จ้าวจื่อเซียวกวาดตามองหลิวเฉิงและคนอื่นๆด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะตะโกนบอกไปทางถังฮ่าว
“พี่ถังผมเพิ่งนึกบางอย่างออก จึงอยากคุยด้วยหน่อย!”
“อืม!”ถังฮ่าวพยักหน้า ก่อนจะหันไปยิ้มให้หวังเยว่เฉิง
“พี่หวังขอตัวสักครู่นะครับ” พูดจบเขาก็เดินตรงไปหาจ้าวจื่อเซียว
เมื่อเข้ามาใกล้จ้าวจื่อเซียวก็เอ่ยเสียงเบาออกมา
“พี่ถังพวกนี้มันไม่ใช่คนดี พวกเขาไม่เพียงรู้จักกับป้าซ่ง แต่ยัง...”
ดวงตาของถังฮ่าวหรี่ลงพร้อมกับมีจิตสังหารก่อตัวขึ้นในใจ!
ทว่ากลับไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าและไม่มีท่าทีอะไร
ประการแรกก็คือตอนนี้เขาอยู่ห่างจากหวังเยว่เฉิงพอสมควร ประกายสองคือตอนนี้ข้างๆเชียนมู่เซวี่ยไม่ได้มีแค่หวังเยว่เฉิงกับผู้บริหารระดับสูงของฐานที่มั่นว่านตะวันตกเท่านั้นแต่ยังมีหน่วยรบพิเศษติดอาวุธครบมืออีกประมาณสามสิบนายอีกกลุ่มหนึ่ง
“อืม!ฉันรู้แล้ว!” ถังฮ่าวตบบ่าจ้าวจื่อเซียว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“จื่อเซียวนายทำดีมาก แค่สิบนาทีพอไหม”
“พี่ถังไม่ต้องถึงสิบนาทีหรอก แค่หกนาทีก็พอ!”
“ตกลงอีกหกนาทีเจอกัน!” คนทั้งสองตกลงกันอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
พอเห็นจ้าวจื่อเซียวเดินจากไปอย่างรวดเร็วแล้วหวังเยว่เฉิงก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา ตอนที่เห็นถังฮ่าวเดินกลับมาจึงฝืนยิ้มและเอ่ยออกมา
“เอ่อคุณถัง บังเอิญผมยังมีธุระต้องจัดการ เดี๋ยวผมจะให้หลิวเฉิงพาพวกคุณไปเที่ยวชมเองขอตัวก่อนนะ!”
“พี่หวังในเมื่อเราคุยกันถูกคอ คุณก็อยู่เป็นเพื่อนพวกเราต่อเถอะ นี่ยังเช้าอยู่เลยจะมีธุระอะไรสำคัญกัน!” ถังฮ่าวเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะก้าวไปจับมือหวังเยว่เฉิงอย่างกระตือรือร้น
ตอนที่มือของหวังเยว่เฉิงที่เป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับ5 ถูกถังฮ่าวจับเอาไว้ เขาก็รู้สึกราวกับตัวเองเป็นลูกไก่ในกำมือเสือ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจดิ้นหลุดได้!
หวังเยว่เฉิงพยายามดึงมือกลับแต่กลับไม่เป็นผล และมันก็ทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสีทันที
“เอ่อคุณถัง ผมมีธุระจริงๆ!”
“ฐานที่มั่นแห่งนี้สงบสุขดีแถมยังไม่เห็นซอมบี้สักตัว เช่นนั้นแล้วจะมีธุระอะไร ถ้าไม่มีเจ้าบ้านอย่างคุณ พวกเราก็คงเที่ยวไม่สนุกในเมื่อพี่หวังยืนกรานจะไป เดี๋ยวจะเดินไปส่งแล้วกัน” ถังฮ่าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทว่ากลับไม่ยอมปล่อยมือ
เชียนมู่เซวี่ยและเชียนซือหยวนพ่อลูกต่างก็รู้จักถังฮ่าวดีพอเห็นท่าทางเช่นนี้ก็อดที่จะรู้สึกหวาดหวั่นไม่ได้ แต่ก็ยังคงแสร้งทำสีหน้าปกติ พร้อมกับก้าวยืนออกมาปกป้องโอวหยางเผิงเฉิงกับซ่งปิงเซี่ยเอาไว้ตรงกลางอย่างแนบเนียน
เมื่อเห็นการกระทำของเชียนมู่เซวี่ยแล้วถังฮ่าวก็ยกยิ้มเย็นชาออกมา จากนั้นก็ปล่อยมือ ทว่าหวังเยว่เฉิงยังไม่ทันจะเอ่ยปากมือใหญ่ของถังฮ่าวก็วางลงบนไหล่ของเขา!
คนภายนอกไม่อาจล่วงรู้ทว่าหวังเยว่เฉิงกลับรู้สึกราวกับบ่าของเขากำลังแบกรับภูเขาเอาไว้!
บัดนี้หวังเยว่เฉิงก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้บางอย่างเข้าเสียแล้ว!
ทันใดนั้นหวังเยว่เฉิงก็รวบรวมพลังทั้งหมดในตัวอย่างรวดเร็วหวังจะสะบัดตัวให้หลุดจากพันธนาการ แต่พลังที่เขารวบรวมมาได้เพิ่งจะก่อตัวเท่านั้น!
ฉัวะ!
ถังฮ่าวที่ยืนอยู่ด้านหลังก็สะบัดมือขวาที่วางอยู่บนบ่าของเขาก่อนจะปลดปล่อยเถาวัลย์หนาเท่าแขนออกมาสองเส้น โดยเส้นหนึ่งเข้ารัดรอบคอของหวังเยว่เฉิงไว้แน่นส่วนหนามแหลมคมบนเถาวัลย์อีกเส้นก็จ่อตรงเข้าที่ขมับของเขา
“คุณถังจะทำอะไรน่ะ?” แววตาหวังเยว่เฉิงฉายแววตื่นตระหนกก่อนจะตวาดออกมาเขาไม่คิดว่าถังฮ่าวจะกล้าลงมืออย่างไม่ลังเลเช่นนี้!
“เอาละ!”บัดนี้หลิวเฉิงได้นำทีมหน่วยรักษาความปลอดภัยมาถึงเมื่อได้เห็นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้วทุกคนต่างก็ตกตะลึงก่อนจะตั้งสติได้ และพากันเล็งปืนกว่าสามสิบกระบอกไปทางถังฮ่าวอย่างพร้อมเพรียง
หลิวเฉิงตวาดลั่น
“บังอาจ!นายกล้าทำร้ายท่านผู้นำหรือ ดูท่าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!”
แกร็ก!
ทางด้านเชียนซือหยวนโอวหยางเผิงเฉิง และซ่งปิงเซี่ยก็ชักปืนออกมาเช่นกัน!
เชียนซือหยวนถือปืนรุ่นเหยี่ยวทะเลทรายที่มีพลังทำลายล้างสูง
ส่วนโอวหยางเผิงเฉิงก็ถือปืนกลกึ่งอัตโนมัติ!
ส่วนในมือของซ่งปิงเซี่ยคือปืนกลมือ!
เชียนมู่เซวี่ยไม่ได้ชักปืนออกมาแต่กลับมีแสงเรืองรองปรากฏขึ้นบนฝ่ามือทั้งสอง หากทั้งสองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้ เธอก็จะใช้ทักษะระลอกคลื่นราชินีมังกรปกป้องญาติทั้งสามคนทันที
ส่วนถังฮ่าวนั้นเชียนมู่เซวี่ยกลับไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย เพราะด้วยความแข็งแกร่งของเขาแล้วในเมื่อเขาเลือกที่จะลงมือ เช่นนั้นก็แสดงว่าเขาจะต้องมีแผนรับมืออยู่แล้ว แม้ว่าตอนนี้จะมีปืนกว่าสามสิบกระบอกเล็งมาก็ตามแต่เชียนมู่เซวี่ยก็เชื่อว่าถังฮ่าวจะต้องปลอดภัย และรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างแน่นอน
ถังฮ่าวทำราวกับไม่เห็นปืนหลายสิบกระบอกที่เล็งมาสีหน้าของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ก่อนเอ่ยเสียงเย็นยะเยือกออกมา
“พี่หวังถ้าไม่อยากขาดใจตายก็รีบบอกลูกน้องวางปืนลงซะ! ไม่งั้นฉันไม่รับประกันความปลอดภัยหรอกนะ!”
ทว่าในเวลานี้หวังเยว่เฉิงกลับแสดงท่าทีแข็งกร้าวออกมา“ไอ้คนแซ่ถัง! พวกเราต้อนรับขับสู้พวกนายเป็นอย่างดี แต่พวกนายกลับตอบแทนฉันแบบนี้เหรอ!”
“รับรองเป็นอย่างดี? นายรู้ตัวดีว่าทำอะไรลงไป เช่นนั้นแล้วไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือไง?”ถังฮ่าวแค่นเสียงเย็นชา
“ทุกคนมาดูเร็วเข้า!คนจากฐานที่มั่นมหานครมารังแกคนถึงฐานที่มั่นว่านตะวันตกแล้ว!” หวังเยว่เฉิงตะโกนเสียงดังบัดนี้พอเห็นว่าบรรยากาศของทั้งสองฝ่ายกลายเป็นตึงเครียดจึงทำให้สมาชิกของฐานที่มั่นว่านตะวันตกหลายคนรีบกรูเข้ามา
“ปล่อยท่านผู้นำเดี๋ยวนี้นะ!”หลิวเฉิงตวาดลั่น เขาไม่ได้ชักปืนพกที่ห้อยอยู่ที่เอวออกมา แต่กลับชักดาบเหล็กกล้าอันคมกริบแทน
หลิวเฉิงที่เป็นผู้วิวัฒนาการด้านพละกำลังระดับห้าเช่นนั้นแล้วดาบเล่มนี้จึงมีพลังทำลายล้างมากกว่าปืนเสียอีก!
“เกิดอะไรขึ้น? ท่านผู้นำถูกจับตัวไว้เหรอ? พวกมันเป็นใครกัน?ช่างบังอาจนัก ถึงกับกล้าจับตัวท่านผู้นำ!” ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงสิบห้านาทีหลายคนจึงเพิ่งตื่นนอน พอลืมตาขึ้นมาก็ต้องตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้า
หวังเยว่เฉิงพอเห็นว่ามีคนของฐานที่มั่นว่านตะวันตกมามากขึ้นเรื่อยๆก็รู้สึกมั่นใจ เขาเหลือบไปมองถังฮ่าวด้วยหางตา ก่อนเอ่ยเสียงเย็น
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!ไม่งั้นเรื่องนี้ต้องบานปลาย และพวกนายทุกคนก็ไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่!”
ถังฮ่าวไม่คิดว่าเวลานี้แล้วหวังเยว่เฉิงยังกล้าข่มขู่เขาจึงแค่นเสียงเย็นชาใส่
“เอาสิลองดูได้เลย!”
“หลิวเฉิงไม่ต้องสนใจฉัน! ถ้ามันกล้าทำร้ายฉันแม้แต่นิดเดียว พวกนายก็ยิงมันทิ้งได้เลย!” หวังเยว่เฉิงพอเห็นว่าข่มขู่ไม่ได้ผลจึงหันไปตะคอกใส่หลิวเฉิง!
หลิวเฉิงชี้ดาบไปที่เชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆก่อนจะตะโกนออกมา
“เล็งเป้าหมายไปที่สี่คนนั้น!หากพวกมันกล้าทำร้ายท่านผู้นำ ก็ยิงพวกมันได้เลย!”
ถังฮ่าวพอเห็นดังนั้นแล้วสีหน้าก็พลันมืดครึ้มลง!
เขาไม่คิดว่าหวังเยว่เฉิงจะเล่นสกปรกเช่นนี้!
“เสี่ยวฮ่าวไม่ต้องสนใจทางนี้ ทำตามที่นายคิดไว้เถอะ!” เสียงใสของเชียนมู่เซวี่ยดังขึ้น
“ถูกต้องเสี่ยวฮ่าว ไม่ต้องสนใจพวกเรา!” เชียนซือหยวน โอวหยางเผิงเฉิง และซ่งปิงเซี่ยต่างก็เอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน!พวกเขาทั้งสามเล็งปืนไปที่หลิวเฉิงและคนอื่นๆ อย่างไม่ลังเล
“หวังเยว่เฉิง!ปากก็เอาแต่บอกว่าไม่รู้จักซ่งปิงหยุน แต่ลูกน้องของนายกลับไม่ใช่แบบนั้นนะ!” ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น!
จากนั้นก็เห็นจ้าวจื่อเซียวจ้าวโหย่วเกิน และจ้าวเสี่ยวเผิงกำลังนำตัวชายฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามา