เฟิ่งหยูอยู่ภายในเจดีย์ฟ้า์เขาหยิบเอากระบี่ออกมาเฟิ่งหยูได้ศึกษาวิชากระบี่ในเจดีย์ฟ้า์เขาไม่มีทางที่จะสงบจิตใจลงเพื่อศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีกระบี่ได้ มันเป็เื่ที่ละเอียดอ่อนเป็อย่างยิ่ง
“เคล็ดกระบี่นี้น่าอัศจรรย์เป็อย่างมากหากว่าไม่สามารถสงบจิตใจได้ยังไงก็ไม่มีทางที่จะเข้าใจเคล็ดภายใน นั้นได้อย่างแน่นอน” เฟิ่งหยูพึมพำ
“เร่งฝึกการฝึกฝนให้พัฒนาไปก่อนเพื่อเลื่อนไปขั้นระดับย่อยของขั้นแก่แท้ิญญา ให้ได้เร็วยิ่งขึ้น”
ตอนนี้เฟิ่งหยูอาศัยพลังสมาธิที่แข็งแกร่งและเม็ดโอสถที่มีมากมายเฟิ่งหยูท่องออกมา แล้วแววตาก็ฉายแววแน่วแน่ออกมา จะต้องพยายามฝึกฝนไปให้ถึงขั้นแก่นแท้ิญญาระดับเก้าให้ได้ก่อนที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสูงขึ้นไป เฟิ่งหยูฝึกและทบทวนสิ่งต่าง ๆที่เหล่าผู้เฒ่าพร่ำสอนให้แก่เขา
เขาเอากล่องใบหนึ่งออกมาจากแหวนมิติแล้วเปิดกล่องออกด้านในกล่องก็มีสมุนไพรสีแดงเพลิงต้นหนึ่ง พลังฟ้าดินสีแดงและทองพุ่งออกมาราวกับเป็ดวงอาทิตย์ขนาดเล็กที่กำลังแผ่ไอความร้อนอยู่
ในรัศมีหนึ่งร้อยจ้างมีลูกบอลเพลิงกลุ่มหนึ่งลอยขึ้นไปบนอากาศและกลายเป็ทะเลเพลิง
นี่ก็คือของสมุนไพรต้นกำเนิดชนิดหนึ่งซึ่งมีจิติญญาธาตุเพลิงต้นกำเนิดพลังเพลิง
เฟิ่งหยูเริ่มหลอมรวม "ต้นกำเนิดธาตุไฟได้แล้วส่วนที่เหลือน้ำ ดิน ลม ทอง ไม้ สายฟ้า แสง และธาตุมืดธาตุิญญาทั้งเก้า ตอนนี้เฟิ่งหยูฝึกฝนสำเร็จแล้วเพียงอย่างเดียวเพียงธาตุเดียวสภาพร่างกายของเฟิ่งหยูก็แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วหากเขาสามารถฝึกฝนจิติญญาธาตุได้ครบเก้าธาตุเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน ?
“อยากจะฝึกฝนจิติญญาเก้าธาตุให้สำเร็จไม่ใช่เื่ง่ายๆ แต่ว่า ข้ากลับสามารถดูดซึม เอาต้นกำเนิดธาตุไฟและเร่งพัฒนาการฝึกฝนได้”
เฟิ่งหยูพบว่า เขาดูดซึมเอาพลังเพลิงต้นกำเนิดธาตุไฟเข้าไปแล้วจุดตันเถียนที่ท้องน้อยของ เขาก็ขยาย ขึ้นมาอีกประมาณสิบส่วนและยังมั่นคงมากขึ้นด้วย
แต่ว่านี่ไม่ใช่เื่ที่จะรีบได้จะต้องค่อยๆเป็ค่อยๆ ไป ขอแค่ไปถึงขั้นที่สูงขึ้นได้ ก็จะสามารถฝึกฝนเพลงเพลงยุทธ์ในระดับสูงได้
ทุกวัน อย่างน้อยๆ เฟิ่งหยูก็ต้องฝึกฝนฝ่ามือทะลายภูผาออกมาถึงแปดร้อยครั้งจนกระทั่งปราณในร่างกาย หมดสิ้นถึงจะโอสถเพื่อฟื้นฟูลมปราณ
พอเป็อย่างนี้ หลายวันที่ผ่านมา เฟิ่งหยูสามารถรับรู้ได้เลยว่าการฝึกฝนของเขาพัฒนาขึ้น อย่างรวดเร็ว
เขาฝึกฝนไปถึงสิบสองวัน ในที่สุดเฟิ่งหยูก็สามารถฝึกฝนฝ่ามือทะลายภูผากระบวนท่าที่เก้าไปถึงส่วนปลายได้ ขณะเดียวกัน การฝึกฝนของเขาก็พัฒนาไปอย่างก้าวะโ
“หากว่าหลอมหินิญญาระดับสูงเข้าไปก็น่าจะทำให้การฝึกฝนของข้าเลื่อนไปถึงขั้น แก่นแท้ิญญาระดับหนึ่งขั้นสูงสุดได้ ขอแค่ไปถึงขั้นแก่แท้ิญญาระดับหนึ่งขั้นสูงสุดได้ข้าก็จะสามารถฝึกฝนวิชายุทธ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อยู่ในโลกมิติของเจดีย์ฟ้า์ไปหนึ่งปีก็เท่ากับเวลาด้านนอกหนึ่งวัน
เวลาหนึ่งปีเต็มๆนี้ เฟิ่งหยูจะต้องอยู่ในเจดีย์ฟ้า์มาตลอดโดยไม่มีใครมารบกวน เขาฝึกทุกอย่างอย่างตั้งใจ แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มุมานะพยายามต่อไป
วันต่อมาเฟิ่งหยูออกมาจากเจดีย์ฟ้าสรรค์
"ตอนนี้เ้างูน้อยตัวนั้นคงกำลังอาละวาดไปทั่วแน่ๆ......"
เฟิ่งหยูคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่เขาบุกไปชิงของของเ้างูั์ตัวนั้น สีหน้าของเฟิ่งหยูเปลี่ยนไปจิตใจที่เคยวุ่นวาย พลันสงบนิ่งขึ้นมาทันที
เฟิ่งหยูหมุนตัวออกเดินออกไปจากที่ซ่อนอย่างไม่ลังเลเขาก้าวเท้าเร็วมาก ไม่นานก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เขาเห็นสัตว์อสูรตัวหนึ่งซึ่งไม่แน่ใจว่าสัตว์ตัวนั้นจะอยู่ในระดับใด
เฟิ่งหยูติดตามมาตลอดอย่างไม่ขาดหาย
เฟิ่งหยูใช้เวลาไปเพียงแค่ครึ่งวันก็มาถึงบริเวณรอบๆ ด้านนอกส่วนลึกที่สุดของหุบเขาทมิฬที่ตั้งของหุบเขาทมิฬกว้างใหญ่มากเป็กลุ่มเทือกเขาที่หนาทึบยาวติดกันไม่รู้กี่หมื่นลี้อยากจะหาคนสักคนก็ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร
เขาปิดตาลง แล้วเอามือมาประกบ กันพลังสมาธิก็กลายเป็เม็ดแสงมากมายลอยไป
ทุกทิศทุกทาง สัตว์ป่า สัตว์ปีก มนุษย์ ปลาแมลง...ล้วนแต่ปรากฏขึ้นมา ใน สมองของเขา
ไม่นาน เฟิ่งหยูก็พบร่องรอยการต่อสู้"ทางทิศตะวันออก ห่างออกไปหกร้อยลี้"
มีเสียงดัง “ซูบบ” แล้วเฟิ่งหยูก็หายไป เขาใช้การวิ่งด้วยความเร็วไม่นานเฟิ่งหยูก็มาปรากฏตัวยังพื้นที่ห่างออกไปหกร้อยลี้
ป่าโบราณที่หนาทึบแห่งนี้มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ระฟ้าปกคลุมแต่ว่าตอนนี้ มองไปรัศมีรอบๆ สิบลี้ ล้วนแต่ถูกน้ำแข็งปกคลุมเอาไว้จนหนาวเย็นอย่างประหลาดต้นไม้ใบหญ้าและพื้นดินล้วนแต่ถูกน้ำแข็งหนาปกคลุม
"เปรี้ยะ"
เฟิ่งหยูดีดก้อนหินไปที่กิ่งไม้กิ่งไม้ขนาดยี่สิบกว่าจ้างก็แตกทันทีและกลาย เป็เศษน้ำแข็งใสๆร่วงลงมากองอยู่ที่พื้น
"เป็พลังน้ำแข็งที่ร้ายกาจมาก สัตว์อสูรใดกันนะที่จะสามารถสร้างพลังทำลายล้างที่น่ากลัวอย่างนี้ได้"
เฟิ่งหยูสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วไล่ตามรอยการต่อสู้ไป จิตใจที่โหวงเหวงของเขาก็ เคร่งเครียดขึ้น
ั้แ่กลางวันจนถึงกลางคืน ตอนนี้เฟิ่งหยูไล่ตามมาจนได้เข้ามาภายในส่วนลึกที่สุดของหุบเขาทมิฬอีกฟากหนึ่งที่หนาทึบแล้ว
ในเทือกเขา สามารถเห็นเงาสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเทือกเขาสูงชัน หุบเขาหมอก พิษและเหวลึกจนมองไม่เห็นกันอยู่เต็มไปหมด จนทำให้คนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่วังเวง
ตกดึกพลังสมาธิของเฟิ่งหยูก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติเขาจึงหยุดเท้าลง แล้วไปบนยอดผาสูง แห่งหนึ่ง เขาได้ไล่ตามสัตว์อสูรตัวหนึ่งมาั้แ่ออกจากเจดีย์ฟ้า์ที่เขาบังเอิญพบมันหลังจากออกมาไม่นาน และติดตามร่องรอยของมันมาอย่างเงียบ ๆ จนถึงเดี่ยวนี้
เฟิ่งหยูติดตามสัตว์อสูรตัวนี้มาติดๆอย่างกระชั้นชิด ที่ด้านหน้าเป็ป่าหนาทึบ
“ไม่ดีแน่หากเราเข้าไปที่นั่นแล้วถูกสัตว์อสูรตัวนั้นโจมตีเราอาจจะาเ็ได้”
เฟิ่งหยูคิดในใจ พลันเขาปิดตาลงแล้วเอามือมาประกบ กันพลังสมาธิก็กลายเป็เม็ดแสงมากมายลอยไป ทุกทิศทุกทาง นี่เป็วิชาที่ผู้าุโใหญ่สอนเขามันเป็วิชาขั้นสูง มันสามารถค้นหาสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตได้เพียงแต่มันใช้พลังจิตขั้นสูงจึงจะสามารถใช้เคล็ดวิชานี้ได้
เฟิ่งหยูฝึกฝนพลังจิตและเคล็ดวิชานี้อย่างต่อเนื่องในเจดีย์ฟ้า์เป็เวลานานจนคล่องวันนี้เขาจึงได้ทดสอบวิชานี้โดยการติดตามสัตว์อสูรตัวหนึ่งมาสัตว์อสูรตัวนี้มีความเร็วเป็อย่างมากแม้จะติดตามมาเป็เวลานานแต่เพิ่งหยูก็ยังไม่สามารถมองเห็นตัวมันได้
ทันไดนั้น
“ตู้ม”
“ ตู้ม”
“ ตู้ม”
เสียงะเิดังติดต่อกันสามครั้งกิ่งไม้ใบหญ้าต่างถูกแรงะเิกระจัดกระจายแผ่ออกเป็วงกว้าง
เฟิ่งหยูหลบอยู่ข้างก้อนหินก้อนใหญ่หลังจากเสียงะเิสิ้นสุดลงเฟิ่งหยูชะโงกหน้าไปดูสิ่งที่เขาพบแทบทำให้เขาตะลึงเป็อย่างมาก
“เ้านั่นมันเป็สัตว์อสูรอะไรกันทำไมตัวมันถึงได้ใหญ่ขนาดนั้น”
สัตว์อสูรตัวนั้นตัวขนาดูเาย่อมๆ ลูกหนึ่งก็ว่าได้ นอนเสียชีวิตอยู่
“ มันน่าจะเป็สัตว์อสูรระดับหก “คางคกน้ำแข็ง” มันเป็สัตว์อสูรระดับหกจริงๆ”
แต่สิ่งที่ทำให้เฟิ่งหยูต้องตะลึงยิ่งกว่าเมื่อเขามองไปยังจุดเล็กๆที่สามารถเอาชนะคางคกน้ำแข็งตัวนั้นได้
“วิหกเพลิงะ”เ้าตัวเล็กนั่นต้องเป็วิหกเพลิงะอย่างแน่นอนแต่เอะทำไมมันถึง.....
ฟิ้วววว....
วิหกเพลิงะตัวนั้นได้รับาเ็อย่างหนักมันกำลังร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เฟิ่งหยูรีบวิ่งเข้าไปรับวิหกเพลิงะตัวนั้นด้วยความเร็ว
“ฟุบบ...”
วิหกเพลิงะที่แน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเฟิ่งหยูมีาแมากมายตามตัวของมัน
“มันยังเป็ลูกนกอยู่เลยมันคงจะเติบโตได้อีกมากเป็แน่”
ลูกนกตัวสีแดงเพลิงลำตัวมีสีขาวสลับไปมา ที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของเฟิ่งหยูเขารีบหาที่ปลอดภัยและหลบเข้าไปในเจดีย์ฟ้า์
“ท่านผู้าุโหวังฉีท่านพอจะช่วยรักษามันได้หรือไม่”
เฟิ่งหยูนำวิหกเพลิงะส่งให้ผู้าุโอู่หวังฉีด้วยความรีบร้อน
ผู้าุโอู่หวังฉีตรวจอาการของวิหกเพลิงพร้อมกับเอ่ยออกมา
“มันไม่เป็อะไรมากนักหรอกเ้าไม่ต้องกังวล มันแค่าเ็ภายนอกเล็กน้อย แต่มันต่อสู้จนใช้พลังจนหมดตัวปราณในตัวของมันเหือดแห้งเท่านั้นเอง พักฟื้นไม่นานก็เป็ปกติแล้วเ้าไปหาสมุนไพรสักสามสี่ตัวที่ช่วยในการฟื้นพลัง และหินิญญามาให้มันดูดซับช่วยให้มันฟื้นพลังได้รวดเร็วขึ้นอีกทางก็ได้”อู่หวังฉีพลันอธิบายให้เฟิงหยูฟัง