ตอนที่ 12 : การแข่งกันในงานประมูล (3)
ขณะนั้นเอง... ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“คุณชายเทียน การประมูล่บ่ายของวันนี้ กำลังจะเริ่มขึ้น ในอีกครึ่งชั่วยามนะเ้าคะ” เฉิงชิงชิงยืนอยู่ข้างนอกอย่างเบื่อหน่าย
ประตูกำลังเปิดออก.... ม๋อเทียนมองนางแล้วพยักหน้าให้ เขากำลังจะเดินผ่านประตูออกไป
“แม่นางเฉิงชิงชิง หน้าข้ามีอะไรติดอยู่ อีกแล้วอย่างนั้นหรือ??? ” ม๋อเทียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“เปล่า!!! ไม่มีอะไรเ้าคะ” ใบหน้าของนางเป็สีแดงก่ำ เดินสะดุดหิน ลำบากถึงม๋อเทียน ต้องเข้าไปช่วยประคองนางเอาไว้ เขาส่ายศีรษะและหัวเราะ เดินนำหน้านางไป
เฉิงชิงชิงเขินอาย พร้อมกับกระทืบเท้าอย่างขัดใจ และเดินตามม๋อเทียนไปยังห้องประมูลส่วนตัวหมายเลข 7
“พี่ม๋อเทียน พลังของท่าน... กลับมาแล้วหรือ??? ” ตาของม๋ออิงเป็สีแดง น้ำตาคลอที่เบ้าตา ทันทีที่เห็นม๋อเทียน นางวิ่งเข้าไปกอดเขาอย่างแแ่
“โตแล้ว... อย่าขี้แยสิ... ยัยเด็กบ๊อง!!!” ม๋อเทียนลูบหัวนางอย่างอ่อนโยน รู้สึกอบอุ่นใจ ชาตินี้ไม่มีญาติที่ไหน จะดีกับเขาไปกว่าม๋ออิง และท่านป้าเชี่ยอีกแล้ว ม๋อเทียนสาบานกับตนเองว่า จะคอยดูแลปกป้อง ทั้งสองคนด้วยชีวิตของเขา
“อะแฮ่ม!!! คุณชายเทียน พวกท่านจะทานอาหารกลางวันเลยหรือไม่เ้าคะ” เฉิงชิงชิงกล่าวด้วยใบหน้าที่ฉงน
“จัดมาเลย แม่นางเฉิงชิงชิง... แม่นางก็มาร่วมโต๊ะกับพวกเราด้วยเลย” ม๋อเทียนกล่าวอย่างอารมณ์ดี
ระหว่างที่ทั้งสามคน กำลังรับประทานอาหารกลางวันกันอยู่นั้น ม๋อเทียนก็หยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งใบ วางลงตรงหน้าของเฉิงชิงชิง แล้วกล่าวว่า “แม่นางเฉิงชิงชิง พอจะจัดหาสมุนไพรเหล่านี้ให้ข้า ก่อนงานประมูล่บ่ายนี้จะจบลงได้หรือไม่”
เฉิงชิงชิง หยิบกระดาษตรงหน้าขึ้นมา แล้วเริ่มอ่านดู จากนั้นนางจึงขมวดคิ้ว และกล่าวว่า “สมุนไพรสิบห้าชนิดในใบรายการนี้ ทางหอการค้าของเรามีอยู่สิบสามชนิด ส่วนอีกสองชนิด คือ ดอกพิษหลงลืมกับใบว่านหกสี ที่ค่อนข้างหายาก ถ้าหากคุณชายเทียน้าเป็จำนวนมาก อาจจะต้องรออีกสักสองถึงสามวัน”
“ไม่เป็ไร... เอาเท่าที่มีก่อนก็ได้ ส่วนเงินค่าสมุนไพร แม่นางเฉิงชิงชิงก็หักจากเงิน ที่ขายคัมภีร์ได้ก็แล้วกัน” ม๋อเทียนกล่าวอย่างซื่อตรง
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะรีบไปจัดเตรียมให้ท่านโดยทันที” เฉิงชิงชิงกล่าวอย่างจริงใจ
เมื่อเฉิงชิงชิงออกจากห้องไป การประมูล่บ่ายก็เริ่มต้นขึ้น ม๋อเทียนมองดูอย่างเบื่อหน่าย เพราะสิ่งของเหล่านี้ ไม่มีสักชิ้นที่เขาสนใจเลย เขาจึงหันมาสนใจม๋ออิงและกล่าวว่า “น้องอิง เ้าอยากใช้ชีวิตแบบไหน??? ”
ม๋ออิงหันไปมองใบหน้าของเขาอย่างมึนงง แล้วตอบกลับว่า “ข้าอยากอยู่กับท่านพี่ และท่านแม่ไปตลอดชีวิต”
“เ้าไม่คิดที่จะแต่งงานเลยหรืออย่างไร??? ” ม๋อเทียนมองไปที่แววตาของนาง
“ไม่!!! ชีวิตนี้ข้าจะอยู่กับท่านและท่านแม่ แม้ท่านไม่ยินยอม ข้าก็จะขอติดตามท่านไปจนสุดขอบฟ้า” ม๋ออิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน
ม๋อเทียนเห็นแววตาที่จริงจังของนาง ในใจรู้สึกหวั่นไหวและมีความสุขที่สุด
“ดี... ถ้าเ้ามีความคิดที่จะติดตามข้าในอนาคต มันอาจจะมีอุปสรรค ให้เราต้องฝ่าฟันร่วมกัน ข้ามีเคล็ดวิชาที่พอจะเหมาะสมกับเ้าอยู่ ข้าจะถ่ายทอดให้กับเ้า แต่เ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ถ่ายทอดให้ใครอีกได้หรือไม่”
“ได้!!! แค่ได้ติดตามท่าน จะให้ข้าทำอย่างไรก็ได้!!!” ม๋ออิงจับมือเขาไว้แน่นพร้อมกล่าวขึ้น
ม๋อเทียนยกนิ้วแตะไปที่หน้าผากของนาง “ทำจิตให้ว่าง ตั้งสมาธิไว้” เสียงของเขากล่าวอย่างห่วงใย
“วูบบบบบ!!!”
ข้อมูลจำนวนมากของเคล็ดวิชาฝึกกำลังภายใน พลันถูกถ่ายทอดไปที่ม๋ออิง เคล็ดวิชานี้เรียกว่า เคล็ดวิชาหงส์ฟ้าพิชิตเหมันต์ และม๋อเทียนยังมอบ เคล็ดวิชาเพลงกระบี่เหมันต์ ให้นางอีกด้วย
“พี่ม๋อเทียน นี่มัน...!!! เป็เคล็ดวิชาระดับไหนกัน มันช่างดูลึกล้ำเป็อย่างมาก” ม๋ออิงกล่าวอย่างใ
“เคล็ดวิชาหงส์ฟ้าพิชิตเหมันต์ ซึ่งเป็เคล็ดวิชาระดับ์ขั้นสูงสุด”
“เคล็ดวิชาเพลงกระบี่เหมันต์ เป็เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นกลาง” ม๋อเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ
“ระดับ์...??? ระดับจักรพรรดิ...??? คือระดับใด ข้าไม่รู้จัก ในสำนักที่เรียนก็ไม่มีขั้นนี้นี่” ม๋ออิงสงสัย
“เด็กน้อย... ระดับของเคล็ดวิชาแบ่งเป็ ขั้นย่อย 3 ขั้น มันคือ ขั้นต้น, ขั้นกลาง, ขั้นสูง ก็จริง แต่มันยังมีระดับขั้นใหญ่ แบ่งเป็อีก 6 ระดับ ซึ่งมันก็คือ”
“1. เคล็ดวิชาระดับมนุษย์”
“2. เคล็ดวิชาระดับิญญา”
“3. เคล็ดวิชาระดับปฐี”
“4. เคล็ดวิชาระดับนภา”
“5. เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิ”
“6. เคล็ดวิชาระดับ์”
ม๋ออิงดวงตาเปิดกว้าง นางรู้แค่เคล็ดวิชาระดับนภา คือระดับสูงสุด แต่เคล็ดวิชาที่นางได้รับ จากม๋อเทียนนั้นยังอยู่เหนือขึ้นไปอีก
ม๋อเทียนเงียบลง แล้วปล่อยให้นางได้เรียบเรียงข้อมูล ที่นางเพิ่งได้รับไป สักพักพอเขาเห็นว่า แววตาของนางกลับมาเป็ปกติ ก็กล่าวต่อว่า “การฝึกพลังปราณนั้นสำคัญก็จริง แต่เ้าควรฝึกเคล็ดวิชาจิติญญาควบคู่ไปด้วย”
ม๋อเทียน ถ่ายทอดเคล็ดวิชาจิติญญาให้ม๋ออิงอีกครั้ง และเมื่อเขาเห็นนางลืมตาขึ้น จึงกล่าวว่า “เคล็ดวิชาจิติญญานี้ เรียกว่า เคล็ดวิชาจิตใฝ่ฝัน เป็เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นสูง”
“ขอบคุณมาก!!! พี่ม๋อเทียน... ข้าจะตั้งใจฝึกฝนให้หนัก” ม๋ออิงดีใจะโกอดม๋อเทียนจนแน่น
ขณะนั้นประตูก็เปิดออก…..
“..........”
“อะแฮ่ม!!! คุณชายม๋อเทียน สมุนไพรที่ท่าน้า ข้าได้จัดเตรียมไว้ ให้ท่านเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ ให้ข้าจัดส่งไปยังที่ใด??? ” เฉิงชิงชิงกล่าวอย่างเชิงขอโทษที่มาขัดจังหวะ
“เอ่อ... เ้านำมันไปไว้ ที่ห้องหลอมโอสถได้เลย พอการประมูล่บ่ายจบลง ข้าจะไปหลอมมันทันที” ม๋อเทียนกล่าวด้วยสีหน้าปกติ
“ได้เ้าค่ะ...” เฉิงชิงชิงเดินออกไปอีกรอบ
ม๋อเทียนเหลือบมองไปยังเวทีประมูล เขาเห็นกระบี่ขึ้นสนิมสีดำ ที่กำลังถูกนำขึ้นมาบนเวที
“รายการนี้ คือ กระบี่จิตบริสุทธิ์ ลักษณะของกระบี่ ตรงกับในหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง เป็อุปกรณ์ระดับจักรพรรดิ!!!” เสียงของเนี่ยเซียงหลีเงียบลงชั่วครู่
“เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่าแม่นางเนี่ยเซียงหลี??? กระบี่นั่น… ข้าไม่สามารถััพลังของมันได้เลย” ชายหน้าเหลี่ยมด้านล่างเวทีโวยขึ้นมา
“ใช่!!! ข้าััไม่ได้เช่นกัน”
“ข้าด้วย......”
“ข้าก็ด้วย...”
ทุกคนในงานประมูล ไม่มีใครัั ถึงความพิเศษของกระบี่เล่มนี้ ได้เลยแม้แต่คนเดียว รวมไปถึงตัวแทนจากเจ็ดสำนักใหญ่ด้วย
“พี่ม๋อเทียน พี่เห็นอะไรในกระบี่เล่มนี้หรือไม่??? ข้าเห็นท่านเอาแต่จ้องมันอย่างไม่วางตา” ม๋ออิงถามอย่างสนใจ
“ใช่!!! มันคือ กระบี่ระดับจักรพรรดิจริง ๆ แต่จิติญญาของมัน ถูกผนึกเอาไว้ด้วยอาคมระดับสูงมาก เป็อาคมผนึกปีศาจ ข้าคาดเดาว่า จิติญญาของกระบี่เล่มนี้ ดื่มโลหิตของผู้คนมากมาย ที่มีความเคียดแค้น ทำให้จิติญญาที่บริสุทธิ์ค่อย ๆ เปลี่ยน ไปเป็จิติญญามาร” ม๋อเทียนกล่าวด้วยเสียงปกติ
เนี่ยเซียงหลียิ้มอย่างพึงพอใจ และกล่าวว่า “กระบี่จิตบริสุทธิ์ เคยเป็อาวุธคู่กายของมารกระบี่ต๋วนมู่”
“อะไรนะ!!!”
“...................”
“ไม่แปลกใจเลย มันเป็กระบี่ต้องสาปจาก์นั่นเอง พลังปราณจึงถูก์ยึดคืนไป ใครที่ได้กระบี่เล่มนี้ มักจะไม่ตายดีสักราย” ชายหน้าเหลี่ยมะโเสียงดัง
มารกระบี่ต๋วนมู่นั้นเป็คนวิปริต ไล่ฆ่าคนทั้งเมืองใหญ่ เนื่องมาจากว่า แมวจรที่เขามักให้อาหารอยู่เสมอ โดนสุนัขของคุณหนูท่านหนึ่ง ที่เป็บุตรของขุนนางในเมืองกัดตาย ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เหตุการณ์ในคราวนั้น มีคนตายมากกว่าสิบล้านคน ด้วยน้ำมือของมารกระบี่ต๋วนมู่
ดังนั้นทางการและเจ็ดสำนักใหญ่ ต้องส่งยอดฝีมือระดับปราณกษัติย์ ออกมาไล่ล่าอยู่หลายต่อหลายเดือน ในท้ายที่สุดแล้วมารกระบี่ต๋วนมู่ ก็ถูกตัดแขนข้างที่ถือกระบี่ไว้ เขาจึงะโลงหน้าผาไป และไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาในทวีปแห่งนี้อีกเลย
“เป็อย่างที่พี่ม๋อเทียนกล่าวไว้เลย” ม๋ออิงกล่าวอย่างภูมิใจ
“ราคาเริ่มต้นที่ สองแสนเหรียญทอง เรียกราคาขั้นต่ำที่ หนึ่งหมื่นเหรียญทอง” เนี่ยเซียงหลีะโขึ้นมา
“........” ทั้งห้องโถงเงียบเป็เป่าสาก ไม่มีใครกล้าเปิดประมูลเลย
ม๋อเทียนมองดูด้านล่างแล้วส่ายศีรษะ เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “สองแสนเหรียญทอง”
เนี่ยเซียงหลีทำสีหน้าโล่งอกทันที!!!
“สองแสนเหรียญทอง ครั้งที่1... ครั้งที่2... ครั้งที่3... ขาย!!!” เนี่ยเซียงหลียิ้มอย่างสดใส “ขอแสดงความยินดีด้วยคุณชายม๋อเทียน”
ม๋อเทียนแทบตกจากเก้าอี้ เนื่องจากนางรีบนับจนลิ้นแทบพันกัน
“ฮ่า...ฮ่า... ขยะก็ต้องคู่ควรกับขยะถูกต้องแล้ว” เสียงของฟางอี๋ดังขึ้นอย่างสะใจ
“สหายฟางอี๋… ยังอยู่อีกหรือ ข้าคิดว่าเงินของเ้าหมดแล้วเสียอีก เห็นนั่งเงียบตลอดเลยวันนี้” ม๋อเทียนอมยิ้มและกล่าวออกมาด้วยเสียงสดใส
“หนอยเ้า!!!” ฟางอี๋เริ่มทำลายข้าวของในห้องอีกครั้ง
“คิก...คิก... ชายคนนี้ไม่รู้จักเข็ดหลาบจริง ๆ ” ม๋ออิงหัวเราะอย่างงดงาม
ชั่วครู่… ประตูห้องม๋อเทียนก็เปิดออก เฉิงชิงชิงนำกระบี่จิตบริสุทธิ์มาส่งให้ และทำสีหน้าอย่างเป็ห่วง “ท่านอยากได้จริง ๆ หรือ กระบี่เล่มนี้มันเป็สิ่งอันตรายอย่างมาก โปรดระมัดระวังด้วย” นางเตือนอย่างเป็ห่วง
“ได้!!! ข้าจะจำไว้ แม่นางเฉิงชิงชิง โปรดถอยออกห่างจากข้าสักนิด เ้าเองก็ด้วยน้องอิง” ม๋อเทียนกล่าวอย่างเคร่งเครียด
พอทั้งสองสาวถอยออกไปยืนใกล้ ๆ ประตูทางออกแล้ว ม๋อเทียนก็หยิบมีดสั้นขึ้นมา กรีดไปที่นิ้วของตนเอง และใช้นิ้วนั้นเขียนอักขระอาคมแปลก ๆ ขึ้นที่ตัวกระบี่
“กริ่ง!...กริ่ง!...กริ่ง!...”
กระบี่จิตบริสุทธิ์ กำลังลอยตัวขึ้น และสั่นอย่างรุนแรง จิตสังหารมากมาย หลุดออกมาจากตัวกระบี่ และพุ่งเข้าสู่หน้าผากของม๋อเทียน
“ไม่.......!!!” ม๋ออิงะโสุดเสียง
“..........” เฉิงชิงชิงพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองดูอย่างเสียใจ
ม๋อเทียน ยกมือห้ามม๋ออิงและเฉิงชิงชิงไว้ แล้วกล่าวขึ้นว่า “อย่าเข้ามา!!! ข้าไม่เป็อะไร”
จิติญญามารของกระบี่ ทะลวงเข้าสู่จิติญญาของม๋อเทียน และพยายามที่จะทำลาย จิติญญาของเขาลงให้จงได้ ม๋อเทียนส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยใจ
“เคล็ดวิชาจิตเทพโลกา !!!” แสงสีขาวส่องสว่างฉายไปที่ตัวกระบี่จิตบริสุทธิ์
กระบี่จิตบริสุทธิ์ เริ่มสั่นรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ มันรู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างร้ายแรง จากแสงสีขาวนี้และพยายามบินหนี ม๋อเทียนจึงรีบคว้ากระบี่จิตบริสุทธิ์เอาไว้ แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า
“ไม่เป็ไร... ไม่มีใครคิดจะทำร้ายเ้าอีก ผู้เดิมของเ้า ใช้เ้าในทางที่ผิด จนเกิดจิตมารขึ้น ตอนนี้ข้าคลายผนึกให้เ้าแล้ว ถ้าเ้าอยากต่อสู้อีกครั้ง จงอย่าต่อต้านพลัง จิติญญาศักดิ์สิทธิ์ของข้า ข้าจะชำระจิตมารให้เ้า และพวกเรามาร่วมเดิน ไปในเส้นทางที่ถูกต้องด้วยกันเถิด”