ปล่อยให้พวกข้าจัดการเองพวกข้าไม่้าให้องค์รัชทายาททรงทราบว่าคนขององค์ชายรองเป็ผู้ช่วยชีวิตพระองค์” ทหารองครักษ์นายนึงกล่าว
“ได้งั้นข้าจะกลับตำหนักองค์ชายรองเพื่อสะสางเื่น้องสาวเดี๋ยวนี้” เอิ่นลั่วมีเื่ที่ต้องรีบกลับไปทำ
และแล้วองค์รัชทายาทก็ทรงปลอดภัยหลังจากที่ได้รักษาตัวกับท่านหมอในเมืองหลวงพระวรกายของพระองค์ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ตอนนี้ทหารองครักษ์ได้ใช้เกวียนลากพระองค์ไปจอดไว้ที่หน้าตำหนักองค์รัชทายาท
พวกเขาช่วยกันเคาะประตูและพากันะโหนีหายไปปล่อยให้ทหารประจำตำหนักช่วยกันแบกพระองค์กลับไปที่ห้องบรรทมและเรียกหมอหลวงมารักษาพระอาการต่อไป
******************************
ณ ตำหนักองค์ชายรอง
เอิ่นลั่วนึกแค้นใจน้องสาวของตัวเองนางแอบดูอยู่หลังฉากเพื่อดูพฤติกรรมของน้องสาว
เอิ่นชิงลุกขึ้นจากเตียงและรู้สึกครั่นเนื้อครั้นตัวเพราะยังไม่ได้อาบน้ำนางคิดว่าแผนการของนางคงสำเร็จไปแล้ว นางจึงยอมไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ทำให้นางในตอนนี้ไร้ซึ่งร่อยรอยาแที่เกิดจากการแต่งแต้มสี
“รู้สึกสบายตัวจังต่อไปข้าจะได้อยู่ที่นี่ ไม่ใช่แค่คนสนิท แต่เป็พระชายาขององค์ชายรอง” เอิ่นชิงยิ้มอย่างมีชัย
“อย่าฝันเฟื่องไปหน่อยเลยองค์ชายรองทรงไม่ชายตามองดูเ้าหรอกเอิ่นชิง” เอิ่นลั่วปรากฏตัว
“พี่เอิ่นลั่ว!” เอิ่นชิงใที่เห็นพี่สาวปลอดภัยดีทุกอย่าง
“ทำไมจะถามว่าทำไมข้าถึงยังไม่ถูกจับตัวไปอย่างนั้นหรือ” เอิ่นลั่วกล่าวอย่างเอาเื่
“เปล่านะเ้าคะข้าเป็ห่วงท่านต่างหาก ข้าแค่จะถามว่าท่านปิงไห่ยอมรับสินสอดคืนแต่โดยดีใช่หรือไม่” เอิ่นชิงรีบหาข้อแก้ตัว
“ใช่ เขายอมรับสินสอดคืนและกลับไปแต่โดยดีแล้ว” เอิ่นลัวเล่าสั้นๆ
“เอ่อ แล้วตัวท่านนั้น”เอิ่นชิงสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่เป็ไปตามแผนการ
“ข้าไม่ได้ถูกข่มเหงใดๆเพราะข้ารู้ทันแผนการของเ้า ข้าเรียกให้ทหารองครักษ์ติดตามข้าไปด้วยไงล่ะ”เอิ่นลั่วยิ้มมุมปาก
“แผนการอะไรกันท่านพี่ไม่มีใครสามารถหลอกลวงท่านได้หรอก ท่านฉลาดจะตายไป” เอิ่นชิงรีบยกยอพี่สาว
“ปิงไห่สารภาพทั้งหมดแล้วอย่าได้เสแสร้งแกล้งพูดดีกับข้าเลย” เอิ่นลั่วไม่เชื่อคำพูดน้องสาวอีกต่อไป
“น่าเจ็บใจนัก” เอิ่นชิงหมดความอดทนเลยเผยตัว
“ทำไมเ้าถึงกล้าเนรคุณคนแบบนี้ข้าอุตส่าห์หาทางช่วยให้เ้าไม่ต้องกลายเป็อนุภรรยาที่ต้องคอยรองรับอารมณ์ชายที่มีจิตใจต่ำช้าเช่นนั้น”เอิ่นลั่วโมโห
“ข้ายอมรับก็ได้ว่าข้าอ่อนต่อโลกคิดว่าปิงไห่เป็สุภาพบุรุษแต่พอถึงคืนก่อนวันแต่งงาน ข้าได้เห็นปิงไห่ซ้อมฮูหยินของตัวเองก่อนร่วมรักกันข้าเห็นแล้ว ก็เลยนึกเปลี่ยนใจและพยายามจะหนี แต่หนีไม่รอด ข้านึกแผนการขึ้นได้จึงเจรจากับเขา ซึ่งเขาเองก็ถูกใจกับแผนการของข้า เพราะเขาแอบชอบท่านมานานแล้วในเมื่อท่านจับได้แล้ว เอายังไงต่อล่ะ จับข้าส่งทางการเลยดีมั้ย” เอิ่นชิงท้า
“เ้ากลับไปหาท่านพ่อเสียเถิดดูแลผู้มีพระคุณให้ดี จงจำไว้ผู้ใดมีความกตัญญูรู้บุญคุณคน คนนั้นจะพบกับความเจริญแต่สำหรับคนที่เนรคุณผู้มีคุณก็จะพบแต่ความวิบัติ”เอิ่นลั่วพยายามสั่งสอนน้องสาว
“ข้าต้องเหนือท่านให้ได้” เอิ่นชิงไม่ยอมแพ้
“สภาพข้าในตอนนี้มีอะไรเหนือเ้าข้าก็เป็เพียงแค่สามัญชนคนธรรมดาเท่านั้นเอง” เอิ่นลั่วพยายามชี้ให้น้องสาวมองเห็นความเป็จริง
“งั้นข้าไปล่ะ” เอิ่นชิงนึกเจ็บใจที่แผนการพลาดเสียได้นางเลยคิดว่าจะไปตั้งหลักที่บ้านเกิดเสียก่อน ค่อยหาทางใหม่แต่ก็ยังดีที่นางรอดพ้นเงื้อมมือปิงไห่มาได้
เอิ่นชิงหอบผ้าหอบผ่อนไปถึงประตูเมืองแต่ทว่าสักพักก็มีทหารนับสิบขี่ม้ามาดักหน้านางไว้
“พวกท่าน้าอะไรไม่ทราบ” เอิ่นชิงกล่าวอย่างเอาเื่
“เ้าเป็เมียข้าก็ต้องกลับไปกับข้าสิ” ปิงไห่ลงจากม้าและปรากฏตัวต่อหน้าหญิงสาว
“แต่ท่านได้สินสอดคืนไปหมดแล้วนี่”เอิ่นชิงคิดว่าคืนสินสอดแล้ว การแต่งงานก็ถือเป็โมฆะ
“อย่าลืมสิว่าพวกเรากราบไหว้ฟ้าดินกันแล้วอีกอย่างแผนการของเ้าก็แตกแล้วด้วย ในเมื่อข้าไม่ได้พี่สาวเ้างั้นตัวเ้าก็ต้องกลับไปบำเรอข้า” ปิงไห่ไม่ยอม
“ไม่! ข้าไม่ยอมกลับไปกับท่าน” เอิ่นชิงรีบปฏิเสธ
“ทหารมัดนาง” ปิงไห่ออกคำสั่ง
เอิ่นชิงถูกจับมัดข้อมือไว้ด้านหน้าพร้อมกับถูกอุ้มให้นั่งบนม้าโดยมีปิงไห้ขี่ม้าตัวเดียวกันกับนาง
“ข้าคิดถึงเ้านะเอิ่นชิง เ้าเหมาะกับข้าที่สุดแล้ว” ปิงไห่หอมแก้มหญิงสาวอย่างไม่เกรงใจ
เอิ่นชิงพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ก็ไม่พ้น และแล้วนางก็ถูกพาตัวไปที่ห้องนอนของปิงไห่
“ท่านปล่อยข้าไปเถอะนะถือว่าข้าขอร้อง” เอิ่นชิงเริ่มหวาดกลัว
“เสียใจที่รักใครจะไปยอมเสียหญิงโฉมงามอย่างเ้าไปล่ะ”ปิงไห่เชยคางหญิงสาว
แม้เอิ่นชิงจะพยายามดิ้นรนขัดขืนแค่ไหนแต่แรงผู้หญิงก็คงสู้แรงผู้ชายไม่ได้อยู่ดีสุดท้ายนางก็ตกเป็อนุภรรยาของปิงไห่เข้าจนได้เอิ่นชิงในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่นนางได้แต่นอนหันหลังร้องไห้ตาบวมอยู่อย่างนั้น
“ไม่เอาน่าต่อไปภายภาคหน้า พอข้ามียศมีตำแหน่ง ข้าจะยกย่องเ้าเป็ฮูหยินอย่างสมเกียรติ”ปิงไห่กอดปลอบหญิงสาวและจูบพรมไปที่คอและแผ่นหลังหญิงสาว
“แล้วฮูหยินของท่านล่ะ” เอิ่นชิงเริ่มเอนเอียงยอมรับฟัง
“เ้าเองก็เห็นว่านางมีอะไรสู้เ้าได้บ้างเอิ่นชิง” ปิงไห่ยิ้มมุมปากที่หญิงสาวยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
เอิ่นชิงเป็คนมั่นใจในตัวเองดังนั้นนางยอมหันไปหาปิงไห่และยินยอมจูบกับเขาแต่โดยดี
“ดีมากเ้าต้องมีลูกชายให้ข้าได้แน่” ปิงไห่ยิ้มอย่างถูกใจที่เอิ่นชิงยิมยอมร่วมรักกับเขาโดยไม่ขัดขืนอีก
******************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
องค์รัชทายาทตรัสถามเหตุการณ์เมื่อคืนว่าผู้ใดเป็คนช่วยชีวิตของพระองค์ไว้แต่ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยรู้เพียงแต่ว่าพบร่างพระองค์บนเกวียนที่จอดอยู่หน้าตำหนักเท่านั้น
ในวันนี้องค์หญิงแห่งแคว้นช่ายเสด็จมาเยี่ยมแคว้นฉี จึงถือว่าเป็แขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญดังนั้นองค์รัชทายาทจึงทรงฝืนพระองค์ไปต้อนรับองค์หญิงเหมยซูในสวนอุทยานซึ่งเป็สถานที่ที่ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้จัดงานเฉลิมฉลองต้อนรับองค์หญิงต่างแคว้นอย่างสมพระเกียรติ
“เ้าโตขึ้นมากเลยนะองค์หญิงเหมยซูกาลเวลาได้ผ่านไปรวดเร็วจริงๆสิบปีก่อนเ้ายังคงเป็เพียงองค์หญิงตัวน้อยที่ติดตามท่านอ๋องมาเยี่ยมแคว้นแห่งนี้” ฝ่าาตรัสเื่ราวในอดีต
ตอนนี้องค์หญิงเหมยซูทรงสวมชุดเกราะดูอาจหาญเยี่ยงชายชาตรีนางฝึกตนให้เป็ผู้นำกองทัพดูองอาจหาใช่หญิงอ่อนแอทั่วไปไม่
“ขอบพระทัยที่พระองค์ทรงต้อนรับพวกเราเหล่าแคว้นช่ายเป็อย่างดีเสด็จพ่อของหม่อมฉันมีพระประสงค์ที่จะเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นเช่นกันแต่หม่อมฉัน้ามีพระสวามีที่อาจหาญชาญชัยและมีฝีมือเหนือหม่อมฉันดังนั้นหม่อมฉันจึง้าประลองเพื่อหาผู้ที่เหมาะสมกับหม่อมฉันเพคะ” องค์หญิงเหมยซูตรัส
“งั้นองค์รัชทายาทน่าจะเหมาะนะเพคะ” พระสนมเอกทรงเสนอเพราะทรง้ากลั่นแกล้งองค์รัชทายาทเนื่องจากทรงล่วงรู้ว่าองค์รัชทายาทได้รับาเ็สาหัส
“กระหม่อม เอ่อ….” องค์รัชทายาททรงยังไม่้ามีคู่ครองตอนนี้อีกทั้งตอนนี้พระองค์ก็ทรงาเ็สาหัส คงสู้ได้ไม่เต็มที่นัก
“ขอประทานอภัยเพคะหม่อมฉันเห็นว่าไม่เหมาะ” เอิ่นลั่วรีบทูล
“เ้าเป็ใครอย่างนั้นหรือ”องค์หญิงเหมยซูตรัสเพราะคิดว่าเอิ่นลั่วไม่ใช่เชื้อพระวงศ์
“หม่อมฉันเป็ที่ปรึกษาขององค์ชายรองมีนามว่าเอิ่นลั่วเพคะ” เอิ่นลั่วแนะนำตัว
“เ้าคิดว่าควรจะรอองค์ชายรองกลับมาเพื่อที่ให้เขาจะได้มีโอกาสได้ประลองด้วยใช่หรือไม่” ฝ่าาทรงคาดเดา
“เปล่าเพคะหม่อมฉันคิดว่าหากฝ่ายชายเป็ผู้ชนะฝ่ายหญิงคนก็จะนินทาได้ว่าฝ่ายชายเอาเปรียบเนื่องจากมีพละกำลังเหนือกว่าโดยธรรมชาติอยู่แล้วในทางกลับกันหากฝ่ายชายแพ้ฝ่ายหญิงฝ่ายชายก็จะถูกดูถูกเหยียดหยามที่ไม่สามารถเอาชนะผู้หญิงตัวเล็กๆได้มันดูเสียทั้งขึ้นทั้งร่องนะเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“แต่เราไม่ถือเราคิดว่าไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย พวกเราล้วนเป็มนุษย์เหมือนกันดังนั้นไม่ว่าเพศไหนต่างก็มีความเท่าเทียมเสมอภาคกัน” องค์หญิงเหมยซูตรัส
“นั่นแสดงว่าองค์หญิงทรงมีน้ำพระทัยกว้างขวางถ้าเช่นนั้นหากทรงแข่งหมากรุกกับพระสนมเอกล่ะเพคะ พระองค์ทรงกล้าหรือไม่” เอิ่นลั่วรีบท้า
“ทำไมเราจะไม่กล้าเื่หมากรุกเราไม่เป็สองรองใครอยู่แล้ว” องค์หญิงเหมยซูทรงมั่นพระทัย
พระสนมเอกทรงเม้มพระโอษฐ์และทรงเจ็บพระทัยที่เอิ่นลั่วกล้าเสนอพระนาง
“นั่นสิเรารู้มาว่าเ้าเก่งเื่หมากรุกมากเลยนี่ สนมเอก”ฝ่าาทรงเห็นด้วย
พระสนมเอกทรงคิดว่าหากพระองค์ทรงแพ้นั่นยิ่งทำให้พระองค์ทรงเสียหน้าแต่ถ้าทรงชนะก็ยิ่งทำให้ฝ่ายแคว้นช่ายพากันเขม่นพระองค์การติดต่อเจรจาค้าอาวุธก็จะยิ่งยากขึ้น ดังนั้นพระองค์จึงตรัสว่า “่นี้หม่อมฉันกังวลเื่คนร้ายที่ลอบเข้ามาหวังจะฆ่าลูกของหม่อมฉันหม่อมฉันไม่มีสมาธิจริงๆเพคะ ให้เอิ่นลั่วแข่งหมากรุกสิเพคะนางถือว่าเป็ตัวแทนองค์ชายรองอยู่แล้ว” พระสนมเอกทรงเสนอกลับ
“เ้าคิดเช่นไรล่ะองค์หญิงเหมยซู เ้ายอมรับได้หรือไม่” ฝ่าาตรัสถามความเห็น
“หม่อมฉันไม่มีปัญหาเพคะ”องค์หญิงเหมยซูไม่ยี่หร่า
“เ้าคงไม่ปฏิเสธหรอกนะเอิ่นลั่ว” ฝ่าาหันไปตรัสกับเอิ่นลั่ว
“แม้ฝีมือของหม่อมฉันจะยังไม่เข้าขั้นแต่ก็จะพยายามเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
ตอนนี้เอิ่นลั่วเดินไปที่โต๊ะเล่นหมากรุกอย่างงงๆว่าเหตุใดนางต้องเป็คนประลองด้วย เมื่อประลองแล้วถ้าองค์หญิงทรงเป็ฝ่ายชนะนางจะโดนลงโทษอะไร และถ้าองค์หญิงทรงเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ใครกันจะเป็ผู้อภิเษกกับองค์หญิงเหมยซู จะเป็องค์รัชทายาทหรือองค์ชายรอง
บรรดาองค์หญิงและเหล่านางกำนัลต่างพากันกระซิบกระซาบกันว่า“ศึกครั้งนี้เอิ่นลั่วอาจจะแกล้งแพ้ นางหวงองค์ชายรองจะตายไปนางจะยอมให้องค์ชายรองอภิเษกกับองค์หญิงได้ยังไง”
อีกเสียงก็กล่าวว่า “ไม่ใช่หรอก นางหวงองค์รัชทายาทมากกว่า ถ้านางพ่ายแพ้นางก็จะสามารถป้องกันไม่ให้องค์รัชทายาทอภิเษกกับองค์หญิงได้ได้ข่าวว่านางเคยหลงรักพระองค์และยอมทรยศองค์ชายรองไปสวามิภักดิ์องค์รัชทายาทมาก่อนถ่านไฟเก่าอาจคุก็เป็ได้”
เมื่อเอิ่นลั่วได้ยินเช่นนั้นนางยิ่งยอมแพ้ไม่ได้ นางไม่้าให้ใครหาว่านางหวงชายสูงศักดิ์ดังนั้นนางจึงยอมสู้อย่างเต็มที่
แต่ทว่าทั้งองค์หญิงและเอิ่นลั่วต่างมีฝีมือในการเล่นหมากรุกเก่งกันทั้งคู่ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าการแข่งขันจะเสร็จสิ้น
บรรดาเหล่าเชื้อพระวงศ์พากันหาวแล้วหาวอีกการแข่งขันก็ไม่มีทีท่าจะจบสิ้นเสียที
เอิ่นลั่วกังวลกลัวแพ้มากเกินไปจนกระทั่งนางพลาดท่าและกำลังจะตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบดังนั้นนางจึงนึกไปถึงวันคืนเก่าๆที่นางเคยไปฝึกสมาธิที่อารามซือไท่แห่งหนึ่ง
“การมีสติตั้งสมาธิ ทำจิตให้ว่างเท่านั้น จะทำให้เ้าพบกับทางออก” เสียงซือไท่ก้องอยู่ในหูของเอิ่นลั่วนางจึงกำหนดจิตให้ว่าง จนกระทั่งนางเป็ฝ่ายชนะองค์หญิงเหมยซูจนได้
“เป็ไปไม่ได้เ้าโกง” องค์หญิงเหมยซูตรัสอย่างเอาเื่
“ทรงไม่มีน้ำใจนักกีฬาหรือเพคะผู้ที่กล้าหาญที่แท้จริงต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยไม่ใช่หรือเพคะ” เอิ่นลั่วเตือน
“ก็ได้ เรายอมแพ้ก็ได้”องค์หญิงเหมยซูตรัส
“ดีมาก เอิ่นลั่วเ้าเก่งมากที่กู้หน้าแคว้นฉีได้” ฝ่าาทรงดีพระทัย
“ถ้าเช่นนั้นองค์หญิงเหมยซูก็ทรงอภิเษกกับองค์รัช….” เอิ่นลั่วกล่าวไม่จบเพราะองค์หญิงเหมยซูตรัสแทรก
“เราจะแต่งงานกับเ้า” องค์หญิงเหมยซูตรัส
“พระองค์ทรงว่าไงนะเพคะหม่อมฉันเป็ผู้หญิงนะเพคะ” เอิ่นลั่วใกับคำพูดนั้น
“ก็เราบอกแล้วว่าหากใครชนะเรา เราจะแต่งงานกับคนนั้น” องค์หญิงเหมยซูตรัสอ้าง
“เ้าว่ายังไงล่ะเอิ่นลั่ว”ฝ่าาตรัสถาม
“ขอหม่อมฉันทูลพระองค์เป็การส่วนพระองค์ได้มั้ยเพคะ”องค์หญิงเซียงเซียงตรัส
“งั้นไปที่ห้องทรงงาน” ฝ่าาเสด็จไปที่ห้องทรงงานทันที
“เพคะ” องค์หญิงเซียงเซียงเสด็จตามไป
เอิ่นลั่วมองไปที่องค์หญิงเหมยซูก็เห็นพระองค์กำลังแสดงสีหน้าท้าทายเอิ่นลั่วทำให้นางถึงกับส่ายหน้ากับความดื้อรั้นขององค์หญิงต่างแคว้น
******************************
ณ ห้องทรงงาน
“เ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ” ฝ่าาตรัสถามพระธิดา
“หม่อมฉันเห็นว่าควรยอมปล่อยองค์หญิงกลับแคว้นช่ายเพคะ”องค์หญิงเซียงเซียงตรัส
“ทำไมถึงคิดเช่นนั้นล่ะ”ฝ่าาทรงสงสัย
“จากพฤติกรรมเอาแต่พระทัยขององค์หญิงเหมยซูนั่นหมายความว่าท่านอ๋องแห่งแคว้นช่ายต้องทรงรักองค์หญิงเหมยซูมากเป็แน่และยิ่งทรงหวงพระนางมากด้วยเพคะ ดูได้จากที่เสนอให้มีการประลองถ้าชนะองค์หญิงถึงจะได้อภิเษกกับพระนาง แต่ถ้าแพ้ ฝ่ายฉีก็ต้องเป็ฝ่ายปล่อยพระนางกลับไปแคว้นช่ายโดยที่ความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นยังคงแน่นแฟ้นเช่นเดิม และการปล่อยองค์หญิงกลับไปท่านอ๋องก็จะยิ่งชื่นชมในน้ำพระทัยของพระองค์เพคะ” องค์หญิงเซียงเซียงตรัส
“นี่เ้ากำลังบอกว่าพ่อไม่ได้รักเ้าล่ะสิถึงยอมปล่อยให้เ้าไปอภิเษกกับฝ่าาแห่งแคว้นฝาง” ฝ่าาทรงเปรียบเทียบ
“ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะนั่นเป็เพราะลูกสมัครใจไปอภิเษกเองต่างหากพระองค์ทรงไม่ได้บังคับหม่อมฉันเลยสักนิด” องค์หญิงเซียงเซียงตรัส
“เอาล่ะ พ่อเห็นด้วยเพราะนางคงไม่ชอบให้ผู้ชายข่มนางหรืออยู่เหนือนาง และถ้าพ่อถามความสมัครใจของหยางฉีและหยางต้วนต่างคนคงพากันโยนให้แก่กัน” ฝ่าาทรงคาดเดา
“อาจจะแย่งกันก็ได้เพคะ”องค์หญิงเซียงเซียงตรัส
“คนที่พวกเขาพากันแย่งกันก็คือเอิ่นลั่วต่างหาก”ฝ่าาทรงทราบ
“พระองค์ทรงรู้หรือเพคะ” องค์หญิงเซียงเซียงทรงตกพระทัย
“พ่ออาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมพ่อจะดูไม่ออกว่าหยางฉีมีใจให้กับเอิ่นลั่ว แม้เอิ่นลั่วจะประกาศว่าเป็คนของหยางต้วนไปแล้วก็ตาม”ฝ่าาทรงทราบทุกอย่างแค่แกล้งทำเป็ไม่รู้เท่านั้น
“แล้วจะกระทำเช่นไรล่ะเพคะ”องค์หญิงเซียงเซียงทรงอยากรู้
“คงต้องปล่อยองค์หญิงไปเพราะหากนางกล้าไปแต่งงานกับเอิ่นลั่ว มีหวังลูกชายของเราทั้งสองต้องต่อสู้แย่งชิงนางคืนเป็แน่คราวนี้จะยิ่งสร้างความร้าวฉานระหว่างแคว้นกันไปใหญ่” ฝ่าาทรงกังวล
หลังจากนั้นฝ่าาจึงทรงประกาศสร้างความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างแคว้นฉีและแคว้นช่ายโดยไม่จำเป็ต้องมีการอภิเษกใดๆ
“เราไม่ยอมเราจะแต่งงานกับเอิ่นลั่ว” องค์หญิงเหมยซูทรงดื้อรั้น
“เ้าไม่ควรดื้อรั้นเช่นนั้นนะองค์หญิงเหมยซู” ฝ่าาทรงเตือน
“กติกาก็คือกติกาเพคะ”องค์หญิงเหมยซูทรงไม่ยอมแพ้
“ขอหม่อมฉันคุยกับองค์หญิงเป็การส่วนตัวเพคะ”เอิ่นลั่วทูล
“ตามสบาย” ฝ่าาทรงดำริว่าเอิ่นลั่วต้องสามารถเจรจาได้
เอิ่นลั่วจึงไปคุยกับองค์หญิงเหมยซูที่ป่าหลังอุทยาน
******************************
ณ ป่าหลังอุทยาน
“เหตุใดถึงทรงดื้อรั้นเช่นนั้นล่ะเพคะ”เอิ่นลั่วสงสัย
“ก็เราชอบเ้าน่ะสิเ้าสามารถเอาชนะเราได้” องค์หญิงเหมยซูตรัส
“การอยู่กับคนที่รักย่อมมีความสุขมากกว่าอยู่กับคนที่้าเอาชนะนะเพคะ” เอิ่นลั่วเตือน
“ไม่เชื่องั้นหรือว่าเราชอบเ้า” องค์หญิงเหมยซูทรงยืนยัน
“หม่อมฉันมองยังไงพระองค์ก็ทรงเป็ผู้หญิงแถมเป็ผู้หญิงที่มีรักคงมั่นเสียด้วยเพคะ” เอิ่นลั่ววิเคราะห์
“เ้าจะมารู้เื่ของเราได้ยังไง”องค์หญิงเหมยซูทรงสงสัย
“อย่าทรงประชดคนที่พระองค์หมายปองอีกเลยนะเพคะเขาคนนั้นอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพ เขาคงคิดว่าตนนั้นมีตำแหน่งต่ำต้อยไม่เหมาะสมกับพระองค์เพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“พวกเรามีใจรักมั่นคงมันก็น่าจะเพียงพอแล้วนี่”องค์หญิงเหมยซูทรงนึกเจ็บพระทัย
“นี่เป็โอกาสเหมาะที่จะพิสูจน์รักแท้นะเพคะอย่าปิดโอกาสพระองค์ด้วยการประชดประชันแบบนี้เลยเพคะ” เอิ่นลั่วเกลี้ยกล่อม
“การที่เ้าคัดค้านไม่ให้องค์รัชทายาทประลองเพราะเ้ากำลังปกป้องเขาอยู่สินะ ข้าดูออกว่าเขามีอาการาเ็อยู่นี่” องค์หญิงเหมยซูทรงเป็นับรบจึงพอดูออก
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะเพคะ ทรงเข้าพระทัยผิดแล้ว” เอิ่นลั่วรีบแก้ตัว
“เราแอบได้ยินพระสนมเอกทูลกับฝ่าาว่ามีคนร้ายลอบปลงพระชนม์องค์ชายหยางจิ้งแต่ถูกทหารองครักษ์ตำหนักพระสนมเอกปกป้องไว้ได้ และคนร้ายก็ได้รับาเ็สาหัสหากองค์รัชทายาททรงประลองด้วยอาการาเ็เช่นนั้นพระองค์ก็จะทรงถูกสงสัยว่าเป็คนร้ายผู้นั้นสุดท้ายองค์รัชทายาทก็จะทรงถูกฝ่าาเพ่งเล็งได้” องค์หญิงเหมยซูทรงเล่า
“หม่อมฉันยืนยันคำเดิมว่าไม่ได้ปกป้องชายสูงศักดิ์ผู้นั้นเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“ก็ได้ถือว่าเราเข้าใจผิดก็แล้วกัน แต่เรามองเ้าออกนะ ว่าเ้ามีรักคงมั่นเช่นกันแต่ชายผู้นั้นไม่ใช่องค์ชายรองแต่เป็องค์รัชทายาทต่างหาก” องค์หญิงเหมยซูตรัส
“ไม่ใช่อย่างแน่นอนเพคะ”เอิ่นลั่วกล่าวเสียงแข็ง
“ปากแข็งให้ตลอดก็แล้วกันพวกเรารีบกลับไปกันเถอะ” องค์หญิงเหมยซูทรงตัดบท
องค์รัชทายาทที่ทรงแอบติดตามหญิงสาวทั้งสองด้วยความเป็ห่วงเอิ่นลั่วอย่างมาก พระองค์ทรงแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่และแอบฟังจึงสามารถรับรู้ทุกถ้อยคำที่สองสาวคุยกันอย่างเปิดอกนั่นทำให้พระองค์ทรงคาดเดาได้ว่าเอิ่นลั่วล่วงรู้อาการาเ็ของพระองค์และเป็กระทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงมีความหวังที่จะพิชิตหัวใจเอิ่นลั่วให้กลับมาเป็ของพระองค์อีกครั้งให้จงได้
และแล้วผลสุดท้ายองค์หญิงเหมยซูก็ยอมรับข้อเสนอของแคว้นฉีคือเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นโดยไม่จำเป็ต้องมีการอภิเษกสมรสใดๆทั้งสิ้นจากนั้นองค์หญิงเหมยซูก็เสด็จกลับแคว้นด้วยความรู้สึกดีพระทัยแกมโล่งพระทัยที่พระองค์นั้นไม่จำเป็ต้องฝืนพระทัยไปแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก
******************************
เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนออกเดินทางกลับเมืองหลวง เหวยเซียงได้ไปกราบไหว้สักการะเ้าแม่ผิงเจิน ณ ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ในเมืองลู่ผิง
“ขอให้ข้ามีตำแหน่งยิ่งใหญ่เป็ที่เชิดหน้าชูตาให้กับวงศ์ตระกูลของข้าด้วยเถิด ขอให้ข้าแคล้วคลาดปลอดภัยและมีโอกาสกลับมาไหว้พระองค์อีกครั้งด้วยเถิด สาธุ”เหวยเซียงอธิษฐาน
“ที่นี่มีคันฉ่องศักดิ์สิทธิ์ด้วยถ้าตั้งสมาธิจ้องเข้าไปในคันฉ่องจะเห็นเนื้อคู่ด้วยนะ” พ่อเฒ่ากล่าว
“เป็ความจริงหรือพ่อเฒ่า”เหวยเซียงตื่นเต้นกับคันฉ่องวิเศษ
“ลองดูก็ไม่เสียหลายนี่”พ่อเฒ่ากล่าว
“ก็ได้ ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อเฒ่า” เหวยเซียงก็เลยเดินไปที่ห้องภายในถ้ำที่มีคันฉ่องขนาดใหญ่ตั้งอยู่นางนั่งบนแท่นที่ตั้งอยู่หน้าคันฉ่อง พร้อมกับอธิษฐานว่า “หากข้ามีเนื้อคู่ขอให้เห็นเนื้อคู่ในคันฉ่องบานนี้ด้วยเถิด”
เหวยเซียงหลับตาตั้งสมาธิสักพักก็ลืมตา นางก็เห็นเพียงแต่หน้าของนางเท่านั้น เลยคิดในใจว่า “สงสัยชาตินี้คงจะไม่มีเนื้อคู่สินะ คงต้องรอไปเกิดใหม่ล่ะมั้ง”
เหวยเซียงก็เลยหลับตาใหม่และอธิษฐานอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันกลับได้ผล เพราะนางมองเห็นใครอีกคนในคันฉ่องด้วย
“อะ อะองค์ชายรอง ทำไมเป็ท่านล่ะเพคะ” เหวยเซียงใ
“ก็เราน่ะสิ ถามได้” องค์ชายรองตรัส
เหวยเซียงที่เข้าใจว่าตอนแรกนางเห็นองค์ชายรองในคันฉ่องก็เลยนึกว่าพระองค์ทรงเป็เนื้อคู่ของนาง แต่พอหันกลับไปเห็นพระองค์ทรงยืนมองนางอยู่ด้านหลังจึงเข้าใจเลยว่า “ทรงอยู่ที่นี่ได้ยังไงเพคะ”
“เราออกตามหาเ้าในหมู่บ้านชาวบ้านจึงบอกว่าเ้าอยู่ที่ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เราเห็นว่าเ้าไม่ยอมออกมาเสียทีก็เลยเข้ามาดู เห็นเ้าจ้องคันฉ่องบานนี้อยู่นานแล้ว มันมีอะไรอย่างนั้นหรือ”องค์ชายรองทรงสงสัย
“มะ ไม่มีอะไรหรอกเพคะพวกเรารีบออกเดินทางเถิดเพคะ” เหวยเซียงรู้สึกอายจนหน้าแดงและนางก็ไม่กล้าบอกว่านางอยากรู้ว่าเนื้อคู่ของนางเป็ใคร
“ไปโรงเตี๊ยมกันก่อนเราหิวมาก” องค์ชายรองมัวแต่เสด็จตามหานางกำนัลเลยยังไม่ทันได้เสวยพระกระยาหาร
หลังจากที่ทั้งสองทานอาหารเสร็จก็ออกเดินทางไปได้สักครึ่งทาง ทั้งสองก็พบกับ…