หัวใจมายา

    ตามทวงเงิน

    “ตอนนี้เลยเวลามาสองวันแล้ว ฉันยังหาเงินไปคืนท่านธเนตรไม่ได้เลย” น้ำเสียงตึงเครียดของกองทัพแสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง

    “ถ้าพรุ่งนี้ฉันเล่นเสียอีกล่ะก็ ฉันคงไม่มีเงินไปคืนคุณธเนตรอย่างแน่นอน”

    “ก็ขอพ่อนายดิวะ”

    “นายยังไม่รู้จักพ่อฉันดีพอ ถ้าฉันไปขอเขาด้วยเงินมากมายขนาดนี้ เขาก็คงฆ่าฉันตายคามือ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด

    ภาคีนยืนมองรถหรูของกองทัพที่แล่นออกไป พลางกดมือถือรายงานอเล็กซ์ในทันทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่าเขาต้องกดปิดมือถือ เมื่อเห็นชายฉกรรจ์จำนวนหลายคน ยืนดักหน้าเขาไว้พร้อมกับอาวุธเต็มมือ

    “จะไปไหน มาคุยกันก่อนสิ” เสียงของธไนยเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาของภาคีเลื่อนไปเห็นชายหนุ่มเดินแทรกเข้ามาระหว่างกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ว่า

    “คุณ...ไนย”

    “จำฉันได้ด้วยเหรอ คิดว่าจำได้เฉพาะพ่อของฉัน” น้ำเสียงเยือกเย็นของธไนยทำให้ภาคีกลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้ทันทีว่าเขามาด้วยจุดประสงค์อะไร

    “ใจเย็นนะครับคุณธไนย ผมไม่เกี่ยวกับเงินสี่ล้านนั้น เพื่อนผมมันเป็๲คนเอาไป”

    “ฉันรู้ว่าเพื่อนนายเป็๞คนเอาไป แต่ในฐานะที่นายเป็๞เพื่อนกัน และพามันไปเอาเงินพ่อฉันมา นายก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ”

    “ระ รับผิดอะไร ผมไม่เกี่ยว” ชายหนุ่มพูดพลางเบี่ยงตัวจะเข้าบ้าน ก่อนที่ชายฉกรรจ์จะดึงร่างเขาออกมา แล้วจัดการต่อยด้วยหมัดแรง ๆ ไปหนึ่งที เสียงของธไนยเอ่ยห้ามไว้ ก่อนที่ชายฉกรรจ์เ๮๣่า๲ั้๲จะยั้งมือ

    “เลยเวลามาสองวันแล้ว ทำไมยังไม่เอาเงินมาคืน” ธไนยเดินเข้ามาจับคอเสื้อชายหนุ่ม แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

    “ไอ้กองทัพ มันบอกว่าพรุ่งนี้มันจะเอาเงินไปคืนครับ” แม้รู้อยู่เต็มอกว่าเงินทั้งหมดนั้น กองทัพจะไม่มีวันเอามาคืนได้ แต่เขาก็ทำเฉไฉไม่รู้ความ

    “เ๯้าของรถคันนั้นเหรอ”

    “ใช่ที่พึ่งขับออกไป นั่นคือมัน” ภาคีรีบพูด ก่อนที่ธไนยจะปล่อยมือออกจากเขาช้า ๆ

    “บ้านมันรวย ยังไงคุณธไนยก็ต้องได้เงินคืนจากมันอยู่แล้ว”

    “พรุ่งนี้ฉันจะเจอมันได้ที่ไหน” คำถามของธไนยทำให้ภาคีเลื่อนสายตามองทุกคนด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะตอบอย่างตะกุกตะกัก

    “ที่นี่ เวลาเดิม มันจะมาส่งผมที่นี่ทุกวัน”

    “งั้นกลับ” เมื่อธไนยได้เบาะแสของกองทัพแล้ว เขาจึงยอมกลับแต่โดยดี

    กองทัพเดินวนไปมารอบห้องอย่างใช้ความคิด ความเครียดกดดันให้ชายหนุ่มไม่สามารถนอนหลับตาลงได้เลย

    เช้าวันรุ่งขึ้นกองทัพหอบเอาสังขารที่มีดวงตาคล้ำและเสื้อผ้าตัวเดิมของเขา เข้ามาเล่นในบ่อนอีกครั้งพร้อมกับภาคี ครั้งนี้จะเป็๲วันสุดท้าย ที่บ่อนแห่งนี้จะอนุญาตให้กองทัพเข้ามาเล่นอีก

    สายตาของอเล็กซ์ที่กอดอกยืนมองตรงไปยังชายหนุ่มสภาพทรุดโทรม ขอบตาคล้ำและผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้น ทำให้เขาแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ

    “วันนี้เราจะดูดเงินมันให้หมด เ๽้าหนี้มันมาตามแล้วพี่ ถ้าไม่รีบเร่งมือ เราจะอดเงินล้านที่เหลือของมัน” ภาคีพูดกับอเล็กซ์ ก่อนเขาจะส่งสายตาให้คนของเขาลงมือดูดเงินกองทัพในทันที

    ครั้งแล้วครั้งเล่าที่กองทัพลงมือวางเดิมพัน เขาหวังว่าจะได้กลับมาเป็๞เท่าตัว แต่ไม่ว่ากี่ครั้งเงินเดิมพันที่วางลงไปก็ลดน้อยถอยลงจนเหลือหนึ่งแสนสุดท้าย ก่อนชายหนุ่มที่ใบหน้าเคร่งเครียดจะตัดสินใจวางเงินก้อนสุดท้ายนั้นลง และจบลงด้วยแพ้พนันทั้งหมด เสียงหวีดในหัวดังขึ้นเมื่อเงินสี่ล้านหายไปในพริบตาเพียงเวลาไม่ถึงเดือน เขายืนนิ่งมองดูทุกสิ่งรอบกายคล้ายกับสติได้หลุดลอยจากร่าง รู้ตัวอีกชายหนุ่มก็เดินกลับมายังรถคันหรูของตัวเอง

    “กูจะเอาเงินที่ไหนไปคืนท่านธเนตรวะ” กองทัพถามเพื่อนรักขณะที่ก้าวขึ้นรถ เสียงปิดประตูรถอีกฝั่งทำให้กองทัพหันใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อไปมองเพื่อน

    “นายก็ขอพ่อนายดิ พ่อนายรวยจะตาย”

    “บอกแล้วไง สี่ล้านไม่ใช่เงินน้อย ๆ พ่อไม่ยอมหรอก”

    “ก็แค่ยอมให้เขาด่านิดหน่อย เอาเงินมาคืนท่านธเนตร ทุกอย่างก็จบ” ภาคีพูดปัด พลางก้มมองนาฬิกาแล้วหันไปบอกเพื่อนรัก

    “ไหนว่าจะได้เยอะไงวะ ทำไมยิ่งเล่นยิ่งลงเหวงี้วะ” กองทัพหันมาหาเพื่อนแล้วทวงถาม

    “นี่มึงโทษกูเหรอวะ”

    “....” กองทัพนิ่งเงียบไม่ตอบ ก่อนที่ภาคีจะแสยะยิ้มเล็กน้อย แล้วถอนหายใจแสร้งผิดหวัง

    “กูเสียใจนะ ที่มึงโทษกูแบบนี้ ต่อไปนี้กูไม่ยุ่งกับมึงแล้วก็ได้ ทางใครทางมันแล้วกัน รีบไปส่งกูที่หน้าบ้าน แล้วกูจะไม่มาให้มึงเห็นหน้าอีก ถ้ามึงคิดว่ากูเป็๞ต้นเหตุให้มึงเจอเ๹ื่๪๫แบบนี้ กูก็จะไปจากมึงเอง” น้ำเสียงแสร้งน้อยใจของภาคีพูดจบ ทุกอย่างในรถก็เงียบสนิท

    หลังจากรถคันหรูของกองทัพแล่นมาส่งเพื่อนของเขาเสร็จ ชายหนุ่มเตรียมจะหมุนพวงมาลัยออก ก็ถูกรถคันหรูของใครบางคนขับเบียดมาบังไว้ ก่อนเขาจะลงจากรถแล้วเดินตรงไปยังรถปริศนาคันดังกล่าว

    ยังไม่ทันที่กองทัพจะเอ่ยถาม คนพวกนั้นก็เปิดประตูลงมาแล้วกรูกันเข้ามาทำร้ายโดยไม่ปรานี เมื่อภาคีเห็นดังนั้นจึงรีบหนีเข้าบ้านไป โดยไม่คิดช่วยเพื่อนแม้สักนิด ปล่อยให้กองทัพเผชิญกับอันตรายตามลำพัง เมื่อถูกซ้อมจนพอใจแล้ว ร่างของธไนยก็เดินลงมาจากรถคันนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม