กำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess)

    ตอนที่33:มองเทพธิดาร่ายรำ

    ขณะที่ณิชากำลังเร่งฝีเท้าออกจากเขตชุมชนนั้น เสียงตะโกนอันดังลั่นจากกลุ่มคนที่ดักรออยู่ข้างหน้าก็ทำให้เท้าของนางต้องหยุดชะงัก


    "หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ ณิชา! หนีไม่รอดแล้ว!"


    "เจอแล้วขอรับ คุณชายเจ็ด! นางอยู่ที่นี่จริงๆ!" นายทหารในชุดเกราะตระกูลวรกุลคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา


    ร่างของ คุณชายเจ็ด วรัต ก้าวออกมาจากกลุ่มทหารด้วยท่าทางหยิ่งผยอง ใบหน้าหล่อเหลาแต่บูดเบี้ยวเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าในการตามหา บัดนี้กลับปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวที่เขาตามหาอยู่ตรงหน้า


    'ในที่สุด... ในที่สุดข้าก็ได้เจอเจ้าอีกครั้ง!' วรัตคิดในใจอย่างลิงโลด


    ภาพเหตุการณ์ในวันที่นางปฏิเสธเขาหน้าคฤหาสน์ยังคงติดตา เขายังจำความรู้สึกอัปยศอดสูและความโกรธเกรี้ยวในวันนั้นได้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะโทสะที่เข้าครอบงำจากการเสียหน้า ป่านนี้นางคงตกเป็นของเขาไปแล้ว! วันนั้น... เขามองเห็นเพียงดวงตาคู่สวยภายใต้หน้ากากพิธีอันรุ่มร่าม แต่ครั้งนี้...


    วรัตจ้องมองใบหน้างดงามหมดจดของณิชาที่ปราศจากสิ่งปิดบังเป็นครั้งแรก ความงามนั้นราวกับภาพฝัน ทำให้เขารู้สึกทึ่งจนลืมหายใจไปชั่วขณะ ความเหนื่อยล้าจากการตามหาหลายวันหายเป็นปลิดทิ้ง! ความปรารถนาที่อยากจะครอบครองนางยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ!


    'นางต้องเป็นของข้า!' เขาตอกย้ำในใจ 'ข้าอยากได้อะไรก็ต้องได้! ณิชา... เจ้าเป็นสิ่งเดียวที่ข้าต้องการ แต่ยังไม่ได้มาครอบครอง!'


    แม้ทางตระกูลจะสืบทราบมาพักใหญ่แล้วว่านางหลบซ่อนตัวอยู่ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ และกลายเป็นถึงจอมเวทย์ทวิลักษณ์ที่น่าจับตามอง (ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะคนมีความสามารถย่อมเป็นที่ต้องการของทุกขั้วอำนาจ) แต่วันนี้ เขาไม่ได้มามือเปล่า!


    "ฮ่าๆๆ ไม่คิดเลยสินะว่าจะเจอข้าที่นี่อีก แม่นางตัวดีของข้า!" วรัตตะโกนเสียงดังด้วยท่าทีเหนือกว่า


    "วันนี้เจ้าหนีไม่รอดแล้ว! ข้าไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ!"


    "นี่คือยอดฝีมือที่ตระกูลข้าจ้างมาโดยเฉพาะ! ทหารรับจ้างคนสนิทของตระกูลข้า! อันดับที่ 45! อันดับที่ 43! และอันดับที่ 42! ทั้งหมดเป็นจอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับ 1 ดาว ขั้น 5 เชียวนะ!"เขายกมือขึ้น แนะนำกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างภาคภูมิใจ


    ชายฉกรรจ์สามคนในชุดเกราะเบาที่ดูคล่องแคล่วก้าวออกมา แต่ละคนมีออร่าพลังเวทย์ที่ไม่ธรรมดา แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจและกระหายในการต่อสู้


    "และที่พิเศษกว่านั้น..." วรัตชี้ไปยังร่างกำยำที่ยืนอยู่ด้านข้าง แม้แขนข้างหนึ่งจะขาดหายไป แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเครียดแค้น "...เจ้าจำได้ไหม? 'ฉลามคลั่ง' ไงล่ะ! วันนี้เขามาเพื่อคิดบัญชีกับเจ้าโดยเฉพาะ!"


    ฉลามคลั่งคำรามในลำคอ จ้องมองณิชาเขม็ง


    วรัตหัวเราะอย่างพึงพอใจ เขาเลียริมฝีปากอย่างหยาบโลนขณะมองสำรวจร่างของณิชาตั้งแต่หัวจรดเท้า "วันนี้แหละ ข้าจะจับเจ้ากลับไปเป็น 'ของเล่น' ชิ้นใหม่ของข้าให้จงได้!"


    ณ พุ่มไม้ถัดออกไปไม่ไกล


    "หึ... พูดจาไม่น่าฟังเอาเสียเลย"


    เสียงพึมพำดังขึ้นไม่ไกลนัก ไท่เซวียนที่เพิ่งเดินออกจากเหมืองมาได้ไม่นาน และกำลังคิดว่าจะกลับไปหาแฮงก์อย่างไร ก็บังเอิญได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าพอดี เขาตามหลังณิชามาห่างๆ เพื่อหาความจริงเกี่ยวกับผ้าพันคอและความรู้สึกคุ้นเคยนั้น


    เขาเห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กำลังล้อมหญิงสาวที่เขาเพิ่งปะทะมาเมื่อครู่ และได้ยินคำพูดอันโอหังและหยาบคายของคุณชายท่าทางเอาแต่ใจคนนั้น...


    'กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาตรงๆ เลยแฮะ' ไท่เซวียนคิดอย่างอดทึ่งในความหน้าด้านไม่ได้ เขานับถือในความกล้า (หรือความโง่) ที่จะพูดจาหยาบโลนเช่นนั้นออกมาได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน ต่างจากเขาที่ต้องเก็บงำความรู้สึกต่างๆ ไว้ภายใต้ท่าทีองค์ชายมาตลอด 'น่าสนใจจริงๆ...'


    ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง การต่อสู้ก็ปะทุขึ้น!


    "รนหาที่ตาย!" / "จัดการนาง!" / "อย่าให้หนีไปได้!"


    ทหารรับจ้างทั้งสามคำรามลั่น ปลดปล่อยวงแหวนพลังเวทย์ออกมาพร้อมกัน!


    ทหารรับจ้างอันดับ 45 ผู้ใช้หมัดศิลา วงแหวนสีขาวเรืองรอง ลูกแก้วสีน้ำตาลเข้ม "ทักษะเวทย์ หมัดศิลาทลาย!" ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยเกราะหิน พุ่งเข้าใส่ณิชาด้วยพละกำลังมหาศาล!


    "ข้าดาบสายลม อันดับ 43 ปลดปล่อยทักษะเวทย์ ใบมีดวายุ!" คลื่นลมคมกริบสีเขียวถูกส่งออกมาจากฝ่ามือ พุ่งตัดอากาศเข้าใส่ณิชาจากด้านข้าง!


    "ข้าศรเพลิง อันดับ 42 ปลดปล่อยทักษะเวทย์ ลูกศรเพลิง!" ลูกไฟขนาดเล็กแต่ร้อนแรงหลายลูกถูกยิงออกมาจากปลายนิ้วราวห่าฝน!


    ฉลามคลั่งเองก็คำราม เตรียมจะใช้แขนข้างเดียวที่เหลือเข้าจู่โจมซ้ำเติม


    "ฮ่าๆๆ! เสร็จข้าล่ะ!" คุณชายเจ็ดหัวเราะร่า มองดูการโจมตีประสานอันทรงพลังด้วยความสะใจ "ดูสิว่าคราวนี้เจ้าจะรอดไปได้อย่างไร!"


    การโจมตีทั้งสามทิศทางดูน่าเกรงขามและรุนแรง แต่ณิชากลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด นางเพียงแค่ขยับเท้าเล็กน้อย ร่างก็พลิ้วไหวราวสายน้ำ หลบหลีกหมัดศิลาทลายที่พุ่งเข้ามาได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับใช้ดาบในมือปัดป้องใบมีดวายุที่พุ่งเข้ามาอย่างง่ายดาย


    เคร้ง!


    "กระบวนท่าที่ 3 คลื่นสะท้อน!" ดาบสีเงินสะท้อนพลังลมกลับไป ทำให้ทหารรับจ้างอันดับ 43 เสียหลักไปเล็กน้อย จังหวะนั้นเอง ลูกศรเพลิงก็พุ่งมาถึง ณิชาใช้ "กระบวนท่าที่ 4: ทำนองธารา" ก้าวเท้าหลบหลีกไปด้านข้างอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องราวกับกำลังร่ายรำ ลูกศรเพลิงทั้งหมดพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย!


    "อะไรกัน!?" / "หลบได้!?" / "เร็วมาก!"


    ทหารรับจ้างทั้งสามอุทานอย่างตกตะลึง ไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะหลบการโจมตีประสานของพวกตนได้อย่างง่ายดายเพียงนี้!


    "โชคช่วยงันรึ! เอาอีก!" คุณชายเจ็ดตะโกนอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว "จัดการมันเลย! ใครจับนางได้ ข้ามีรางวัลพิเศษให้!" เขายังคงพูดจาโอ้อวดและหยอกล้อกับทหารรับจ้างอย่างสบายใจ


    ไท่เซวียนที่แอบมองอยู่ห่างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง เขาเห็นทุกอย่างชัดเจน มันไม่ใช่การโชคช่วยแน่! แต่เป็นทักษะดาบและการเคลื่อนไหวที่งดงามและลื่นไหลอย่างน่าเหลือเชื่อ! ร่างบางนั้นเคลื่อนไหวราวสายน้ำ ปัดป้องและหลบหลีกการโจมตีที่ดูรุนแรงได้อย่างง่ายดาย ภาพของนางในตอนนี้...ช่างคล้ายคลึงกับภาพหญิงสาวในชุดสีทองในความฝันของเขาเหลือเกิน...


    วูบ! วูบ!


    ภาพใบหน้าสีทองซ้อนทับขึ้นมาอีกครั้ง... ชัดเจนกว่าเดิมเล็กน้อย... ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นจับใจเขาอีกครั้ง... 'นาง...นางเป็นใครกันแน่?' เขายังคงสรุปไม่ได้ แต่ดวงตากลับจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวอันสง่างามของณิชาอย่างไม่วางตา


    "บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้!" เสียงของคุณชายเจ็ดดังขึ้นอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นว่าทหารรับจ้างทั้งสามเริ่มเสียท่ามากขึ้นเรื่อยๆ


    ณิชาไม่ได้ใช้พลังจากดาบจำแลงหรือพญานาคจำแลงกายเลยแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ใช้ "วิชาดาบสายธารา" ที่เพิ่งฝึกฝนมาเท่านั้น นางที่สังหารสัตว์อสูรระดับ 2 ดาวอย่างไม่ยากเย็น พวกนี้จะมาเปรียบได้อย่างไร และการชี้นำจาก 'นิชา' ในตลอดหลายวันมานี้ ทำให้ทุกท่วงท่าของนางดูสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพอย่างน่าเหลือเชื่อ


    "กระบวนท่าที่ 2 ธาราชี้จุด!" นางหาจังหวะแทงดาบเข้าใส่จุดอ่อนของทหารรับจ้างอันดับ 45 ที่กำลังเสียหลัก ทำให้เกราะศิลาแตกสลายและร่างนั้นล้มลงไปกองกับพื้น "กระบวนท่าที่ 5 ธาราเริงระบำ!" ร่างของนางหมุนตัวหลบหลีกพร้อมกับตวัดดาบสวนกลับไปอย่างต่อเนื่อง ปัดป้องและโจมตีใส่ทหารรับจ้างอีกสองคนที่เหลือจนตั้งตัวไม่ติด


    เคร้ง! ปัง! ตุ้บ!


    ใช้เวลาไม่นาน ทหารรับจ้างระดับสูงทั้งสามก็ลงไปนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสถึงชีวิต แต่ก็สูญสิ้นความสามารถในการต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับนักบุญหญิงที่ดูบอบบางเพียงคนเดียว! ฉลามคลั่งที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบถอยหนีไปตั้งหลักเงียบๆ


    "มะ...ไม่จริง!" คุณชายเจ็ดเบิกตากว้าง ตัวสั่นด้วยความไม่อยากจะเชื่อและหวาดกลัว


    ณิชาหันขวับมาทางเขา ดวงตาสีฟ้าใสเย็นชาดุจน้ำแข็ง นางเดินตรงเข้ามาหาช้าๆ ปลายดาบสีเงินชี้มาที่เขา


    "ยะ...อย่าเข้ามานะ! ข้า...ข้าคือคุณชายเจ็ดแห่งตระกูลวรกุลนะ!" เขาร้องเสียงหลง ถอยหลังกรูด


    แต่ณิชาไม่สนใจ นางก้าวเข้ามาจนปลายดาบจ่ออยู่ที่ลำคอของเขา!


    "อ๊ากกกก! อย่าฆ่าข้า! ข้ายอมแล้ว! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!" คุณชายเจ็ดปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย น้ำตา น้ำลายไหลฟูมปาก ก่อนที่ดวงตาจะเหลือกขึ้นแล้วหมดสติล้มพับไปกองกับพื้น!


    'เก็บกวาดซะ อย่าให้เสียของ' เสียง 'นิชา' สั่งในหัว


    ณิชาถอนหายใจเบาๆ นางเดินไปเก็บแหวนมิติและของมีค่าอื่นๆ จากร่างทหารรับจ้างทั้งสามที่นอนสลบอยู่ รวมถึงจากร่างของคุณชายเจ็ดด้วย นางพบลูกแก้วว่างเปล่าเพิ่มมาอีกหลายลูก ทำให้นางรู้สึกดีใจขึ้นมาบ้าง 'เท่านี้ก็มีลูกแก้วพอจะไปจับวิญญาณอสูรมาเพิ่มได้แล้วสินะ' นางคิด 'ต้องรีบกลับไปป่าไร้ตะวัน'


    นางหันหลังเตรียมจะจากไป แต่แล้วสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนแอบมองอยู่ไม่ไกล... ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ท่าทางไม่ได้เรื่องคนนั้น! คนที่ชนนาง คนที่ทำผ้าพันคอของนางหลุด!


    ทั้งคู่สบตากันโดยบังเอิญ!


    ณิชานิ่งไปครู่หนึ่ง นางจำได้ทันทีว่าเขาคือคนที่ทำท่าทางแปลกๆ ตอนได้กลิ่นตัวนางที่ร้านช่างเวทย์! ความรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง!


    "มองอะไร!? เจ้าคนไม่เอาไหน! โรคจิต!" นางตวาดใส่เขาเสียงดัง ก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าบูดบึ้งเต็มไปด้วยความรังเกียจ


    ไท่เซวียนยืนนิ่งอึ้งกับคำด่าและท่าทีของนาง เขามองตามร่างบางที่หายลับไป ก่อนจะก้มลงมองผ้าพันคอสีอ่อนในมือ... แล้วกำหมัดแน่น! ความรู้สึกอับอาย โกรธแค้น และความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่มีต่อนางตีกันในอก!


    'บังอาจ! นางกล้าด่าข้าถึงสองครั้งสองครา!' เขากัดฟันแน่น 'ข้า... ไท่เซวียน ขอสาบาน! ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร มาจากไหน ข้าจะต้องจับตัวเจ้า...มาเป็นของข้าให้จงได้!!!'


    ปณิธานใหม่ที่ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกผิด แต่เกิดจากโทสะและความต้องการเอาชนะ ก่อตัวขึ้นในใจของอดีตองค์ชายเป็นครั้งแรก ณ ดินแดนอันห่างไกลแห่งนี้...

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess) ที่คุณอ่าน