วันเวลาผ่านไป การเรียนการสอนระหว่างบัณฑิตเหวินเซียนและคุณหนูหลี่เหมยยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์กลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ หลี่เหมยไม่เพียงแต่เป็ศิษย์ที่ตั้งใจเรียนเท่านั้น แต่นางยังเป็ดรุณีแรกรุ่นที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน และนางก็ไม่ลังเลที่จะใช้เสน่ห์นั้นเข้าจู่โจมเหวินเซียนอย่างหนักหน่วงขึ้นทุกวัน
หลังจากที่ได้เรียนกับเหวินเซียนมาหลายสัปดาห์ หลี่เหมยเริ่มรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการใช้เสน่ห์ของตัวเอง นางสังเกตเห็นว่าเหวินเซียนเริ่มมีปฏิกิริยาต่อการเข้าหาของนาง แม้เขาจะพยายามปกปิดไว้ก็ตาม นางเห็นแววตาของเขาที่เริ่มหลบเลี่ยงเมื่อนางเข้าไปใกล้ เห็นใบหน้าของเขาที่เริ่มแดงก่ำเมื่อนางััเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ และเห็นลมหายใจของเขาที่เริ่มหอบเร็วขึ้นเมื่อนางอยู่ใกล้ๆ
ความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้หลี่เหมยรู้สึกตื่นเต้นและกล้าหาญขึ้น นางเริ่มวางแผนการเข้าหาที่ก้าวร้าวและชาญฉลาดมากขึ้น นางศึกษาพฤติกรรมของเหวินเซียนอย่างละเอียด รู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และจุดอ่อนของเขาคืออะไร
ในแต่ละวัน หลี่เหมยจะหาโอกาสสร้างสถานการณ์ให้เกิดการััเนื้อตัวกับเหวินเซียนอยู่เสมอ บางครั้งนางก็แกล้งทำเป็สะดุดล้มใกล้ๆ เขา จนร่างกายของนางเซถลาเข้าหาเขาอย่างจงใจ ทำให้เหวินเซียนต้องยื่นมือออกไปประคองร่างบางไว้ ััที่อ่อนนุ่มของผิวกายสตรีทำให้หัวใจของบัณฑิตหนุ่มเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของนางที่โชยมาปะทะจมูก ยิ่งทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนภายใน
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ศิษย์ซุ่มซ่ามเหลือเกิน" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็กระเง้ากระงอด ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างมีความหมาย "ท่านอาจารย์ไม่ถือสาใช่ไหมเ้าคะ"
เหวินเซียนได้แต่พยักหน้าอย่างอึดอัดใจ "ไม่เป็ไรขอรับคุณหนูหลี่เหมย" เขากล่าวพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุด
หลี่เหมยสังเกตเห็นความอึดอัดใจของเขา และนั่นทำให้นางรู้สึกพอใจ นางรู้ว่าแผนการของนางกำลังได้ผล เขาเริ่มไม่สามารถเพิกเฉยต่อเสน่ห์ของนางได้แล้ว นางจึงตัดสินใจที่จะเพิ่มความเข้มข้นของการเข้าหาขึ้นอีกขั้น
อีกครั้งหนึ่ง นางจะแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจวิธีการจับพู่กันที่ถูกต้อง นางจะขยับเข้าไปยืนข้างหลังเหวินเซียน แล้วจับมือของเขาให้ช่วยสอนเขียนพู่กันอย่างใกล้ชิด จนลมหายใจอุ่นๆ ของนางรดต้นคอของเขา ความใกล้ชิดที่เกินเลยทำให้เหวินเซียนรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง เขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย พยายามรวบรวมสติเพื่อทำหน้าที่อาจารย์ให้ดีที่สุด
เมื่อนางยืนข้างหลังเขาแบบนี้ เหวินเซียนจะรู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของนาง กลิ่นหอมจากผมยาวสลวยของนางที่โชยมาเบาๆ และเสียงหายใจเบาๆ ของนางที่อยู่ใกล้หูของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกวุ่นวายใจและไม่สามารถมีสมาธิได้
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ศิษย์เขียนไม่สวยเลยเ้าค่ะ" หลี่เหมยกล่าวพร้อมกับซบใบหน้าลงบนแผ่นหลังของเหวินเซียน "ท่านอาจารย์ช่วยจับมือศิษย์เขียนได้หรือไม่เ้าคะ"
เหวินเซียนรู้สึกราวกับถูกไฟช็อต เขารีบผละตัวออกห่างอย่างสุภาพ "คุณหนูหลี่เหมยควรฝึกฝนด้วยตนเองจะดีกว่าขอรับ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะหนักแน่น
แต่หลี่เหมยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นางจะหาวิธีอื่นๆ เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับเขา บางครั้งนางจะแกล้งทำเป็หนาวและขอให้เขาปิดหน้าต่าง เพื่อที่จะได้เดินไปใกล้ๆ กับเขา บางครั้งก็แกล้งทำเป็กลัวแมลงและขอให้เขาช่วยไล่ เพื่อที่จะได้กอดแขนเขาอย่างแนบชิด
"ท่านอาจารย์เ้าคะ มีแมลงตัวใหญ่เ้าค่ะ ศิษย์กลัวมากเลย" หลี่เหมยจะร้องด้วยเสียงสั่นเครือ แล้วรีบวิ่งไปกอดแขนเหวินเซียนอย่างแนบชิด ร่างกายอ่อนนุ่มของนางจะกดชิดกับแขนของเขา ทำให้เขารู้สึกถึงความนุ่มนวลและความอบอุ่น
เหวินเซียนจะรู้สึกอึดอัดใจและพยายามผละตัวออกห่าง "คุณหนูหลี่เหมย แมลงตัวเล็กๆ ไม่มีอันตรายขอรับ" เขาจะพูดพร้อมกับไล่แมลงออกไป
"ขอบใจท่านอาจารย์มากเ้าค่ะ ท่านอาจารย์ช่างกล้าหาญจริงๆ" หลี่เหมยจะกล่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม "ศิษย์รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับท่านอาจารย์"
นอกจากนี้ หลี่เหมยยังเริ่มใช้คำพูดที่กำกวมและยั่วยวนมากขึ้น นางจะแสร้งถามเื่ความรักและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซูซิน ราวกับ้าจะหาช่องว่างในหัวใจของบัณฑิตหนุ่ม นางจะถามคำถามที่ทำให้เขาต้องคิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเอง และอาจจะเริ่มสงสัยในสิ่งที่เขามี
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ท่านอาจารย์รักฮูหยินซูซินมากหรือไม่เ้าคะ" หลี่เหมยถามด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างไม่กะพริบ
เหวินเซียนรู้สึกประหลาดใจกับคำถามของนาง "คุณหนูหลี่เหมยถามเื่นี้ทำไมหรือขอรับ"
"ก็ศิษย์อยากรู้เ้าค่ะ" นางกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย "ศิษย์เห็นท่านอาจารย์กับฮูหยินซูซินดูรักกันดี ศิษย์ก็เลยอยากรู้ว่าความรักที่แท้จริงเป็อย่างไร"
หลี่เหมยจะถามคำถามเหล่านี้ด้วยท่าทีที่ดูไร้เดียงสา แต่ในใจนางกลับมีเจตนาซ่อนเร้น นาง้ารู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเหวินเซียนกับซูซินแข็งแกร่งแค่ไหน มีช่องว่างให้นางเข้าไปแทรกแซงหรือไม่ และเขามีความสุขกับชีวิตแต่งงานของเขาจริงๆ หรือไม่
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ท่านอาจารย์กับฮูหยินซูซินมีลูกกันหรือยังเ้าคะ" นางจะถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ยังไม่มีขอรับ" เหวินเซียนตอบอย่างสั้นๆ
" "ทำไมเ้าคะ" หลี่เหมยถามต่อด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนสงสัยอย่างแท้จริง "ท่านอาจารย์กับฮูหยินซูซินแต่งงานกันมานานแล้วใช่ไหมเ้าคะ"
คำถามของหลี่เหมยทำให้เหวินเซียนรู้สึกปั่นป่วนภายใน เขารู้สึกถึงความสับสนและความหวั่นไหวที่เริ่มควบคุมอารมณ์ดิบของบุรุษเพศได้ยากขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับความสดใสและเย้ายวนของหลี่เหมยในระยะประชิด เขารู้สึกผิดต่อซูซิน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความงามและความเย้ายวนของหลี่เหมยนั้นช่างน่าดึงดูดใจเหลือเกิน
"เื่ส่วนตัวของข้าน้อยคงไม่เกี่ยวกับบทเรียนขอรับ" เหวินเซียนพยายามเบี่ยงเบนหัวข้อ "เรามาเรียนกันต่อเถิดขอรับ"
แต่หลี่เหมยไม่ยอมปล่อยให้เื่ผ่านไปง่ายๆ นางจะใช้่เวลาที่เหวินเซียนกำลังอธิบายบทเรียนเพื่อแอบสังเกตใบหน้าของเขา สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าเมื่อนางถามเื่ส่วนตัว และจับจุดอ่อนของเขาให้ได้
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ศิษย์คิดว่าการมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็สิ่งสำคัญมากเ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไร้เดียงสา "แต่บางครั้งศิษย์ก็สงสัยว่า ถ้าสามีภรรยาไม่เข้าใจกัน หรือมีความ้าที่แตกต่างกัน จะทำอย่างไรดีเ้าคะ"
เหวินเซียนหยุดการอธิบายบทเรียน มองหลี่เหมยด้วยสายตาที่เริ่มสับสน "คุณหนูหลี่เหมยถามเื่นี้ทำไมหรือขอรับ"
"ก็ศิษย์อยากเรียนรู้เื่ชีวิตเ้าค่ะ" นางตอบพร้อมกับเอียงหัวอย่างน่ารัก "ศิษย์คิดว่าท่านอาจารย์มีประสบการณ์มาก คงจะให้คำแนะนำที่ดีได้"
คำพูดของหลี่เหมยเหล่านี้ทำให้เหวินเซียนเริ่มคิดถึงความสัมพันธ์ของเขากับซูซิน เขาเริ่มสังเกตว่า่นี้ซูซินดูเหม่อลอยและมีเื่กังวลบางอย่าง นางไม่ค่อยพูดคุยกับเขาเหมือนเดิม และบางครั้งก็ดูเหมือนหลีกเลี่ยงการสบตากับเขา
หลี่เหมยสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของเหวินเซียน และรู้ว่าคำพูดของนางเริ่มส่งผลแล้ว นางจึงตัดสินใจที่จะใช้กลยุทธ์ที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น
"ท่านอาจารย์เ้าคะ บางครั้งศิษย์ก็รู้สึกเหงาเ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าเศร้า "ศิษย์ไม่มีใครคุยด้วย ไม่มีใครเข้าใจ บางครั้งศิษย์ก็อยากมีคนที่เข้าใจใจศิษย์จริงๆ"
เหวินเซียนรู้สึกสงสารหลี่เหมย เขามองนางเป็เด็กสาวที่ยังเยาว์วัยและ้าความเอาใจใส่ "คุณหนูหลี่เหมยยังเด็ก เมื่อโตขึ้นก็จะมีคนที่เข้าใจขอรับ"
"แต่ศิษย์รู้สึกว่าท่านอาจารย์เข้าใจศิษย์เ้าค่ะ" หลี่เหมยกล่าวพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจ "เมื่อได้คุยกับท่านอาจารย์ ศิษย์รู้สึกสบายใจมาก"
คำพูดเหล่านี้ทำให้เหวินเซียนรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เขาเริ่มตระหนักว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหลี่เหมยกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์
หลี่เหมยยังคงปรนนิบัติเหวินเซียนเกินขอบเขตของลูกศิษย์ นางจะนวดไหล่ให้เขาขณะที่เขากำลังตรวจตำรา หรือบางครั้งนางก็จะป้อนขนมด้วยมือของนางเอง สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับเหวินเซียนเป็อย่างมาก
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ท่านอาจารย์คงจะเหนื่อยมากใช่ไหมเ้าคะ" หลี่เหมยกล่าวพร้อมกับยื่นขนมป้อนเข้าปากเขา "ศิษย์จะนวดไหล่ให้ท่านอาจารย์นะเ้าคะ"
เหวินเซียนได้แต่ปฏิเสธอย่างสุภาพ "ไม่เป็ไรขอรับคุณหนูหลี่เหมย ข้าน้อยไม่เหนื่อยเลยขอรับ"
แต่หลี่เหมยก็ไม่ฟัง นางยังคงนวดไหล่ให้เขาอย่างเบามือ ััที่อ่อนนุ่มของปลายนิ้วนางทำให้เหวินเซียนรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด เขารู้สึกราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน ที่มีดรุณีแรกรุ่นผู้เลอโฉมคอยปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง
นางจะใช้ปลายนิ้วนวดไหล่และต้นคอของเขาอย่างช้าๆ ด้วยแรงกดที่พอดี ทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของเขาผ่อนคลายลง เหวินเซียนพยายามต้านทานความสบายที่นางให้ แต่ร่างกายของเขากลับตอบสนองโดยไม่รู้ตัว
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ท่านอาจารย์มีไหล่ที่แข็งแรงจริงๆ เ้าค่ะ" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล "คงเป็เพราะท่านอาจารย์ทำงานหนักมากใช่ไหมเ้าคะ"
เหวินเซียนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของนางที่โชยมาใส่ต้นคอ และกลิ่นหอมจากผมของนางที่อบอวลรอบตัว ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกมึนเมาและไม่สามารถคิดได้อย่างชัดเจน
"คุณหนูหลี่เหมย ข้าน้อยคิดว่าเราควรจะ..." เหวินเซียนพยายามจะพูดให้นางหยุด แต่เสียงของเขาก็ออกมาเบาและไม่มีพลัง
"ท่านอาจารย์ไม่ต้องเกรงใจศิษย์เ้าค่ะ" หลี่เหมยกล่าวพร้อมกับยิ้มหวาน "ศิษย์ทำด้วยความเต็มใจ ศิษย์อยากดูแลท่านอาจารย์"
คำพูดของนางทำให้เหวินเซียนรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ก็เริ่มรู้สึกผิดมากขึ้น เขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ถูกต้อง เขาเป็คนแต่งงานแล้ว และหลี่เหมยเป็เพียงลูกศิษย์ของเขา แต่ความอบอุ่นและความเอาใจใส่ที่นางให้นั้นทำให้เขารู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน
หลี่เหมยสังเกตเห็นความขัดแย้งภายในใจของเหวินเซียน และรู้ว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของนาง นางจึงตัดสินใจที่จะเพิ่มความเข้มข้นของการเข้าหาขึ้นอีก
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ศิษย์มีเื่อยากปรึกษาท่านอาจารย์เ้าค่ะ" นางกล่าวพร้อมกับหยุดการนวดไหล่ แล้วเดินมาหน้าเขา "แต่เป็เื่ส่วนตัวมาก ศิษย์ไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือไม่"
เหวินเซียนมองนางด้วยความสงสัย "เื่อะไรหรือขอรับ"
หลี่เหมยทำท่าลังเลสักครู่ แล้วจึงกล่าว "ท่านอาจารย์เ้าคะ ศิษย์รู้สึกแปลกๆ เมื่อได้อยู่ใกล้ท่านอาจารย์ หัวใจของศิษย์เต้นแรง และรู้สึกอบอุ่นใจมาก ศิษย์ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไร"
เหวินเซียนรู้สึกใกับคำพูดของนาง เขาเริ่มตระหนักว่าหลี่เหมยมีความรู้สึกพิเศษต่อเขาจริงๆ "คุณหนูหลี่เหมย ข้าคิดว่า..."
"ท่านอาจารย์เ้าคะ ศิษย์รู้ว่าท่านอาจารย์แต่งงานแล้ว" หลี่เหมยขัดคำเขา "แต่ศิษย์ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้ ศิษย์คิดถึงท่านอาจารย์ตลอดเวลา"
คำสารภาพของหลี่เหมยทำให้เหวินเซียนรู้สึกสับสนมาก เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร ส่วนหนึ่งของเขารู้สึกภูมิใจที่มีหญิงสาวสวยมาชื่นชม แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกผิดต่อซูซิน
"คุณหนูหลี่เหมย ข้าคิดว่าเราควรจะรักษาระยะห่างกันมากขึ้น" เหวินเซียนพยายามจะพูดอย่างหนักแน่น "ข้าเป็อาจารย์ของเ้า และข้าก็แต่งงานแล้ว"
แต่หลี่เหมยไม่ยอมแพ้ นางเดินเข้าไปใกล้เขามากขึ้น จนเขาสามารถรู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของนาง "ท่านอาจารย์เ้าคะ ศิษย์ไม่ได้้าให้ท่านอาจารย์ทำอะไรเลย ศิษย์แค่อยากให้ท่านอาจารย์รู้ว่าศิษย์รู้สึกอย่างไร"
เหวินเซียนรู้สึกถึงสายตาของนางที่เต็มไปด้วยความปรารถนา และความใกล้ชิดที่ทำให้เขาหายใจไม่ออก เขาพยายามถอยห่าง แต่ขาของเขากลับไม่เชื่อฟัง
"ศิษย์รู้ว่าท่านอาจารย์เป็คนดี และศิษย์ไม่อยากให้ท่านอาจารย์รู้สึกผิด" หลี่เหมยกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "แต่ศิษย์ก็อยากให้ท่านอาจารย์รู้ว่า ถ้าวันไหนท่านอาจารย์รู้สึกเหงา หรือ้าคนคุยด้วย ศิษย์จะอยู่ที่นี่เสมอ"
ในขณะเดียวกัน ซูซินที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของสามีเมื่อเขากลับถึงเรือนพัก แววตาของเหวินเซียนดูเหม่อลอยและมีความกังวลบางอย่างซ่อนอยู่ นางเห็นรอยยิ้มที่หลี่เหมยส่งให้เหวินเซียน และสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่นางเคยเห็นในกระจกเมื่อครั้งที่นางเริ่มมีความสัมพันธ์กับใต้เท้าหลี่
ซูซินรู้สึกเ็ปใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น นางรู้ดีว่าหลี่เหมยกำลังใช้เสน่ห์เข้าหาสามีของนาง และดูเหมือนว่าแผนการของหลี่เหมยจะเริ่มได้ผลแล้ว นางเห็นความหวั่นไหวในสายตาของเหวินเซียน และความสับสนที่เขาพยายามปกปิด