
“พร้อมนะครับ” ฟารีสถามคนที่นั่งข้างๆ หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมและเริ่มสตาร์ทรถวันนี้ทั้งคู่จะเดินทางไปเมืองอัคราเพื่อชมทัชมาฮาลและป้อมอัครา
ลลิตาลอบมองร่างสูงวันนี้ฟารีสอยู่ในชุดสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนกับกางเกงยีนส์ใบหน้าคมสันภายใต้แว่นกันแดดดูสดชื่น หนวดเคราและทรงผมถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ โชยแตะจมูกลลิตาเผลอกลืนน้ำลายลงคอเมื่อไล่สายตามาถึงลำคอแกร่งที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ต
“หล่อ เท่ ใช่ไหมล่ะครับ?”เสียงทุ้มดังขึ้นอย่างหยอกเย้า ลลิตากระพริบตาปริบรีบดึงสติกลับมา พักหลังมานี่รู้สึกว่าตัวเองจะเผลอแอบมองคนข้างๆบ่อยเกินไปแล้ว
“ค่ะ ก็หล่อเหมือนทุกวันนั้นแหล่ะ”เธอพูด เสหันหน้ามองออกไปนอกรถ
รอยยิ้มบางปรากฏที่มุมปากภายใต้ไรหนวดฟารีสโน้มตัวกดจูบหนักๆ ที่ริมฝีบากบาง
“อ่า...ชื่นใจจัง ไปกันเลยนะครับ”ร่างสูงพูดอย่างร่าเริง แขนล่ำสันบังคับพวงมาลัยรถออกจากโรงแรมมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่
“อย่าทำแบบนี้สิคะ” ลลิตาพูดเสียงแ่
“กลัวคนเห็นเหรอครับ?”
“เปล่าค่ะ...กลัวอดใจไม่ไหว”
“...” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคออย่างพอใจ
ผ่านไปเกือบ 4 ชั่วโมงก็มาถึงเมืองอัคราฟารีสจองโรงแรมไว้ 1คืนที่นี่เพื่อไม่ให้เหนื่อยกับการเดินทางไปกลับระหว่างเดลีและอัครามากเกินไป
“พักที่โรงแรมก่อนไหมครับหรือจะเข้าทัชมาฮาลเลย?”ฟารีสถามเมื่อรถเคลื่อนตัวเข้าสู่กลางเมืองอัครา
“เข้าทัชมาฮาลเลยก็ได้ค่ะฉันอยากเห็นจะแย่แล้ว” ลลิตาบอกอย่างตื่นเต้น
“จัดให้ครับ”
อากาศที่อัคราตอนกลางวันเย็นสบายไม่หนาวไม่ร้อนวันนี้ลลิตาอยู่ในชุดกระโปรงแม๊กซี่ยาวกรอมเท้าปักเลื่อมกับเสื้อแขนกุดผ้าฝ้ายปักเลื่อมเข้าชุดกันฟารีสเดินหายไปตรงช่องขายบัตรพักใหญ่ก่อนเดินกลับมาพร้อมกลับบัตรเข้าสถานที่ 2 ใบ
เมื่อเดินผ่านป้อมปราการหินทรายสีแดงซึ่งเป็ทางเข้าก็พบกับสวนสวยและบ่อน้ำพุยาวสุดสายตาคืออาคารหินอ่อนสีขาวทรงโดมขนาดใหญ่ ที่ฐานทั้ง 4 มุมมีหอคอยทรงสูงขับให้ตัวโดมตรงกลางดูโดดเด่น สวยงามน่าพิศวง สมเป็หนึ่งใน 7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ลลิตาแหงนเงยมองภาพที่อยู่ตรงหน้าอย่างหลงใหลสุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็สถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกเงาของประติมากรรมรูปโดมสีขาวสะท้อนกับบ่อน้ำด้านหน้าพอดิบพอดีเหมือนคำนวณไว้แล้วโดยสถาปนิกชั้นยอดตำนานรักอันลือลั่นจนคนทั่วโลกต่างขอมาเยือนอนุสรณ์แห่งความรักนี้สักครั้งทำให้ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและคนอินเดียเอง
“สวยและใหญ่กว่าที่คิดไว้อีกนะคะ”ลลิตาเปรยกับไกด์ส่วนตัวรูปหล่อที่กำลังพยายามหามุมถ่ายรูปให้เธอ
“สวยมากครับ นางแบบก็สวย”
“เข้าไปข้างในกันดีกว่าค่ะตรงนี้คนเริ่มเยอะแล้ว” ลลิตาเอ่ยชวน
ตรงกลางภายใต้หลังคาโดมใหญ่มีแท่นวางหีบศพที่ทำด้วยหินอ่อนและมีฉากหินอ่อนฉลุลายงามเป็พิเศษกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง
“พระศพอยู่ในหีบนี้เหรอคะ?”ลลิตาชี้ไปที่หีบศพหินอ่อนสองหลังที่วางเคียงกันอยู่
“ไม่ใช่ครับ พระศพจริงๆ ฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินตรงกับที่วางหีบศพนี้”ฟารีสอธิบาย
“น่าอิจฉาจังเลยนะคะที่สามีรักมากขนาดนี้”ลลิตารำพึงเบาๆ ลวดลายอ่อนช้อยงดงามที่ปรากฏบนผนังและกระทั่งใต้หลังคาโดม กับขนาดของสิ่งก่อสร้างบ่งบอกว่าต้องใช้เวลาแรงงานและงบประมาณไม่น้อยเลย
“ท่านแต่งงานกัน 18 ปีมีลูกด้วยกัน 14 คนครับคงทั้งรักทั้งหลงจนไม่มองหญิงอื่นเลยล่ะครับ”
“แต่คงใช้เงินเยอะน่าดูกว่าจะสร้างได้ขนาดนี้”
“ใช้เวลาก่อสร้าง 22 ปีราชสมบัติแทบหมดคลัง แต่ยังจะสร้างเพิ่มอีกจนลูกชายต้องจับไปขังไว้ครับ”
“ท่านคลั่งรักน่าดูเลยนะคะ”
“ตัวพ่อเลยล่ะครับตามตำนานเล่าว่าสร้างเสร็จก็ปะาสถาปนิกเพราะกลัวไปออกแบบอะไรที่สวยงามกว่านี้อีกคือสุสานภรรยาต้องสวยที่สุด”
ในความงาม ความรัก มีความตายของใครบางคนซ่อนอยู่มีความรู้สึกหลากหลายในสถานที่แห่งนี้เธอแค่รับฟังแต่ไม่ตัดสินการกระทำของคนในยุคก่อนไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริงทุกสิ่งย่อมมีที่มา
“ด้านหลังเป็แม่น้ำยมุนาครับ”ฟารีสพูดพร้อมเดินนำไปด้านหลังโดม ลมแม่น้ำพัดโชย ลลิตาสูดหายใจเข้าเต็มปอดทอดสายตาตามแม่น้ำคดเคี้ยวปล่อยใจจินตนาการถึงผู้คนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในอดีต
“ยมุนาเดียวกับที่เดลีน่ะหรือคะ?”
“ใช่ครับ”
“ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำคือป้อมอัคราครับ (Agkrafort) เป็ที่คุมขังพระเ้าชาห์ จาฮาล ท่านใช้เวลาทุกวันใน่สุดท้ายของชีวิตจากที่นั่นมองผ่านแม่น้ำยมุนามาที่ทัชมาฮาล”
“ไม่น่าเรียกป้อมเลยนะคะน่าจะเป็พระราชวังมากกว่า” ลลิตาเปรยเบาๆ กับคนตัวสูงทั้งคู่เดินผ่านประตูทางเข้าที่ประดับด้วยกระเบื้องหลากสีของกำแพงหินทรายแดงขนาดใหญ่ของป้อมอัคราด้านในกำแพงมีสิ่งก่อสร้างมากมายเหมือนเป็เมืองย่อมๆ จนลลิตาต้องออกปาก
“ใช่ครับถึงจะเรียกว่าป้อมแต่ที่นี่คือพระราชวังครับ มีทั้งท้องพระโรง ตำหนัก มัสยิดฮาเร็ม สวนและสระน้ำพุ”
“อาคารสีขาวนั่น คืออะไรคะ สวยมาก” ลลิตาถามพลางชี้ไปที่อาคารโถงสีขาวประกอบด้วยซุ้มประตูโค้งซ้อนกันหลายชั้นมองคล้ายกลีบดอกไม้
“ท้องพระโรงครับ ใช้ประกาศข่าวและให้ประชาชนเข้ามาร้องทุกข์ซุ้มประตูสวยๆ นี่ทำจากหินทรายฉาบด้วยปูนผสมเปลือกหอยมุก เลยออกนวลสะท้อนแสงนิดๆอย่างที่เห็นครับ”
“จากตรงนี้จะมองเห็นทัชมาฮาลชัดเจนเลยครับเล่ากันว่าพระเ้าชาห์ จาฮาลเฝ้ามองทัชมาฮาลจากตรงนี้ทุกวันจนสิ้นพระชนม์”ฟารีสพาลลิตาเดินมาที่พระตำหนักหินอ่อนสีขาวจากเฉลียงพระตำหนักมองไกลออกไปฝั่งตรงข้ามแม่น้ำยมุนาคือทัชมาฮาล
“ที่นี่พระเ้าชาห์จาฮาลก็เป็คนสร้างเหรอคะ”
“เริ่มสร้างในสมัยพระเ้าอัคบาร์ซึ่งเป็ปู่ครับแล้วก็ถูกต่อเติมมาเรื่อยๆโดยลูกคือพระเ้าชาห์ ฮันกี และพระเ้าชาห์จาฮาล ที่เป็หลาน ครับ”
ลลิตายืนอยู่บนระเบียงกว้างของห้องพักในโรงแรมทิวทัศน์เบื้องหน้าไม่ไกลนักคืออนุสรณ์ความรักอันลือลั่น ทัชมาฮาล กว่าจะเดินชมภายในป้อมอัคราทั่วก็เย็นย่ำแข้งขาอ่อนเปลี้ยไปหมดเธอจึงเก็บตัวเมืองอัคราไว้เที่ยววันพรุ่งนี้และเช็คอินเข้าพักโรงแรมเพื่อพักผ่อนล้างหน้าล้างตา
“ชอบไหมครับ”วงแขนแกร่งโอบกอดมาจากด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกลิ่นเฉพาะตัวของเขาที่เธอเริ่มหลงใหลและคุ้นเคยกับบรรยากาศแสนโรแมนติก ของห้องพักและทิวทัศน์ภายนอกทำให้เธอเหมือนอยู่ในความฝันท้องฟ้าเริ่มมืดลง ทัชมาฮาลเปลี่ยนจากสีขาวอมชมพูเป็สีเงินโดดเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว
“ชอบค่ะ” ลลิตาพูดพลางเอนกายพิงร่างลงบนแผงอกกว้าง
“อยากกอดไว้คุณแบบนี้ไปจนกว่าเราจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน” เสียงทุ้มกระซิบแ่เบาวงแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
“แต่ว่า...”
“ให้โอกาสผมนะครับ”เขาหมุนร่างบางให้หันมาสบตา
“อีกไม่กี่วัน ฉันก็ต้องกลับไทยแล้วนะคะรักทางไกลมันไม่น่าจะรอด” ลลิตาพูดอย่างสับสน เธอไม่ปฏิเสธใจตัวเองว่าเริ่มรู้สึกดีกับเขามากกว่าแค่วัตถุดิบแต่เธอก็ไม่อยากเจ็บหากความสัมพันธ์ต้องสิ้นสุดลงเพราะต่างอยู่ห่างกัน
“ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ แค่คุณให้โอกาสผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็น” ดวงตาคมชวนฝันเว้าวอน หัวใจลลิตาอ่อนยวบเมื่อสบสายตามุ่งมั่นคู่นั้น
“นะครับ เป็แฟนกันนะ”วงแขนแกร่งกระชับแน่นขึ้นอีก
“ตกลงค่ะ ลองดู”ลลิตาตอบรับพร้อมเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตคางคมสันที่เต็มไปด้วยเครา
“ขอบคุณนะครับ”ร่างสูงโน้มตัวลงประทับจุมพิตบนปากบางเนิ่นนาน กว่าจะปล่อยเป็อิสระ
“เดี๋ยวนะคะ นี่คุณร้องให้เหรอ” ลลิตาถามอย่างเอ็นดูเมื่อสบตาคนตัวสูงแล้วพบว่าตาคมนั้นมีน้ำตาเอ่อคลอหน่วย
“ก็คุณแกล้งผม”
“หือ?” ลลิตาเลิกคิ้วเป็เชิงถามเธอไปแกล้งเขาตอนไหนกัน
“ก็คุณไม่ยอมเป็แฟนกับผมสักทีอีกไม่กี่วันคุณก็ต้องกลับไทย นี่เป็โอกาสสุดท้ายของผมเลยนะครับ ถ้าคุณไม่ตกลงผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงดี”คนตัวโตตัดพ้อยาวเหยียด
“ผมรักคุณแทบจะคลั่งตายอยู่แล้วคุณรู้ไหมครับ?” ฟารีสโน้มตัวประกบปากมอบจุมพิตดูดดื่มอีกครั้ง
“ให้ทัชมาฮาลเป็พยานนะครับว่าคุณรับรักผมแล้ว” ฟารีสกระซิบเสียงพร่าที่ใบหูขาวผ่องมือใหญ่หมุนร่างระหงให้หันหน้ามองออกไปยังทัชมาฮาล จมูกโด่งฝังลงบนซอกคอขาวผ่อง ปากร้อนภายใต้ไรหนวดพรมจูบซุกไซ้ไปตามลาดไหล่บอบบางมือแกร่งลูบไล้เอวบางเลื้อยสอดเข้าในชายเสื้อสวยบีบขย้ำเต้าอวบอิ่มทั้งสองข้างจนหนำใจแล้งดึงบราตัวจิ๋วลงไปกองที่เอวก่อนใช้นิ้วเขี่ยยอดอกชูชันจนแข็งเป็ไตสู้มือ
“อื้อ...ตรงนี้เลยเหรอคะ”ลลิตาถามเสียงกระเส่า มือบางจับขอบระเบียงไว้แน่น ร่างเล็กบิดสะท้านด้วยความรัญจวนใจลมเย็นโชยปะทะหน้า จากระเบียงห้องชั้น 10 ไกลออกไปมองเห็นทัชมาฮาลสีเงินในเงามืดสลัว
“ครับ เร้าใจดีออก”ฟารีสพูดพร้อมกับถกกระโปรงด้านหลังขึ้นมือใหญ่ข้างหนึ่งละจากอกอวบ ลงเกี่ยวกางเกงในตัวจิ๋วดึงลงมาคาอยู่ที่เข่ามือใหญ่อ้อมมาด้านหน้าเริ่มบีบคลึงเนินเนื้อขนนุ่มเต็มมือ นิ้วแข็งแทรกบดบี้ปุ่มกระสันจนร่างบางกระตุกเกร็งแล้วส่งแทรกสองนิ้วเข้าสู่โพรงที่เริ่มชื้นแฉะ
“อ่า...เดี๋ยวมีคนเห็นนะคะ”ลลิตามือไม้อ่อน เมื่อนิ้วยาวเริ่มเคลื่อนไหวเข้าออกในร่างเธอ ขณะที่มือใหญ่อีกข้างยังบีบคลึงอกอวบเมามันความเสียวซ่านผสมความตื่นกลัวว่าจะมีคนเห็นเพราะอยู่บนระเบียงโล่งเร้าอารมณ์ให้เตลิด ดวงหน้าสวยแหงนเงยครางกระเส่าเคล้าเสียงคำรามต่ำด้วยไฟปรารถนาของร่างสูงสะโพกกลมกลึงรู้สึกได้ถึงความแข็งเกร็งเป็ลำที่บดเบียดอย่าง้าของคนด้านหลังเอวบางร่อนเด้งเข้าใส่นิ้วยาวอย่างไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
“ส...ใส่เข้ามาเลยค่ะ ฉันอยากเสร็จไปพร้อมกับคุณ”ลลิตากระซิบบอกเสียงหอบกระเส่า ร่างบางเริ่มกระตุกสั่นเป็จังหวะ
“ตามบัญชาครับ” จบคำความคับแน่นก็ถูกกระแทกเข้ามาจนสุดความยาวลลิตารู้สึกจุกที่ท้องน้อยความเสียวซ่านทำให้ขาเริ่มสั่นเหมือนจะทรุดลงกับพื้นจนต้องเกร็งมือจับขอบระเบียงให้แน่นขึ้น
ท่อนเนื้อแข็งเกร็งเริ่มเคลื่อนตัวเข้าออกในช่องคับแคบช้าๆแล้วเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นแรงเร็วขึ้น จนเสียงหวานร้องระงมไม่เป็ส่ำร่างบางโยกคลอนตามแรงกระแทกจนผมปลิวสยายทั่วแผ่นหลัง
“ผม...จ...จะถึงแล้ว”ฟารีสกระซิบหอบกระเส่า สองมือบีบเต้านมอวบจนแทบแหลกคามือ เอวสอบเร่งกระแทกท่อนเนื้อแข็งเข้าใส่ช่องคับแคบจนเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วระเบียงโล่งสะท้อนไปในความมืดมิดผสมเสียงคำรามและเสียงหวานครางกระเส่าที่ดังระงมอย่างไม่อาจสะกดกั้นได้
“ฉ...ฉันใกล้จะเสร็จแล้ว เร็วกว่านี้ค่ะ เร็วๆ”เสียงหวานเร่งกระเส่า ภายในช่องคับชื้นเริ่มกระตุกตอดรัดสู้กับท่อนแข็งที่ชักเข้าออกจนปวดหนึบฟารีสเร่งรัวเอวสอบกระทุ้งเข้าใส่ร่างบางหนักๆไม่กี่ครั้งก่อนปลดปล่อยออกมาอย่างสุดกลั้นพร้อมกับร่างเล็กในอ้อมแขนที่หวีดร้องออกมาสุดเสียงช่องแคบชื้นแฉะกระตุกตอดเป็จังหวะ ร่างน้อยทิ้งตัวอ่อนระทวยอยู่ในวงแขนแกร่ง กระตุกสะท้านเบาๆดวงตาสวยหวานลอยเลื่อนสู่ฝั่งฝัน