ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 98 ทำอาหารให้ฉัน

    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป


    ความเงียบงันครอบคลุมโรงจอดรถ ไม่มีใครพูดอะไร นี่น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุดแล้วสำหรับพวกเขาทั้งสองคน การไม่พูดสามารถหลบหลีกความรู้สึกที่น่าอึดอัดใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีใครซักไซ้ถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...


    ทว่าความเงียบงันก็ไม่สามารถขัดขวางความคิดของเฉินอันหลานได้ ในหัวสมองของเขายังคงวนเวียนนึกถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่ตลอดเวลา


    แต่ที่เขาแน่ใจที่สุดก็คือ เมื่อคืนเขาเป็นคน... เริ่มรุกก่อน


    ยิ่งต่างฝ่ายต่างเงียบก็ยิ่งรู้สึกลำบากใจ บวกกับเรื่องราวลึกซึ้งทางร่างกายระหว่างทั้งสองคน ทำให้เฉินอันหลานอดที่จะนึกถึงความผิดพลาดของตัวเองไม่ได้... หลังจากที่เงียบไปอีกพักใหญ่ เฉินอันหลานก็หาเรื่องคุยกับลานเซลอตเพื่อหวังทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ลง


    “เรื่องของบาวดี้คุณจะจัดการยังไง?”


    “ปล้นของของฉัน ก็ต้องชดใช้สิ”


    “คนที่ปล้นของของคุณคือไบรอัน ซิพ...” เฉินอันหลานพยายามหาเหตุผลมาโต้ “บาวดี้เป็นแค่นักเลงที่ต้องการหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง เขาแค่อยากได้ของของ หรงอันชิ่ง ไม่ได้อยากหาเรื่องคุณสักหน่อย”


    ลานเซลอตปรายตามองไปทางเฉินอันหลาน


    “แล้วเซี่ยรุ่ยคางกับหรงอันชิ่งล่ะ รับบทบาทอะไรเหรอ?”


    สีหน้าของเฉินอันหลานเปลี่ยนไปเล็กน้อย


    “คุณจะไม่ปล่อยบาวดี้ไปจริง ๆ เหรอ?”


    “เปล่า”


    “หมายความว่ายังไง?”


    “ฉันปล่อยเขาก็ได้นะ แต่เขาก็ต้องยอมแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ถูกไหม?”


    เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถามขึ้นด้วยความฉงน


    “คุณคิดจะทำอะไร?”


    “ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องถูกตัดขา” ลานเซลอตพูด


    “บาวดี้ยังไม่ได้แตะต้องของลอตนั้นเลย ถ้าคุณอยากได้ก็มาเอากลับไปได้ตลอดเวลา”


    “นายเคยเป็นสายลับมาก่อน ใช่ว่าจะไม่รู้กฎเกณฑ์ในเส้นทางนี้สักหน่อยนี่ จริงไหม?”


    “แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องถึงขนาดทำให้ใครเสียเลือดเนื้อ!”


    ลานเซลอตมองไปทางเฉินอันหลานด้วยสีหน้าเรียบเฉย


    “ฉันไม่มีคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้”


    เฉินอันหลานอึ้งงันไม่น้อยกับคำตอบนั้น หลังจากที่เงียบไปไม่นานเขาก็ หันกลับไปมองลานเซลอตด้วยสีหน้าสับสนก่อนจะเอ่ยออกมา


    “แผนการปล้นของในครั้งนี้เป็นความคิดฉันเอง ฉันอยากจัดการหรงอันชิ่งเลยเรียกบาวดี้ให้มาช่วย ดังนั้นถ้าคุณอยากได้ของกลับมา ก็ปล่อยบาวดี้ไป มีอะไร ก็มาคิดบัญชีกับฉัน”


    “รวมทั้งตัดขาด้วยไหม?”


    “ชะ…ใช่”


    “นายลังเล”


    “ตัดขาเลยนะ ลังเลไม่ได้รึไง?” เฉินอันหลานจ้องเขม็งไปทางลานเซลอต “ถ้าคุณได้ขาของฉันไป คุณก็จะปล่อยบาวดี้ไปใช่ไหม?”


    ดวงตาสีดำทมิฬหรี่ลงเล็กน้อย ลานเซลอตยืนขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาเฉินอันหลาน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้ารถที่เฉินอันหลานนั่งอยู่ เขาก้มหน้าลงมองใบหน้าที่ซีดเผือดของเฉินอันหลาน


    “ถ้านายไม่มีขา ตระกูลเฉินยังจะยอมรับลูกชายคนนี้อีกเหรอ?”


    สีหน้าของเฉินอันหลานซีดเผือดลงไปอีกขั้นทันทีที่ได้ยิน หลังจากที่เขาอึ้งงันอยู่พักใหญ่เขาก็กัดฟันกรอด แล้วยื่นหน้าไปทางอีกฝ่ายและจ้องเขม็งไปทางลานเซลอต อย่างไม่ละสายตา


    ลานเซลอตเอื้อมมือออกไปค้ำประตูรถไว้ จากนั้นก็โน้มตัวลงมามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของเฉินอันหลาน


    “โกรธง่ายแบบนี้ ดูเหมือนจะเดาไม่ผิด”


    “ภูมิใจมากใช่ไหม?”


    “ก็มันคือความจริง”


    “ความจริงที่นายพูดก็เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้นแหละ”


    ลานเซลอตยกยิ้ม ก่อนจะขยับหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเฉินอันหลาน แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ


    “ถ้าเป็นแค่การคาดเดา แล้วทำไมนายถึงมาเอาเซรุ่มยาระงับจากฉันได้ล่ะ?”


    เฉินอันหลานกำหมัดแน่นโดยไม่พูดอะไร


    “ตระกูลอันดับหนึ่งของประเทศจีน คุณชายสามแห่งตระกูลเฉิน” ลานเซลอต เอื้อมมือออกไปลูบไล้ปลายคางของเฉินอันหลาน “นั่งสบาย ๆ อยู่ในบ้านไม่เอา แต่กลับเลือกอาชีพที่เสี่ยงอันตรายที่สุดเพื่อให้ครอบครัวยอมรับ ลำบากมากไหม?


    โอเมก้าคนหนึ่งกลายเป็นตำรวจที่มีความสามารถโดดเด่น อาศัยยาระงับเพื่อให้ได้เข้าโรงเรียนตำรวจที่เต็มไปด้วยอัลฟ่า ไม่เพียงแต่จะได้รับการฝึกฝนที่หฤโหดเท่านั้น อีกทั้งยังต้องคิดหาทางไม่ให้ถูกคนอื่นจับได้…”


    เฉินอันหลานเมินหน้าหนีไปทางอื่น โอเมก้าหนุ่มไม่ต้องการให้ลานเซลอตสัมผัสเขา


    ดวงตาของลานเซลอตสะท้อนแววตาสุขุมเล็กน้อย จากนั้นก็บีบคางของ เฉินอันหลานให้หันกลับมาสบตากับตัวเอง ยิ่งเฉินอันหลานพยายามดิ้นหลบมากเท่าไร ลานเซลอตก็จะยิ่งบีบแรงมากขึ้นเท่านั้น ไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายหลุดพ้นจากน้ำมือของเขา


    “ตอนนั้นคงจะกลัวมากสินะ?”


    “แล้วยังไง คนแบบนายไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าฉันต้องเจอ ต้องแลกกับอะไรบ้าง”


    ลานเซลอตหรี่ดวงตาสีดำทมิฬนั้นลงเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร


    เฉินอันหลานจ้องเขม็งไปทางอัลฟ่าชั้นสูงด้วยสายตาเย็นชา


    “เกิดมาเป็นอัลฟ่า แล้วก็ยังเป็นผู้สืบทอดตระกูลใหญ่ ชีวิตของนายคงจะสุขสบายเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบใช่ไหมล่ะ? คุณชายจากตระกูลเอสเต ใครเล่าจะกล้าหือ และใครเล่าจะกล้าขวาง?”


    ลานเซลอตบีบคางของเฉินอันหลานแน่น แรงบีบนั้นแทบจะทำให้กระดูกของเขาแหลกเลยทีเดียว


    เฉินอันหลานไม่ได้ส่งเสียงร้องใด ๆ ออกไป เขาอดทนต่อความเจ็บปวดแล้วพูดประชดประชันต่อ


    “ทำไม หรือว่าที่ฉันพูดมันไม่ถูก? นายน้อยโอดิน!” บรรยากาศภายในโรงจอดรถเริ่มอึมครึมขึ้นทันที


    เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ลานเซลอตก็ยังคงบีบคางของเฉินอันหลานไว้ไม่ปล่อย ดวงตาสองคู่สบประสานกันไม่ลดละ ในที่สุดอัลฟ่าหนุ่มแห่งตระกูลเอสเตก็เอ่ยขึ้น


    “ฉันเปลี่ยนความคิดละ”


    “อะไร?”


    “เพื่อนของนายคนนั้น...” ลานเซลอตกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วจ้องมองเฉินอันหลานด้วยดวงตาฉายแววอำมหิต “ฉันจะเฉือนเนื้อของเขา แล้วโยนให้ปลากิน”


    “นายกล้า!” เฉินอันหลานโพล่งขึ้นมาอย่างร้อนใจ


    “นายก็คอยดูละกันว่าฉันจะกล้าหรือไม่กล้า” เมื่อลานเซลอตพูดจบก็หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป


    สีหน้าของเฉินอันหลานมืดครึ้มลงในพริบตา เขาซัดหมัดที่กำไว้แน่นเข้าใส่คนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ทว่าอัลฟ่าหนุ่มเบี่ยงตัวหลบได้ทัน พร้อมกันนั้นในตอนที่หมัดของเฉินอันหลานแหวกอากาศผ่านหน้าไป ลานเซลอตก็เอื้อมมือไปยึดแขนเรียวเอาไว้ได้ โอเมก้าหนุ่มพยายามดิ้นอย่างสุดกำลังแต่ก็ดิ้นไม่หลุด พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการจับกุมแต่กลับถูกคนตัวใหญ่ออกแรงเหวี่ยงจนร่างทั้งร่างกระเด็นไปไกล เฉินอันหลานเห็นว่าตนกำลังจะกระแทกเข้ากับประตูรถ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นคอเสื้อของเขากลับถูกคว้าเอาไว้ ในวินาทีต่อมาเฉินอันหลานก็ถูกกดให้คว่ำหน้าลงบนกระโปรงหน้ารถ พันธนาการของอีกฝ่ายรัดแน่นจนเขาไม่สามารถขยับได้


    “ปล่อย!”


    “ทำไมถึงไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย?”


    “ฉันบอกให้ปล่อย!”


    ลานเซลอตกดเฉินอันหลานไว้ด้วยมือข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างฟาดลงไปบนก้นของคนดื้อด้านอย่างไม่ลังเลทันที เสียงฟาดนั้นดังกังวานไปทั่วโรงจอดรถ เฉินอันหลานอึ้งงันไปชั่วขณะ แต่หลังจากที่เข้าใจเหตุการณ์ ความโกรธรุนแรงก็ระเบิดออก โอเมก้าหนุ่มพยายามดิ้นอย่างสุดกำลัง


    ลานเซลอตตีก้นของเฉินอันหลานแรง ๆ อย่างต่อเนื่องหลายครั้งโดยไร้ซึ่ง ความปรานี เสียงเนื้อถูกตีดัง ‘เพียะ เพียะ เพียะ’ ติดต่อกันหลายต่อหลายหน เฉินอันหลานทั้งโกรธทั้งอาย ไม่ว่าการศึกษาจะดีแค่ไหน แต่เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้เขาก็อดที่จะสบถคำด่าออกมาไม่ได้ ——


    แต่เมื่อเฉินอันหลานด่าหนึ่งคำ เขาก็จะถูกตีหนึ่งครั้ง


    และไม่รู้ด้วยว่าถูกตีไปแล้วเท่าไร ยามนี้ดวงตาของเฉินอันหลานเป็นสีแดงก่ำ เขาหยุดพ่นคำผรุสวาทในที่สุด อีกทั้งยังหยุดดิ้นอีกด้วย คนถูกกระทำหันหน้าไปจ้องหน้าอีกคนเขม็ง ดวงตาสะท้อนความรู้สึกราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรมออกมา ——


    เฉินอันหลานอาจไม่รู้ตัวว่าท่าทางร้องไห้สะอึกสะอื้นนั้นเป็นอากัปกิริยาแสนร้ายกาจที่ทั้งน่าหมั่นเคี้ยวและน่าดึงดูดได้มากขนาดไหนในสายตาคนมอง


    “ร้องไห้เหรอ?


    ต่อให้นายบาดเจ็บทั้งตัวฉันก็ไม่ยักจะเคยเห็นนายร้องไห้ ทำไมถูกตีก้นแค่นี้ถึงร้องไห้ได้ล่ะ?”


    ดวงตาแดงก่ำของเฉินอันหลานจ้องเขม็งไปทางลานเซลอตโดยไม่เอ่ยอะไร


    ลานเซลอตดึงตัวอีกฝ่ายขึ้นมาจากกระโปรงรถ ในตอนนั้นเองที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นรอยช้ำบริเวณด้านหลังศีรษะของโอเมก้าหนุ่ม เขากำลังจะเอื้อมมือออกไปแตะแต่กลับถูกเฉินอันหลานออกแรงผลักเขาออกห่าง ก่อนคนตัวเล็กจะเดินถอยไปด้านหลังหลายก้าวเพื่อรักษาระยะห่างกับตัวเองไว้


    “เฉินเจิ้นถิงตีเหรอ?”


    “ไม่ใช่เรื่องของนาย!”


    “ปากแข็ง”


    เฉินอันหลานสัมผัสได้ถึงความปวดแสบบนก้นของเขา ทว่าไม่ว่าจะอาการเจ็บตรงส่วนนี้ หรือความเจ็บปวดบนส่วนอื่น ๆ เฉินอันหลานก็ไม่อยากแสดงความรู้สึกต่อหน้าตัวการแห่งหายนะคนนี้ทั้งสิ้น ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงข่มความเจ็บปวดนั้นลง ก่อนถลึงตาไปทางอีกฝ่ายและพูดออกไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ


    “อย่าคิดว่านอนกับฉันแค่สองครั้งแล้วจะมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉันได้”


    “สามครั้ง”


    “...หุบปาก!”


    “นายออกคำสั่งกับฉันเหรอ?”


    ลานเซลอตก้าวเข้าไปใกล้


    เฉินอันหลานรีบถอยหลังไปอีกสองก้าวเพื่อรักษาระยะที่ปลอดภัยทันที


    ลานเซลอตยิ้ม เท้าที่ก้าวออกไปหยุดชะงักลง ก่อนจะยืนมองเขาอยู่ที่เดิม


    “ยิ้มอะไร?”


    “ฉันยิ้มของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย”


    เฉินอันหลานถอยหลังไปอีกก้าว ด้วยความไม่ทันระวังจึงชนเข้ากับกำแพงที่อยู่ด้านหลัง ความเจ็บปวดบนแผ่นหลังได้ทำให้เฉินอันหลานต้องรีบเด้งตัวออกในทันที แต่ความกลัวที่มีต่อลานเซลอตก็ยังอยู่ โอเมก้าหนุ่มจึงข่มความเจ็บเอาไว้ ก่อนจะยืดตัวขึ้นมาแสร้งทำว่าไม่เป็นอะไร


    “เจ็บไหม?”


    “ไม่ใช่เรื่องของนาย”


    “เมื่อคืนก็ดุเดือดซะขนาดนั้น แต่ก็ไม่เห็นนายร้องออกมาว่าเจ็บสักแอะ ให้ฉันดูหน่อย”


    “ไม่ต้องมายุ่ง!”


    ลานเซลอตไม่ทนอีกต่อไป และก็ไม่มีกะจิตกะใจจะมาต่อล้อต่อเถียงไร้สาระกับอีกฝ่ายด้วย เขาเดินตรงไปคว้าแขนของเฉินอันหลานแล้วกระชากเข้ามาในอ้อมแขน โดยไม่ได้รอให้เฉินอันหลานมีโอกาสขัดขืนเขาก็กระชากปกเสื้อที่คอด้านหลังของเฉินอันหลานลง รอยช้ำที่ประทับบนไหล่บางนั้นทำให้คนที่ได้ประจักษ์ถึงกับรู้สึกชาไปทั่วทั้งร่าง เมื่อมองเลยจากคอเสื้อลงไป รอยฟาดบนแผ่นหลังตัดสลับกันเป็นริ้วยาว แต่ละรอยมีความหนาสามถึงสี่เซนติเมตร เห็นปุ๊บก็รู้ได้ในทันทีว่าถูกไม้เท้าฟาด


    การเกลือกกลิ้งกันไปมาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เฉินอันหลานไม่ได้ส่งเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดออกมาสักครั้ง ลานเซลอตจึงไม่ได้สังเกตรอยช้ำพวกนี้ อีกอย่างในรถก็มืดมาก อาศัยแค่แสงไฟที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างด้านนอกจึงไม่สามารถทำให้เขามองเห็นพวกมันได้อย่างชัดเจน แต่ตอนนี้เขามองเห็นชัดแล้ว ลานเซลอตนึกไม่ถึงว่าเฉินเจิ้นถิงจะโหดเหี้ยมมากขนาดนี้ ทำร้ายได้แม้กระทั่งลูกชายในไส้ของตัวเอง


    ชั่ววูบหนึ่ง ความเย็นยะเยือกสะท้อนออกมาจากดวงตาของลานเซลอต


    เฉินอันหลานผลักคนตัวใหญ่กว่าออกไป จากนั้นก็ดึงเสื้อของตัวเองขึ้นมาปกปิดรอยแผล ไม่ยอมให้เขาดู


    “ทำยังกับว่าไม่เคยเห็น จะปิดไปทำไม


    ตอนนี้ก็มีแค่เราสองคน นายเจ็บก็ร้องออกมา”


    “ประสาท”


    “งั้นทำไมตอนที่ฉันตีก้นนาย นายถึงได้ร้องออกมาแบบนั้นล่ะ?”


    ใบหน้าของโอเมก้าหนุ่มเห่อแดงขึ้นทันใด เขาถลึงตาใส่คนตรงข้ามแต่ก็ ไม่พูดอะไรหลังจากนั้น ลานเซลอตพิจารณาอีกฝ่ายด้วยความสนใจ


    “ไม่ร้องขอชีวิตแทนเพื่อนคนนั้นของนายแล้วเหรอ?”


    “ฉันไม่อยากพูดกับนายตอนนี้”


    “...จะว่ายังไงดีล่ะ? นายติดหนี้ฉันเยอะเลยรู้ไหม?...


    ถ้าไม่พูด... งั้นก็ช่างมันนะ”


    ลานเซลอตยิ้ม


    “ตอนนี้ฉันอยากให้นายช่วย จะไม่พูดจริง ๆ เหรอ?...


    ฉันจะปล่อยไอ้บ้านั่น แต่นายจะต้องทำกับข้าวให้ฉันหนึ่งเดือน”


    เมื่อเฉินอันหลานได้ยิน ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมพูดออกมา


    “นายคงไม่ถึงขนาดทำกับข้าวไม่เป็นหรอกนะ?” ลานเซลอตเลิกคิ้วสูง


    “ทำไม่เป็นมันแปลกตรงไหน?” เมื่อเฉินอันหลานได้ยินก็ขุ่นเคืองขึ้นมาทันที จึงพูดออกไปโดยไม่ทันคิด สายตาคมปรายตามองลานเซลอตอย่างเคือง ๆ


    “จริงสิ ถ้านายไม่พูดฉันก็ลืมไปแล้ว บัตรธนาคารของฉันอยู่กับนายใช่ไหม?”


    “ตกลงนี่ซื้อข้าวกินทุกวันเลยเหรอ?... งั้นเรียนเถอะ”


    “อะไร?”


    “ฉันอยากกินอาหารฝีมือนาย ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายต้องเรียนทำอาหาร”


    “ฝันไปเถอะ”


    “งั้นนายรอดูฉันเฉือนเนื้อไอ้บ้านั่นได้เลย”


    เฉินอันหลานกัดฟันกรอด หลังจากที่เงียบไปสักพัก ก็ตอบรับเงื่อนไขของลานเซลอต


    “ถ้าจะกินอาหารฝีมือฉัน ก็เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีละกัน”


     


    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663