ครั้นจูฉุนอี้ระบายโทสะเสร็จสิ้น เห็นรอยแดงฉานบนหน้านางก็ใจอ่อนลงมากึ่งหนึ่งรีบเดินไปอ่างล้างหน้าบิดผ้าขนหนูจนหมาด นำไปประคบแก้มของนาง
“จือจือ แคว้นต้าฉีใกล้ล่มสลายแล้ว จ้าวสุยนำทหารยอดฝีมือหนึ่งแสนนายมาประจำการอยู่นอกเมืองบังคับให้ฮ่องเต้สละราชสมบัติ ยามนี้มีเพียงเว่ยกั๋วกงเป็แนวต้านอยู่ด้านหน้าทว่าเกรงว่าเว่ยกั๋วกงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่วัน ถึงเวลานั้นสกุลเว่ยก็จะเป็เป้าหมายแรกที่จ้าวสุยและฉู่อ๋องโจมตีลองคิดดูเถิดหากจิ่นผินออกเรือนไป ไม่เพียงแต่จะทำร้ายนาง แม้แต่พ่อเ้าก็อาจติดร่างแหไปด้วย”
ราวกับลู่อวิ๋นจือไร้สตินึกคิดจนสิ้นแล้วสายตาทั้งว่างเปล่าและสิ้นหวัง “พูดอย่างนี้ ท่านจะรับนางเข้ามาในจวนให้ได้เลยใช่หรือไม่ท่านโหวเหตุไฉนท่านจึงต้องเอาเปรียบนาง จะดีร้ายอย่างไรนางก็เป็ถึงธิดาภรรยาเอกแห่งจวนอู่อันโหวไม่งั้นท่านก็ปลดข้าแล้วรับนางมาเป็ภรรยาเอกเสียสิ”
จูฉุนอี้สลัดผ้าเช็ดหน้าทิ้งอย่างฉุนเฉียวถลึงตาด้วยความเดือดดาลจัด พลันสะบัดแขนเสื้อ “หึ!ข้าคิดไม่ถึงเลยนะว่าเ้าจะอิจฉาตาร้อนถึงเพียงนี้! หากรู้ั้แ่แรกว่าเ้าพาลง่ายขนาดนี้ตอนนั้นข้าไม่น่าฝ่าฝืนท่านแม่ตบแต่งเ้าเข้าจวนมาอย่างโอ่อ่าผ่าเผยเลย!”
ใช่ เขาเบื่อนาง เกลียดนาง เอือมนางแล้วไม่ว่านางจะพูดอะไรก็ผิด จะทำอะไรก็ผิดไปเสียหมด!
ณ บ้านสกุลจู ตอนแรกนางเคยคิดว่าแม้ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องแต่จะหาเื่ต่างๆนานา แต่เป็ตายร้ายดีอย่างไรยังมีเขาคอยปกป้องอยู่เพื่อเขาแล้วนางจึงอดทนกับสายตาเหยียดหยามของฮูหยินผู้เฒ่าได้อดทนกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของทั้งนายและบ่าวในจวนได้ทว่าตอนนี้นางมีค่าอันใดเล่า
เดิมทีนางอยู่ในจวนแห่งนี้ก็ลำบากยากเข็ญทุกฝีก้าวบัดนี้ยังจะมิได้รับความสนใจจากสามีอีก ภายภาคหน้านางมิไยกลายเป็คนหัวเดียวกระเทียมลีบหรอกหรือ
ลู่อวิ๋นจือไหล่สั่น รอยยิ้มค่อยๆ แย้มกว้างขึ้นเรื่อยๆขบขันไปขบขันมา หยาดน้ำตาก็ทะลักรินไหล
“นางบ้า!” จูฉุนอี้เหลือบมองอย่างรังเกียจมิอยากทนเห็น จึงหมุนตัวสะบัดชายแขนเสื้อ จากไปอย่างเมินเฉย
ชิวฮว่าที่ยืนอยู่ด้านนอกเดินเข้ามาพร้อมน้ำตาเนืองนองมองลู่อวิ๋นจือที่ร่ำไห้ระทมทุกข์ด้วยความปวดใจ
“ฮูหยินอย่าร้องไห้ไปเลย ต้องรักษาสุขภาพเอาไว้นะเ้าคะ”ชิวฮว่านั่งลงที่ข้างขอบเตียง ซับน้ำตาให้นางเบาๆ
หรือว่าฮูหยินกับฮูหยินคนก่อนแห่งจวนอู่อันโหวมีชะตาอาภัพเหมือนกันงั้นหรือ
“เขาไม่้าข้า ข้ารักษาตัวไปจะมีประโยชน์อันใดข้าอยากให้ยมทูตรีบๆ พาร่างนี้ไปยิ่งนัก จะได้หลุดพ้นสักที...”อวิ๋นจือผู้น่าสงสารร้องสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจตาย
ชิวฮว่านึกแค้นในใจมิหาย!
ฮูหยินจิตใจดี มีรักมั่น ไม่ว่าเื่อันใดก็คะนึงถึงแต่ท่านโหวคิดถึงแต่ท่านโหว ทว่าท่านโหวกลับทำกับนางเช่นนี้ได้ เห็นนางร้องไห้น่าเวทนาปานฉะนี้ไม่ต้องพูดถึงบุรุษ แม้นสตรีมาเห็นก็ใจสลาย เหตุไฉนท่านโหวถึงใจไม้ไส้ระกำถึงเพียงนี้!
“ฮูหยินหากท่านไม่นึกถึงตัวเอง ก็นึกถึงคุณชายน้อยเสียหน่อยเถิดถ้าท่านยอมแพ้จะมิเป็การเสียเปรียบคุณหนูจิ่นผินหรือถึงเวลานั้นคนที่ต้องทนทุกข์ก็คือคุณชายน้อย หรือว่าฮูหยินอยากให้คุณชายน้อยประสบเหตุการณ์แบบเดียวกันเ้าคะ”
ลู่อวิ๋นจือเริ่มพะวงขึ้นมาทันใดจนลืมร้องไห้
ยามอายุห้าขวบ ภาพเหตุการณ์ที่มารดาถูกเผาราวกับเป็เชื้อโรคร้ายที่เรือนส่วนในแห่งจวนสกุลโหวกลายเป็ฝันร้ายที่ไม่อาจลืมชั่วชีวิตนางยังจดจำสีหน้าสาแก่ใจอันชั่วร้ายของโต้วสือสยาได้!
หลังจากมารดาสิ้นลม จากคุณหนูผู้ถือกำเนิดจากภรรยาเอกนางถูกลดศักดิ์ กลายเป็แค่ธิดาอนุตำแหน่งต้อยต่ำ...
สมัยอาศัยอยู่ในจวนอู่อันโหวนางคอยประพฤติตัวอย่างระมัดระวังมาั้แ่เล็กๆถึงกระนั้นในสายตาของโต้วสือสยาก็ยังเห็นนางเป็หนามยอกอกอยู่ดี
ความอัดอั้นตันใจของลู่อวิ๋นจือค่อยๆบรรเทา แววตานางกระจ่างขึ้น
ครั้นถึงวันรุ่งขึ้นลู่อวิ๋นจือสวมชุดสตรียาวสีชาด บนแขนเรียวบางสวมกำไลหยกโมราเนื้อใสดวงหน้างดงามผัดแป้งสีแดงสดเพื่อปกปิดความโศกบนใบหน้า ชิวฮว่ามวยผมทรงเมฆาคล้อย[1]ให้นางอดกล่าวเยินยอมิได้ “ฮูหยินช่างดูเหมือนเทพธิดาออกมาจากภาพวาดเสียจริงเ้าค่ะ”
นางฉีกยิ้มขมขื่นพลันปักปิ่นหยกไว้บนกระหม่อม
อิ้นเกอร์โผเข้าอ้อมกอดลู่อวิ๋นจืออย่างมีความสุขเอนศีรษะหันไปยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านแม่เป็สตรีที่งามที่สุดในใต้หล้า”
ลู่อวิ๋นจือประทับจูบลงบนแก้มขาวเนียนด้วยความรักใคร่เอ็นดู“อิ้นเกอร์ไปคารวะท่านย่ากับแม่กัน”
ครั้นออกจากเรือนส่วนในอันเขียวชอุ่มร่มเย็นก็เป็ระเบียงทางเดินที่เรียบง่ายสวยงามลู่อวิ๋นจือเดินไปตามระเบียง เห็นเหล่าบ่าวรับใช้วัยชราเดินเข้าเดินออกกันวุ่นวายอยู่ที่เรือนส่วนหน้าครั้นพวกนางเห็นลู่อวิ๋นจือเดินเข้ามาก็ประหลาดใจกันถ้วนหน้าบ่าวชราสองสามคนที่กวาดพื้นอยู่รีบจับกลุ่มแอบซุบซิบกัน
อิ้นเกอร์เห็นดังนั้นก็เงยหน้ามองลู่อวิ๋นจืออดปล่อยมือนางแล้วเดินล่วงไปด้านหน้าไม่ได้
ครั้นเห็นบุตรชายเดินจากตนเองไปไกลลู่อวิ๋นจือพลันเสียใจ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6
[1] มวยเมฆาคล้อย เป็ทรงผมสตรีจีนโบราณลักษณะขดผมเกล้าขึ้นไปข้างบน คล้ายเมฆลอยอยู่เหนือศีรษะแลดูมีความอ่อนช้อยคล้ายก้อนเมฆ