ตอนที่16 การวางตัวแบบใหม่
เด็กสาวนั่งเอาหน้าฟุบลงกับแขนบนโต๊ะใหญ่ในห้องหนังสืออันแสนสงบเงียบที่มีเธอเป็แขกผู้มาเยือนเพียงคนเดียวตรงหน้ามีกระดาษมากมายถูกเขียนด้วยภาษาไทยลำดับเหตุการณ์สำคัญของนิยายที่พอจะนึกออกในครึ่งแรกของเล่มเพราะจดหมายจากเหลียวหยวนไปกระตุ้นความทรงจำที่เธอปิดผนึกไว้ในส่วนลึกที่สุดเธอจึงอยากจะทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีเื่การสูญเสียของคนใกล้ชิดเกิดขึ้นในเนื้อหาที่พอจะสามารถเรียบเรียงได้
“ในมินิบุ๊คมีสปอยอะไรมั้ยหว่าแต่ส่วนมากก็เกี่ยวกับเซินเพราะเขาดำเนินเื่ มีจุดเล็กๆไหนที่เรามองข้ามไปมั้ยนี่” เธอหมุนควงพู่กันแล้วก็ต้องชะงับกับหมึกที่กระเซ็นใส่กระดาษ(โธ่ ี้เีมานั่งเขียนใหม่นะ!)
“ไม่คิดว่าจะมีผู้มาเยือนคนอื่นนอกจากข้าหรือหัวหน้าช่างน่าประหลาดใจเสียจริงๆ” เกาชุนสืบเท้าเข้ามาในห้องพร้อมส่งรอยยิ้มอย่างเป็มิตรให้
“หัวหน้าของท่านไม่ได้อยู่แค่ห้องนอนกับห้องอาหารหรือ” คำตอบกลับแสบสันทำเอาเกาชุนหัวเราะแห้งๆดูท่าเ้าหล่อนคงจะไม่ชอบนายเหนือหัวของเขาเสียจริงๆ
“ท่านกำลังเขียนอะไรอยู่หรือขอรับ”
“10วิธีลอบสังหารแม่ทัพและคนสนิทของเขา” อ้ายซินตอบหน้าตายพลางเก็บกระดาษอย่างลวกๆเกาชุนเกาหัวแกรกๆ กับอารมณ์ขันร้ายๆของอีกฝ่ายที่เริ่มจะเผยตัวตนออกมาให้เห็นเป็ระยะอ้ายซินชะงักนึกอะไรบางอย่างก่อนจะช้อนสายตามองอาคันตุกะตรงหน้า
“ข้าอยากจะศึกษาเื่การรบที่ผ่านมาของทัพหวนฉี ท่านพอจะมีบันทึกต่างๆอยู่หรือเปล่า” คำขอของเธอทำให้กุนซือวัยกลางคนประหลาดใจเพราะเป็เด็กสาวที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่จึงทำให้เกาชุนพยายามที่จะสังเกตและวิเคราะห์การกระทำของเธอทุกครั้งที่มีโอกาส
“นายหญิงจะอยากรู้ไปทำไม” เขาเอ่ยถามไปตามตรงและรอคอยคำตอบด้วยความระแวดระวัง
“ก็แต่ละทัพจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไม่ใช่หรือ ทั้งการวางกลยุทธ์ตรรกะทางความคิด วิสัยของแม่ทัพ ข้าจึงอยากศึกษาไว้อ้างอิงในอนาคต”
“ท่านพูดราวกับว่าตนเองจะต้องไปออกรบอย่างนั้นแหละแม้ข้าจะพอรู้มาบ้างจากคราวก่อน แต่มันไม่ใช่สิ่งจำเป็สำหรับท่านเลยไม่ใช่หรือ”เกาชุนถามลูกตรง เขาคิดว่าไม่ควรจะอ้อมค้อมกับคนเช่นเธออ้ายซินอึกอักเล็กน้อยเพราะคำพูดของเขาเป็ความจริงทุกประการ
“เพราะข้าเป็ผู้หญิงอย่างนั้นสินะ”
“อา…ข้าไม่หยาบคายพอจะตัดสินใครจากการที่คนๆนั้นต่างเพศกับข้าหรอก แต่ที่ข้าอยากจะบอกก็คือท่านได้รับอนุญาตเื่การออกรบกับหัวหน้าแล้วอย่างนั้นหรือ” คำพูดของเกาชุนทำให้อ้ายซินคิดหนักอันที่จริงแล้วมันค่อนข้างคลุมเครือเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ครั้งร่วมทัพกับถิงเซียวจะเรียกว่าได้รับอนุญาตก็ไม่เต็มปาก เกาชุนพ่นลมหายใจด้วยระอาปนเอ็นดู “่นี้ข้ามีเวลามากพอจนน่าใจหายเลยแหละครับ” เขาเปรยอย่างให้ความหวังใบหน้าของอ้ายซินฉายประกายลิงโลดขึ้นมาทันที “อย่างน้อยคงได้วันละชั่วโมงหรืออาจจะมากกว่านั้น”
“ไหนว่ามีเวลามากไง” อ้ายเท้าคางมองเขาด้วยใบหน้าของคนรู้ทันทีทำเอาเกาชุนรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะเอาพัดเคาะที่หัวเบาๆ
“ข้าก็ต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างสิครับ หรือท่านจะจ่ายเงินจ้างข้าก็ได้นะครับแบบนั้นข้ายินดีทำตามคำสั่งทั้งวันทั้งคืนเลย”
ตามปกติแล้วถ้าไม่ใช่่เวลาที่ออกรบ เหล่าทหารก็จะกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมของตนเพราะส่วนมากจะเป็ทหารที่เกณฑ์มาจากชาวบ้านแต่ทัพของหวนฉีทำให้อ้ายอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาส่วนหนึ่งเป็พวกวายร้ายนอกกฎหมายหรือชนเผ่าป่าเถื่อนไม่อยากจะคิดเลยว่าในยามนี้พวกเขาเ่าั้กำลังทำเื่เลวร้ายอะไรอยู่ทว่าก็มีทหารบางส่วนที่อาศัยอยู่ในที่ของหวนฉีทำงานานรับใช้เขาอย่างเช่นเกาชุนหรือนายทัพหญิงที่เหม็นขี้หน้าอ้ายเสียเหลือเกิน
“ถ้าอย่างนั้นเราจะเริ่มกันได้เมื่อไหร่ดีละครับ”
“ตอนนี้ก็ว่างด้วยกันทั้งคู่ไม่ใช่หรือ”เด็กสาวยักยิ้มพราย
“หึ หวังว่าท่านจะไม่ล้มเลิกไปเสียก่อนนะ”
อ้ายซินนั่งรอเกาชุนอย่างใจจดใจจ่อบนเก้าอี้ยาวที่ถูกปูด้วยฟูกหนานุ่มเหมาะสำหรับนอนพักสายตาหลังเหนื่อยล้าจากการอ่านหนังสือเธอสนุกที่ได้เรียนรู้เื่ราวใหม่ๆและกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดคอทุกครั้งเมื่อได้ฟังวิธีทรมานอันน่าสยดสยองของหวนฉีแม้จะชื่นชมในการวางแผนรบแค่ไหนเขามักจะสลักความกลัวลงไปให้แก่อีกฝ่ายเสมอจนทำให้เธออดที่จะคิดไม่ได้ว่าทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็ทหารที่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของคนอื่นกันนะแล้วเธอก็ต้องตื่นจากภวังค์เมื่อประตูห้องทำงานเปิดออก รอยยิ้มบนใบหน้ามนแปรเปลี่ยนเป็บิดเบี้ยวเมื่อเห็นร่างที่เดินนำเข้ามาตามด้วยเกาชุนซึ่งกรอกสายตาราวกับคนหนีความผิด
“ได้ยินว่าเ้ากำลังศึกษาเื่การศึก”หวนฉีเปรยอ้ายซินยิ้มบางพลางส่งแววตาดุร้ายไปทางเกาชุนซึ่งแสร้งไม่มองเธอ “ทำไมไม่มาบอกข้า ข้าสอนเ้าได้นะ”
“ข้าคงมิอาจรบกวนเวลาของท่านแม่ทัพหรอกค่ะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวานที่ทำเอาเกาชุนขนลุกซู่ (ไอ้คนปากไม่มีหูรูด ไอ้บ้าเกาชุน)
หวนฉีเดินตรงเข้าไปหาอ้ายซินแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเด็กสาวไม่มีทีท่าจะขยับหนีเฉกเช่นปกติจนเขาประหลาดใจ แม่ทัพหนุ่มเปรยหางตาไปมองกุนซือวัยกลางคนราวกับ้าจะบอกให้อีกฝ่ายไสหัวออกไปซะเกาชุนเข้าใจความเป็อย่างดี เขารีบกุลีกุจอออกจากห้องด้วยความยินดีเพราะหากอยู่นานกว่านี้เกรงว่าหัวคงได้บอกลากับตัวเป็แน่ (สายตาของนายหญิงช่างเหมือนหัวหน้าเข้าไปทุกทีเสียแล้วสิ)
ชายหนุ่มมองใบหน้าอ่อนวัยที่จดจ่อกับตำราเล่มหนาในมือก่อนที่เขาจะได้เป็ฝ่ายส่งเสียง เ้าหล่อนก็เปิดการสนทนาทำลายความเงียบในทันที
“ข้าอยากฟังเื่การรบระหว่างท่านกับแม่ทัพเหลียวหยวนค่ะ”คำขอของเธอทำให้เขาเลิกคิ้วสูง เพราะมันคือศึกที่พรากสหายคนสำคัญของเธอไป“ข้ารู้เพียงแค่แม่ทัพใหญ่ฝั่งเราคือท่านแม่ทัพไท่อี้มีท่านและท่านเจี้ยนหาวเป็รองแม่ทัพข้าสนใจเื่กลยุทธ์ที่มีชื่อเสียงของหลิวหยางข้าอยากรู้ว่าท่านทำลายมันได้อย่างไร” เธอว่าพลางมองหวังฉีด้วยดวงตาใสแจ๋วราวเด็กน้อยในเมื่อเขาเสนอตัวมาขนาดนี้มีหรือที่เธอจะไม่สนองนี้ดของตัวเอง
“เ้าแน่ใจนะ” เขาถามเด็กสาวพยักหน้ารับน้อยๆ “หึแล้วเ้าจะได้เห็นว่าข้าน่ะเป็อัจฉริยะแค่ไหน” จบคำพูดเยินยอตัวเองที่เด็กสาวลอบอาเจียนในใจหวนฉีก็เริ่มร่ายยาวเื่การรบของตนทันที
เด็กสาวฟังเขาเล่าการศึกอย่างตั้งใจหลายครั้งที่คิ้วเรียวมุ่นลงแทบจะผูกติดกันเ้าหล่อนยิงคำถามทุกครั้งเมื่อเกิดข้อสงสัยพยายามที่จะจดจำรายละเอียดสำคัญจนเขาแนะนำให้เธอเขียนลงกระดาษไว้หวนฉีรู้สึกขบขันระคนเอ็นดูกับสีหน้าหลากหลายของเ้าหล่อนเด็กสาวประหลาดผู้ให้ความสนใจเื่การรบต่างจากหญิงสาวทั่วไปที่มักจะสนใจเื่ความสวยงามและการดูแลรูปลักษณ์ของตนเองให้ดูดี
“ในการรบครั้งหน้าข้าขอตามท่านไปด้วยได้มั้ยคะ” เธอชั่งใจถามเขาหวนฉีมีใบหน้านิ่งเฉยอ่านได้ยากยิ่ง
“ข้าจะได้อะไรจากการให้เ้าไปกับข้า”การย้อนถามที่ทำเอาเ้าตัวดีชะงักคิ้วเรียวแทบจะผูกติดกันเมื่อต้องหาเหตุผลให้กับคำถามนั้น
หวนฉีไม่มีเหตุผลที่จะห้ามเธอพอๆ กับที่จะอนุญาตให้เธอร่วมทัพในความคิดของอ้ายซินเธอไม่คิดว่าตนเองจะสร้างประโยชน์อะไรได้หากเขาไม่ได้ให้เข้าร่วมการรบมันช่างไร้ค่าหากแค่จะตามติดไปเฉยๆ โดยที่เธอทำได้เพียงยืนโง่ๆหลบมุมมองแต่ละคนทำหน้าที่ของตน ในเมื่อที่นี่ไม่ใช่ทัพของถิงเซียว…
“ดูเ้าจะคิดมากกว่าทุกทีนะ” ราวกับล่วงรู้ความคิด ชายหนุ่มวางมือบนหัวของเธอและโยกไปมาเบาๆทำเอาเ้าตัวดีมองค้อนแต่ก็ไม่ปัดมือของอีกฝ่ายออก
“ทีนางโลมพวกนั้นไปได้ข้าที่เป็ภรรยาของท่านจะไปด้วยไม่ได้เชียวหรือคะ” อยากจะเอามือปิดปากพล่อยๆของตัวเองแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วแบบนี้ก็เหมือนกับว่าเธออิจฉาผู้หญิงพวกนั้นเลยน่ะสิ! หวนฉียิ้มเ้าเล่ห์ทำเอาเธอเสียวสันหลังวาบเด็กสาวเบือนหน้าหนีรู้สึกอยากได้มีดมาปาดคอตนเองเสียเหลือเกิน
“ถ้าเ้าจะทำหน้าที่แทนนางโลมพวกนั้นข้าก็ยินดีนะ”หวนฉีกระซิบข้างหู เด็กสาวสะดุ้งโหยงจะเบี่ยงตัวออกห่างทันใดนั้นมือใหญ่ก็คว้าเอวบางก่อนจะดึงเข้ามาแนบชิดกับร่างกายของตนตอนนี้ใบหน้าของเขากับเธอห่างกันเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
“ปล่อย…ข้า” เด็กสาวเสียงอ่อนราวคนกำลังจะร้องไห้ ชายหนุ่มคิดว่าเธอจะพูดเื่สัญญาทว่าเด็กสาวกลับไม่แม้จะเปรยถึง
“ไม่พูดเื่ข้อตกลงแล้วรึไง” เขากระตุ้นความทรงจำ แต่เธอนิ่งงัน ดวงตาฉายชัดถึงความหวาดระแวงเธอเม้มริมฝีปากแน่นไม่ยอมพูดจาโต้ตอบเฉกเช่นปกติ ในความคิดของชายหนุ่ม เด็กสาวเหมือนลูกแมวที่กำลังหวาดกลัวทำเอากระตุ้นความอยากแกล้งของเขาได้ชะงัดนัก
ปกติแล้วผู้หญิงทุกคนมักจะยอมศิโรราบให้กับชายหนุ่ม หวนฉีเป็ชายที่มีเสน่ห์และจัดว่าหน้าตาดีทีเดียว เขาไม่เคยอ่อนโยนกับเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าหากทำให้เขาเบื่อหน่ายหรือรำคาญ ต่อให้เป็ผู้หญิงที่เพิ่งจะมีสัมพันธ์กันเขาก็สามารถตัดหัวได้อย่างไม่ลังเลคนที่ร้องขอชีวิตเขาจะตัวสั่นงันงกและพร่ำอ้อนวอนยอมทำทุกอย่างให้เขาไว้ชีวิตแต่เด็กสาวในอ้อมแขนของเขานอกจากไม่พูดอะไรแล้ว เธอยังตำหนิเขาผ่านดวงตาในหัวของเ้าหล่อนคงจะมีคำด่าทอมากมายที่อยากจะเอ่ยออกมาแต่คงพยายามที่จะอดทนเก็บเงียบไว้
อ้ายซินไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอดแต่เ้าลูกไก่ตัวนี้พยายามจะใช้จะงอยปากบางๆ นั่นจิกเขาให้ได้ช่างไร้ความหมายเสียเหลือเกิน เด็กสาวไม่มีทางสู้แรงของเขาได้หากเข้า้าทำลายเธอ มันช่างง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
หวนฉีไม่คิดจะใช้กำลังกับเธอเขา้าจะเอาชนะอีกฝ่ายด้วยการที่เธอต้องยอมจำนวนต่อเขาโดยดี รอบกายของชายหนุ่มมีหญิงสาวเสนอตัวเข้ามาให้เขาใช้งานมากมายไม่จำเป็จะต้องใส่ใจผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ปฏิเสธเขา
“จะปล่อยข้าได้หรือยังคะ” เธอถามอย่างมีความหวัง มือเรียวกุมกันแน่นบนตักใจจริงอยากจะร้องะโออกมาดังๆ และสะบัดให้สุดแรงทว่าจากที่เคยเรียนรู้มายิ่งเธอขัดขืนเท่าไหร่เขาก็ยิ่งไม่ปล่อยง่ายๆ
แม่ทัพหนุ่มมองร่างเล็กที่สงบเสงี่ยมตัวสั่นน้อยๆ ในอ้อมแขนเป็ครั้งแรกที่เขาพิจารณาดูเธออย่างจริงจัง ผมสีดำยาวสลวยเงางามผิวสีน้ำผึ้งเนียนนุ่มมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้เครื่องหน้าแม้จะไม่ได้งดงามมากเหมือนกับเหล่าผู้หญิงที่ปรนนิบัติเขาแต่ดวงตากลมโตสีดำนั้นดูลึกลับมีเสน่ห์ภายใต้แพขนตาหนาจมูกได้รูปแม้ไม่โด่งเป็สัน ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อชวนให้อยากลิ้มลองยิ่งในยามเก็บปากเก็บคำว่าง่ายแบบนี้ช่างกระตุ้นความกระหายของเขาได้ดีเสียเหลือเกิน
หึ…ยังไม่ใช่ตอนนี้…
โอย…อยากปาดคอตัวเองตายแล้วไหว้ละช่วยปล่อยกันซักทีเถอะ
“รู้หรือเปล่าทำไมในห้องนี้ถึงต้องมีเก้าอี้ยาวไว้”จู่ๆ เขาก็เอ่ยคำถามที่ทำให้เธองุนงง
“ก็ไว้พักสายตาหลังอ่านหนังสือไม่ใช่หรือคะ”คำตอบของอ้ายซินทำให้หวนฉีแยกยิ้มเ้าเล่ห์
“เพื่อที่ข้าจะได้เล่นสนุกได้ทุกที่อย่างไรละ”จบคำพูด เขาก็หอมแก้มเด็กสาวฟอดใหญ่
“เฮ้ย!!” อ้ายซินคำรามพร้อมกับผลักเขาออกอย่างแรงหวนฉีหัวเราะชอบใจอากัปกิริยาของเธอ ทั้งตลกและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน “ข้าเกลียดท่าน! แม่ทัพโรคจิต บ้ากาม!” เธอเอามือถูแก้ม้าล้างััของเขา
“เ้าควรระวังปากหน่อยนะ”หวนฉีเตือน เขาไม่ได้ใจดีพอจะให้อีกฝ่ายด่าหยาบคายไร้ซึ่งความเคารพ
“ดูสิ่งที่ท่านทำสิคะว่าสมควรให้ข้าด่าหรือเปล่า!”
“แค่หอมแก้มทีสองทีทำเป็เื่ใหญ่ไปได้ถ้าต้องร่วมรักกันขึ้นมาเ้าคงจะะโโหวกเหวกลั่นบ้านเลยสินะ” เขาแสยะยิ้มร้าย คิดว่าเด็กสาวคงจะแผดเสียงหนักกว่าเดิม
แต่แล้วหวนฉีก็ต้องเป็ฝ่ายประหลาดใจกับท่าทางของอ้ายซินเธอหน้าแดงระเรื่อจนเห็นชัดเจน มือเรียวยกขึ้นป้องปากั์สีเข้มที่จ้องมองมากำลังตำหนิเขากลายๆทั้งที่เธอน่าจะชินกับการที่มีบรรดาพี่ชายห้อมล้อมแถมยังเคยร่วมทัพออกรบหลายคราแต่การแสดงออกในครั้งนี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่าเธอไม่คุ้นเคยกับเพศตรงข้ามในฐานะอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนหรือคนในครอบครัว
หึ เหมือนที่น้องสาวของนางบอกไม่มีผิด…
ฮุ่ยหลิงเคยเตือนหวนฉีตอนที่ทั่งคู่เล่นหมากล้อมด้วยกันสาวน้อยผู้วางท่าอย่างคนไม่เกรงกลัวที่ประกาศต่อหน้าเขาว่าพี่สาวของตนไม่สันทัดเื่รักๆใครๆ เพราะไม่เคยมีคนที่ชอบพอมาก่อน หากเขาทำให้อ้ายซินร้องไห้เสียใจล่ะก็รองแม่ทัพซุนเซียนจะไม่ปล่อยเขาเอาไว้แน่นอน
“เ้าแสดงออกแบบนี้แค่กับข้าหรือเปล่า”เขาโพล่งถามออกไป มือใหญ่ยื่นไปจับเบาๆ ที่แก้มเนียนตัวเธอสั่นเทาน้อยๆ ด้วยความกลัวนิ้วชี้ของหวนฉีเกี่ยวปรอยผมข้างหูอีกฝ่ายแล้วไล่ลงมาถึงปลายก่อนจะช้อนขึ้นมาััความหอมหวลนั้น“เ้ากลัวข้าสินะ”
“ข้าเกลียดท่าน” เธอเน้นย้ำคำเดิมราวกับเป็คำติดปากที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
“ผู้คนมากมายก็พูดแบบเ้าแต่ข้าไม่สนใจหรอกนะ พวกขยะที่ได้แต่เห่าหอนแต่ทำอะไรข้าไม่ได้ เพราะข้าเก่งและแข็งแกร่งกว่าคนที่พูดแบบเ้าส่วนมากก็ไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว”
“แล้วมีใครเคยบอกรักท่านด้วยหรือคะ”เธอยอกย้อนไม่สนใจคำขู่ของเขารอยยิ้มของหวนฉีน่ากลัวและไม่เป็มิตรกว่าที่เคย
“ข้าไม่สนอะไรไร้สาระจำพวกนั้นอะไรที่ข้าอยากได้ข้าต้องได้ และอะไรที่ข้าไม่้าข้าก็จะทำลายทิ้งซะ” เขาช้อนคางอีกฝ่ายเพื่อให้มองตนเองได้เต็มตา “ถ้าเ้ายังอยากมีหัวติดอยู่กับตัวก็ควรจะไตร่ตรองเวลาที่จะพ่นประโยคอะไรออกมาหรือทำตัวดีๆ ให้ข้าเอ็นดูจะได้มีชีวิตที่ยืนยาว” จบคำพูดหวนฉีก็ผละออกไปจากห้องโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอ้ายซินที่นั่งนิ่งดั่งรูปสลักหิน
เหตุการณ์ในครานี้ทำให้อ้ายคิดว่าเขาเป็คนที่เธอไม่สามารถใช้สามัญสำนึกปกติในการอ่านได้เขาน่ากลัวและน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน