ด้านนายกองสกุลเซียงก็แปลกใจเช่นกันที่เห็นนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮามาปรากฏตัวที่นี่ตามลำพัง แต่ด้วยความที่ทั้งสองเป็คนคุ้นเคยกัน ทำให้หัวหน้าองครักษ์ลดความระแวงลง เขาตอบเผยจือฉู่ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดถึงสาเหตุที่ต้องพาทหารบุกมาที่นี่
“ข้านึกว่าใคร ที่แท้เป็นางกำนัลเผยนี่เอง”
“เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนมีโจรชั่วบังอาจลอบสังหารฝ่าา พวกข้าตามไล่ล่ามือสังหารจนมาถึงวังชั้นใน มันพลาดท่าต้องธนูพิษของพวกข้าคิดว่าน่าจะได้รับาเ็ไม่น้อย พวกข้าตามรอยเืของมันจนมาถึงที่นี่ ก็เลยพาทหารเข้ามาค้นหา...ว่าแต่เ้าเถอะเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า ไยมิอยู่เฝ้าฮองเฮาที่อุทยาน แล้วนั่นถือชามอะไรมาด้วย” นายกองเซียงย้อนถามเผยจือฉู่หลายประโยค
คำว่าโจรลอบสังหารจากปากของนายกองเซียงทำให้เผยจือฉู่ใจนหน้าถอดสีจนลืมตอบคำถามขององครักษ์ถึงสาเหตุที่มาเสนอหน้าอยู่ที่นี่ นางรีบถามถึงเหตุการณ์ลอบสังหารในอุทยานอย่างร้อนรน
“อะไรนะมีโจรลอบสังหารเหรอ! ละ...แล้วฝ่าาทรงปลอดภัยดีหรือไม่” เผยจือฉู่ละล่ำละลักถาม ดวงตาเบิกกว้าง มือที่ถือชามใส่น้ำแกงสั่นกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่ามีเหตุลอบสังหารฮ่องเต้
สักพักก็ได้สติ นางจึงรีบประคองถ้วยน้ำแกงไม่ให้น้ำสีเขียวในชามกระฉอกออกมา ของสำคัญเช่นนี้จะปล่อยให้หกเรี่ยราดได้ยังไง กว่าจะได้กลายเป็คนสนิทรับใช้ใกล้ชิดฮองเฮาหลี่ไม่ใช่เื่ง่ายเลย เส้นทางแห่งความรุ่งเรืองที่ได้มานางต้องเสียสละมากมาย เื่อะไรจะทำให้น้ำแกงถ้วยนี้หกไปอย่างเสียเปล่าเล่า หากภารกิจนี้เสร็จสิ้นนางก็จะได้เลื่อนขั้นจากนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮา กลายเป็ฮูหยินพิเศษที่ได้ถวายงานในห้องบรรทมของฝ่าารูปงาม
“ฝ่าาปลอดภัยดีไม่ต้องเป็ห่วง แต่ข้าว่าเ้ารีบออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า โจรชั่วมันต้องเข้ามาหลบที่นี่แน่ ในนี้ไม่ปลอดภัยหากมีการปะทะกันเกรงว่าเ้าจะถูกลูกหลงไปด้วย” นายกองเซียงเอ่ยปากไล่ให้เผยจือฉู่ออกไปจากที่นี่ เพราะตอนนี้งานที่สำคัญที่สุดของพวกเขาก็คือการล่าตัวคนร้าย อยู่ๆ มีนางกำนัลของฮองเฮาโผล่มาขัดจังหวะย่อมไม่ดีแน่
แต่เผยจือฉู่ไม่อาจออกไปได้ นางจึงขอร้องนายกองให้พาทหารออกไปรอด้านนอกสักครู่
“ข้ามีงานสำคัญมากจะต้องทำที่ตำหนักหลังนั้น เป็รับสั่งที่สำคัญมากจากฮองเฮา ขอเวลาให้ข้าสักสองเค่อได้หรือไม่เ้าคะ ข้าจะรีบจัดการธุระให้เสร็จ แล้วจะรีบออกไปทันที” นางกำนัลพูดพร้อมกับส่งสายตาแฝงเลศนัยไปยังชามแกงที่อยู่ในมือ
นายกองเซียงหลุบตาลงมองชามน้ำแกงในมือของเผยจือฉู่ เพียงแค่เห็นก็เข้าใจได้ทันทีถึงธุระสำคัญที่ฮองเฮาส่งเผยจือฉู่มาที่นี่
ณ เรือนเล็กที่ด้านข้างของตำหนักหลังนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งถูกกักขังไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ดึกป่านนี้เผยจือฉู่ถือชามแกงมาที่นี่ หากมิใช่เพื่อปลิดชีพผู้หญิงคนนั้นแล้วจะเป็อะไรไปได้
หลี่ฮองเฮาเพิ่งเลื่อนขึ้นมาเป็ฮองเฮาองค์ใหม่แทนที่สตรีคนเก่า ย่อมหมายความว่านางคือคนสำคัญในพระทัยของฮ่องเต้ นายกองเซียงนิ่งไปอึดใจหนึ่งคำนวณข้อได้เสีย แล้วก็ตัดสินใจปล่อยให้เผยจือฉู่จัดการทำหน้าที่ของตนเองเสียก่อน ส่วนพวกเขาจะล้อมตำหนักหลังนี้ไว้ชั่วคราว
“ก็ได้ เ้าไปทำตามรับสั่งของฮองเฮาให้เสร็จสิ้นก่อนเถิด ข้าจะสั่งให้ทหารล้อมกำแพงด้านนอกไว้ เ้ามีเวลาแค่สองเค่อเท่านั้น เร่งมือหน่อยก็แล้วกัน” นายกองเซียงพูดพร้อมกับกำชับให้เผยจือฉู่เร่งทำงานให้เสร็จภายในเวลาสองเค่อ
“ขอบคุณมากท่านนายกอง ข้าจะรีบลงมือให้เร็วที่สุด” เผยจือฉู่ส่งยิ้มให้นายทหารอย่างยินดี ยิ่งรู้ว่าองครักษ์ยังไม่จากไปไหนแค่ล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้ข้างนอกนางก็ใจชื้นขึ้นเป็กอง
พอตกลงกันเสร็จนายกองเซียงก็เปลี่ยนคำสั่ง ะโบอกพวกทหารที่ยืนออกันอยู่ให้ถอยกลับไปตั้งหลักข้างนอก กระจายกำลังล้อมรอบกำแพงสี่ด้าน เฝ้าคุมโจรลอบสังหารไว้ก่อน
เมื่อทหารราชองครักษ์พากันออกไปจนหมดแล้ว เผยจือฉู่ก็หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดเบื้องหน้า แล้วถือโคมไฟฝ่าความมืดกลับไปยังทางเดิมที่นางเพิ่งออกมา
สีหน้าของเผยจือฉู่เปลี่ยนเป็โเี้ รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นตรงมุมปากเมื่อเดินมาถึงลานกว้างตรงหน้าตำหนักสีดำ นางเร่งฝีเท้ามุ่งไปยังเรือนหลังเล็กที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งบัดนี้มีสภาพผุพังแตกต่างจากตำหนักสีดำอย่างน่าประหลาดใจ ประตูของเรือนหลังนั้นหลุดออกมากองบนพื้นทั้งแถบ หลังคาเรือนผุพังจนกลายเป็ช่องโหว่ขนาดใหญ่ทำให้แสงจันทร์ยามค่ำคืนส่องลอดลงมาจนถึงพื้นห้อง