บทที่ 31 เื่ราวที่พัวพันกัน
ซ่งเฉียวไปส่งหลิวเยว่กลับบ้าน ตอนนั้นเซี่ยหรันหรั่นไม่อยู่บ้าน แต่เห็นกล่องขนาดใหญ่วางอยู่ในห้องนั่งเล่น คงเตรียมจะเก็บของย้ายออกไป
"เฉียวเอ๋อร์ จะทำยังไงดี" หลิวเยว่อยากบอกความจริงกับผู้การโม่ แต่ก็กลัวจะทำให้สามีของเธอเดือดร้อนไปด้วย
เธอทำผิดพลาดมามากเกินไปแล้ว แค่เื่ปลอมแปลงจดหมายแนะนำตัวก็พอจะทำให้อนาคตทางทหารของจางต้าจวินต้องหยุดชะงักลงแล้ว
"ตอนนี้ฉันยังไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นใช่เซี่ยหรันหรั่นหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็จะจัดการง่ายกว่านี้มาก แต่ถ้าใช่พวกเราก็ไม่มีหลักฐานอะไร ตอนนี้เธอก็เป็ภรรยาของผู้การด้วย ต้องหาหลักฐานมาก่อนถึงจะพูดได้"
"คงต้องส่งโทรเลขไปที่เมืองหงซิง ให้ตรวจสอบรายชื่อเยาวชนที่ต้องไปชนบท แล้วส่งหลักฐานมา ไป ๆ มา ๆ ก็ต้องใช้เวลาเกือบเดือน พวกเราต้องระวังไม่ให้แผนแตก"
ซ่งเฉียวรินน้ำให้เธอ หวังว่าเธอจะใจเย็นลง
"เธอต้องให้พวกเราได้เจอกัน มะรืนนี้บ้านฉันจะจัดงานเลี้ยงฉลอง คงต้องเชิญผู้การโม่มาด้วย ตอนนั้นเธอต้องทำให้เซี่ยหรันหรั่นมาให้ได้"
หลิวเยว่ทำหน้าเหมือนอมยาขม "แต่พวกเราทะเลาะกันไปแล้วนะ"
ั้แ่เธอรู้ว่าเซี่ยหรันหรั่นพยายามจะยั่วยวนสามีของเธอ เธอก็ไม่เคยแสดงท่าทีดี ๆ กับอีกฝ่ายเลย ครั้งที่แล้วเธอจับได้ว่าอีกฝ่ายสวมชุดนอนโดยไม่ใส่อะไรข้างใน เดินไปมาต่อหน้าสามีของเธอ เธอทนไม่ไหวจึงตบหน้าอีกฝ่ายไป แต่เื่พวกนี้มันน่าอับอายเกินไป เธอจึงไม่คิดจะเล่าให้ซ่งเฉียวฟัง
ถ้าซ่งเฉียวรู้เข้า คงจะต้องใที่นางเอกในนิยายต้นฉบับกลายเป็คนแบบนี้ไปได้
"ถ้าเธอไม่ไปทำดีกับหล่อนด้วย ไม่กลัวหรือว่าเซี่ยหรันหรั่นจะยุให้ผู้การโม่ทำอะไรสามีเธอ?" ไม่มีผู้ชายคนไหนต้านทานเสน่ห์ของภรรยาสาวได้หรอก
หลิวเยว่พูดไม่ออก
"ก่อนจะมีหลักฐาน เธอต้องยอมอ่อนข้อก่อน" ซ่งเฉียวคิดแล้วคิดอีก รู้สึกว่าเื่นี้ต้องบอกพี่สะใภ้ต้วนด้วย
"ทำไมล่ะ?" หลิวเยว่ไม่กล้า
"ต้องเล่าความจริงก่อน หล่อนแต่งงานแล้ว เื่นี้จะแก้ไขเงียบ ๆ ไม่ได้ เธอแค่บอกว่าเซี่ยหรันหรั่นไม่ใช่น้องสาวของเธอ ตอนนี้เห็นว่าแต่งงานแล้วก็รู้สึกกังวล ยอมรับผิดกับผู้บัญชาการเสียั้แ่ตอนนี้ เพื่อผ่อนหนักเป็เบา"
พอได้ยินว่าไม่ต้องพูดถึงเื่ตัวตนของเซี่ยหรันหรั่น หลิวเยว่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่สะใภ้ต้วน ปกติเวลาขอความช่วยเหลือ อีกฝ่ายก็ไม่เคยปฏิเสธ อย่างไรเสียพี่สะใภ้ต้วนก็คงจะเห็นใจเธอบ้าง
"เฉียวเอ๋อร์ เธอเป็เพื่อนและที่ปรึกษาที่ดีของฉันจริง ๆ "
ซ่งเฉียวแอบกลอกตาในใจ เธอไม่เคยให้คำปรึกษาคนที่ใจดีจนซื่อขนาดนี้มาก่อนเลย
หลังจากกลับถึงบ้าน เธอเล่าเื่นี้ให้พี่ชายและพี่สะใภ้ฟังก่อน แล้วรอจนซูจงจวินกลับมาจึงเล่าให้เขาฟังอีกครั้ง
ทั้งสี่คนนั่งเงียบอยู่ที่โต๊ะ ซ่งเฉียวกับซูจงจวินกำลังคิดหาวิธีช่วยเหลือคู่สามีภรรยาหลิวเยว่ ส่วนสองสามีภรรยาซ่งเจี้ยนกั๋วยังคงอยู่ในอาการช็อกจนไม่ได้สติ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซ่งเจี้ยนกั๋วจึงค่อย ๆ เอ่ยปาก ตอนนี้ร่างกายยังคงชาไปหมด
"เธอเป็คนที่มีความสามารถจริง ๆ ทำไมก่อนหน้านี้ถึงมองไม่ออกนะ" ไม่มีจดหมายแนะนำตัวแต่สามารถหนีไปถึงเมืองปินไห่ได้ แถมยังขึ้นมาถึงเกาะตงซานอีก
"คนที่สามารถรับงานของน้องสาวไปทำได้อย่างหน้าชื่นตาบาน แค่นี้ยังมองไม่ออกอีกหรือ?" หลินเชี่ยนมองสามีด้วยสายตาดูแคลน พวกผู้ชายนี่ช่างโง่จริง ๆ ! "หล่อนเป็คนเห็นแก่ตัว พอไม่มีงานทำก็ทอดทิ้งเพื่อนสมัยเด็กทันที ตอนนี้ยังจะมาหลอกลวงภรรยาทหารอีก"
"ช่างน่าโมโหจริง ๆ !"
ในตอนนั้นมีเสียงเคลื่อนไหวดังมาจากนอกบ้าน ซ่งเฉียวค่อย ๆ เดินไปที่หน้าต่าง แหวกม่านออก เห็นหลิวเยว่และจางต้าจวินเดินออกมาจากบ้านของผู้บัญชาการหลิวด้วยท่าทางหดหู่ สีหน้าของจางต้าจวินดูไม่ดีเอาเสียเลย ส่วนหลิวเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ พยายามจะอธิบายอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเจอกับสายตาโกรธเกรี้ยวของสามี เธอก็กลืนคำพูดกลับลงไป
"ฉันจะไปที่บ้านผู้การโม่หน่อย จะชวนเขาพาลูก ๆ มากินข้าวที่บ้านมะรืนนี้" ซูจงจวินลุกขึ้นหยิบเสื้อนอก เตรียมจะออกไป
"ฉันไปด้วยนะ" ซ่งเฉียวก็อยากรู้ว่าคนคนนั้นจะเป็เซี่ยหรันหรั่นหรือไม่
เธอรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น อยากดูว่าสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านจะรับมือกับเด็กทั้งสามคนอย่างไร
ซูจงจวินมองออกถึงความคิดในใจของซ่งเฉียว คนคนนี้ชอบดูเื่สนุก ๆ แต่เขาเองก็มีความคิดแบบนี้เหมือนกัน ไม่งั้นดึกป่านนี้จะไปที่บ้านคนอื่นทำไม พวกเขาสองคนนี่เหมือนกันไม่มีผิด
ทั้งสองเดินสูดอากาศยามค่ำ ออกจากถนนเล็กฝั่งนี้ขึ้นไปบนถนนใหญ่เดินไปประมาณห้าสิบเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไปในอีกซอยของหมู่บ้าน บ้านของผู้การโม่อยู่ที่ท้ายซอย เป็ตึกสองชั้นเช่นกัน
จริง ๆ แล้วก็อยู่แถวหน้าบ้านของซูจงจวินนั่นแหละ แต่หันหลังให้กัน มองเห็นแค่ห้องครัวฝั่งตรงข้าม
ลูกชายคนโตและคนรองของผู้การโม่กำลังเล่นอยู่ข้างนอกกับเด็กคนอื่น ๆ เมื่อเห็นซูจงจวินก็หยุดทักทาย พ่อแม่มักจะยกซูจงจวินเป็แบบอย่างในการสอนลูก ๆ เด็ก ๆ ในเขตที่พักอาศัยจึงชื่นชมซูจงจวินกันมาก
"พ่อของพวกนายล่ะ?" ซูจงจวินยิ้มพลางยื่นลูกอมนมกระต่ายขาวให้เด็ก
ซ่งเฉียวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองด้วยความประหลาดใจ คนคนนี้ขึ้นไปหยิบขนมของเธอมาั้แ่เมื่อไหร่? นึกย้อนกลับไป เธอยืนอยู่ชั้นล่างเล่าเื่ของหลิวเยว่ให้เขาฟัง ที่แท้เขาก็วางแผนจะมาดูที่บ้านตระกูลโม่อยู่แล้ว แต่กลับลงมาอดทนฟังพี่ชายกับพี่สะใภ้คุยกันก่อน
"กำลังอาบน้ำให้น้องชายอยู่กับแม่เลี้ยงน่ะครับ" ลูกชายคนโตบ่นพึมพำด้วยความรังเกียจ
การเป็แม่เลี้ยงของเด็กสามคนไม่ใช่เื่ง่าย ต้องยอมแต่งงานกับคนที่แก่กว่าตัวเองสิบกว่าปี คนนอกก็นินทา เด็ก ๆ ในบ้านก็รังเกียจ เรียกแม่เลี้ยง ๆ อยู่ตลอด
ซูจงจวินลุกขึ้นลูบหัวพวกเขา ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันต่อ แล้วพาซ่งเฉียวไปเรียกหาคนที่หน้าประตูบ้าน
มีผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูออกมา พอเห็นว่าใครเป็คนเรียกก็รีบถอยกลับเข้าไปในบ้าน
ในเวลาเดียวกัน ซ่งเฉียวก็เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเจน เป็เซี่ยหรันหรั่นจริง ๆ ด้วย
ไม่นาน เซี่ยหรันหรั่นก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม เดินอย่างมั่นคงทีละก้าว ๆ ราวกับ้าอวดว่าตอนนี้ซ่งเฉียวทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว
"เหล่าโม่กำลังช่วยลูกแต่งตัวอยู่" เซี่ยหรันหรั่นพูดพลางมองไปทางซูจงจวิน หนึ่งเดือนที่ไม่ได้เจอกัน เขายังคงสง่างามและหล่อเหลาเหมือนเดิม ตอนนี้กลับมาที่กองทัพ ร่างกายของเขาก็ดูแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายส่วน หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงค่อย ๆ อ่อนโยนลง "คุณมีธุระอะไรกับเขาหรือเปล่าคะ?"
ผู้หญิงคนนี้ดูจะชอบมองซูจงจวินเสียเหลือเกิน ขนาดแต่งงานไปแล้วยังไม่รู้จักสำรวม
ก่อนหน้านี้ซ่งเฉียวเคยสงสัยว่าเซี่ยหรันหรั่นมาที่เกาะเพราะซูจงจวินหรือเปล่า แต่พอมาถึงเกาะก็แต่งงานเลย ดูเหมือนว่าในใจเธอซูจงจวินก็ไม่ได้สำคัญอะไรนัก แต่พอได้เจอกันคืนนี้ ความคิดเดิมก็เริ่มสั่นคลอน
"มะรืนนี้ บ้านพวกเราจะจัดงานฉลองบ้านใหม่ ตอนนั้นครอบครัวของเธอต้องให้เกียรติมาร่วมงานด้วยนะ" ซ่งเฉียวเบียดเข้าไปพูดพร้อมรอยยิ้ม
ตอนนี้เซี่ยหรันหรั่นถึงได้มองมาที่ซ่งเฉียว เมื่อก่อนตอนอยู่กับหวังจื้อ ซ่งเฉียวมักจะขี้อายไม่ค่อยพูด แต่ตอนนี้แต่งงานกับซูจงจวิน นิสัยก็ดูร่าเริงกว่าเดิมมาก
"เธอดูเปลี่ยนไปมากเลยนะ" เซี่ยหรันหรั่นยิ้มอย่างสงบนิ่ง ตั้งใจให้เห็นลักยิ้มทั้งสองข้างแก้มของเธอ
น้ำเสียงราวกับทักทายเพื่อนเก่าของเซี่ยหรันหรั่นทำให้ซ่งเฉียวรู้สึกไม่พอใจมาก หลังจากที่เธอทำเื่แย่ ๆ กับเ้าของร่างเดิมไว้ขนาดนั้น ยังสามารถทำเป็ไม่สนใจได้ เซี่ยหรันหรั่นช่างเป็คนที่เก่งจริง ๆ ก่อนหน้านี้มองเธอพลาดไปแล้ว
"เธอก็เหมือนกันนะ" ซ่งเฉียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
ซูจงจวินเห็นว่าพอเจอเซี่ยหรันหรั่น ซ่งเฉียวก็ดูไม่ค่อยมั่นคง เพื่อไม่ให้เซี่ยหรันหรั่นยั่วโมโหเธอได้ ซูจงจวินจึงจับแขนเธอไว้ แล้วพาเดินอ้อมผ่านเซี่ยหรันหรั่น เพื่อเดินเข้าบ้าน ระหว่างเดินก็เรียกหาผู้การโม่ไปด้วย
แต่เซี่ยหรันหรั่นกลับไม่ได้โกรธเคืองท่าทีของซูจงจวินเลยแม้แต่น้อย เขาแค่ยังไม่ได้ค้นพบความดีของเธอเท่านั้นเอง ดูสิ เธอเพิ่งพบกับผู้การโม่แค่สองครั้ง คนก็ตกหลุมรักเธอแล้ว ดังนั้นเธอจึงเชื่อว่าถ้าได้พบกับซูจงจวินอีกสักหลายครั้ง เขาก็จะต้องหลงใหลในเสน่ห์ของเธอเช่นกัน
ไม่มีใครสามารถละสายตาจากความสามารถและความงามของเธอได้