“จอมยุทธ์เจ็ด ได้โปรดชี้แนะข้าด้วย” โจวเจียอี้พูด
“ข้าต่างหาก ที่้าคำชี้แนะจากท่าน” เป่ยยิ่งพูด
เป่ยยิ่งเปิดฉากแทงกระบี่พุ่งตรงมายังใบหน้าของเจียอี้ โจวเจียอี้ชัดกระบี่รับเอาไว้ คมของกระบี่เป่ยยิ่งทิ่มลงตรงกลางของกระบี่เจียอี้พอดิบพอดี โจวเจียอี้สะบัดกระบี่ออก เป่ยยิ่งถอยหลังหมุนตัวพร้อมสาดกระบี่ใส่เจียอี้อีกระลอก โจวเจียอี้ตั้งกระบี่รับอย่างรวดเร็ว เป่ยยิ่งเร่งจ้วงกระบี่เข้าหน้าบ้าง เข้าขาบ้างตามกระบวนท่า กระบี่ชีอันหัดหัวตัดหาง ซึ่งเป็หนึ่งในกระบวนท่าของสำนักชีอัน ซึ่งมีความรวดเร็วยิ่งหากผู้มีวรยุทธ์ต่ำเตี้ยจะเพลี่ยงพล้ำเอาง่ายๆ โจวเจียอี้ได้แต่ใช้กระบี่ปิดบังการโจมตีและถอยหลังเท่านั้น
เจียงวังฉานั่งมองลูกศิษย์และโจวเจียอี้อย่างตั้งใจ เขาพอใจที่เป่ยยิ่งสามารถใช้วิชาของสำนักไล่บี้โจวเจียอี้ได้ และเขาก็ยังหวังว่า เจียอี้จะเปิดเผยกระบวนท่าที่เป็วิชาเอกของศัตรูเก่าของเขาในอดีตขึ้นมา
เป่ยยิ่งไล่รุกอย่างต่อเนื่อง คมกระบี่ของเขาพุ่งเข้าหมายเสียบแขนแต่เจียอี้ก็ยังคงตั้งรับอยู่ โจวเจียอี้สะบัดกระบี่ของเป่ยยิ่งทิ้ง และถีบเข้ายอดอกเป่ยยิ่ง เป่ยยิ่งถลาเซถอย โจวเจียอี้ได้โอกาสเข้าแทงใส่ท้องของเป่ยยิ่ง เป่ยยิ่งผู้ฝึกวิชาในสำนักชีอันมาั้แ่เด็กมองการโจมตีนี้ออก ใช้วิชาตัวเบาของตนะโขึ้นไปเหยียบบนปลายกระบี่ของเจียอี้ เป่ยยิ่งวิ่งบนกระบี่ของเจียอี้หมายจะโจมตีจาก้า เป่ยยิ่งะโฟันใส่โจวเจียอี้ โจวเจียอี้ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายได้ยกมือขึ้นมากันไว้พร้อมกับใช้กำลังภายในหยุดการโจมตีของเป่ยยิ่งที่ลอยตัวอยู่บนกลางอากาศได้แม้สันคมกระบี่จะอยู่ห่างจากมือเพียงแค่ระยะนิ้วหนึ่งข้อ แต่มันก็ไม่สามารถทำอันตรายโจวเจียอี้ได้
โจวเจียอี้รู้สึกตัวขึ้นว่า หากใช้กำลังภายในมากไปจะมีพิรุธ จึงรีบถอยตัวเองออกและปล่อยให้จอมยุทธ์เจ็ดตกลงสู่พื้น แต่เป่ยยิ่งก็มีกำลังภายในล้ำลึกไม่ร่วงลงพื้นง่ายๆ เขาพลิกตัวเอาเท้าแตะพื้นและพุ่งกระบี่ตรงมายังคอของเจียอี้ ที่กำลังเสียหลักอยู่ โจวเจียอี้ตัดสินใจไม่ป้องกันหรือโต้ตอบใดๆ เป่ยยิ่งหยุดปลายกระบี่ไว้ที่คอของโจวเจียอี้พอดี
“จอมยุทธ์เจ็ด ข้าน้อยพ่ายแพ้แก่ท่าน” โจวเจียอี้กล่าว
เป่ยยิ่งชักกระบี่กลับเข้าฝักและกล่าวว่า “หากว่าท่านรวดเร็วกว่านี้ ข้าคงมิอาจเอาชนะได้ง่ายๆ”
“เอาล่ะๆ พอได้แล้ว ขืนประลองมากไปกว่านี้เกรงว่าจะเสียมารยาทต่อแขก เย็นนี้ข้าขอเชิญจอมยุทธ์หวังร่วมกินข้าวพูดคุยกันที่สักหน่อย” เจียงวังฉากล่าว แม้ว่าโจวเจียอี้จะไม่ได้แสดงวรยุทธ์ที่ล้ำเลิศใดๆ แต่การที่โจวเจียอี้เผลอใช้กำลังภายในป้องกันตัว แม้จะเป็ระยะเวลาสั้นๆ ก็ไม่พ้นสายตาของเ้าสำนักชีอันอยู่ดี แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีความจำเป็ใดๆ ที่จะต้องมาจับผิดตอนนี้ เพราะโจวเจียอี้ในวันนี้มาในฐานะแขก หากวันใดวันหน้าพบกันที่ด้านนอก ค่อยเสาะหาความจริงอีกก็ได้
ในคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ มีเพียงแสงจากดวงดาวที่ประดับประดาอยู่เต็มท้องฟ้า เจียงวังฉาเ้าสำนักพร้อมด้วยจอมยุทธ์ระดับต้นทั้งเจ็ด ร่วมวงรับประทานอาหารกับโจวเจียอี้หรือหวังเจียอี้ ผู้เป็แขกมาเยือน
“จอมยุทธ์หวัง เมื่อตอนกลางวันข้าต้องขออภัยที่บังอาจเสียมารยาท” เจียงวังฉากล่าว
“ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ดีเสียอีกได้ทดสอบฝีมือกับสำนักชีอัน ชีวิตนี้ข้าคงไม่มีโอกาสดีๆ แบบนี้อีกแน่” โจวเจียอี้กล่าว
เจียงวังฉายังคงสังเกตโจวเจียอี้อยู่ จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า “จอมยุทธ์หวัง ท่านรู้จักคัมภีร์สะกดมารหรือไม่”
“คัมภีร์สะกดมาร คัมภีร์ยิ่งใหญ่ในยุทธภพที่รวบรวมวิชาของท่านจางเซียมชุน ในใต้หล้านี้ไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก” โจวเจียอี้กล่าว
“ใช่ คัมภีร์ที่รวมรวมสุดยอดวิชาเอาไว้ เมื่อก่อนมันเคยถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สำนักชีอันของเรา แต่บัดนี้มันได้หายไปแล้ว” เจียงวังฉากล่าว
โจวเจียอี้ได้ยินดังนี้พลันคิดในใจขึ้นว่า ‘คงเป็เพราะข้ามีใบหน้าคล้ายกับบิดา นักพรตเจียงผู้นี้จึงเล่าเื่นี้ขึ้นมาหมายจับพิรุธเป็แน่ ไม่ว่าจะยังไงคืนนี้ก็ห้ามเผยตัวตนเด็ดขาด ไว้พ้นคืนนี้ค่อยรีบไปจากที่นี่ก่อนจะดีกว่า ในสำนักนี้มีคนมีฝีมือมากมาย ลำพังแค่จอมยุทธ์เจ็ดก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา หากรวมกับอีกหกคนและเ้าสำนักเข้าไปด้วย ข้าโจวเจียอี้คงมิอาจมีชีวิตรอดออกไปแน่’
“ท่านจะให้ข้าน้อยช่วยหาสมบัติของสำนักท่านหรืออย่างไร ข้าน้อยคงต้องขอปฏิเสธ” โจวเจียอี้พูด
“ไม่ใช่แบบนั้น ข้าไม่ได้ขอให้เ้าลำบากขนาดนั้น เพียงแค่อยากเล่าประวัติความเป็มาเท่านั้น” เจียงวังฉากล่าว เขา้าดูปฏิกิริยาของจอมยุทธ์หนุ่ม จึงได้เล่าต่อว่า “เมื่อสิบแปดปีก่อน มีจอมยุทธ์ชั่วช้าสามานผู้หนึ่งบุกมาขโมยคัมภีร์ท่ามกลางคนพรรคฝ่ายธรรมะมากมาย แต่สุดท้ายก็หนีไปไม่รอด ด้วยกรรมชั่วที่ก่อทำให้มันผู้นั้นต้องตาย”
โจวเจียอี้ได้ยินดังนั้นก็นึกแค้นอยู่ในใจ แต่ต้องควบคุมและกดมันเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ได้ว่าความจริงแล้วเขานี่แหละคือทายาทเพียงหนึ่งเดียวของโจวเที้ยนเปียและจะกลับมาเพื่อล้างแค้น
“ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้รับผลกรรม” โจวเจียอี้กล่าว
“ใช่แล้วจอมยุทธ์หวัง เชิญทานต่อเถอะ” เจียงวังฉาพูด
โจวเจียอี้พยายามเสแสร้งแกล้งทำเป็รื่นเริงในการกินดื่มในวันนี้ แม้ภายในใจเขาจะคับแค้นมากเพียงใดก็ตามที่ต้องมานั่งฟังคนดูิ่บิดาของตนเช่นนี้
ระหว่างที่คนทั้งแปดกำลังสนทนากันบนโต๊ะอาหาร ก็มีเสียงเอะอะโวยวายกันอยู่ด้านนอก เสียงคมดาบ คมกระบี่ฟันกันอย่างรุนแรง และก็มีศิษย์คนหนึ่งของสำนักชีอันวิ่งเข้ามา
“ท่านเ้าสำนัก มีคนโจมตี” จอมยุทธ์ผู้นั้นกล่าว ทันทีที่กล่าวจบก็มีมีดสิ้นพุ่งเข้ามาปักคอเขาเสียชีวิตทันที
เจียงวังฉา จอมยุทธ์ทั้งเจ็ด และโจวเจียอี้ รีบคว้าอาวุธและวิ่งออกไปดูทันที มีคนปิดหน้าตาชุดดำพยายามโจมตีสำนักชีอันอยู่
“แยกย้ายกันจัดการพวกมัน ปกป้องสำนักไว้” เจียงวังฉากล่าว ก่อนที่จอมยุทธ์ทั้งเจ็ดจะแยกย้ายกันไปต่อสู้
โจวเจียอี้ยืนมองการต่อสู้ของเจียงวังฉา เ้าสำนักชีอันผู้นี้มีกำลังภายในที่ล้ำลึกมาก แม้จะด้อยกว่ากัวจินซงอาจารย์ของเขา แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สูง
“ท่านเ้าสำนัก นั่นมันโจรที่ข้าเจอเมื่อกลางวัน” จอมยุทธ์หนึ่ง เจียงฉีเคอกล่าว
เ้าสำนักชีอันได้ยินดังนั้นก็วิ่งเข้าไปหาบุคคลผู้นั้นที่เปิดหน้าตาอยู่คนเดียว และซัดฝ่ามือเข้าใส่ แต่โจรก็สวนฝ่ามือกลับมาในทันที โจวเจียอี้แทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองเลยว่าโจรผู้นี้จะมีวิชาที่สูงส่งมากพอที่จะต่อกรกับเ้าสำนักชีอันได้ หากว่าตอนกลางวันโจรผู้นี้ไม่ยั้งมือไว้เขาคงจบชีวิตั้แ่วันแรกที่ออกท่องยุทธภพก็เป็ได้
โจวเจียอี้มองขึ้นไปบนกำแพงเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่ วางท่าเป็คนสั่งการ โจวเจียอี้เลยะโลอยตัวขึ้นไปหาคนๆนั้นบนกำแพง เมื่อถึงบนกำแพงแล้ว โจวเจียอี้ชักกระบี่ใส่คนๆนั้นที่ปิดหน้าอยู่ทันที และคนผู้ก็ใช้ดาบประจำกายออกมาเช่นกัน
โจวเจียอี้ใช้ความเร็วในการโหมโจมตีใส่คนๆนั้น แต่คนๆนั้นกลับพลิ้วไหวมากกว่าสามารถหลบเลี่ยงโจวเจียอี้ได้ จากนั้นคนๆนั้นก็ะโลงจากกำแพงไปด้านหลัง โจวเจียอี้เร่งติดตาม คนๆนั้นยืนดักรออยู่และปากอาวุธลับเข้าใส่ โจวเจียอี้ใช้กระบี่ปัดออกได้ จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปใช้กระบี่จ้วงแทงคนๆนั้นอีกครั้ง แต่ก็เปล่าประโยชน์เพราะคนๆนั้นสามารถหลบเลี่ยงได้หมดทุกกระบวนท่า
เมื่อโจวเจียอี้เห็นว่าปลอดคนจึงตัดสินใจใช้วิชากระบี่มารประจิมกระบวนท่าแรกเข้าโจมตี วิชานี้จะอาศัยรูปแบบการโจมตีที่ไม่ยุ่งยากแต่รวดเร็ว แม้คนผู้นั้นจะพยายามป้องกัน แต่ก็ทำอย่างยากลำบาก โจวเจียอี้เห็นจังหวะได้เปรียบจึงพุ่งตัวใส่คนๆนั้นอีกครั้ง แต่คนผู้นั้นกลับพลิกตัวหมุนหลบได้ โจวเจียอี้จึงใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่กระชากผ้าที่ปิดหน้าคนผู้นั้นเอาไว้ ทันทีที่กระชากผ้าปิดหน้าออกได้ เส้นผมยาวก็สยายออก โจวเจียอี้หันไปสบตากับบุคคลผู้นั้นก่อนจะตกตะลึงกับหญิงสาวที่แสนงดงาม ในวันที่เขาออกมาจากป่า เขาก็ได้พบผู้หญิงมากมายในตลาด แต่ก็หามีใครเทียบกับหญิงสาวผู้นี้ไม่ เขาเสียสมาธิไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะถูกหญิงผู้นั้นสะกัดจุดจนไม่สามารถขยับไปไหนได้
“ฝีมือท่านก็แข็งแกร่งดี แต่น่าเสียดายต้องมาเสียท่าเพราะสตรี เพลงกระบี่เมื่อสักครู่ดูแล้วไม่เหมือนวิชาของสำนักชีอัน ท่านคงไม่ใช่คนของที่นี่ ฉะนั้นข้าก็ไม่มีธุระอะไรกับท่าน” หญิงนางนั้นกล่าว ก่อนที่นางจะทิ้งอะไรบางอย่างไว้แล้วจากไป