ซินเยวี่ยไม่เข้าใจว่าทำไมจางชุ่ยหลานถึงมีสีหน้าแปลกๆตอนที่เห็นเธอ เพราะทั้งสองคนไม่ได้อยู่หมู่บ้านเดียวกัน แถมก็ไม่ได้เป็นญาติกันดังนั้นก่อนหน้านี้ทั้งสองคนดูเหมือนจะไม่เคยเจอกันมาก่อนหากไม่ใช่ความทรงจำจากชาติก่อน ซินเยวี่ยคงไม่รู้ว่าเหม่ยอ้ายกับจางชุ่ยหลานมีความสัมพันธ์ที่ดีมากสัญชาตญาณบอกซินเยวี่ยว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ
พอเดินห่างออกมาเหม่ยอ้ายก็พูดกับจางชุ่ยหลานว่า “ฉันตั้งใจจะแนะนำลูกพี่ลูกน้องให้เธอรู้จักต่อไปพวกเราสามคนจะได้เล่นด้วยกัน แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยอยากเท่าไรเลยนะ?”
จางชุ่ยหลานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดเบาๆว่า“ฉันว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอดูหยิ่งๆ ฉันเกลียดคนแบบนี้ที่สุด”
เหม่ยอ้ายแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ“เธอพูดถูกที่สุด ลูกพี่ลูกน้องของฉันทำท่าทางสูงส่งตลอดเวลาก็แค่เรียนหนังสือมากกว่าพวกเราหน่อย มันมีอะไรดีนักหนาก็เพราะมีเพื่อนอยู่ในเมือง เธอถึงได้ใส่ได้ใช้แต่ของเหลือเดนคนอื่นยังทำเป็นหยิ่ง เชอะ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ทุกวันไม่เบื่อหรือไง ฉันล่ะเบื่อแทน”
เมื่อเห็นว่าเหม่ยอ้ายไม่พอใจลูกพี่ลูกน้องของตัวเองมากจางชุ่ยหลานก็ถามด้วยความสงสัยว่า “ในเมื่อเธอไม่ชอบลูกพี่ลูกน้องของเธอขนาดนี้ทำไมยังต้องพยายามเข้าใกล้เธอด้วย?”
เหม่ยอ้ายเงยหน้ามองแสงจันทร์สลัวๆบนท้องฟ้า แล้วพึมพำว่า “ช่วยไม่ได้นี่นาคนเขาเก่งกว่าเรา ฉันเข้าใกล้ก็หวังว่าเขาจะพาฉันไปเมือง ไปในมณฑลด้วยเธอขี่จักรยานเป็น แต่ฉันขี่ไม่เป็น ฉันอยากให้เธอสอน แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่มีจักรยานเรียนไปก็เปล่าประโยชน์”
เหม่ยอ้ายก็เหมือนแม่ชอบประจบสอพลอคนที่มีความสามารถ ในสายตาของเธอ ซินเยวี่ยก็เป็นคนที่มีความสามารถอย่างน้อยในบรรดาสาวๆ ที่ยังไม่แต่งงานในหมู่บ้านเฉวียนสุ่ยซินเยวี่ยก็มีการศึกษาสูงที่สุด แถมยังรู้หลายอย่างตอนนี้ซินเยวี่ยก็เป็นครูสอนโรงเรียนประถม คุ้มค่าที่เหม่ยอ้ายจะติดสนิทด้วยแล้ว
จางชุ่ยหลานเข้าใจความคิดของเหม่ยอ้ายแม้เธอจะดูถูกท่าทีของเหม่ยอ้ายบ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ทั้งสองคนหาที่นั่งก่อนเพราะอีกสิบกว่านาทีหนังก็จะเริ่มฉายแล้ว
ซินเยวี่ยไม่ได้รีบร้อนหาที่นั่งเธอยืนอยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่ข้างลานกว้าง ที่นั่นเธอครุ่นคิดอย่างเงียบๆ
เธอคิดว่าทำไมจางชุ่ยหลานถึงมีสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติเมื่อเห็นเธอ
ตอนนี้จางเฉียงยังอยู่ในคุกหากซินเยวี่ยจำไม่ผิด เขาจะออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ตามปฏิทินจันทรคติปีหน้า
จางชุ่ยหลานอายุมากกว่าซินเยวี่ยหนึ่งปีแต่ก็ยังไม่ได้แต่งงานคาดว่าผู้อาวุโสทั้งสองของตระกูลจางคงเตรียมพร้อมที่จะใช้เธอแลกตัวภรรยาให้จางเฉียงแล้ว
แม้จางเฉียงจะมีฝีมือช่างไม้หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แต่เขาก็เป็นอดีตนักโทษ และติดคุกในข้อหาข่มขืนใครจะยอมยกลูกสาวดีๆ ให้เขากัน!
ในความทรงจำของซินเยวี่ยจางเฉียงไม่เพียงแต่หน้าตาไม่ขี้ริ้วขี้เหร่แต่ยังโดดเด่นในหมู่ชาวไร่ชาวนาเสียด้วยซ้ำ ในสายตาของคนนอกเขาเป็นผู้ชายที่ใจดีมากมีแต่ซินเยวี่ยเท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็นคนที่โหดร้ายทารุณเพียงใด
ซินเยวี่ยไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมจางเฉียงที่อ่อนโยนต่อหน้าคนนอกถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอทุกครั้งที่คิดถึงชาติก่อนที่เธอถูกจางเฉียงทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าซินเยวี่ยก็ขนลุกซู่ เธออยากจะบดขยี้ชายคนนั้นให้เป็นผุยผง
ตอนที่ซินเยวี่ยกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆก็มีมือสองข้างแตะที่ไหล่ของเธอ ซินเยวี่ยดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว“พี่สาม เล่นอะไรเนี่ย ตกใจหมดเลย”
พี่สามที่ซินเยวี่ยเอ่ยถึงคือลูกชายคนที่สามของบ้านอาคนที่สองหลินเต๋อเฉวียน
แม้ความบาดหมางระหว่างผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านจะลึกซึ้งแต่ลูกหลานก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่บ้าง แม้จะไม่สนิทสนมเป็นพิเศษแต่เมื่อเจอกันก็จะทักทายกัน
หลินเต๋อเฉวียนอายุมากกว่าซินเยวี่ยสิบเดือนรูปร่างสูงใหญ่ เพราะอาคนที่สองและอาสะใภ้ต่างก็ตัวสูงทำให้ลูกชายทั้งสามคนของพวกเขาสูงไม่น้อย
หลินเต๋อเฉวียนยิ้มอย่างจริงใจให้ซินเยวี่ย“เหม่ออะไรอยู่คนเดียวตรงนี้?”
ซินเยวี่ยยิ้ม“ไม่ได้เหม่ออะไรนี่นา ก็หนังยังไม่เริ่มฉายไม่อยากไปเบียดเสียดกับพวกเขาแต่เนิ่นๆ”
“เยวี่ยเยวี่ยเด็กผู้หญิงที่อยู่กับเหม่ยอ้ายลูกพี่ลูกน้องของเธอคือใครเหรอ?” ทันทีที่หลินเต๋อเฉวียนถามคำถามนี้ซินเยวี่ยก็นึกถึงเรื่องน่าอับอายในชาติก่อนขึ้นมาทันทีชาติก่อนหลินเต๋อเฉวียนไม่ได้แต่งงานกับใครเลย สุดท้ายเขาก็มีความสัมพันธ์ลับๆกับจางชุ่ยหลานพี่สะใภ้ของตนเอง แม้จะไม่เคยจับได้คาหนังคาเขาแต่เรื่องน่าอับอายนี้ก็เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วพี่ชายของเธอหลินเต๋อหัวต้องอับอายขายหน้าไปไม่น้อย
ซินเยวี่ยพยายามปรับอารมณ์ให้คงที่แล้วพูดเบาๆ ว่า “ผู้หญิงที่อยู่กับเหม่ยอ้ายชื่อจางชุ่ยหลานเป็นคนจากหมู่บ้านจางเจียจวง ถ้าพี่สามสนใจผู้หญิงคนนั้นจะให้อาสะใภ้ไปสู่ขอให้ก็ได้นะ ฉันได้ยินมาว่าจางชุ่ยหลานยังไม่ได้แต่งงานแต่พี่ต้องทำใจไว้หน่อยนะ จางชุ่ยหลานมีพี่ชายเป็นนักโทษข่มขืนชื่อจางเฉียงคาดว่าอาสะใภ้คงไม่อยากให้พี่แต่งงานกับผู้หญิงที่มีภูมิหลังแบบนี้หรอก”
พูดจบซินเยวี่ยก็เดินจากไป
โดยส่วนตัวแล้ว เธอไม่ได้มีความรู้สึกดีๆกับพี่ลูกน้องทั้งสามคนของบ้านอาคนที่สองอยู่แล้วพอคิดถึงเรื่องน่าขยะแขยงในชาติก่อนเธอจึงยิ่งไม่อยากมองหน้าหลินเต๋อเฉวียนแม้แต่วินาทีเดียว