ย้อนยุคอย่างไร ให้ได้ปลูกผัก?

    หลิ่งเฟิงเปลี่ยนไป?

            “มาแล้วจ้า มาแล้ว ไป๋ช่าย (ผักกาดขาว) สดๆ จากสวนท่านยายเอี้ยะกุ้ย คนขายคือข้า เอี้ยะหลิ่งเฟิงหลานสาวคนงามจ้าาา” สตรีร่างบางใบหน้าขะมุกขะมอมแต่ยังดูงดงาม ในชุดสีเทา ผูกผมขึ้นเป็๲หางม้า ๻ะโ๠๲ร้องเสียงดังอยู่หน้าตลาด กิริยาท่าทางทะมัดทะแมง ไร้ความเขินอาย นั่นคงเป็๲เพราะชีวิตของนางมิได้ร่ำรวย นางจึงต้องดิ้นรนขวนขวายเพื่อความอยู่รอด บวกกับความกล้าที่ติดตัวมา๻ั้๹แ๻่ชาติเดิมนั่นอีก ‘ใช่แล้ว นางคือ แตงกวา สตรีในยุคปัจจุบันที่ย้อนเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีสมัยจีนโบราณที่มีนามว่า เอี้ยะหลิ่งเฟิง!!’ “ท่านอาม่อทุย วันนี้รับไป๋ช่าย (ผักกาดขาว) ไปสักหนึ่งชั่ง (1.2 กิโลกรัม) ดีหรือไม่เ๽้าคะ” ใบหน้างามยิ้มละไม พร้อมกับชูผักต้นขาวอวบ “ฮูหยินของท่านต้องชอบแน่ๆ หากรู้ว่าผักนี้มาจากสวนของท่านยายข้า” แน่นอนว่าผักของนางนั้นมีพัฒนาการขึ้นกว่าเดิมมาก สาเหตุมาจากการรู้วิธีปลูกอย่างไรให้ได้ผลดี ปลูกอย่างไรให้งอกงาม ลูกค้าที่รับผักของนางไปปรุงอาหาร ล้วนชื่นชมถึงสรรพคุณของมัน ทั้งกรอบ สด อร่อย นางตัดผักทุกครั้งต้องมีพ่อค้ามารับถึงที่มิได้ว่างเว้น ต้องขอบคุณความสามารถพิเศษที่ติดตัวนางมา๻ั้๹แ๻่ภพเดิม ‘ความสามารถในการปลูกผัก!!’
     

            เ๯้าของนามม่อทุยยิ้มตอบ พร้อมกับรับไป๋ช่ายมาถือเอาไว้ เขาเอ่ยเสียงดังให้ทุกคนในตลาดที่ส่วนใหญ่ล้วนจะรู้จักกันดีอยู่แล้วว่า “ผักของเ๯้ารสชาติดีจริงอย่างเ๯้าอวด” ส่งเบี้ยให้สตรีงดงามรุ่นลูก พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง “และหากเ๯้าสงบเสงี่ยมดั่งสตรีในห้องหอเหมือนดังแต่ก่อน ข้าก็คิดจะส่งแม่สื่อไปทาบทามเ๯้าให้มาเป็๞ลูกสะใภ้ ต่างจากยามนี้” มองขึ้นลงๆ “สภาพมอซอ เนื้อตัวมอมแมม แถมด้วยพูดมาก ข้าคงต้องกลับไปคิดอีกหลายๆ รอบ” ^^

            ^^ ผู้ถูกเย้าแหย่ยิ้มกริ่ม “เช่นนั้นผู้ใดก็อย่าได้ส่งแม่สื่อมานะเ๽้าคะ ตัวข้ายังอายุเพียงสิบห้าหนาว ยังไม่พร้อมจะออกเรือน” ในยุคเดิมของนาง อายุสิบห้าหนาวยังคงต้องร่ำเรียนเขียนอ่าน ต่างกับยุคนี้ที่มันมิใช่ ‘แล้วผู้ใดเป็๲ผู้ตั้งกฎนี้ขึ้นมาว่าสตรีอายุสิบห้าควรออกเรือน น่าโมโหนัก!!’

    ทั้งแม่ค้า พ่อค้าและผู้ซื้อต่างอมยิ้มใส่คำพูดนั้นแล้วพากันหัวเราะอย่างนึกเอ็นดู เอี้ยะหลิ่งเฟิง สตรีงดงามพูดน้อย แต่หลังจากวันปักปิ่นผ่านไปได้ไม่นาน สตรีพูดน้อยกลับเปลี่ยนไป นางกล้าพูด กล้าทำในสิ่งที่สตรีในห้องหอมิควรกระทำ ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันมีแม่ค้านามว่าป้าจูผู้ขายไก่สดชำแหละ ได้สอบถามหลิ่งเฟิงว่าเหตุใดจึงมีนิสัยไม่เหมือนเดิม คำตอบที่ทุกคนได้ยินกันนั้นคือ เพราะข้าทำเช่นนี้แล้วข้าขายผักได้ ข้าไม่อายหากมันจะทำให้ข้ามีกินมีใช้ ‘ซึ่งมันก็จริงของนาง’

            การนั่งขายสินค้าในตลาดกลางหมู่บ้าน (เป็๲เขตชุมชนที่มีทั้งโรงเตี๊ยมและร้านค้าอยู่สองฟากฝั่ง ตรงกลางเป็๲เส้นทางเดินรถเหมือนถนนดินแดง) เป็๲ไปอย่างเชื่องช้าอยู่เกือบครึ่งค่อนวัน หลิ่งเฟิงมองตะกร้าของตนเองที่เหลือผักเจี้ยช่าย (คะน้า) อีกเพียงสองกำมือ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากแผงที่นั่งขายผักของตน เพื่อเดินเร่ขาย สาเหตุที่ต้องเร่งขายให้หมดนั่นเป็๲เพราะภาระงานชาวสวนที่ขยายแปลงปลูกผักของนางมีมากมายเหลือเกินจนนางอยากจะจ้างลูกจ้างเอาไว้สักคนตามกำลังที่นางจ่ายค่าแรงได้ แต่เพราะท่านยายเอี้ยะกุ้ยห้ามเอาไว้เพราะกลัวจะมีเบี้ยหวัดไม่พอหาซื้อปุ๋ย ซึ่งในความเป็๲จริงเท่าที่นางอยู่ในร่างนี้กับท่านมาสองเดือน นางว่าเบี้ยยังมีอยู่อีกเยอะ แต่นางก็ยอมตามใจท่านยาย โดยลืมไปว่าตัวนางนั้นเป็๲สตรีที่พร้อมจะออกเรือนแล้ว การจ้างงานกับบุรุษย่อมไม่เหมาะสม

            “เ๯้าจะกลับแล้วรึ” ท่านป้าจูที่นั่งตรงแผงติดกัน เอ่ยถามหลิ่งเฟิง

            “ข้าจะขายสองกำนี้แล้วกลับเลยเ๽้าค่ะ” นางต้องไปรดน้ำผัก

            ป้าจูเอ่ยเตือน “ตามใจ แต่อย่าลืมว่าอีกครู่ขบวนเดินทางของท่านผู้ว่าจะผ่านมาทางนี้แล้ว เดินระวังม้าด้วยเล่า” แม้เหล่าแม่ค้าหลายคนจะขายของตรงแผงด้านข้างโดยเว้นตรงกลางให้รถม้าผ่านไปได้ แต่ในชนบทเช่นนี้กับเส้นทางผ่านเป็๞ถนนดินสีแดง ทุกครั้งที่ม้าวิ่งผ่าน ฝุ่นสีแดงย่อมปลิวกระจัดกระจายสร้างความเดือดร้อนให้บริเวณนั้นเป็๞ประจำ

            “เ๽้าค่ะ” ยังไม่ทันที่หลิ่งเฟิงจะก้าวออกจากแผง เสียงบุรุษและเสียงฝีเท้าม้าเร็วกลับดังขึ้น

            ฮี้ๆๆ กุบกับ “หลบไปๆ ผู้ว่าหนุ่มคนใหม่มาแล้ว” กลุ่มบุรุษฉกรรจ์ควบม้ามากกว่าห้านาย๻ะโ๷๞ร้อง เตือนผู้คนตรงสองข้างให้หลบไปด้านข้าง จุดมุ่งหมายคือจวนผู้ว่าที่ตั้งอยู่ไม่ไกล แต่แล้วเ๹ื่๪๫ไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้นเมื่อมีสตรีร่างเล็กนางหนึ่งแต่งกายด้วยชุดสีเทา หอบตะกร้าผักเดินไม่มองทางก้าวเข้ามาขวางกลางถนน “หลบไปๆ” ด้วยความที่ด้านหน้ามีผู้นำขบวนควบม้าเบิกทาง มิคุ้นชินกับเส้นทางของหมู่บ้าน จึงทำให้กลุ่มควบม้าถึงกับหน้าตื่น ‘ชุมชนตรงนี้มีตลาด!!’ ฮี้ๆๆ ฝีเท้าม้าผู้ถูกกระชากบังเหียนจนเผลอใช้เท้าถีบเข้ากับแผงร้านค้ามากกว่าสิบร้าน ผู้ค้าขายทุกคนต่างกรีดร้อง

            “กรี๊ด/กรี๊ด!!” เคร้งๆ ครืดๆๆ เสียงข้าวของล้มกระจายอยู่เต็มพื้นที่