เช้าวันต่อมา
อะพาร์ตเมนต์ปาลิกา
ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นพร้อมบิดี้เีเล็กน้อยก่อนนึกถึงเื่เมื่อวานที่ได้สร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกับผู้ชายไร้นามคนนั้น
เขาเป็คนคุยสนุกมาก จากที่หวังอ่อยทีแรกกลายเป็ว่าโดนอีกฝ่ายตกเข้าเต็มเปา ทุกคำพูดของเขามันมีเสน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งนุ่มลึกเหมือนกำลังเปิดเพลงที่ช่วยให้หลับง่าย โทนเสียงเขาประมาณนั้นเลย แต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อเมื่อระดับเสียงที่เขาเปล่งออกมามันมีขึ้นลงดึงความสนใจได้เป็อย่างดี
น่าเสียดายที่คุยเพลินเกินไปจนลืมถามชื่อและขอช่องทางติดต่อไว้หลังเขาขอตัวไปเมื่อคนที่รอมาถึงแล้ว
ก็ถ้าเราสองคนมีวาสนาร่วมกันก็คงมีโอกาสเจอกันอีก และครั้งหน้าฉันก็จะไม่ทำพลาดเหมือนอย่างครั้งที่แล้วแน่
✆ : พี่ฮอน พ่อล่ะ?
พอปลายสายกดรับฉันก็ถามหาคนที่คิดถึงมากที่สุดเมื่อกดขอวิดีโอคอลไปแล้วเห็นแต่หน้าพี่เขาเต็มจอ
✆ : น้ารอนครับน้องอายถามหาครับ
ฉันเบ้ปากหลังได้ยินคำว่าน้องอายจากปากคนอย่างพี่ฮอนที่แกล้งทำเป็พูดดีต่อหน้าพ่อ แต่ก็สลัดอารมณ์นั้นทิ้งไปเมื่อเห็นรอยยิ้มของพ่อปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ
✆ : เป็ไงบ้าง ที่พักดีหรือเปล่า
เห็นหน้าพ่อได้ไม่นานภาพก็เปลี่ยนเป็ใบหูแทนเมื่อท่านกำลังตั้งใจฟังคำตอบของฉัน
น่าเอ็นดูจัง
✆ : น้ารอนไม่ต้องเอาแนบหูครับถือไว้แบบนี้ได้เลย
จากนั้นเสียงของพี่ฮอนก็แทรกพร้อมภาพหน้าจอที่เปลี่ยนกลับไปเป็อย่างเดิม
✆ : ดีเลยนะพ่อ ราคาถูกแถมยังสะอาดแล้วก็ปลอดภัยมาก
ไม่พูดเปล่าแต่ฉันยังถือกล้องเดินไปตามมุมต่าง ๆ แล้วถ่ายให้อีกฝ่ายดูไปด้วย
ก่อนมากรุงเทพฯ ฉันจัดการจองที่พักไว้จนมาเจออะพาร์ตเมนต์ปาลิกาที่มียอดรีวิวว่าดีเยอะมากที่สุด และยอดรีวิวที่ว่าแย่ก็มีน้อยกว่าที่อื่นฉันเลยเลือกที่นี่
อะพาร์ตเมนต์นี้อยู่ติดริมแม่น้ำแล้วก็ใกล้ตึกที่ฉันต้องไปสัมภาษณ์ ทำเลดีขนาดนี้ตอนแรกนึกว่าแพง แต่พอไปดูค่าพักรายวันกลับไม่ได้แรงขนาดนั้น อีกทั้งโชคยังเข้าข้างเพราะเหลือห้องนี้เป็ห้องสุดท้ายพอดีด้วย ฉันเลยได้มันมาครองหวุดหวิด
แอบคิดนะว่าถ้าผ่านจนได้เข้าทำงานฉันก็ว่าจะมาเช่าเป็กิจจะลักษณะไปเลย ไม่อยากเสียเวลาหาที่อื่นแล้วในเมื่อที่นี่ดีทั้งค่าเช่าดีทั้งวิวทิวทัศน์ขนาดนี้ คนดูแลก็ดียังแอบกระซิบบอกฉันอีกว่าจะช่วยหาห้องให้ถ้าสัมภาษณ์ผ่าน
อันที่จริงทั้งอะพาร์ตเมนต์ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้เข้ารอบแบบฉันที่รอไปสัมภาษณ์แล้วมาเปิดห้องที่นี่กัน ให้อารมณ์เหมือนตอนเข้ากรุงเทพฯ ไปสอบตามสนามสอบใหญ่ ๆ เลย
✆ : ขอให้ผ่านนะพ่ออวยพรให้
ชายตรงหน้ายกมือขึ้นประนมเหมือนกำลังขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่ตัวเองเคยนับถืออีกศาสนามาก่อน
พ่อฉันเดิมทีไม่ใช่ชาวพุทธ อย่างที่รู้กันเนอะสำหรับต่างชาติจะมีศาสนาของเขา แต่ที่เปลี่ยนมาเป็พุทธก็เพราะแม่นี่แหละ ท่านเลยได้นิสัยคนไทยมาเต็มเหนี่ยวรวมถึงเื่หวยก็ด้วย
✆ : สาธุ~ เดี๋ยวอายไปเตรียมตัวก่อนนะ ไว้สัมภาษณ์เสร็จแล้วจะโทรหาค่ะ รักพ่อน้า
ฉันกับพ่อร่ำลากันสักพักก็วางสายกันไปก่อนเตรียมตัวไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
บริษัท วิเชียรเลิศคุณ จำกัด
ชั้นที่สิบสอง
“โห~” ฉันยืนมองผู้คนมากมายหลากหลายเพศกำลังยืนตามจุดตามมุมที่กำหนดพร้อมมองเลขคิวของตัวเองด้วยมือที่เปียกโชก
ทุกคนที่มาสัมภาษณ์ในวันนี้ต่างแต่งตัวดูดีมีระดับกันทั้งนั้น จัดเต็มไปด้วยของแบรนด์เนมมากมายอีกทั้งเอกสารก็หนาเป็เล่ม ต่างจากฉันที่มาด้วยชุดสูทธรรมดาและซองเอกสารที่หากมีลมพัดมาก็คงปลิวไปไกลได้ง่าย
“จะรอดไหมนะ” ฉันเดินไปนั่งตรงที่ว่างแล้วมองสำรวจทุกคนที่กำลังยืนท่องจำคำที่ต่างคนต่างเตรียมกันมาอย่างเคร่งเครียด
คนเหล่านี้เขาดูจริงจังกันมาก มากเสียจนฉันรู้สึกว่าตัวเองยังเตรียมตัวมาไม่ถึงครึ่งของคนเหล่านี้เลย
“อย่าเพิ่งเสียกำลังใจอ๊ะอายเธอทำได้อยู่แล้ว เธอมันเก่ง...เธอมันเก่ง” ฉันท่องคำให้กำลังกับตัวเองพลางหลับตาลงแล้วนึกถึงหน้าพ่อเป็แรงใจ จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดมองไปยังประตูห้องที่มีพี่พนักงานคอยตรวจความเรียบร้อยก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์
ไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป
“คุณสุพิชชา พรีสต์เรนซ์” ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเดินฉับ ๆ ไปยังตรงหน้าพี่พนักงานที่คอยเอ่ยเรียกชื่อผู้เข้าสัมภาษณ์ โดยแต่ละรอบจะเข้าทั้งหมดสี่คนต่อหนึ่งรอบ
“ขอให้ผ่านกันทุกคนนะคะ” เธอยิ้มให้พวกเราก่อนหยิบเอกสารในมือพวกเราลงตะกร้าพลางสำรวจความเรียบร้อยเบื้องต้นให้ทีละคน
ห้องประชุมนภา
เราทั้งสี่คนเดินเข้ามาในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีเหล่าคณะกรรมการนั่งรออยู่ก่อนหน้า พวกเขายิ้มให้ระหว่างที่พวกเรากำลังเดินไปประจำจุดมาร์กที่กำหนดไว้ให้
ฉันที่ไม่กล้ามองสำรวจไปรอบ ๆ เลยจงใจจ้องตาและโฟกัสกับคนที่ดูใจดีแทน ทำให้ไม่รู้ว่ารอบข้างมีใครบ้างเพราะมันเยอะมากจริง ๆ เรียกได้ว่าเกร็งสุดใจไปเลย
“โอเคครับ ก่อนเริ่มสัมภาษณ์ผมขออนุญาตแนะนำเ้าหน้าที่แต่ละท่านก่อนนะครับ” หนึ่งในทีมงานในห้องเอ่ยพูดอย่างเป็กันเองเพื่อละลายพฤติกรรมให้พวกเรา และจากนั้นเขาก็เริ่มผายมือไปทีละท่านทำให้ฉันใช้โอกาสนี้จ้องมองตามทิศทางที่มือชี้ไปด้วย
และเมื่อมาถึงคนสุดท้ายซึ่งนั่งห่างจากคนอื่นแถมรอบกายเขายังมีคนคอยยืนจดอะไรสักอย่างบนแท็บเล็ตเวลามองพวกเราทีละคน
ว่าแต่...ชายที่นั่งอยู่ ทำไมช่างดูคุ้นหน้าจัง
เหมือนกับ...
“ส่วนท่านนี้คือคุณเอกฉัท วิเชียรเลิศคุณ ประธานบริษัท วิเชียรเลิศคุณ จำกัด ที่ให้เกียรติมานั่งฟังการสัมภาษณ์ในรอบนี้ด้วยนะครับ” เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบกายเมื่อเพื่อนร่วมสัมภาษณ์ต่างพากันใ
แน่นอนว่าฉันคนนี้เองก็ใไม่ต่างกัน และคงใมากกว่าเดิมด้วยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหน้าคุ้นที่คิดไว้ทีแรกจะเป็ผู้ชายคนเดียวกันกับที่เจอเมื่อวานนั่นเอง
นี่ฉัน...อ่อยคนระดับสูงงั้นเหรอ
แล้วแบบนี้จะมีโอกาสผ่านไหมเนี่ย
ดูสายตาที่เขาจ้องมองมาสิ เหมือนกำลังบอกเป็นัยเลยว่าเขาจำฉันได้นะ ยิ่งพอเห็นฉันหลบสายตาหน่อยใบหน้าที่เคยคิดว่าใจดีก็ดูเ้าเล่ห์ชอบกล
“ทำให้เต็มที่กันนะครับไม่ต้องเกร็ง คิดซะว่าผมไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้แล้วกันนะ” น้ำเสียงนุ่มละมุนเป็เครื่องยืนยันว่าเขาคือคนคนนั้นแจ่มแจ้ง
มือที่กำลังประสานอยู่ใต้ท้องน้อยเริ่มบีบแน่นเข้าหากัน เหงื่อที่ผุดออกมาทำให้รู้สึกว่าห้องนี้ทำไมมันร้อนจัง อีกทั้งรอบตัวก็เหมือนมืดบอดไปแล้วเลย
หูฉันมันอื้อไปหมด
ตั้งสติอ๊ะอาย! แกจะมาพลาดด้วยเื่นี้ไม่ได้เด็ดขาด
ท่องไว้เพื่อเงิน! เพื่อพ่อ! เพื่ออนาคต!
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————