อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 104 ยอดนักแสดงมืออาชีพ

    บทที่ 104 ยอดนักแสดงมืออาชีพ




    ​เสียงทั้งห้องประชุมเงียบกริบราวกับว่าถ้าเข็มหล่นลงหนึ่งเล่มจะทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงช้างสาร เนื่องจากความสงบนี้ ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมที่คึกคักในครั้งแรกเปลี่ยนไป หากไม่ใช่อาจารย์ทั้งหลายต่างก็รู้ข่าวนี้มาก่อนแล้ว บางทีพวกเขาก็อาจจะไม่สามารถเรียกคืนสติกลับมาได้




    ​ปล่อยให้พวกนักเรียนทำความเข้าใจกันเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เรียกคืนสติของนักเรียนทุกคน




    “ทุกคนปรบมือให้กับนักเรียนทุนอันที่ยอดเยี่ยมด้วย ปีนี้เป็นกรณีพิเศษ ผู้อำนวยการสถาบันของเราประกาศให้มีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นเป็นกรณีพิเศษ สองวันหลังจากนี้จะยังไม่มีการเรียนการสอน แต่จะจัดกิจกรรมพิเศษให้นักเรียนสามารถเข้าร่วมได้ โดยมีทั้งเกมต่างๆมากมายเพื่อเสี่ยงโชครับของรางวัลใหญ่ หรือจะเป็นการแข่งขันเล็กๆน้อยๆในสถาบันกันเอง”




    “ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเราสามารถรับแรงบันดาลใจจากนักเรียนอันได้ ในที่สุด...สถาบันอันดับหนึ่งของพวกเราก็ได้ยืนยันสถานะแล้ว พวกเราก็คือสถาบันอันดับหนึ่งอย่างแท้จริง!!”




    ​อาจารย์คนประกาศกำลังถูกบรรยากาศพาไปจนหึกเหิมเหลือเกิน อันซูหยวนผ่อนลมหายใจของตนเองเบาๆ เธอเองก็มีความสุขมากกับข่าวนี้ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าหลังจากประกาศผล เงินรางวัลที่ประธานจางผู้ใจดีจะมอบให้ครอบครัวของเธอ 100 ล้านเครดิตก็จะกลายเป็นของเธอแล้ว ซูหยวนยิ่งอยากจะกลับไปพบครอบครัวอันเสียตั้งแต่ตอนนี้




    “นักเรียนอัน เพราะเธอเป็นผู้นำเกียรติยศนี้ให้สถาบัน จึงขอให้พูดอะไรเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ รวมทั้งฝากฝังเอาไว้ถึงรุ่นน้องต่อไปด้วยสิ” อาจารย์แตะบ่าของซูหยวน เสียงพูดคุยที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นค่อยๆเงียบลง ทุกคนกำลังให้เกียรติซูหยวนเพื่อนร่วมชั้นที่ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แก่สถาบัน




    ​เด็กสาวตัวเล็กคิดเล็กน้อย เธอมองไปรอบๆก่อนจะพูดเพียงประโยคสั้นๆเท่านั้น




    “ฉันขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณประธานจางที่สนับสนุนฉันค่ะ หลังจากนี้....ฉันกำลังจะกลายเป็นคนจากเขตชั้นกลางแล้วค่ะ” ซูหยวนไม่ได้พูดจาซาบซึ้งกินใจเหมือนที่ทุกคนคาดหวัง




    ​หลายคนมองไปยังอาจารย์เหวิน อาจารย์เติ้ง หรืออาจารย์ท่านอื่นๆ รอว่าซูหยวนอาจจะพูดถึงพวกเขาที่เป็นแรงผลักดันให้ อย่างไรก็ตาม...ไม่ใช่ว่าซูหยวนไม่ขอบคุณอาจารย์ที่สั่งสอนมาอย่างดี แต่เธอรู้ว่าโอกาสในการพลิกชีวิตนี้ได้มายังไง หากไม่ใช่เพราะประธานจางคนนั้น....ชีวิตนี้ก็น่าจะยังอยู่ในเขตชั้นนอกต่อไป




    ​อย่าลืมว่าถึงจะมีเงิน แต่เธอจะมีโอกาสได้รับเอกสารรับรองจากกองทัพหรือไม่? ไม่สิ! พูดถึงเงินก้อนนั้น คิดว่าเธอจะสามารถหาเงิน 100 ล้านเครดิตโดยไม่กลายเป็นเป้าหมายของพวกระดับสูงก่อนหรือ? บางที...เธออาจจะเอาชีวิตไปทิ้งตั้งแต่หาเงิน 10 ล้านเครดิตแรกได้แล้วก็เป็นได้




    ​ความอิจฉากับความโลภ เป็นบ่อเกิดของหายนะเสมอ....




    ​อีกอย่าง เพื่อเอาใจท่านประธานที่แสนดี ซูหยวนเลือกจะเอ่ยถึงเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ยกยอให้เขาเป็นอันดับหนึ่งและเป็นอันดับเดียวสำหรับเธอ นอกจากนี้...เธอก็ได้ประกาศยกสถานะตนเองให้ทุกคนรับรู้โดยทั่วกันแล้ว หลังจากนี้...พวกเขาจะมองเธอว่าเป็นเพียงนักเรียนจากเขตชั้นนอกไม่ได้อีก!




    ​เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่พูดไปเอาสนุก แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้มีผลต่อเธอ แต่กับครอบครัวอันแล้วไม่เหมือนกัน




    ​ถึงพ่อของเธอจะยังเป็นนักล่าที่อยู่ในเขต A เหมือนเดิม แต่เขาก็ยังเป็นนักล่าที่มาจากเขตชั้นกลาง ส่วนแม่ของเธอก็คือพนักงานที่อาศัยในเขตชั้นกลาง เพื่อนร่วมงานคนอื่นจะดูถูกอีกได้อย่างไร




    ​แม้ว่าซูหยวนจะทำให้แม่ของเธอกลายเป็นพนักงานเงินเดือนสูงที่เขตชั้นกลางแล้ว แต่ที่ผ่านมา...เธอรู้ดีว่าครอบครัวของเธอจะต้องอยู่อย่างไร




    ​เมื่อพ่อกลายเป็นนักล่าที่เก่งกาจ ทว่าเขาอยู่อาศัยอยู่ในเขตชั้นนอก สายตาของนักล่าเขตกลางก็มองว่าเขาเป็นเหมือนพวกที่โชคดี อยากจะกระโดดขึ้นไปจนตัวสั่น หากแต่ก็ยังเป็นพวกระดับต่ำเหมือนเดิม เธอได้ยินจากคนอื่นๆว่าพวกนักล่าจากเขตกลางมักจะมารังแกนักล่าที่อาศัยในเขตชั้นนอกเสมอ นั่นก็เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขตชั้นนอกไม่ใช่มนุษย์




    ​หลังจากนี้ พ่อของเธอจะไม่ถูกใครรังแกอีกแล้ว พวกนักล่าจากเขตชั้นในอยู่ลึกเข้าไปไกล พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจนักล่าระดับต่ำหรอก ดังนั้น...นักล่าที่อาศัยในเขตชั้นกลางก็คือเจ้าถิ่นแล้ว และตอนนี้...พ่ออันเฉินก็คือเจ้าถิ่นคนใหม่!




    ​ส่วนมารดาอันเหลียงนั้นไม่ต้องพูดถึง แค่เข้าไปทำงานได้เพราะเส้นสายที่เจ้าของร้านคาดหวังกับคนเป็นลูก เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆก็ไม่พอใจกันอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าเป็นครอบครัวจากเขตชั้นนอกยิ่งทำให้ถูกดูแคลนมากขึ้น




    ​ที่ผ่านมา มารดาของเธอไม่เคยพูด และซูหยวนก็ไม่มีกำลังมากพอจะไปต่อสู้ จึงทำได้แค่ต้องอดทนเท่านั้น ทว่าตอนนี้...หลังจากนี้ เธอจะไม่ทำให้ครอบครัวต้องอยู่อย่างอัปยศอีก




    ​ในเมื่อพวกเขาดูแลเธออย่างดี ซูหยวนก็ไม่ใช่คนเนรคุณไม่คิดตอบแทน การประกาศของเธอในวันนี้จะถือเป็นการก้าวข้ามชีวิตอันน่าเศร้าที่ผ่านมา และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น!




    ​แปะ แปะ แปะ




    ​ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่ม แต่เมื่อมีคนปรบมือ คนอื่นๆก็รีบปรบมือราวกับแข่งว่าใครจะปรบมือได้ดังกว่ากัน พวกเขาต่างก็ยินดีไปกับซูหยวนด้วย อาจารย์เติ้งไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับเรื่องที่ซูหยวนไม่พูดถึงตนเอง ที่เขามาวันนี้ก็ไม่ได้มาเพื่อรับความดีความชอบ เพียงมาเพื่อเป็นเกียรติให้ศิษย์คนสำคัญก็เท่านั้น




    ​เกือบสามนาทีที่ทุกคนยืนปรบมือให้เธอ ซูหยวนยิ้มอย่างเป็นทางการให้พวกเขา ข่าวที่อาจารย์ต้องการจะประกาศก็มีแค่นี้ เพราะซูหยวนได้อันดับหนึ่งมา ค่าเฉลี่ยของสถาบันจึงทำให้พวกเขากลายมาเป็นอันดับสอง นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ




    ​ซูหยวนตามอาจารย์เติ้งไปที่ห้องทำงานของเขา อาจารย์ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงให้เธอแสดงผลลัพธ์จากการฝึกฝนที่ผ่านมา หลังจากที่เธอจะออกไป เขาก็แค่พูดถึงภารกิจครั้งต่อไปให้ฟัง




    ​อีก 1 เดือนข้างหน้านี้ เธอมีภารกิจที่จะต้องเข้าร่วมถึง 2 ภารกิจ ทั้งยังเป็นภารกิจสำคัญที่กองทัพส่งคำเชิญมาโดยตรงด้วย เรียกว่าชื่อเสียงของซูหยวนในกองทัพเป็นที่เลื่องลือกันไปหมดแล้ว อาจารย์เติ้งจึงพลอยได้หน้าไปด้วย




    “ภาคเรียนนี้ก็ตั้งใจให้ดีก็แล้วกัน วิชาพื้นฐานของภาคเรียนที่สองนั้นน่าจะมีประโยชน์ต่อเธอไม่น้อย ได้ยินว่าก่อนหน้านี้ก็ช่วยฝ่ายสนับสนุนทำการศึกษาพวกเรื่องการสร้างสิ่งมีชีวิตชีวภาพไม่ใช่หรือ? ถ้าเธอเรียนวิชาพฤกษ์ศาสตร์กลายพันธุ์เบื้องต้นได้ดี ต่อไปก็อาจจะพัฒนาต่อยอดความรู้ได้”




    “ถึงฉันจะยังไม่เคยเห็นทหารที่เป็นทั้งฝ่ายปฏิบัติการควบคู่ไปกับฝ่ายศึกษาวิจัยมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินว่า...พวกปฏิบัติต่างก็ขาดความรู้พื้นฐาน ในขณะที่พวกศึกษาวิจัยก็ขาดการปฏิบัติจริง จนทำให้การพัฒนาล่าช้า บางที...เธออาจจะเป็นคนแรกที่ก้าวข้ามเงื่อนไขเหล่านั้น แล้วพาระบบที่มนุษย์ชาติมีไปในทิศทางใหม่ๆ”




    “จะบอกว่าฉันไม่คาดหวังก็คงไม่ได้ แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองมากเกินไป ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงยุ่งยากเสมอ ถ้าเธอทำได้ดี...พวกเขาจะมองว่าเธอก็คือจุดประกายความหวัง แต่ถ้าทำออกมาแย่...เธอก็แค่ถูกมองว่าเป็นคนไม่เข้าพวก”




    ​อาจารย์เติ้งหัวเราะออกมาอย่างหาได้ยาก สายตาของเขามองดูเด็กสาวด้วยความเอ็นดู ซูหยวนสัมผัสได้ถึงความหวังดีที่เขามีให้ เธอจึงยิ้มตอบรับอีกฝ่าย




    “เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์ ดังนั้น...ฉันจะกลายเป็นคนไม่เข้าพวกที่เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงนี้ค่ะ”




    “อืม ไปเถอะ อย่าลืมเตรียมร่างกายให้พร้อม แล้วก็ฝึกวิชาให้เชี่ยวชาญ เธอรู้ว่าฉันคาดหวังฝีมือธนูของเธอมากเช่นกัน”




    “เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์” ซูหยวนรับคำอย่างจริงจัง หลังจากที่เธอสำเร็จขั้นศรพริบตาได้ การจับทางไปยังขั้นอื่นๆไม่ได้ยากอีกต่อไป อาจารย์เติ้งคาดหวังผลลัพธ์ในการเข้าร่วมภารกิจครั้งต่อไป ว่าเธอควรจะสำเร็จวิชาขั้นที่สองได้แล้ว ซึ่งซูหยวนก็คาดหวังเกี่ยวกับมันเช่นกัน




    ​น่าเสียดายที่เวลาฝึกฝนอันสงบสุขของเธอยังไม่ได้รับมาโดยง่าย ต่อให้ซูหยวนจะแอบไม่เข้าร่วมเทศกาลที่น่าสนุกสนานนั้น แต่เธอก็ไม่สามารถหนีไปได้ตลอด




    ​โดยไม่คาดคิด จู่ๆเธอก็ถูกเรียกพบตัวโดย “คุณหนูจาง” หญิงสาวจอมแก่นที่เคยพบกันในพื้นที่ล่าเมื่อครั้งก่อน เธอได้เห็นการแสดงของอีกฝ่ายมาแล้ว ย่อมไม่หลงกลท่าทางที่น่าสงสารยามอยู่สถาบันของเธอ




    “รุ่นน้องอัน เรื่องนี้เธอจะไม่ช่วยจริงๆหรอ?” คุณหนูจางแสดงท่าทางน่าสงสารต่อหน้ากลุ่มเพื่อนมากมาย ซูหยวนหรี่ตาลง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณหนูอันผู้นี้จึงชอบแสดงท่าทางอ่อนแอนัก




    ​ก่อนหน้านี้ ตอนอยู่กับคุณชายเวิน อีกฝ่ายก็แสดงละครจนทางนั้นหลงกล พ่ายแพ้การประลองเสียย่อยยับ กลับมาที่สถาบันอีกครั้ง...เธอก็ยังรักษาบทบาทนั้นไว้อีก




    “รุ่นน้องอัน ถือว่าช่วยฉันสักครั้งเถอะนะ ไม่ใช่ว่าเธอก็ทำงานให้กับคุณอาของฉันหรอกหรอ ต่อไปในอนาคต...ถ้ามีอะไร ฉันจะช่วยพูดกับคุณอาให้เอง แต่ตอนนี้...เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม”




    “เธอก็ดูเอาเถอะ ถ้าไม่ใช่เพราะเงื่อนไขในการรับภารกิจนี้จะต้องพาเพื่อนร่วมกลุ่มไปด้วย 5 คน ฉันก็คงจะไปกับเพื่อนๆอีก 3 คนเท่านั้นแล้ว ทุกคนก็มีภารกิจทำกันทั้งหมด มีแค่ฉันและเพื่อนๆเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับภารกิจเลย เธออยากจะปล่อยให้รุ่นพี่จางคนนี้สอบตกชั้นปีที่สองงั้นหรอ”




    “ถึงจะบอกว่ายังเหลือเวลาอยู่ แต่การแข่งขันของชั้นปีที่สองนี้สูงมากเลยนะ เธอยังไม่ได้ขึ้นปีสองก็คงจะไม่รู้ เชื่อเถอะนะว่ามันสำคัญมากจริงๆ”




    ​คุณหนูจางพูดไปก็เหล่มองเพื่อนทั้งสามคนด้านหลังไปด้วย การแสดงของเธอไม่เหมือนว่าสนิทกับทั้งสามคนด้านหลังจนตกลงร่วมทำภารกิจด้วยกันเลยแม้แต่น้อย ดูอย่างไรก็เหมือนถูกบังคับมามากกว่า




    ​แต่ก็นั่นแหละ ซูหยวนไม่เคยเข้าใจคุณหนูอันคนนี้ และไม่คิดอยากจะเข้าใจด้วย ถึงจะไม่รู้ว่ามีเหตุอะไรให้ต้องวางแผนทำเรื่องไรสาระนี้ ทว่า...เธอก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับปัญหา




    “ขอโทษนะคะรุ่นพี่จาง แต่ว่าฉันต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทำภารกิจครั้งต่อไปจริงๆค่ะ ดังนั้น...”




    “ขอร้องล่ะ ได้ไหม” คุณหนูจางคนแข็งแกร่งแสร้งปาดน้ำตาของตน เธอปรี่เข้ามาจับมือซูหยวนแน่น ก่อนจะส่งสัญญาณบางอย่างให้รับรู้




    ​ดูเหมือนเธอก็รู้ว่าซูหยวนมีนิสัยอย่างไร แทนที่จะเสแสร้งต่อหน้าของเธอ หญิงสาวกลับเลือกที่จะเปิดเผยความเจ้าเล่ห์นั้นออกมาให้ได้เห็น




    ​รอยยิ้มเหมือนคนที่กำลังสนุกกับอะไรบางอย่างทำให้ซูหยวนต้องหยุดเสียงของเธอลง




    ​เธอมองดูเพื่อนๆของคุณหนูจางซึ่งกำลังจับจ้องมายังพวกเธอสองคนอีกครั้งความรู้สึกของเธอกำลังบอกว่า การกลั่นแกล้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายไปที่คุณหนูจางโดยตรง แต่น่าจะเป็นเธอมากกว่า!




    ​ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ทว่าซูหยวนก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้ว คนที่เกลียดเธอโดยไม่ทันได้เห็นหน้าด้วยซ้ำน่ะ มีไม่รู้กี่ร้อยคนในชีวิตก่อน ถ้าชีวิตนี้จะมีบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร...




    ​เพียงแต่...ด้วยนิสัยของเธอ ซูหยวนไม่คิดจะลงเข้าไปอยู่ในน้ำขุ่น เธอไม่เข้าใจว่าคุณหนูจางคนนี้ต้องการเล่นสนุกอะไรกันแน่ จึงได้หาเรื่องมาให้เธอ แถมขยิบตาส่งสัญญาณให้กันแบบนี้อีก ถึงซูหยวนอยากจะปฏิเสธให้ชัดเจน แต่เธอก็ยังไม่ลืมว่าอีกฝ่ายเป็นถึงหลานสาวท่านประธานจางคนนั้น แม้เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวควรจะแยกกันให้ขาดเพื่อความสบายในอนาคต ทว่าบางเรื่องก็ต้องอดทนรับไปบ้าง




    ​นอกจากนี้ มันก็เป็นเรื่องแรกที่คุณหนูจางคนนั้นถึงกับมาขอร้องเธอ....หากไม่เล่นตามน้ำ คุณหนูจางคนเจ้าเล่ห์คนนั้นอาจจะหาทางเอาคืนวันหลังก็ได้




    “ถ้ารุ่นพี่ว่าแบบนั้นล่ะก็....”




    “เยี่ยมเลยรุ่นน้องอัน!! ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องช่วยแน่ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ตามนี้นะ อีกสามวันเจอกันที่พื้นที่ล่าเขต A นะ แล้วพวกเราจะไปล่าที่เขต B กัน เธอจะต้องช่วยพี่เพื่อทำภารกิจของชั้นปีสองได้มากแน่ๆ” คุณหนูจางหัวเราะอย่างโล่งอก ในขณะเดียวกันก็มองเพื่อนทั้งสามด้วยสายตาขลาดเขลาด้วย เธอแตะมืออันซูหยวนเบาๆโดยไม่ให้คนอื่นเห็น จากนั้นก็รีบกลับไปหากลุ่มที่รออยู่ด้านหลังทันที




    ​เมื่อการพูดคุยจบทั้งหมดแล้ว กลุ่มรุ่นพี่ปีสองก็พากันจากไป ซูหยวนไม่ได้เข้าใจเรื่องทั้งหมด แต่เธอรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่ ดังนั้นจึงได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนหญิงสองสามคนที่ติดตามคุณหนูจางมาด้วย เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมสำหรับสองวันข้างหน้า




    ​ถึงจะมีแค่เรื่องข้อมูลพื้นฐาน เช่น ครอบครัวอะไร พวกเธอมีผลการเรียนเป็นอย่างไร ความสนใจและความถนัด ซึ่งดูจะไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก แต่ข้อมูลพวกนี้ก็ทำให้เธอคาดเดาอะไรบางอย่างได้อยู่บ้าง




    ​หนึ่งคนในกลุ่ม ซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มนั้น ที่จริงแล้วมาจากตระกูลไป๋ ตระกูลชื่อดังที่มีประวัติยอดเยี่ยมในทางการศึกษาวิจัยโดยตลอด หลายปีที่ผ่านมา เด็กของตระกูลไป๋มักจะคว้าอันดับหนึ่งของการทดสอบระดับชั้นปีที่ 1 เสมอ พวกเขาเชื่อว่าเชื้อสายตระกูลไป๋ของตนเองก็คือเชื้อสายมาจากสุดยอดนักปราชญ์เมื่อครั้งอดีตกาล




    ​ไม่น่าแปลกใจเลย หลังจากที่พวกเขาเสียอันดับหนึ่งให้เธอแล้ว จะเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา




    ​นอกจากนี้ หลังจากค้นประวัติเกี่ยวกับตระกูลไป๋มากขึ้น กลับมีใบหน้าของชายคนหนึ่งที่แสนจะคุ้นเคยเหลือเกิน ซูหยวนไม่ได้พูดคุยกับอีกฝ่ายโดยตรง แต่เคยสบตากันผ่านๆสองสามครั้ง ด้วยสัญชาติญาณ เธอรู้ว่าชายผู้นั้นที่อยู่ในกองทัพก็ไม่ได้ชอบเธอ ทว่าก็ไม่ได้สนใจมากนัก




    ​น่าเสียดายที่เวลานั้น ซูหยวนไม่ได้ตรวจสอบให้ดี ไม่อย่างนั้น...เธอคงจะรู้แล้วว่าที่มาของสายตาไม่พอใจจากจ่าสิบเอกไป๋คืออะไร




    “... ตอนนี้ก็ไม่ต้องเดาแล้วว่าคนอยู่เบื้องหลังของสถาบันเพลิงพลองคือใคร ดูเหมือน...ตระกูลไป๋ก็คือคนของ “คนๆนั้น” สินะ” ซูหยวนมองดูสายบังคับบัญชาที่สูงขึ้นไป พวกมันเป็นรองเพียงร้อยโทจางเท่านั้น




     …………………………………