ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าที่ปกคลุมยอดเขาจันทราโลหิต อันเป็ที่ตั้งของ "โรงเรียนยุทธ์มรณะ" (Asura Academy) สถานที่ฝึกฝนที่ขึ้นชื่อว่าโเี้ที่สุดในทวีป และเป็แหล่งเพาะพันธุ์ยอดฝีมือให้แก่ราชสำนักและวิหารเทพ เสียงระฆังดังกังวานกึกก้องเรียกเหล่าเยาวชนอัจฉริยะจากทั่วทุกสารทิศให้มารวมตัวกันเพื่อการทดสอบคัดเลือกประจำปี
เยี่ยฉินยืนอยู่ในแถวของผู้สมัครนับพันคน เขาจงใจสวมชุดผ้าป่านสีเทาเรียบง่ายที่ดูซุดโซม กลิ่นอายมหาอำนาจระดับ ราชันย์ปฐี ขั้นที่ 8 ถูกสะกดไว้ลึกสุดหยั่งด้วยวิชา "ผนึกกาลสูญสิ้น" จนดูเหมือนเพียงเด็กหนุ่มที่มีระดับพลัง ััปราณ ขั้นที่ 5 ทั่วๆ ไป ส่วนมู่หย่งนั้นเยี่ยฉินสั่งให้เร้นกายอยู่ในเงามืดรอบนอกเพื่อคอยเป็หูเป็ตา
‘โรงเรียนยุทธ์มรณะ... สถานที่ที่ข้าเคยทิ้ง "ดวงตาสัจจะ" ไว้ในคลังคัมภีร์ลับ’ เยี่ยฉินกวาดสายตาเยือกเย็นมองไปที่สิ่งก่อสร้างหินสีดำทมิฬที่ตั้งตระหง่าน ‘พวกมันใช้มรดกของข้าสร้างยอดฝีมือมานับร้อยปี ถึงเวลาที่ข้าจะมาทวงดอกเบี้ยคืนแล้ว’
"เงียบ!" เสียงตวาดดังกัมปนาทมาจากแท่นสูง ผู้าุโคุมสอบนามว่า "กุยเหยียน" ยอดฝีมือระดับ ราชันย์นภา ขั้นที่ 2 เดินออกมาพร้อมกับศิลาหินสีม่วงขนาดมหึมา "การทดสอบแรกคือการวัดพร์ ใครที่ศิลาไม่เปล่งแสงสีน้ำเงินขึ้นไป จงไสหัวกลับบ้านไปซะ!"
เหล่าอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ต่างก้าวออกไปทดสอบ แสงสีน้ำเงินและสีเขียวสว่างวาบขึ้นเป็ระยะ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องชื่นชม จนกระทั่งถึงคิวของเด็กหนุ่มท่าทางโอหังคนหนึ่งนามว่า "ซ่งเจี้ยน" คุณชายรองจากตระกูลซ่งที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิหารเทพ
ซ่งเจี้ยนวางมือลงบนศิลา ทันใดนั้น แสงสีแดงเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
"โอ้! พร์ระดับสีแดง! กายาิญญาเพลิงพิโรธ!" ผู้าุโกุยเหยียนดวงตาเป็ประกาย "ยอดเยี่ยมมาก ข้าจะให้เ้าผ่านเข้าสู่ห้องเรียนอัจฉริยะทันที!"
ซ่งเจี้ยนยืดอกอย่างภาคภูมิใจ เขากวาดสายตามองผู้สมัครคนอื่นๆ ด้วยความเหยียดหยาม จนมาหยุดที่เยี่ยฉินที่ยืนนิ่งเฉย เขาเดินเข้าไปหาเยี่ยฉินก่อนจะกล่าว นี่น้องชายข้าดูเ้าแล้วเหมือนจะไม่มีภูมิหลังทีดีอะไรหนัก เอาอย่างนี้เป็ไงตอนนี้ข้ากำลังขาดคนติดตามถ้าเ้ามาติดตามข้า ข้าจะเป็คนหนุนหลังให้แก่เ้าเองว่าอย่างไร เยี่ยฉินไม่สนใจเขาแถมยังบอกให้ซ่งเจี่ยนใสหัวไป นี่ทำให้ซ่งเจี้ยนรู้สึกโกรธและอับอายมากที่เขาโดนขอทานที่ไหนก็ไม่รู้มาหักหน้าเขาต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้
ผู้คนมากมายชุบชิบกันไปต่างๆนาๆว่าเยี่ยฉินโง่ที่ไม่รับน้ำใจซ่งเจี้ยนแถมยังทำให้ซ่งเจียนขายหน้าอีก การทดสอบรอบสองข้าว่าไอ้ขอทานนี่คงไม่รอดแน่ บางคนะโ"เฮ้! ไอ้ขอทาน ถ้าไม่มีปัญญาทำให้ศิลาติดไฟได้ ก็รีบคลานกลับไปขอทานที่เมืองเถอะ อย่ามาทำให้ที่นี่แปดเปื้อนเลย"
เยี่ยฉินไม่ได้โต้ตอบ พอดีถึงรอบที่เขาจะทดสอบแล้ว เขาเพียงเดินก้าวออกมาอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของคนรอบข้าง
เยี่ยฉินวางมือลงบนศิลาหยั่งรากิญญา ในใจของเขาแค่นยิ้ม ‘พร์ของข้าในตอนนี้ หากปลดปล่อยออกมาเพียงนิดเดียว ศิลาเล่มนี้คงะเิเป็ผุยผง’
เขาใช้ ภูตแกนกลางกาลเวลา บิดเบือนการรับรู้ของศิลา และใช้ ภูตแกนกลางความทรงจำ จำลองกลิ่นอายของพร์ระดับต่ำสุดที่พอจะผ่านเกณฑ์ได้ แสงสีขาวขุ่นค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างตะกุกตะกัก ก่อนจะกลายเป็สีน้ำเงินอ่อนๆ ที่หมองมัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"หึ... พร์สีน้ำเงินระดับต่ำ... คาบลูกคาบดอกพอดี" ผู้าุโกุยเหยียนโบกมืออย่างรำคาญ "ไปต่อแถวกลุ่มศิษย์รับใช้ซะ อย่ามาขวางทางคนอื่น"
ซ่งเจี้ยนหัวเราะลั่น "เห็นไหม? มดปลวกก็คือมดปลวก วันๆ คงได้แค่ล้างส้วมให้พวกข้าล่ะนะ"
เยี่ยฉินเดินผ่านซ่งเจี้ยนไปโดยไม่ปรายตามองแม้แต่น้อย แต่ในจังหวะที่เดินสวนกัน เขาจงใจปล่อยปราณ หยาดน้ำสังหาร ออกมาเพียงอณูเดียวที่ปลายนิ้วแล้วดีดเข้าใส่เงาหลังของซ่งเจี้ยนโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
‘จงภูมิใจในแสงของเ้าเถอะ เพราะอีกเจ็ดวัน มันจะกลายเป็เชื้อไฟเผาผลาญิญญาของเ้าเอง’
บททดสอบที่สอง: ป่าอสูรกลืนกิน
ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสามร้อยคนถูกส่งเข้าไปใน "ป่าหมื่นอสูร" ด้านหลังโรงเรียน กฎมีเพียงข้อเดียว: ใครที่ชิงป้ายคำสั่งจากสัตว์อสูรระดับสูงได้มากที่สุดในเวลาหกชั่วโมงจะได้เป็ศิษย์ฝ่ายใน
ทันทีที่เข้าสู่ป่า ซ่งเจี้ยนและพรรคพวกก็เริ่มออกล่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่งเพื่ออวดอ้างพละกำลัง ในขณะที่เยี่ยฉินเดินทอดน่องไปตามลำธารราวกับมาเดินเล่น เขาไม่ได้ล่าสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว แต่เขากลับใช้ ภูตแกนกลางชีวิต สื่อสารกับต้นไม้โบราณเพื่อหาตำแหน่งของ "ดวงตาสัจจะ" ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้อาคมเขาวงกต
"นายน้อย... มีคนตามท่านมาขอรับ สามคน พลังระดับััปราณขั้นที่ 9" เสียงของมู่หย่งดังขึ้นในจิตใต้สำนึกผ่านทางพันธสัญญาเื
"พวกแมลงน่ารำคาญที่ซ่งเจี้ยนส่งมาสินะ" เยี่ยฉินหยุดเดินที่หน้าผาสูง "มู่หย่ง ไม่ต้องลงมือ ข้าอยากจะทดสอบวิชา 'เนตรกาลสยบขวัญ' ที่เพิ่งบรรลุเสียหน่อย"
การล่าสังหารที่ไร้ร่องรอย
นักฆ่าฝึกหัดสามคนพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมกระบี่อาบยาพิษ "นายน้อยซ่งสั่งว่า ไม่ให้เ้ามีโอกาสรอดไปล้างส้วมในโรงเรียน! ตายซะ!"
เยี่ยฉินค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้มสลับทองในชั่วพริบตา
"เนตรกาลสยบขวัญ: กรงขังแห่งสำนึก"
พริบตานั้น นักฆ่าทั้งสามก็หยุดชะงักกลางอากาศ รูม่านตาของพวกเขาขยายกว้าง ในโลกแห่งความเป็จริงเวลาผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ในจิตสำนึกของพวกมัน เยี่ยฉินได้ลากพวกมันเข้าสู่ห้วงเวลาที่หมุนวนนับร้อยปี พวกมันเห็นภาพร่างกายของตัวเองถูกหนอนกัดกินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเสียสติ
เมื่อเยี่ยฉินกะพริบตา ร่างของทั้งสามก็ล้มลงชักกระตุกกับพื้น น้ำลายฟูมปาก ดวงตาเหลือกค้างโดยไร้าแภายนอกแม้แต่น้อย
เยี่ยฉินหยิบป้ายคำสั่งจากอกเสื้อของพวกมันมาทั้งหมด "ขอบคุณสำหรับคะแนนล่ะกัน"
ก่อนจะหมดเวลา เยี่ยฉินััได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยจากชาติก่อนที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เขาพุ่งตัวไปยังทิศทางนั้นและพบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังถูกอสูรหมาป่าขนเหล็กรุมล้อม นางคือ "หลินเสี่ยวรู่" หลานสาวของอดีตเ้าเมืองที่ถูกล้างตระกูล และเป็หนึ่งใน 'กุญแจ' ที่เยี่ยฉิน้าใช้เปิดทางเข้าสู่หอคัมภีร์ต้องห้าม
เยี่ยฉินสะบัดมือเบาๆ ปราณดาบที่มองไม่เห็นพุ่งตัดหัวอสูรหมาป่าทั้งฝูงในพริบตา หลินเสี่ยวรู่ทรุดตัวลงมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวและซาบซึ้ง
"เ้าเป็ใคร..." นางถามเสียงสั่น
"ข้าก็แค่คนพเนจรที่มองเห็น 'ความแค้น' ในดวงตาของเ้า" เยี่ยฉินยื่นมือไปหา "หลินเสี่ยวรู่... เ้าอยากล้างแค้นวิหารเทพที่ทำลายครอบครัวเ้าหรือไม่? ถ้าอยาก... จงเดินตามเงาของข้า"
หลินเสี่ยวรู่จ้องมองดวงตาของเยี่ยฉิน นางรู้สึกเหมือนกำลังมองเข้าไปในขุมนรกที่กว้างใหญ่ แต่มันกลับเป็นรกที่ให้ความหวังแก่นาง นางยื่นมือไปจับมือเขา "ข้ายินดีติดตามท่าน"
เมื่อหมดเวลา เยี่ยฉินเดินออกจากป่าพร้อมกับป้ายคำสั่งจำนวนมากที่เขา 'เก็บ' มาจากนักฆ่าและสัตว์อสูรที่ตายระหว่างทาง เขาผ่านเข้ารอบในลำดับที่สิบพอดิบพอดี ไม่เด่นจนเกินไปแต่ก็ไม่ด้อยจนน่าสงสัย
ซ่งเจี้ยนที่ผ่านเป็อันดับหนึ่งมองเยี่ยฉินด้วยความประหลาดใจที่เขารอดมาได้ "เ้าโชคดีนะที่รอดมาได้ แต่จำไว้... ในโรงเรียนยุทธ์มรณะ นรกที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!"
เยี่ยฉินเพียงแค่ยิ้มบางๆ ‘ถูกต้อง... นรกเพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่สำหรับเ้าและโรงเรียนแห่งนี้ ข้าคือจ้าวแห่งนรกนั้นต่างหาก’
ัที่ซ่อนเล็บไว้ในโคลนตมนั้นน่ากลัวกว่าัที่คำรามบนฟ้า เพราะศัตรูจะไม่รู้ตัวเลยว่าคอของมันจะถูกบดขยี้เมื่อไหร่ จอมมารหยั่งรากลึกเข้าไปในหัวใจของสถาบันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และก้าวต่อไปคือการทวงคืน "ดวงตา" ที่จะทำให้เขามองเห็นจุดจบของโลกใบนี้