หลี่กงกงหายไปไม่นานก็เข้ามาพร้อมซูเว่ยฉี
หลี่กงกง “นำตัวซูเว่ยฉีมาแล้วพะยะคะ
ฝ่าา “เสนาบดีเจียนข้าว่าท่านรับซูเว่ยฉีเป็บุตรบุญธรรม จะง่ายกว่าไม่ต้องรับคนใหม่เข้ามา แล้วนางก็เป็คนสนิทของเหม่ยเหรินอยู่แล้ว ข้าจะมอบตำแหน่ง ฉางจ้ายให้นาง ท่านคิดเห็นเช่นไร”
เสนาบดีเจียน(คิด) “นางเข้าวังมาพร้อมบุตรสาวของข้าเสนอตัวเป็นางกำนัลคนสนิทแต่บุตรสาวข้าตายไปนางกลับได้รับประโยชน์ ข้าว่าเื่นี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่เป็แน่ ข้าต้องตรวจสอบ”
เสนาบดีเจียน “ทุกอย่างให้เป็ไปตามรับสั่งของฝ่าาพะยะคะ ฝ่าาให้เกียรติเช่นนี้กระหม่อมทราบซึ่งใจอย่างยิ่ง”
ฝ่าา “ดี ถ้าอย่างนั้น เสนาบดีเจียนเ้าก็กลับไปจัดการเื่ให้เรียบร้อย เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ข้าจะแต่งตั่งนางเป็ฉางจ้าย (ซูเว่ยฉี) เ้ายืนงงอะไร ไปส่งท่านพ่อบุญธรรมเ้าเถอะ เ้ากับพ่อบุญธรรมของเ้าจะได้พูดคุยกัน”
ซูเว่ยฉี “หม่อมฉันของทูลลาเพคะ”
จากนั้นหลี่กงกงก็เดินนำทางไปส่งท่านเสนาบดีเจียน พร้อมซูเว่ยฉี
ซูเว่ยฉีก็ได้ไปคว้าแขนเสนาบดีเจียน แล้วกล่าวกับเสนาเจียน
ซูเว่ยฉี “ไปเถอะเพคะพ่อบุญธรรม”
แล้วเดินออกจากตำหนักฝ่าา เสนาบดีเจียนขบคิด ว่าเกิดอะไรขึ้นกับบุตรสาวของตนเองทำไมถึงเป็ซูเว่ยฉีที่ได้รับผลประโยชนนี้ ในขณะเดินไป คิดไป ไคร่ควรอยู่นานก็ได้สบัดแขนของซูเว่ยฉีออกแล้วหยุดเดินกล่าวกับซูเว่ยฉี
เสนาบดีเจียน “ปล่อยข้า ตอนนี้เ้ามีหน้ามีตาแล้ว เป็เพราะว่าเ้าทำร้ายบุตรสาวของข้าใช่หรือไม”
ซูเว่ยฉี(น้ำเสียงเยาะเย้ย) “หม่อมฉันมิกล้า ไหนเลยจะกล้าทำร้ายบุตรสาวของท่านพ่อบุญธรรม
ที่ฝ่าาแต่งตั้งหม่อมฉันในครั้งนี้ ก็คงเป็เพราะเห็นความสำคัญของท่านพ่อบุญธรรม ไม่อยากให้ท่านพ่อลำบากจัดสรรค์หาผู้ใดให้เหน็ดเหนื่อย
ท่านพ่อบุญธรรมต้องถนอมพระวรกายด้วยนะเพคะ หม่อมฉันเป็ห่วงกังวนว่าท่านจะเหน็ดเหนื่อยมากไปจนต้องตามบุตรสาวของท่านไปถึงปรโลก”
เสนาบีดีเจียน(น้ำเสียงโมโห) “ เ้า!!...เ้าชั่งกล้าพูดเช่นนี้กับข้า เ้าคงไม่ลืมว่าจวนของข้าดีกับเ้าเช่นไหร และเ้าคงยังไม่ลืมวันที่พวกเ้าสามแม่ลูกมาคุกเข่าขอความช่วยเหลือกจากข้า
เ้ามีตำแหน่ง มีหน้ามีตา เ้าจงจำได้ว่าตระกูลเจียนของข้าช่วยเหลือและดูแลเ้ามาจึงได้มาถึงจุดนี้
ในวันข้างหน้าเ้าคงรู้ว่าจะตอบแทนตระกูลเจียนของข้าเช่นไหร อย่าแม้แต่จะคิดจะทำเื่ไม่ดี”
ซูเว่ยฉี (คิด) "ถ้าข้ารู้ว่ามาขอความช่วยเหลือจากเ้าแล้วทำให้ท่านของข้าต้องตาย ข้ายอมอยู่ข้างนอกอย่างลำบากยังดีชะกว่า พูดขู่ข้าเช่นนี้ข้าก็จะค่อยดูว่าตระกูลเจียนที่ใหญ่หรือฝ่าากันแน่ที่ใหญ่กว่า”
หลี่กงกงเห็นว่าไม่มีผู้ใดเดินตามมา เลยจำต้องเดินกลับไปดู เห็นเข้ากับ เสนาบดีเจียนพูดคุยกันซูเว่ยฉีด้วยท่าทีโมโห จึงได้เรียกถามเสนาบดีเจียน พร้อมกับเดินเข้าไปหา
หลี่กงกง “พวกเ้าหยุดเดินทำไมกัน มีปัญหาตรงไหนหรือไม”
ซูเว่ยฉีเห็นหลี่กงกงกล่าวถามดังนั้นจึงคุกเข่าต่อหน้าเสนาบดีเจียน เพื่อทำให้ดูเหมือนว่าโดนรังแก หลีกงกงเห็นดังนั้นจึงต่อว่าเสนาบดีเจียนทันที
หลี่กงกง “เสนาบดีเจียนเ้านี้ชังกล้าให้สนมของฝ่าาคุกเข่า เ้าทำเช่นนี้เ้าลบหลู่ฝ่าาใช่หรือไม”
เสนาบดีเจียน “ป่าวนะหลี่กงกง ฉางจ๋ายเดินไม่ดีเลยสดุดล้มข้าเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาประคอง ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นข้าขอตัวก่อน”
หลี่กงกง “เสนาบดีเจียน ช้าก่อน”
เสนาบดีเจียน “หลี่กงกงมีอันใดรับสั่งหรือไม”
หลี่กงกง “ท่านยังไม่ได้คำนับ ฉางจ้ายเลยนะ ท่านเสนาอย่างได้ลืมกฎระเบียบในวังนี้ เเม้จะเป็ขุนนางระดับสูงเพียงใด ก็ยังเป็ข้ารับใช้ของฝ่าาแม้แต่เป็สมนที่ต่ำที่สุดก็ยังเป็ผู้หญิงของฝ่าา เสนาบดีเจียนไม่ได้ลืมกฎระเบียบนี้ใช่หรือไม”
พูดจบเสนาบีเจียนก็หันมากรมคำนับฉางจ้าย แบบกล้ำกลืนสนใจ
เสนาบดีเจียน “ข้าน้องขอทูลลาฉางจ้าย”
เสนาบดีเจียน(คิด) “ข้าจะต้องตรวจสอบให้ได้ว่าบุตรสาวของข้าตายด้วยสาเหตุอันใดกัน”(มองหน้าซูเว่ยฉี)
เสนาบดีเจียน “ข้าน้องขอทูลลาฉางจ้าย”
หลี่กงกง “ท่านเสนาเข้าใจผิดแล้ว ฉางจ้ายเป็บุตรสาวของท่าน ท่านจะต้องปฎิบัตกับฉางจ้ายให้เหมือนกับเหม่ยเหรินทุกประการเื่มารยานี้ต้องรอบขอบให้ดีดี”
เสนาบดีเจียน “หลี่กงกงจะให้ข้าคุกเข้าให้กับนางกำนัลชั้นต่ำคนนี้หรือ”
หลี่กงกง “ท่านเสนาโปรดระวังคำพูด เมื่อคู่ต่อหน้าฝ่าาท่านได้รับฉางจ้ายเป็บุตรบุญธรรมแล้ว ฝ่าาก็ทรงพระราชท่านตำแหน่งให้ฉางจ้ายแล้ว แต่ตอนนี้ท่านใช้คำว่านางกำนัลชั้นต่ำ เป็คำที่ท่านควรเรียกสนมของฝ่าาหรือ
หรือว่าท่านไม่พอพระทัยในสิ่งที่ฝ่าาจัดการ”(ยิ้ม)
เสนาบดีเจียน “(น้ำเสียงโมโห)เ้า!!....(ชี้หน้าหลี่กงกง)”
ซูเว่ยฉี “หลี่กงกง ชั่งเถอะข้าเป็นางกำนัลต่ำต้อยจะริอาจเป็บุตรของตระกูลเจียนได้อย่างไง”
หลี่กงกง “อะไรที่ว่าครู่ควรและอะไรที่ว่าไม่ครู่ควร ข้าน้อยทำตามกฎระเบียบ ฉางจ้ายอย่าทำให้ข้าน้อยลำบาตใจเลยพะยะคะ”
ด้วยความจำยอมเสนาบดีเจียนก็ได้คุกเข่าคาระวะฉางจ้ายด้วยความกำกรึน
เสนาบดีเจียน “กระหม่อมขอคาระวะส่งพระสนมฉางจ้ายกลับตำหนักพะยะคะ”
ซูเว่ยฉี (ยิ้มเยาะ)ด้วยความภูมิใจที่ได้อยู่เหนือตระกูลเจียน การแก้แค้นละหว่างข้ากับตระกูลเจียนกำลังจะจบลงแล้ว”
แล้วซูเว่ยฉีก็ใช้มือเอือมไปพยุงเสนาบดีเจียนลุกขึ้น
ซูเว่ยฉี “ท่านพ่อท่านลุกขึ้นเถอะเพคะ”
เสนาบดีขบัดแขนออกแล้วเดินจากไป ด้วยความคับแค้นใจ
หลี่กงกง “ขอส่งท่านเสนาบดีเจียน”