หลังจากยี่หวาพูดจบ แววตาหวานฉ่ำที่ทอดมองธนากรยังคงนิ่งค้างราวกับต้องมนต์สะกด ธนากรลอบประเมินหญิงสาวตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ แก้มของเธอระเรื่อแดงกว่าปกติ น้ำเสียงที่เคยฉะฉานเริ่มเนือยช้า และที่สำคัญที่สุด... ร่างบางเริ่มโอนเอนจนแทบทรงตัวไว้ไม่อยู่
ในใจของชายหนุ่มเกิดความรู้สึกขัดแย้งเข้มข้น เขาอยากจะปรามให้เธอหยุดดื่ม แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับโหยหาที่จะยื้อเวลาตรงนี้ออกไปอีกสักนิด เพียงเพื่อจะได้อยู่กับเธอเพียงเราสองคนบนบทสนทนาไม่กี่ประโยคนั้นกลับทำให้จังหวะชีวิตที่เคยราบเรียบของเขาเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาด
“ผมว่าคุณควรหยุดได้แล้วครับ”
“หืม…” เธอส่งเสียงงึมงำในลำคอ ก่อนจะหันมาค้อนตาคว่ำใส่เขา
“นี่คุณ... สั่งฉันเหรอคะ” ท่าทางแง่งอนแบบคนเมานั้นทำให้ธนากรเผลอหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“เปล่าครับ...” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแสงลง
“ผมแค่... เป็ห่วง” คำว่า เป็ห่วง ดูเหมือนจะทำงานช้าลงในสมองที่พร่าเลือนของยี่หวา เธอกะพริบตาปริบๆ พยายามจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่าโลกกลับหมุนเคว้งจนร่างทั้งร่างเซถลา
“โอเคไหมครับ” ธนากรปราดเข้าถึงตัวเธอทันที มือหนาคว้าต้นแขนเรียวไว้ได้อย่างมั่นคง มันเป็ััที่หนักแน่นแต่สุภาพและมีระยะห่างที่พอเหมาะพอดี
ยี่หวาพยายามพยุงตัวให้ตรง แต่กลับหลุดเสียงหัวเราะคิกคักออกมาแทน
“หมอหัวใจ... แต่ดันควบคุมหัวตัวเองไม่ได้ซะแล้ว”
“คุณไม่ได้ควบคุมแอลกอฮอล์ต่างหากครับ” ธนากรตัดสินใจพาเธอไปยังโรงแรมหรูที่เขาเป็เ้าของ เขา้าให้เธอได้พักจนสร่างเมาเสียก่อนที่จะส่งเธอกลับบ้าน กว่าจะพาร่างที่อ่อนปรกเปียกมาถึงห้องพักได้ก็เล่นเอาชายหนุ่มหอบเหนื่อย เขาประคองเธอลงบนโซฟานุ่ม ก่อนจะรินน้ำเปล่าส่งให้หวังให้ความเย็นช่วยดึงสติเธอคืนมา ทว่าลึกๆ ในใจ เขากลับยังไม่อยากละสายตาไปจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ยี่หวาเงยหน้าขึ้นมองเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคมปลาบของชายหนุ่ม
“คุณนี่พูดเก่งนะคะ... สำหรับคนที่ข่าวลือบอกว่าไม่ชอบผู้หญิง” ธนากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ผมไม่เคยบอกว่าผมไม่ชอบ” คำตอบนั้นทำให้ยี่ห้อชะงักไปชั่วครู่
“อ้าว... ก็ใครๆ เขาบอกว่าคุณน่ะ ‘นกเขาไม่ขัน’ บ้างล่ะ ไม่นิยมสตรีบ้างล่ะ...” คำว่า ‘เขา’ ที่หลุดออกมาทำให้ธนากรหรี่ตาลงอย่างสงสัย เขาไม่ใช่คนไม่ชอบผู้หญิง เขาเพียงแค่ไม่นิยมความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย และหาก้าความพึงพอใจชั่วครั้งชั่วคราว เขาก็เลือกที่จะจบมันด้วยเงินตรามากกว่าจะผูกมัดหัวใจกับใครที่ไม่ใช่
“เขาไหนครับ?” ยี่หวากะพริบตาช้าๆ พยายามเรียบเรียงคำพูดที่กระจัดกระจาย
“ก็... เพื่อนฉันไง พวกนั้นสืบคุณมาหมดแล้ว!” เธอโบกมือไปมา
“สืบผม?” ธนากรยกคิ้ว
ยี่หวาหลุดหัวเราะร่า ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากช้าไปครึ่งจังหวะ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ได้ทำลายปราการความลับที่ควรจะเก็บไว้อย่างหมดสิ้น
“สืบเื่อะไรครับ” น้ำเสียงเขายังราบเรียบ แต่แววตากลับคมกริบขึ้น
“ก็โปรไฟล์คุณไงคะ” เธอโพล่งออกมาด้วยความกล้าที่พุ่งพล่าน
“นักธุรกิจใหญ่ อายุสามสิบห้า โสด รวยไร้ที่ติ ไม่มีข่าวคาว ไม่เ้าชู้ ไม่ดื่มจัด... และที่สำคัญ มีข่าวลือหนาหูว่าคุณน่ะ... ไม่ชอบผู้หญิง”
ธนากรจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังเล่าความลับอย่างออกรส เขาแอบลุ้นอยู่ในใจว่าเธอจะเชื่อข่าวลือไร้สาระนั้นหรือไม่
“แล้วคุณเชื่อไหมครับ” ยี่หวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขา ระยะห่างที่ลดลงจนััได้ถึงลมหายใจทำให้เธอเห็นประกายขบขันที่ซ่อนอยู่
“เชื่อสิคะ... สุภาษิตว่าไว้ ถ้าไม่มีมูล หมาไม่ขี้!” นั้นสุภาษิตก็มา เอากับคนเมาสิ
“เพราะอะไรคุณถึงเชื่อ?” เธอเอียงคอเล็กน้อย แววตาเชื่อมปรอยด้วยฤทธิ์สุรา
“เพราะคืนวันอาทิตย์ก่อน... คุณมองฉันเหมือนมองสิ่งของที่ไร้ชีวิต คุณแค่พยักหน้าแล้วก็หันไปคุยกับเพื่อนต่อ ถ้าเป็ผู้ชายคนอื่น เขาคงไม่ปล่อยให้ฉันเดินออกจากคลับไปโดยไม่ได้เบอร์โทรศัพท์หรอกค่ะ” เ
“โอ๊ย... นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย!” ธนากรหัวเราะเบาๆ เป็ครั้งแรกที่เขาหัวเราะอย่างเปิดเผยเช่นนี้
“คุณนี่... เวลาเมาแล้วพูดตรงดีนะครับ”
“ฉันปกติก็ตรงค่ะ” เธอเถียงเสียงแข็ง ก่อนจะอ้อมแอ้มในตอนท้าย
“แค่... ปกติไม่ได้พูดหมดทุกอย่าง” ชายหนุ่มเอนตัวพิงพนัก มองหญิงสาวอย่างตั้งใจ
“แล้วเพื่อนคุณจะสืบเื่ผมไปทำไมครับ?” ยี่หวาหัวเราะแห้งๆ ราวกับจะสารภาพบาป
“ก็แม่ฉันน่ะสิ... อยากให้ฉันมีลูก ท่านจะได้เลิกเซ้าซี้ฉันสักที ฉันเลยคิดว่าถ้าต้องเลือกใครสักคนมาเป็พ่อของลูก ก็ต้องเลือกที่โปรไฟล์ดีที่สุด เพื่อนฉันเลยไปขุดหาพ่อพันธุ์เกรดเอมาให้...” เธอเงยหน้าสบตาเขาด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว
“และคุณ... ก็ดันผ่านเกณฑ์ซะด้วย!”
“เกณฑ์อะไรครับ?” เขาถามด้วยความใจเย็น พยายามล่วงลึกเข้าไปในแผนการของคนเมา
“เกณฑ์พ่อของลูก!” คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
ธนากรนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่กลับรู้สึกทึ่งในความใจกล้าของเธอ
“คุณ... วางแผนจะใช้ผมงั้นเหรอครับ?” น้ำเสียงไม่ได้โกรธ แค่จริงจัง ยี่หวาค่อย ๆ ลดมือลง สายตายังชุ่มเล็กน้อย
“ฉันไม่ได้จะทำร้ายคุณนะคะ!” ยี่หวารีบโบกไม้โบกมือ
“ฉันแค่อยากมีลูกเฉยๆ ไม่้าอย่างอื่นเลยจริงๆ นะคะ... จริงจริ๊งงง”
“แล้วคุณคิดว่าผมจะยอมง่าย ๆ เหรอครับ” ชายหนุ่มถามเสียงต่ำ
“งั้น... คุณ้าอะไรเป็การตอบแทนล่ะคะ?” ยี่หวายกคิ้ว
“ผมไม่ยอมเป็พ่อปลอมๆ หรอกนะ” คำพูดนั้นทำให้ยี่หวาสร่างเมาไปกว่าครึ่ง เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ
“มายความว่ายังไงคะ?” ยี่หวายังคงย่นคิ้วขมวดไม่เข้าใจในความหมายของเขา
“ผมแค่แปลกใจ” เขาหยักยิ้มที่มุมปาก
“ที่คุณกล้าคิดเื่แบบนี้กับผู้ชายที่เพิ่งรู้จัก แต่เอาเถอะ... ผมไม่ได้รังเกียจคุณหรอกนะ เพียงแต่ถ้าคุณจะเลือกพ่อของลูก อย่างน้อยก็ควรเลือกเพราะคุณอยากได้เขามาเป็สามี จริงๆ ไม่ใช่เลือกเพราะความเหมาะสมบนแผ่นกระดาษแบบนี้”
คำพูดที่จริงจังของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดลง ยี่หวาแค่นหัวเราะเบาๆ คราวนี้ไม่มีร่องรอยของแอลกอฮอล์เจือปน
“โอเคค่ะ... หมอหัวใจโดนสอนเื่หัวใจคืนเข้าให้แล้ว”
“งั้นเรามาเริ่มกันใหม่ดีไหมครับ?” ธนากรส่งยิ้มละไม
“เริ่มยังไงคะ?”
“เริ่มจากการค่อยๆ ทำความรู้จักตัวตนจริงๆ ของกันและกัน” ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ไว้อีกครั้ง แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอไม่ใช่การััทางกาย แต่มันคือระยะห่างที่ใกล้เกินพอดีจนหัวใจสั่นไหว
“ผมเรียกรถให้ไหมครับ?”
“ไม่ค่ะ...” ยี่หวาส่ายหน้า ก่อนจะเซวูบจนธนากรต้องรีบคว้าตัวไว้ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างอ่อนใจ
“งั้นพักที่นี่ก่อนเถอะครับ... ไว้ใจผมไหม? ”
ทั้งสอทั้งสองคนต่างหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน แต่ในเสียงหัวเราะนั้นกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าเดิม คืนก่อนเธอวางแผนจะใช้เขาเป็เพียงเครื่องมือ แต่คืนนี้เธอกลับเริ่มกลัวใจตัวเองเสียแล้ว... กลัวว่าจะเผลอไป ตกหลุมรัก พ่อของลูกคนนี้เข้าจริงๆ
ยี่หวานั่งลงบนขอบเตียงกว้างด้วยท่าทางสะโหลสะเหล เธอพยายามจะถอดรองเท้าแต่ก็ทำไม่สำเร็จ
“อย่าบอกแม่นะคะ…” เธอพึมพำเสียงเบา
“บอกว่าอะไรครับ?”
“บอกว่า... ฉันเมาแล้วมานอนกับผู้ชาย”
“คุณมากับผมเพราะคุณยืนไม่ไหวครับ ไม่ใช่เพราะอย่างอื่น” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธออุ่นใจ
ทว่าทันใดนั้น ใบหน้าของหญิงสาวก็ซีดเผือดลง
“เดี๋ยว...” เธอรีบพุ่งตัวไปยังห้องน้ำทันที เสียงอาเจียนดังแว่วออกมาให้ได้ยิน
ธนากรยืนนิ่งอยู่นอกห้องน้ำครู่หนึ่ง ก่อนจะจัดการหยิบผ้าเช็ดตัวและน้ำสะอาดไปวางไว้ให้ที่หน้าประตูอย่างสุภาพ
“ผผมวางน้ำไว้ตรงนี้นะครับ”
ไม่กี่นาทีต่อมา ยี่หวาเดินออกมาในสภาพที่พยายามประคองศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่อย่างเต็มที่ เธออาบน้ำและเปลี่ยนมาสวมชุดคลุมอาบน้ำของโรงแรมเรียบร้อยแล้ว ในใจยังคงยึดถือความเชื่อที่ว่าเขาไม่ชอบผู้หญิง เธอจึงไม่ได้ระแวงอะไร แต่แล้วเธอก็ต้องหน้าถอดสีเมื่อเห็นรอยเลอะบนสูทของธนากร
“ฉัน... ขอโทษค่ะ” เธอมองรอยเลอะด้วยความรู้สึกผิดจับใจ
“คุณคงไม่ตั้งใจใช่ไหมครับ” ธนากรมองรอยนั้นก่อนจะสบตาเธอ เธอส่ายหน้าช้า ๆ
เมื่อเห็นเธอส่ายหน้าช้าๆ เขาจึงถอดสูทออกพับวางไว้ที่เก้าอี้อย่างเป็ระเบียบ
“ไปนอนเถอะครับ คุณไม่ไหวแล้ว”
“แล้วคุณล่ะคะ?”
“ผมจะนอนโซฟาเอง”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ...” เธอพูดเบา ๆ
“เตียงมัน... ใหญ่พอ” ธนากรชะงักไปชั่วอึดใจ เขาประเมินท่าทางของเธออีกครั้ง
“คุณแน่ใจนะ?” ยี่หวาพยักหน้ายืนยัน คราวนี้แววตาของเธอไม่มีความหวานเชื่อมจากการเมาเหลืออยู่แล้ว มีเพียงความเหนื่อยล้าที่แท้จริง
“ฉันไม่มีแรงจะทำอะไรคุณหรอกค่ะ” ธนากรหัวเราะในลำคอ
“ผมก็ไม่มีความคิดจะทำอะไรคุณเหมือนกันครับ” แสงไฟหลักในห้องถูกดับลง เหลือเพียงโคมไฟหัวเตียงที่ส่องแสงสลัวราง ระยะห่างระหว่างคนสองคนบนเตียงเดียวกันมีช่องว่างที่ชัดเจนตรงกลาง ไม่มีการรุกล้ำ ไม่มีการล่วงเกิน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอ... ในค่ำคืนที่ความไว้ใจเริ่มต้นทำงานเงียบๆ ในหัวใจของทั้งสองคน