ในเมื่อไม่มีทางเลือกให้หนีเขาจึงต้องเดินหน้าอย่างฝืนใจ ซิ่วอิงกระแอมให้คอโล่งก่อนจะประคองนางให้ยืนขึ้นช้า ๆ
“หยุดร้องเถอะนะผิงผิง ใบหน้างามอย่างเ้ามิสมควรต้องแปดเปื้อนน้ำตาให้หมองหม่น เอ้า..เช็ดซะ”
ว่าพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยให้แก่นาง ผิงผิงรับมันไปแล้วรีบซับน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว สิงเทียนมองทุกการกระทำของเขาโดยไม่ละสายตาไปไหน
ซิ่วอิงะโโลดเต้นในใจ เพราะเมื่อครู่เขาเพิ่งจะนำผ้าเช็ดหน้าของสิงเทียนให้กับอีกฝ่ายไปนั่นเอง ‘ครั้งนี้ข้าจะช่วยเ้าให้รอดพ้นจากเงื้อมมือปีศาจระคะนั่น แต่หลังจากจบเื่แล้ว เ้าต้องนำผ้าผืนนั้นไปคืนแก่เ้าของเองนะแม่นาง คราวนี้แหละการกระชับความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะถูกดำเนินต่อไป จนกระทั่งกลายเป็ความรักความผูกพันธ์ในที่สุด!’
นางเช็ดคราบน้ำตาออกจนหมดพร้อมเผยรอยยิ้มสดใสออกมา “ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
ซิ่วอิงหันกลับไปเพ่งพิศศัตรูตรงหน้าอย่างละเอียด ในหัวคิดหาวิธีรับมืออย่างยากเข็น จู่ ๆ ท่ามกลางคนจำนวนนับร้อยที่ยืนเบียดเสียดกัน กลับมีคนผู้หนึ่งพุ่งกระโจนมาใส่เขา วัตถุบางอย่างส่องสะท้อนกับแสงไฟจนแวววาว ทันใดนั้นเองสิงเทียนก็สังเกตเห็นก่อน จึงรีบฟาดพลังสายหนึ่งเข้าจู่โจมทันที
โครมมม ว้าย!
ทุกคนวงแตกฮือ ถอยกรูดเว้นระยะห่างจากคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ ชายผู้นั้นกำมีดเล่มเล็กเตรียมจะแทงเขาเต็มที่ แต่กลับถูกผู้อื่นจัดการได้ทัน ซิ่วอิงกัดฟันแน่นเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าคนที่สั่งให้มาลอบฆ่าเขามันเป็ผู้ใด!
เขาหันกลับไปตวาด “ดีแต่ลอบกัด หากแน่จริงเ้าก็เข้ามาสู้ตัวต่อตัวกับข้าสิ!”
ทางนั้นทำหน้าไม่รู้เรื่ิองพลางกล่าว “เหอะ ที่แท้พวกเ้าก็รู้จักกันหรอกรึนี่ มิน่าเล่าผิงผิงของข้าถึงได้วิ่งไปหา”
เขาถกแขนเสื้อขึ้น กระทืบเท้าตึงตัง “เลิกทำตัวเป็หมาบ้าน้ำลายซะที จะสู้ก็เข้ามา!”
รอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่ายบิดเบี้ยวเหยเกอย่างขุ่นเคือง เขาเตะเก้าอี้ตัวหนึ่งมาทางนี้พร้อมเดินตรงมาด้วยความรวดเร็ว ซิ่วอิงตั้งการ์ดเตรียมจะชก ทว่ากลับถูกคนผู้หนึ่งเอาตัวมายืนขวางแล้วง้างขาถีบอีกฝ่ายเข้ากลางอกไปเต็ม ๆ
เสียงกระจกและข้าวของแตกเสียหายจนแสบหู ซิ่วอิงโผล่หน้าออกไปมองก็เห็นว่าทางนั้นลุกขึ้นมาสะบัดศีรษะด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะวิ่งตรงกลับมายังทางเดิมพร้อมกับคว้าเหยือกใบหนึ่งติดมือมาด้วย
เพล้ง!เหยือกแก้วใบโตฟาดเข้าข้างแขนของสิงเทียน เศษกระจกปลิวว่อนจนร่วงกราว เสียงตุบตับดังขึ้นเป็ระยะ ในขณะเดียวกันสองคนด้านหลังที่ยกมือกุมศีรษะก็รีบถอยหนีออกมาจากตรงนั้น
ทุกคนกลับมายืนมุงเป็วงกลมดังเดิมและร่วมชมการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้ สิงเทียนแม้สวมชุดรุ่มร่ามทว่ากลับออกลีลาและเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างไม่ติดขัด อีกฝั่งเองก็ฝีมือใช่ย่อย หวดฝ่ามือและหมัดใส่ไม่ยั้งจนเกิดลมพัดมาปะทะหน้าคนดูอยู่เป็ระลอก
เสียงพูดคุยดังจอแจและถกเถียงกันไปมาอย่างออกรส “ดุเดือดจริงๆ!”
“สุดยอดยิ่งนัก! ข้าไม่เคยเห็นการต่อสู้เช่นนี้มาก่อน ดูแปลกตาชอบกล”
“บุรุษผู้นั้นเป็ใครกัน ฝีมือการต่อสู้ช่างเก่งกาจยิ่ง”
“นั่นมิใช่ท่าฝ่ามืออรหันต์หรอกรึ!”
“ว้าว น่าเลื่อมใสแท้..”
ในระหว่างที่คนอื่น ๆ ต่างให้ความสนใจกับสองคนนั่น ซิ่วอิงกลับพาแม่นางผิงผิงไปนั่งหลบมุมและถามไถ่เื่ราวว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะเขาเองก็จำเนื้อหาบทนี้ได้ไม่ค่อยชัดเจน หากทบทวนมันสักหน่อยไม่แน่ว่าอาจเป็ผลดีในอนาคตก็ได้
นางเล่าว่าตนเองเข้ามาทำงานที่ร้านได้เกือบเดือนแล้ว และพักหลังมานี้ก็มักถูกชายผู้นั้นตามตื้อตลอด แตะเนื้อต้องตัวและใช้คำพูดละลาบละล้วงจนนางรู้สึกอึดอัดใจ ในตอนแรกนางไม่รู้ว่าที่นี่คือสถานที่แบบใด เพียงเห็นว่าเงินดีจึงทนอยู่ แต่บัดนี้กลับรู้สึกว่าอยากออกเต็มทน อุตส่าห์ขอกับทางเ้าของร้านได้แล้วแต่กลับมาเกิดเื่ขึ้นเสียก่อน
ชายผู้นั้นเดินตามนางไปทั่วร้านจนกระทั่งนางทนไม่ไหวได้ะเิอารมณ์ออกมา เขาจึงไม่พอใจนางและกำลังจะทำร้ายร่างกาย สิงเทียนที่เห็นเหตุการณ์ั้แ่เริ่มจึงไม่ทนอีกต่อไป ลุกขึ้นไปขัดขวางพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมนั่น และเป็เหตุให้พวกเขาทะเลาะกันจนกระทั่งถึงตอนนี้
ซิ่วอิงรับฟังนางอย่างเห็นใจ เหมือนว่าเขาจะเคยอ่านฉากนี้ผ่านตาอยู่บ้าง ผิงผิงสาวน้อยหนึ่งในฮาเร็มที่ต้องมาเป็เมียพระเอก ที่แท้พวกเขาก็เจอกันเพราะแวะมาดื่มนี่เอง หลังถูกช่วยเหลือจากชายโรคจิตนางก็ตกหลุมรักพระเอกเต็มเปา และด้วยความน่าสงสารของนางจึงเป็เหตุให้พระเอกอย่างสิงเทียนต้องเอ่ยปากชวนให้ไปอยู่ด้วยที่วัง
เมื่อนึกได้ดังนั้นเขาก็ตบขาดังป้าบทีหนึ่ง รีบยื่นหน้าไปถามกับนาง “ผิงผิง เ้ามีคนรักหรือยัง”
“ยังเ้าค่ะ”
เขาถามอีก “แสดงว่าเ้ายังบริสุทธิ์อยู่สินะ”
นางมีท่าทีขวยเขิน กล่าวทั้งใบหน้าแดงก่ำ “เ้าค่ะ”
“ดีเลย แบบนี้ข้าค่อยสบายใจหน่อย”
“ท่านถามทำไมรึเ้าคะ” ผู้ถูกสอบถามนั่งทำหน้าสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่นึกสงสัยน่ะว่าเด็กสาวน่ารักอย่างเ้าจะมีคนรักหรือไม่” เขาว่าพลางใช้นิ้วชี้เกาข้างแก้ม
นางก้มหน้าตอบ “ข้าไม่เคยมีคนรักหรอกเ้าค่ะ”
“ดีแล้ว เ้ายังเด็กอยู่อย่าเพิ่งรีบมีเลย”
“เ้าค่ะ”
หลังคุยกันจบก็ประจวบเหมาะกับที่การต่อสู้ได้จบลงแล้วเช่นกัน ซิ่วอิงไม่จำเป็ต้องลุกไปดูก็รู้ว่าใครเป็ผู้ชนะ พระเอกอย่างไรก็คือพระเอก ต่อให้ใช้แค่น้ำแข็งก้อนเดียวสู้ก็ย่อมได้รับชัยชนะอยู่ดี
ผิงผิงก้มมองผ้าเช็ดหน้าในมือพร้อมกับลูบมันเบา ๆ ซิ่วอิงที่เห็นเช่นนั้นเข้าจึงรีบดำเนินแผนการต่อ
“ผิงผิง ผ้าผืนนั้นเป็ของคุณชายของข้าเอง เขาช่วยชีวิตเ้าไว้นะรู้ไหม”
นางหันไปมองเหล่าผู้คนที่เริ่มเดินแยกย้ายกันออกมา ท่ามกลางแสงไฟสลัวก็เห็นคนผู้นั้นกำลังเดินตรงมาทางนี้ นางหันกลับมามองของในมืออีกครั้ง ก่อนจะเก็บมันเข้าไปในอกเสื้ออย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้เ้าของที่แท้จริงค้นพบเข้า
“เ้าไม่าเ็ตรงไหนใช่ไหม”
ทันทีที่มาถึงสิงเทียนก็ถามนางด้วยความเป็ห่วง เด็กสาวเมื่อแหงนมองใบหน้าหล่อก็พลันเกิดอาการใจเต้นรุนแรง รีบส่ายหัวตอบตะกุกตะกัก “มะ ไม่เลยเ้าค่ะ”
“ดีแล้ว”
พ่อสื่อที่นั่งจิกเท้าดูฉากหวานแหววตรงนั้นก็ต้องรีบหุบยิ้ม เพราะสิงเทียนได้กลับมาทำหน้าดำทะมึนใส่เขาเหมือนยามปกติอีกแล้ว หากแต่คราวนี้ดูจะทะมึนมากกว่าเดิมเสียอีก เรียวคิ้วดกดำขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ั์ตาคมปลาบมองมาอย่างโฉบเฉี่ยว ก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมา
“ไปกันเถอะ”
“ไปไหนขอรับ คุณชาย?”
เขางงเป็ไก่ตาแตกที่ถูกอีกฝ่ายลากแขนพาออกจากร้านทั้งอย่างนั้น ซิ่วอิงสับสนจนไม่รู้จะพูดอะไร ไม่ใช่ว่าสิงเทียนต้องอยู่คุยกับนางน้อยนั่นต่ออีกหน่อยแล้วชวนไปอยู่วังหรอกรึ เหตุใดจึงเดินดุ่ม ๆ ออกมาราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแบบนี้ล่ะ
“คุณชายท่านลืมนางหรือเปล่าขอรับ” เขาเอ่ยขัดเพื่อเป็การทบทวนความจำให้อีกฝ่ายว่าได้หลงลืมใครหรือไม่ ฝั่งสิงเทียนยืนนึกและมองเข้าไปในร้าน ก่อนจะตอบอย่างเ็า
“ไม่”
“แล้วท่านจะไม่พูดคุยกับนางหน่อยรึ!”
“ข้าเมามากแล้ว”
คนหนึ่งมองเห็นแต่แผ่นหลังกว้าง น้ำเสียงที่พูดออกมาหาฟังดูเหมือนคนเมาไม่ เขาได้แต่ทำหน้าพิลึกแล้วย้อนถามถึง
คำพูดอวดเบ่งก่อนหน้า
“หา? ก็ไหนท่านบอกว่าไม่เมาไงขอรับ”
“ตอนนี้เมาแล้ว ข้าไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น ข้าจะออกจากที่นี่และหาแหล่งหลับนอน หากเ้ายังพูดมากและขัดข้าไม่เลิก ข้าจะถีบเ้า!”
“…”