ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    เดินทางสู่อาณาจักรต้าโจว

    หนานหมิงที่กำลังนอนพักอยู่ภายในศาลาแปดเหลี่ยม เขากำลังอ่านข้อมูลต่างๆที่ศาลาชุนหมิงส่งมาให้จากทั่วทั้งทวีปเฮ่อหลุน

    ในช่วงสองปีมานี้ศาลาชุนหมิงได้กระจายตัวไปทั่วทั้งอาณาจักรเฉาหลุนซึ่งเป็นอาณาจักรที่อยู่ติดกับทวีปฮุยต้วนมากที่สุด

    ทวีปเฮ่อหลุนแบ่งออกเป็นห้าอาณาจักรด้วยกัน ได้แก่อาณาจักรเฉาหลุน อาณาจักรเฉินฮวา อาณาจักรเชวี่ยฉิน อาณาจักรจิ้น อาณาจักรไป๋จิน

    อาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดก็คืออาณาจักรไป๋จิน รองลงมาก็คืออาณาจักรจิ้น อาณาจักรเฉาหลุน อาณาจักรเชวี่ยฉิน อาณาจักรเฉินฮวา

    ด้วยการที่ศาลาชุนหมิงไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งออกมาให้เห็นมากนักทำให้กองกำลังในทวีปเฮ่อหลุนจึงไม่มีใครรู้ถึงความแข็งแกร่งของศาลาชุนหมิง นอกเสียจากนิกายเทียนซู 

    และอีกอย่างนิกายเทียนซูก็ไม่ได้คิดที่จะประกาศถึงความแข็งแกร่งของศาลาชุนหมิงให้กับทุกๆคนรับรู้ พวกเขาเพียงแค่แสดงความเป็นพันธมิตรที่ดีกับศาลาชุนหมิงเท่านั้น

    หลังจากที่หนานหมิงอ่านรายงานคราวๆถึงความคืบหน้าของเมืองเซียนสวรรค์รวมไปถึงความก้าวหน้าของตระกูลหนานก็ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจอย่างมาก ด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วคาดว่าอีกไม่กี่ปี ตระกูลหนานก็จะมียอดฝีมือระดับเทพยุทธ์อยู่ในตระกูล

    สำหรับโลกใบนี้ การที่มียอดฝีมือระดับเทพยุทธ์อยู่ในตระกูลจะทำให้ตระกูลหนานกลายเป็นกองกำลังระดับสูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียน

    หลังจากที่หนานหมิงอ่านข้อมูลที่ศาลาชุนหมิงส่งมา เขาก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะทิศทางของตระกูลหนานกำลังมุ่งหน้าไปได้ด้วยดี

    หลังจากที่หนานหมิงอ่านข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจียงหยูหวางก็ปรากฏตัวขึ้น

    เจียงหยูหวางในฐานะรองหัวหน้าองครักษ์เงาของหนานหมิง เขามีความแข็งแกร่งในระดับกึ่งเซียนอยู่ เนื่องจากโลกใบนี้เป็นโลกระดับต่ำและยังไม่สามารถเบิกเส้นทางเซียนได้ ทำให้เจียงหยูหวางและกึ่งเซียนคนอื่นๆได้แต่ค้างอยู่ในระดับนี้ แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่เส้นทางเซียนเปิดขึ้น ความแข็งแกร่งของเจียงหยูหวางและคนอื่นๆก็จะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว

    “ นายท่าน ตอนนี้พร้อมที่จะเดินทางไปยังอาณาจักรต้าโจวแล้วขอรับ ” เจียงหยูหวางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ

    หนานหมิงพยันหน้ารับและกล่าวว่า “ แล้วคนอื่นๆเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง? ” 

    “ คนที่จะเดินทางไปยังอาณาจักรต้าโจวกับพวกเรา พวกเขาเตรียมพร้อมเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ คาดว่าจะต้องใช้เรือบินมากกว่าห้าสิบลำจึงจะไปพร้อมกันได้ทั้งหมด ตอนนี้เรือบินทั้งหมดอยู่บนภูเขาเฉียนตงแล้วขอรับ” เจียงหยูหวางกล่าวขึ้น

    ในช่วงสองปีที่ผ่านมา หนานหมิงและคนของตระกูลหนานได้ฝึกฝนคนที่เข้าร่วมกับตระกูลหนานอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้พวกเขากลายเป็นผู้ที่ภักดีต่อตระกูลหนานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

    ไม่สิต้องบอกว่าตระกูลหนานได้ยึดครองอาณาจักรต้าเหยียนไปแล้วเสียดีกว่า เพราะราชวงศ์เหยียนก็ยังต้องเชื่อฟังคำสั่งของตระกูลหนาน

    เนื่องจากตอนนี้เหล่าองค์ชายและองค์หญิงเกือบทั้งหมดของราชวงศ์เหยียนได้กลายเป็นคนของตระกูลหนานโดยสมบูรณ์ พวกเขาคิดว่าถ้าหากไม่ได้ตระกูลหนานพวกเขาคงไม่แข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้อย่างแน่นอน

    ไม่ว่าจะเป็นรัชทายาทเหยียนอี้เฟิงซึ่งในอดีตเป็นเพียงแค่ราชันยุทธ์ขั้นกลาง แต่ตอนนี้เขามาถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงแล้วนับว่ามีความก้าวหน้าอย่างมาก 

    เหล่าองค์ชายและองค์หญิงของราชวงศ์เหยียนก็พัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้พวกเขามีระดับราชันยุทธ์และจักรพรรดิยุทธ์หลายสิบคน 

    เมื่อรัชทายาทและเหล่าองค์ชายและองค์หญิงแข็งแกร่งขึ้น อำนาจของราชวงศ์เหยียนก็แข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าตระกูลหนานพวกเขาก็ได้แต่ก้มหน้าลง แม้กระทั้งบ่าวรับใช้ของตระกูลหนานราชวงศ์เหยียนก็ได้แต่ฟังคำสั่งเท่านั้น

    ต้องรู้ก่อนว่าแม้แต่บ่าวรับใช้ของตระกูลหนาน พวกเขาบางคนก็มีพลังยุทธ์ในระดับเหนือยุทธ์ แล้วแบบนี้จะมีใครหน้าไหนกล้าที่จะมีปัญหากับบ่าวรับใช้ของตระกูลหนานกันล่ะ?

    แล้วก็ตอนนี้ก็ผ่านมาสองปีแล้ว คนที่เข้าร่วมกับตระกูลหนานก็ได้รับหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ตอนนี้หนานหมิงเห็นว่าเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ที่อาณาจักรต้าโจวอีกแล้ว เขาจึงจะมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรต้าโจว

    นอกจากนี้หมู่บ้านตระกูลหนานของอาณาจักรต้าเหยียน หนานหมิงก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป เพราะตอนนี้ผู้อาวุโสหนานเชี่ยได้รับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลสาขาแห่งนี้ และตอนนี้เขาก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์

    นอกจากหนานเชี่ยแล้วก็ยังมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์อยู่อีกนับสิบคน ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลหนานกลายเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรต้าเหยียนแล้ว

    และเมื่อไม่กี่วันก่อน หนานหมิงได้ประกาศต่อทุกๆคนแล้วว่าเขาจะย้ายไปยังอาณาจักรต้าโจว ถ้าหากใครอยากจะไปกับเขาก็ให้เตรียมตัวและกลับไปบอกลาครอบครัวให้เรียบร้อย ส่วนใครที่ไม่ต้องการที่จะย้ายไปยังอาณาจักรต้าโจว พวกเขาก็จะได้รับตำแหน่งต่างๆภายในตระกูลหนาน ไม่ว่าจะเป็นภายในศาลาชุนหมิงหรือหอการค้าหมื่นสมุทรก็ตาม

    และสิ่งที่นำให้หนานหมิงไว้วางใจก็คือเขาได้วางองครักษ์เงาเอาไว้ภายในอาณาจักรต้าเหยียน ถ้าหากมีปัญหาอะไรกันเกิดขึ้นเขาก็จะสามารถรับรู้ได้ทันที 

    องครักษ์เงานอกจากจะดูแลความปลอดภัยของตระกูลหนาน พวกเขายังคอยจับตาดูคนในตระกูลหนานด้วย ถ้าหากคนในตระกูลหนานกล้าสร้างความวุ่นวายหรือใช้อำนาจในทางที่ผิด พวกเขาสามารถเชิญตัวคนในตระกูลมาปรับทัศนคติทันที

    สามวันถัดมา ช่วงบ่าย ณ ภูเขาเฉียนตง

    หนานหมิงและคนที่จะเดินทางไปยังอาณาจักรต้าโจวมีจำนวนคนไม่ต่ำกว่าแปดแสนคน ซึ่งคนที่คิดที่จะอยู่ต่อในอาณาจักรต้าเหยียนก็มีไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนกว่าคน

    เนื่องจากสองปีมานี้ตระกูลหนานได้รับคนเข้าร่วมเพิ่มอีกสองแสนคน ทำให้ตระกูลหนานเป็นเพียงกองกำลังเดียวในอาณาจักรต้าเหยียนเลยก็ว่าได้ที่มีคนในกองกำลังมากกว่าหนึ่งล้านคน 

    เวลานี้ภูเขาเฉียนตงได้กลายเป็นฐานที่มั่นของตระกูลหนานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้กระทั้งราชวงศ์เหยียนก็ไม่กล้าที่จะบินอยู่เหนือภูเขาเฉียนตง

    หนานหมิงกระโดดขึ้นเรือบินขนาดใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุด คนอื่นๆก็พากันขึ้นเรือบินของตัวเองเช่นกัน 

    ธงของตระกูลหนานโบกสะบัดอย่างต่อเนื่องตามแรงลม นอกจากธงของตระกูลหนานแล้วก็ยังมีธงของศาลาชุนหมิง หอการค้าหมื่นสมุทรอีกด้วย

    ซึ่งนี้เป็นการบ่งบอกว่ากองเรือบินนี้เป็นกองเรือบินของตระกูลหนาน เชื่อได้เลยว่าจะไม่มีใครกล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน

    “ ไปกันเถอะ ถึงเวลาไปเจอกับคนอื่นๆแล้ว ” หนานหมิงหัวเราะ

    เรือบินกว่าห้าสิบลำก็บินขึ้นท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรต้าโจว

    เรือบินทั้งห้าสิบลำนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยนักประดิษฐ์อย่างฟางเจวี๋ยที่ตอนนี้เป็นถึงระดับเทพยุทธ์และยังเป็นนักประดิษฐ์ระดับกึ่งเซียนที่เก่งกาจอันดับต้นๆของนักอัญเชิญที่หนานหมิงอัญเชิญมาเลย

    ฟางเจวี๋ยได้ร่วมมือกับนักวางค่ายกลคนอื่นๆของศาลาชุนหมิงในการสร้างเครื่องยนต์พลังวิญญาณที่ทำให้เรือบินเหล่านี้มีความเร็วเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเซียนยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ที่เน้นด้านความเร็ว

    ด้วยความเร็วของเรือบินระดับนี้ทำให้จากอาณาจักรต้าเหยียนไปยังอาณาจักรต้าโจวใช้เวลาเพียงแค่สิบกว่าวันเท่านั้น และใช้เวลาอีกสองวันจึงจะถึงเทือกเขาเฟิงหลง เรียกว่าใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งเดือน จากเดิมที่ที่ต้องใช้เวลากว่าสองหรืองสามเดือนในการเดินทาง

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบกว่าวัน

    ตอนนี้กองเรือบินของตระกูลหนานมาถึงอาณาจักรต้าโจวแล้ว 

    ทันทีที่กองเรือบินของตระกูลหนานมาถึง เรือบินของศาลาชุนหมิงก็ปรากฏขึ้น ซึ่งคนที่อยู่บนเรือบินนี้ก็คือไป๋จวินและเฮยจวิน ทั้งสองได้รับคำสั่งจากหนิงขวงให้มานำทางให้กับหนานหมิง

    เมื่อไป๋จวินและเฮยจวินเห็นกองเรือบินของตระกูลหนาน ทั้งสองก็บินไปยังเรือที่ดูหรูหราที่สุดและใหญ่โตที่สุดทันที

    “ คาระวะนายท่าน ” ไป๋จวินและเฮยจวินโค้งคำนับให้กับหนานหมิง

    หนานหมิงมองดูทั้งสองด้วยแววตาเอ็นดูเล็กน้อย ถึงอย่างไรสองพี่น้องคู่นี้ก็เป็นตัวละคนสองคนแรกที่ถูกหนานหมิงเปิดได้ เพราะฉะนั้นแล้วหนานหมิงจึงรักและเอ็นดูสองพี่น้องคู่นี้อย่างมาก อีกทั้งเขาก็ยังได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนของทั้งสองอีกด้วย ทำให้ความเร็วในตอนเด็กของเขาก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก

    การมาถึงของกองเรือบินตระกูลหนาน ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์โจวหรือกองกำลังน้อยใหญ่ต่างๆก็รู้ได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาก็ส่งคนไปสืบข่าวและพบว่าคนที่นำกองเรือบินมาก็คือบุตรชายคนที่สามของผู้นำตระกูลหนานและยังเป็นอัจฉริยะแห่งวิถียุทธ์ตัวจริง

    สำหรับหนานหมิงกองกำลังน้อยใหญ่ต่างก็รับรู้กันถ้วนหน้า แต่ก็ไม่มีใครเคยเห็นหนานหมิงตัวจริงมาก่อน ทำให้เขาไม่ค่อยรู้ข้อมูลของหนานหมิงสักเท่าไหร่ 

    รู้เพียงแค่ว่าหนานหมิงเป็นบุตรชายคนที่สามของหนานเฟยหยุนผู้นำตระกูลหนานอีกทั้งยังเป็นอัจฉริยะของตระกูลหนาน อายุสิบแปดก็มาถึงระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์แล้ว เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยแห่งวิถียุทธ์ที่แท้จริง สำหรับเรื่องอื่นๆก็แทบจะไม่มีข้อมูลใดๆปรากฏขึ้นมาเลย

    เมื่อหนานหมิงมาถึงเขาย่อมกลายเป็นจุดสนใจของกองกำลังต่างๆอย่างมาก 

    ราชวงศ์โจวและกองกำลังอื่นๆส่งคนที่ตระกูลหนานเพื่อแสดงความยินดีที่ตระกูลหนาน อีกทั้งยังใช้โอกาสนี้ในการดูหนานหมิงอีกด้วย

    ด้วยการนำทางของไป๋จวินและเฮยจวิน กองเรือบินก็มาถึงเทือกเขาเฟิงหลงในเวลาแค่สองวัน 

    เมื่อมาถึง หนานหมิงก็พบว่าครอบครัวของเขาได้มายืนรอเขาอยู่ที่ลานจอดเรือบินแล้ว

    ลานจอดเรือบินถูกสร้างขึ้นบนเทือกเขาเฟิงหลงและยังเป็นลานจอดเรือบินที่อยู่ใกล้กับเมืองเฟิงหลงประมาณสามร้อยลี้

    หนานหมิงมองดูครอบครัวที่ไม่ได้เจอหน้ากว่าสองปีด้วยความคิดถึง

    จากนั้นครอบครัวสุขสันต์ก็พูดคุยกันอย่างมีความสุข

    หนานเฟยหยุนจัดงานเลี้ยงฉลองที่ตระกูลหนาน โดยอาหารทุกอย่างถูกนำมาจากหอหมื่นสมุทร

    ส่วนคนที่ย้ายมาจากอาณาจักรต้าเหยียน หนานเฟยหยุนได้จัดที่พักให้กับพวกเขาแล้ว ซึ่งที่พักของพวกเขาก็คือใจกลางของเส้นเลือดมังกรนั่นเอง ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นหนานหมิงคิดจะเอาไว้เป็นสถานที่สำหรับฝึกฝนคนของตระกูลหนานก่อนที่จะให้พวกเขาเข้าร่วมกับสามกองกำลังหลักได้แก่ ตระกูลหนาน หอการค้าหมื่นสมุทรและศาลาชุนหมิง

    หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้ว หนานหมิงก็พูดคุยกับครอบครัวก่อนที่เขาจะถูกหนานอวี้และหนานหลินลากออกไปเที่ยวเล่นที่เมืองเฟิงหลง

    เวลานี้เมืองเฟิงหลงได้พัฒนากลายเป็นเมืองใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประชากรก็มีมากกว่าหนึ่งร้อยสามสิบล้านคน และยังมีท่าทีว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่าทุกๆคนก็รู้ดีว่าหลังจากที่เมืองเซียนสวรรค์สร้างเสร็จ ประชากรของเมืองเฟิงหลงก็จะลดลงอย่างมากอาจจะหายไปมากกว่าครึ่งเลยด้วยซ้ำ 

    ด้วยการที่ตอนนี้เมืองเฟิงหลงกลายเป็นเมืองใหญ่ ทำให้เมืองแห่งนี้คึกคักเป็นอย่างมาก แม้กระทั้งยามค่ำคืนแม้ว่าบางส่วนอาจจะเงียบสงบอยู่บ้าง แต่ก็มีหลายพื้นที่ในเมืองที่มีผู้คนคึกคักและเดินเที่ยวเล่นยามค่ำคืน

    เนื่องจากหนานหมิงเพิ่งจะมาถึงเมืองเฟิงหลงครั้งแรก ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะบ้านเมืองของเมืองเฟิงหลงนับว่าสะอาดและไม่มีขยะอยู่ตามข้างทาง ขอทานก็แทบจะไม่มีให้เห็น รวมไปถึงทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นับไม่ถ้วน ทำให้มีกลิ่นหอมของดอกไม้ลอยอบอวนอยู่ทั่วทั้งเมือง

    และถ้าหากเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิต้นไม้ทั่วทั้งเมืองจะกลายผลิดอกเต็มที่และมันจะทำให้ทั่วทั้งเมืองกลายเป็นสีรุ้งเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่งดงามแห่งหนึ่งตั้งแต่ที่หนานหมิงเคยเดินทางมาเลย

    ระหว่างทางก็มีร้านค้ามากมายให้หนานหมิงแวะเดินชมและซื้อของกลับมาด้วยหลายชิ้น 

    สามพี่น้องเที่ยวเล่นภายในเมืองเฟิงหลงจนกระทั้งถึงค่ำ ทั้งสามก็แวะไปที่หอหมื่นสมุทรเพื่อกินอาหารค่ำกัน

    แน่นอนว่าการปรากฏตัวของหนานอวี้ หนานหลินและหนานหมิงทำให้กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนจำนวนมาก ในฐานะของบุตรผู้นำตระกูลหนาน กองกำลังอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรต้าโจว

    ไม่ว่าทั้งสามจะไปที่ไหนก็จะมีผู้ฝึกยุทธ์มองมาที่พวกเขาด้วยแววตาเคารพและนับถือ

    เมืองเฟิงหลงนับว่าเป็นเมืองที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะพวกเขามีวัฒนธรรมที่แปลกประหลาดไม่เหมือนกับอาณาจักรต้าเหยียน แต่ก็นับว่าเป็นประเพณีที่น่าสนใจ

    หลังจากที่หนานหมิงกลับมาจากการเที่ยวเล่น เขาก็ไปพบกับบิดาของเขาที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ ท่านพ่อข้าต้องการให้ท่านเรียกประชุมผู้อาวุโสในอีกสามวันข้างหน้า ”

    ด้วยการที่เป็นการที่หนานหมิงเรียกประชุม หนานเฟยหยุนย่อมต้องตกลงตามที่หนานหมิงต้องการ เพราะทุกครั้งที่หนานหมิงเรียกประชุม เขาก็มักจะนำสิ่งใหม่ๆและทำให้ตระกูลหนานของพวกเขาพัฒนาขึ้นอย่างมากในทุกๆครั้ง

     

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน