บทที่ 24 ตัวประกอบจะแย่งชิงกับนางเอกได้อย่างไร?
ศิษย์พี่ใหญ่ นี่มันอะไรกัน?
ปกติแล้วทั้งสำนักชิงเสวียน ศิษย์พี่ใหญ่เป็คนที่เ็าที่สุด มีหลักการและแข็งแกร่งที่สุด แต่ทำไมถึงยอมร่วมแย่งชิงปราณิญญากับผู้น้อยขอบเขตสร้างรากฐาน โดยไม่ลังเลเลยเล่า?
"ศิษย์พี่ใหญ่..."
"ศิษย์พี่เจ็ด ศิษย์พี่ใหญ่ทำเป็แบบอย่างแล้ว ท่านยังไม่ทำตามอีกหรือ?"
จี้จื่อจั๋วมุมปากกระตุก นี่มันแบบอย่างอะไรกัน? พวกเขาควรปฏิบัติตัวในแบบที่ผู้ฝึกตนระดับสูงพึงกระทำ...
ทว่าก่อนที่เขาจะพูดในใจจบ เยี่ยหลิงหลงพลันเม้มปากน้ำตาไหลพราก ทำเอาจี้จื่อจั๋วใทำอะไรไม่ถูก
"ข้าเข้าใจแล้ว ศิษย์พี่เจ็ดรังเกียจข้า ไม่ยอมฝึกฝนกับข้า ช่างเถอะ ท่านเป็ผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานผู้สูงส่ง ส่วนข้าเป็แค่ขอบเขตก่อปราณผู้ต่ำต้อย ในเมื่อเป็เช่นนี้..."
คำพูดของเยี่ยหลิงหลงยังไม่ทันจบ จี้จื่อจั๋วก็รีบนั่งลงทันที หลับตาฝึกฝนอย่างรวดเร็ว
จี้จื่อจั๋วนั่งลง เยี่ยหรงเยว่ก็ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม อีกคนที่มีระดับการฝึกฝนสูงเข้ามาแย่งชิงปราณิญญา ทำให้ปราณิญญารอบตัวนางถูกแบ่งไปอีกส่วนหนึ่ง ปราณิญญายิ่งบางเบาลงไปอีก
เยี่ยหลิงหลงเห็นศิษย์พี่ทั้งสองเชื่อฟังดี นางก็ปาดน้ำตาด้วยความดีใจ
"ในเมื่อเป็ครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องทำอะไรพร้อมกันสิ ข้าก็จะเข้าร่วมด้วย!"
ดังนั้น เยี่ยหลิงหลงจึงนั่งลงหลับตาและเริ่มดูดซับปราณิญญาเช่นกัน
การเข้าร่วมของอีกคนทำให้คิ้วของเยี่ยหรงเยว่ขมวดเป็ปมแน่นกว่าเดิม ใบหน้าของนางก็ฉาบไปด้วยความเ็ป
แต่เดิมการทะลวงขอบเขตก็ยากอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีคนมาแย่งชิงปราณิญญากับนางอีกหลายคน ยิ่งทำให้ยากขึ้นไปอีก
เดิมทีนางคาดว่าตัวเองจะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม แต่ตอนนี้… ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้จะสำเร็จหรือไม่
หัวใจของเยี่ยหรงเยว่แตกสลาย ทำไมถึงต้องมีคนอย่างเยี่ยหลิงหลงในโลกนี้ด้วย? ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ตระกูลเยี่ย ไฉนนางจึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องสาวช่างน่ารำคาญขนาดนี้
ในขณะเดียวกัน เซี่ยหลินอี้ ผู้กำลังมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ไม่ไกลพลันรู้สึกร้อนใจยิ่งขึ้น
เมื่อครู่เขาได้รับาเ็ สภาพไม่ค่อยดีนัก จึงได้แต่ยืนมองอย่างสิ้นหวังที่เห็นศิษย์น้องหญิงต้องคอยค้ำจุนสำนักเจ็ดดาราเพียงลำพัง ตอนนี้เขาฟื้นตัวได้ราวห้าหกส่วนแล้ว เขาจะไม่ยอมยืนเฉย ปล่อยให้ศิษย์น้องหญิงถูกรังแกเด็ดขาด
คิดดังนั้น เขาจึงก้าวเข้าไปหาเยี่ยหรงเยว่ แล้ววางค่ายอาคมของสำนักเจ็ดดารารอบตัวนาง
"โอ้ นั่นมันค่ายกลรวมิญญาของสำนักเจ็ดดารานี่นา? ค่ายอาคมนี้แพงมากต้องใช้คะแนนเยอะมากกว่าจะแลกได้สักแผ่น!"
"ใช่แล้ว อักขระค่ายกลรวมิญญานี้มีแต่ศิษย์ที่ฝึกฝนถึงขอบเขตจินตานขึ้นไปเท่านั้นถึงจะแลกได้ อีกทั้งยังแลกได้แค่แผ่นเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทะลวงขอบเขต"
"ศิษย์พี่ใหญ่เป็ห่วงศิษย์น้องหญิงจริง ๆ เลยนะ เขาดูแลนางดีมาก น่าอิจฉาจริง ๆ ด้วยความช่วยเหลือของเขา การทะลวงครั้งนี้ของศิษย์น้องหญิงต้องสำเร็จ ทำให้สำนักเจ็ดดาราของพวกเราภาคภูมิใจได้แน่"
ค่ายกลรวมิญญาแผลงฤทธิ์ ปราณิญญาโดยรอบถูกรวบรวมเข้ามาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเยี่ยหรงเยว่ผ่อนคลายลงในทันที
เมื่อเห็นสีหน้าผ่อนคลายและสบายใจของเยี่ยหรงเยว่ เซี่ยหลินอี้ก็ส่งยิ้มอ่อนโยนให้นาง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลนางเป็อย่างดีแน่นอน
เยี่ยหรงเยว่ใช้ค่ายกลรวมิญญา ปราณิญญาโดยรอบไม่เพียงไม่ถูกแย่งไป แต่ยังไหลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ส่วนเผยลั่วไป๋และจี้จื่อจั๋วมีระดับการฝึกฝนสูง ความสามารถในการดูดซับปราณิญญาของพวกเขาเหนือกว่าผู้ที่มีระดับการฝึกฝนต่ำกว่ามาก ค่ายกลรวมิญญาของเยี่ยหรงเยว่จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพวกเขามากนัก
ดังนั้น ความกดดันทั้งหมดจึงมาอยู่ที่เยี่ยหลิงหลง นางแทบจะไม่รู้สึกถึงปราณิญญารอบตัวเลย สมกับเป็นางเอกจริง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ไม่มีทางล้มนางได้
เยี่ยหลิงหลงถอนหายใจ กำลังครุ่นคิดว่าควรจะยอมแพ้ชั่วคราวดีหรือไม่
ทันใดนั้น แหวนบนมือของนางก็ขยับเล็กน้อย ร่างลึกลับพุ่งออกมาจากด้านใน ชี้หน้านางแล้วด่าด้วยเสียงที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน
"แย่งปราณิญญายังสู้คนอื่นไม่ได้ เ้าไร้ประโยชน์ขนาดนั้นเชียวหรือ? ฝ่ายตรงข้ามใช้กลอุบายและวิธีการต่าง ๆ แล้วเ้าจะไม่ใช้บ้างหรือ? ทนได้อย่างไร? แย่งกับนางสิ!"
"ข้าเป็ตัวประกอบปลายแถวในนิยายจะมีวิธีอะไรไปแย่งชิงกับนางเอกได้..."
เยี่ยหลิงหลงยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นแสงจากเสวียนอิ่งสว่างวาบ พร้อมกับปราณิญญารอบด้านพุ่งเข้าหานางอย่างรวดเร็ว
ฉับพลันนั้น ปราณิญญารอบกายนางเข้มข้นกว่าเดิมหลายเท่า
เดิมทีปราณิญญาใต้แท่นหินไม่เข้มข้นเท่า้า หลังจากเยี่ยหรงเยว่ใช้ค่ายกลรวมิญญา ปราณิญญาจำนวนมากถูกแย่งไป ศิษย์ส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านล่างจึงล้มเลิกการฝึกฝน นั่งพักอยู่ข้าง ๆ พลางดูละครเพลิน ๆ
ผลก็คือ เมื่อกระบี่ของเยี่ยหลิงหลงปรากฏออกมา ปราณิญญาด้านล่างก็หายไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นคนที่เหลือจึงยอมแพ้ไปด้วย
เทพต่อสู้กัน้า ส่วนศิษย์ธรรมดาด้านล่างไม่อาจยุ่งเกี่ยวได้ ดูละครไปด้วยกันดีกว่า
ในตอนนี้ เผยลั่วไป๋และจี้จื่อจั๋วที่ไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกลรวมิญญาของเยี่ยหรงเยว่ กลับได้รับผลกระทบจากเสวียนอิ่งแทน ต้องบอกว่ากระบี่ิญญาโบราณเล่มนี้ร้ายกาจจริง ๆ
แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงดูดซับต่อไป เพราะตอนนี้พวกเขาไม่ได้แย่งปราณิญญากับศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว แต่กำลังสู้กับกระบี่ิญญาโบราณ นี่มันท้าทายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก โอกาสดีเช่นนี้จะพลาดได้อย่างไร!
หลังจากทั้งสองเพิ่มการดูดซับ แรงกดดันก็มาตกที่เยี่ยหรงเยว่อีกครั้ง
เมื่อนางรู้เื่นี้ เกือบจะกระอักเืออกมา หายใจหอบถี่
นางใช้ค่ายกลรวมิญญาของศิษย์พี่ใหญ่ ทำไมยังแย่งไม่ได้อีก? ปราณิญญาเช่นนี้ ความเร็วของนางจะช้าลงอีก ไม่มีทางทำสำเร็จภายในหนึ่งชั่วยามแน่ ตอนนั้น นางอยากร้องไห้จริง ๆ
อยากร้อง แต่ร้องไม่ได้
ถ้าแย่งปราณิญญาไม่ได้ ก็ต้องอาศัยพร์แล้ว ยิ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก ก็ยิ่งทำให้ความยอดเยี่ยมของนางโดดเด่นขึ้น นางยิ่งต้องเป็คนแรกที่ทะลวงขอบเขตไปตบหน้าทุกคน ไปทำให้เยี่ยหลิงหลงรู้ว่าต่อให้มีปราณิญญามากแค่ไหน กับคนไร้ความสามารถอย่างนาง ก็สิ้นเปลืองเปล่า ๆ!
คิดได้เช่นนั้น เยี่ยหรงเยว่ที่กัดฟันสู้ก็ยิ่งทุ่มเทมากขึ้น
ปวงชนที่อยู่ด้านล่างได้แต่มองดูสี่คนบนแท่นแย่งชิงปราณิญญากัน คนที่แย่งได้มากที่สุดคือเยี่ยหลิงหลง ส่วนอีกสามคนก็แบ่งกันคนละส่วน
ถึงแม้เยี่ยหลิงหลงจะดูดซับปราณิญญาได้มากที่สุด แต่เมื่อเทียบกันแล้ว อีกสามคนที่เหลือก็มีปราณิญญาหนาแน่นมากเช่นกัน เพราะพวกเขาทั้งสี่ได้รวบรวมปราณิญญาทั้งหมดในบริเวณนี้เข้ามาหาตัวเองจนหมดสิ้น ไม่เหลือให้ผู้อื่นแม้แต่หยดเดียว
เวลาผ่านไปทีละน้อย มีศิษย์ที่ออกไปล่าอสูรกลับมาแล้ว บ้างก็ออกไปเก็บสมุนไพร และบางคนเดินเที่ยวไปหลายรอบก่อนจะกลับมา
พวกเขาทั้งสี่ยังคงอยู่บนแท่นหิน ไม่มีใครยอมแพ้ แต่ก็ไม่มีใครขยับตัวเช่นกัน
เวลาผ่านไปจนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงบนพื้นดิน ในที่สุดก็มีคนลืมตาขึ้น
"เร็วมาดูสิ! มีคนสำเร็จแล้ว!"
เสียงร้องใดังขึ้น ดึงดูดเหล่าศิษย์ที่เดินเล่นอยู่แถวนั้นให้วิ่งกลับมา
หลังจากรอคอยมาทั้งวัน พวกเขาต่างเฝ้ารอ่เวลาที่จะได้เป็สักขีพยานต่อปาฏิหาริย์นี้
และตอนนี้ ปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้นจริง ๆ แล้ว!