เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 164 เดือดดาล

            แม่นางไป๋ที่เด็กรับใช้กล่าวก็คือไป๋ฝูฉวี

            ไป๋ฝูฉวีมีสถานะพิเศษหากบอกว่านางเป็นบ่าวไพร่ แต่ทุกคนล้วนรู้กันดีว่าเด็กชายทั้งสองคนนั้นมีนางเป็นผู้ให้กำเนิดทว่าหากพูดว่านางเป็นเจ้านาย ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทั้งจวนแห่งนี้มิมีเจ้านายคนใดรู้จักนางเช่นนั้นทุกคนจึงเรียกนางว่าแม่นางไป๋

            หลังจากฟังคำของสาวใช้สีหน้าท่าทางของแม่นมซวี่ก็ดูอ่อนโยนขึ้นมาก

            จะเป็นไป๋ฝูฉวีได้อย่างไรกัน?

            เป็นใครก็ได้แต่ต้องมิใช่ไป๋ฝูฉวี

            เพราะไม่ว่าจะกล่าวอย่างไรไป๋ฝูฉวีก็เป็นบัณฑิตหญิงที่เคยศึกษาในสถานศึกษาตระกูลหยวนมาก่อน แม้สิ่งที่กระทำจะดูไร้เกียรติและไร้ศักดิ์ศรีสักเท่าไรแต่ก็เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แล้วจะมีความเกี่ยวพันกับพวกขอทานเหล่านั้นได้อย่างไร?

            ที่ยิ่งไปกว่านั้นบนร่างกายของหญิงสาว ทั้งหน้าอกและสะโพกเป็นส่วนสงวน ส่วนที่มีลักษณะพิเศษเช่นนี้ นอกจากตัวเองก็มีเพียงสาวใช้ข้างกายที่รู้ผู้อื่นมิมีทางที่จะล่วงรู้ได้ เหตุใดเหล่าขอทานที่อยู่ด้านนอกถึงได้รู้เรื่องเหล่านี้เล่า?

            หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไปชื่อเสียงของจวนตระกูลอานคงต้องจบเห่เป็นแน่โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อเสียงของนายน้อยทั้งสอง เกรงว่าจะเป็นเรื่องที่มิสู้ดีเท่าไรนัก...รู้หรือไม่ หากขอทานเหล่านั้นได้เห็นเรือนร่างของไป๋ฝูฉวีจริงๆ เรื่องนี้คงจบยากอย่างแน่นอน

            ที่ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าขอทานกล่าวว่าสะใภ้ของพวกเขาหายไปทำให้ผู้ที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างพากันขนหัวลุก

            แท้จริงแล้วมารดาผู้ให้กำเนิดนายน้อยของตระกูลอานได้แปดเปื้อนมลทินกับเหล่าขอทานกลุ่มนั้นจริงๆ หรือ?

            แม่นมซวี่แค่คิดก็ขนลุกไปหมด

            ที่ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องราวทั้งหมดก็ดูเหมือนจะมีเค้าโครงว่าเป็นเรื่องจริง

            หมอตำแยที่ทำคลอดให้ไป๋ฝูฉวีในวันนั้นกล่าวว่าส่วนที่เป็นระบบสืบพันธุ์ของไป๋ฝูฉวีมีปัญหา หากนางมีเพียงอานหยาง ตรงจุดนั้นก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้

            อีกประการ หมอตำแยผู้นั้นมีฝีมือมายาวนานแม้ไป๋ฝูฉวีจะคลอดบุตรก่อนกำหนดกว่าครึ่งเดือน ทว่าแม่นมซวี่สามารถมองออกว่าครรภ์ของไป๋ฝูฉวีแท้จริงมันเกือบครบเดือนแล้ว

            ตอนนั้นแม่นมซวี่รับฟังเป็นเรื่องตลกเรื่องหนึ่งอย่างไรเสียไป๋ฝูฉวีก็เคยศึกษาที่สถานศึกษาตระกูลหยวนมาก่อน จากการสืบข่าวก็พบว่าไป๋ฝูฉวีใกล้ชิดเพียงอานหยางระยะเวลาที่ห่างกันครึ่งเดือนฟังดูแล้วอาจเหมือนมากมาย แต่ความเป็นจริงก็มิได้ต่างกันสักเท่าไร

            แต่เมื่อนำเรื่องแปลกประหลาดทั้งหมดมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันแม่นมซวี่ก็คิดว่าต้องมิใช่เรื่องบังเอิญเป็นแน่

            มีเรื่องมิน่าฟังบางอย่างที่อานฮูหยินอาจจะยังมิทราบแต่แม่นมซวี่รู้ดี

            มีบางพื้นที่ที่ผู้คนยากจนมากเกินไปมิอาจสู่ขอสะใภ้ได้ เหล่าพี่ชายน้องชายหลายคนจึงต่างควงกระบองเปล่า [1] กันไป

            แต่การควงกระบองเปล่าเป็นเรื่องที่ไม่นิยมนักเพราะตระกูลยังจำเป็นต้องสืบเชื้อสายต่อไป สุดท้ายจึงมีวิธีหนึ่งที่พอจะนึกออกนั่นคือการแต่งภรรยาหนึ่งคนเข้ามา เป็น “เหล่าพี่น้องร่วมภรรยา”

            เมื่อครู่ตอนที่บ่าวเฝ้าประตูเข้ามารายงานได้บอกว่า “สะใภ้ของพวกเขา”คำว่า “พวก” คำนี้ทำให้หัวใจของแม่นมซวี่เย็นเยียบไปกว่าครึ่ง

            แต่ถึงแม้ไป๋ฝูฉวีจะเกิดมาพร้อมสถานะที่ต่ำต้อยแต่ตอนที่ศึกษาอยู่ในสถานศึกษาตระกูลหยวนก็เป็นผู้มีความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหล่าขอทานพวกนี้ได้

            แม่นมซวี่ยังคงเชื่อมั่นในตัวไป๋ฝูฉวีหรืออาจจะกล่าวอีกนัยว่านางแทบไม่อยากเชื่อความเป็นไปได้นี้ยิ่งเมื่อลองกลับมาคิดถึงเรื่องนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าการที่เหล่าขอทานพากันกล่าวเยี่ยงนั้นเพราะต้องขู่กรรโชกเอาเงินผู้อื่นเพราะเหตุนั้นเรื่องนี้นางจึงควรไปสอบถามไป๋ฝูฉวีจะดีกว่าว่า แท้จริงแล้วเรื่องนี้มันเป็นมาอย่างไรกันแน่

            ระหว่างทางเดินกลับ ยิ่งไป๋ฝูฉวีคิดถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว

            แน่นอนว่านางรู้ดีว่าคนเหล่านั้นเป็นใครก่อนหน้านี้นางโดนแผนการของเฉินเหลียนเอ๋อร์จนต้องตกไปอยู่ในมือของกลุ่มผู้ลี้ภัยเหล่านั้นกลุ่มผู้ลี้ภัยที่น่ากลัวเหล่านั้นตั้งชื่อให้นางที่มีผิวกายนวลเนียนว่า “ฟู่กุ้ยเอ๋อร์”เพื่อให้นางได้รับความอับอาย

            ตอนที่ไป๋ฝูฉวีหนีออกมาได้คิดว่าเรื่องเหล่านี้จะไม่เกี่ยวข้องอันใดกับนางแล้วหลังจากนั้นนางก็ได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่สถานศึกษาตระกูลหยวนกว่าครึ่งปี กระทั่งแผนการที่จะใช้โต้ตอบเฉินเหลียนเอ๋อร์ก็ถูกวางแผนเป็นอย่างดีนางมิเห็นว่าจะมีปัญหาอันใด กระนั้นจึงได้คิดว่าเรื่องนี้ได้ผ่านไปแล้ว

            มีคนมาโวยวายในวันที่คลอดบุตรไป๋ฝูฉวีได้ยินคนเหล่านั้นตะโกนเรียกชื่อ “ฟู่กุ้ยเอ๋อร์” หลังจากที่นางคลอดเสร็จ สาวใช้ชราออกไปเปิดประตูดูก็มิเห็นผู้ใดอยู่แล้ว

            ไป๋ฝูฉวีคิดว่าอาจเป็นเพราะความเจ็บปวดทำให้นางเกิดภาพหลอนจึงได้ลืมเรื่องเหล่านี้ไป

            คิดอย่างไรก็คิดมิถึงว่าพวกเขายังคงรอตนอยู่ที่นี่!

            มิน่าเล่านายหญิงเฉินจึงเดินทางมา

            นางเป็นมารดาของเฉินเหลียนเอ๋อร์ดังนั้นนางย่อมรับรู้เรื่องบางอย่าง มิแน่ว่าคนเหล่านี้นางเป็นคนตามหามา!

            ไป๋ฝูฉวีคิดว่าไม่ว่าจะอย่างไรตนก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะแล้วแต่คิดอย่างไรก็คิดมิถึงว่านายหญิงเฉินจะยังคงอยู่ที่นี่เพื่อรอตน

            ในใจของนางรู้สึกสับสนจนมิรู้ว่าจะจัดการอย่างไร

            อานฮูหยินและนายหญิงเฉินมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันยิ่งนักหากอีกประเดี๋ยวนายหญิงเฉินบอกให้นางถอดเสื้อผ้าออก รอยปานที่มีลักษณะเด่นบนร่างกายของนางตรงกับที่ขอทานเหล่านั้นได้กล่าวเอาไว้เยี่ยงนั้นเรื่องทุกอย่างมันก็จะจบลง!

            ไป๋ฝูฉวีหวาดกลัวยิ่งนักหัวใจของนางเต้นด้วยความสับสน เดินไปวนมาอยู่ในห้องนอนตัวเองสองรอบ และนั่นทำให้คิดได้ว่าตนไม่สามารถอยู่ในจวนตระกูลอานได้อีกต่อไปแล้ว

            นางรู้ชัดเจนว่าเด็กทั้งสองคนมิได้เป็นบุตรของอานหยางหากเรื่องมันใหญ่โตขึ้น แผนการชั่วร้ายที่นางนำตาปลามาปลอมปนกับไข่มุก [2] ก็จะเปิดเผยเกรงว่าแม้แต่หัวก็คงรักษาเอาไว้มิได้

            ไป๋ฝูฉวีกัดฟันแน่น ตอนที่กำลังคิดอยู่ก็ประจวบเหมาะกับเหล่าคนครัวกำลังเคลื่อนย้ายสิ่งของพอดีสาวใช้ชราอยู่ที่มุมประตูของห้องครัวเพื่อเก็บเงิน อีกประเดี๋ยวนางเพียงนำเงินสองเหรียญเงินที่ได้รับจากรางวัลครั้งนั้นให้แก่นางจากนั้นก็ค่อยหนีเพื่อเอาชีวิตรอด

            เมื่อนางเดินมาถึงมุมประตูแม่นมซวี่เพิ่งให้คนมารั้งตัวนางเอาไว้พอดี สาวใช้ชรารับเงินพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจแต่เมื่อหันหลังก็ผลักนางเข้าไปในห้องส้วมที่อยู่ใกล้กับห้องครัวและปิดประตูลงทันที

            ไป๋ฝูฉวีลุกขึ้นและทุบประตูอย่างแรงด้วยความตกใจสาวใช้ชราผู้นั้นมิได้สนใจ เห็นได้ชัดว่าเดินจากไปไกลแล้ว

            ไป๋ฝูฉวีรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่งใจของนางรู้ชัดเจนว่าตนมิมีเรื่องผิดใจกับสาวใช้ชราผู้นี้ เหตุใดถึงต้องทำให้เรื่องยุ่งยากในตอนนี้ด้วยเล่า?

            นางกังวลใจยิ่งนักเมื่อได้ยินเสียงเท้าดังขึ้นที่ด้านนอกประตู เสียงนั้นทั้งเบาทั้งนุ่มนวล มันต่างจากเสียงฝีเท้าของสาวใช้ชรามาก

            เสียงฝีเท้าหยุดลงไม่ไกลจากหน้าห้องส้วมไป๋ฝูฉวีไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้านนอกเป็นผู้ใด นางทำได้เพียงกลั้นเสียงของตนเอาไว้ ให้เหมือนกับว่าตนมิได้อยู่ด้านในนี้

            คนผู้นั้นก็มิได้เดินไปไหนไป๋ฝูฉวีปิดปากและจมูกของตน ทรุดตัวลงไปนั่งกองที่พื้น แต่ตอนนี้เป็นเดือนหกเดือนเจ็ดแล้วอากาศร้อนอบอ้าว กลิ่นของห้องส้วมก็เหม็นอับเกินจะหายใจได้ นางอดทนได้สักพักหนึ่งแต่ก็ทนได้ไม่นาน ท้ายที่สุดก็อาเจียนออกมา

            ทันทีที่มีเสียงอาเจียนด้านนอกก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น

            เสียงหัวเราะดังแผ่วเบาแต่กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีเพียงเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นทว่ามิมีรอยยิ้มอยู่เลยแม้แต่น้อย

            เสียงหัวเราะนั้นทำให้ไป๋ฝูฉวีรู้สึกเหมือนตกลงไปในภวังค์แห่งน้ำแข็ง...มันเป็นเสียงของนายหญิงเฉินเกรงว่าต่อให้นางกลายเป็นเถ้าถ่านก็มิอาจลืมเสียงนี้ไปได้

            “ไป๋ฝูฉวีนี่เจ้าต้องการไปที่ใดหรือ?”

            เสียงของนายหญิงเฉินราวกับกำลังถามอยู่ก็จริงแต่น่าเสียดายที่คำถามของนางไม่ได้มีเจตนาของการถามอย่างแท้จริงอยู่เลย ราวกับมีเพียงการแฝงไปด้วยความเสียดสีอย่างเต็มเปี่ยม

            ตอนที่ไป๋ฝูฉวีกำลังผงะอยู่เสียงปลดกลอนที่หน้าประตูก็ดังขึ้น จากนั้นนางก็โดนแรงอันมหาศาลดึงร่างออกไปและโยนลงบนพื้นอย่างแรง

            นางได้ยินเสียงของสาวใช้ชราที่เพิ่งรับเงินไปเมื่อครู่เอ่ยกับนายหญิงเฉินด้วยความเคารพ “นายหญิง เรื่องที่สั่งให้บ่าวทำบ่าวจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

            สาวใช้ชราผู้นี้เป็นคนของนายหญิงเฉินหรือ?

            ไป๋ฝูฉวีเกิดความกลัวขึ้นมิรู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน นางพยุงร่างขึ้นมาจากพื้นและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วแต่คิดมิถึงว่าสาวใช้ชราผู้นั้นจะกระโจนไปกระโดดถีบด้านหลังของนางอย่างแรงทำให้นางล้มลงไปที่พื้นอีกครั้งทันที

            เนื่องจากการคลอดบุตรบริเวณเอวของไป๋ฝูฉวีจึงยังไม่หายดีเท่าไรนักสาวใช้ชราใช้แรงถีบที่ส่วนเอวของนางเยี่ยงนี้ นางเจ็บจนภาพที่เห็นเบื้องหน้ากลายเป็นสีขาวโพลนจากนั้นก็สลบไปทันที

            เห็นนางสลบไปต่อหน้าต่อตาสีหน้าของนายหญิงเฉินมิมีความรู้สึกใดๆ แม้เพียงนิด มีเพียงแววตาที่แสดงความรังเกียจยามมองนางจากนั้นก็บอกให้สาวใช้ชราผู้นั้นเอาตัวนางไป คนกลุ่มหนึ่งจึงเดินซวนเซพาร่างนางไปยังทิศทางที่ฮูหยินอานอยู่

            อานฮูหยินมิได้มากับนายหญิงเฉินในครั้งนี้เพราะมิรู้ว่าเหตุใดจู่ๆ อานหยางถึงเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา

            ตอนที่เขาตื่นขึ้นมามิรู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใดถึงได้ตะโกนเสียงดังบอกว่าเด็กฝาแฝดที่ถูกเลี้ยงอยู่ในตระกูลอานเป็นเด็กนอกคอกเดินตรงไปที่ห้องรับรองหลักด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ตะโกนออกมาเพียงว่าอยากบีบคอเด็กสองคนนั้นให้ตาย

            อานฮูหยินเห็นอานหยางโวยวายเช่นนั้นก็เกิดอาการกระวนกระวายใจนางจึงวางเรื่องของพวกขอทานเอาไว้ และเดินกลับไปที่ห้องเพื่อปลอบโยนอานหยาง

            อานหยางโดนสาวใช้มากมายรั้งตัวเอาไว้เขาโกรธจนเบ้าตาแทบจะถลนออกมา ดวงตาจับจ้องไปยังเปลที่อยู่ในห้องของเด็กน้อยทั้งสองไม่วางตา

            แม่นมที่อยู่ข้างๆทำตัวมิถูก เด็กทั้งสองอายุยังน้อย ได้ยินอานหยางตะโกนเสียงดังก็ร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวทันทีเพียงครู่เดียว เสียงร้องไห้ของเด็กทารก เสียงคำรามด้วยความโกรธของชายหนุ่ม และเสียงเกลี้ยกล่อมของเหล่าสาวใช้ก็ผสมปนเปกันทั้งห้องตกอยู่ในความวุ่นวายทันที

            นายหญิงเฉินเฝ้ามองไป๋ฝูฉวีที่โดนสาวใช้ชราพาตัวมาด้วยความเย็นชาเฝ้ามองอยู่เนิ่นนาน บนใบหน้าปรากฏความเกลียดชังและความสุขที่ได้รับจากการแก้แค้น ทำให้ใบหน้าของนางยิ่งบิดเบี้ยวขึ้นไปอีก

            เมื่อเรื่องของความน่าตื่นเต้นสิ้นสุดลงในที่สุดนายหญิงเฉินก็เปลี่ยนใบหน้าแห่งความสุขที่ยากเกินควบคุมให้เป็นความน่ากลัวที่มีชีวิต “หยวนเอ๋อร์เกรงว่าเจ้าจะโดนนางชั้นต่ำนี่หลอกเข้าแล้ว!”

            หยวนเอ๋อร์คือชื่อเดิมของอานฮูหยินนานมากแล้วที่นายหญิงเฉินไม่ได้เรียกชื่อนาง จึงทำให้นางไม่ได้ตอบกลับไป

            ความตกใจที่เกิดจากอานหยางทำให้อานฮูหยินกล่าวไม่ออกเมื่อได้ยินนายหญิงเฉินเอ่ยเช่นนั้นนางจึงมิได้หันกลับไป “อะไรหรือ?”

            แววตาของนายหญิงเฉินมีรอยยิ้มเยาะเย้ยซ่อนอยู่ทว่าใบหน้าของนางกลับเติมเต็มไปด้วยความโกรธ “เจ้ารู้หรือไม่ เมื่อครู่ตอนที่แม่นมซวี่ถามว่าบนร่างกายของนางมีลักษณะเด่นเช่นนั้นหรือไม่ยังมิทันตั้งข้อสงสัยต่อนางเลยด้วยซ้ำ นางก็รีบร้อนหลบหนีออกไปแล้วเห็นได้ชัดว่านางต้องมีอะไรที่ปิดบังเอาไว้อย่างแน่นอน!”

            อานหยางเองก็ได้ยินคำพูดของนายหญิงเฉินเขามิได้มีความประทับใจใดต่อนายหญิงเฉิน แต่ในครั้งนี้เมื่อได้ยินนายหญิงเฉินกล่าวก็พยักหน้าราวกับคล้อยตามทันที “ดวงตาสวรรค์ทำให้ข้านึกขึ้นได้คืนนั้นข้ามิได้มีความสัมพันธ์ใดกับนาง เด็กพวกนี้จึงมิมีความเกี่ยวข้องกับข้าอย่างแน่นอน!”

            ความโกรธของอานหยางมิได้เกิดจากฝีมือของนายหญิงเฉินนายหญิงเฉินได้ยินเช่นนั้นก็มองไปที่เขา แต่กลับเห็นใบหน้าของอานหยางที่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธด้านหนึ่งก็เตะเท้าอีกด้านหนึ่งก็ก่นด่า “นางแพศยา! หลอกเอาเงินข้าไปยังพอทน แต่ยามนี้ยังต้องการสวมหมวกเขียว [3] ให้ข้าอีกหรือ!”

            อานหยางเตะท้องของไป๋ฝูฉวีด้วยความโกรธสาวใช้ชราที่อยู่ด้านข้างรู้สึกทนต่อไปแทบไม่ไหว แต่ในใจของนายหญิงเฉินกลับเต็มไปด้วยความสุข

            มือของนางสั่นเพราะความสุขทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความเย็นชา... ไป๋ฝูฉวีสมควรตาย อายหยางเองก็ได้กลายเป็นบ่อเกิดโศกนาฏกรรมของหญิงสาวไปด้วยเช่นเดียวกัน

            ไร้ปฏิกิริยาใดจากอานฮูหยินกว่าสมองของนางจะเข้าใจ เสียง “ปึง” จากการเตะของอานหยางจนไป๋ฝูฉวีกระอักเลือดออกมาทำให้นางได้สติขึ้นมาทันที

            --------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ควงกระบองเปล่าหมายถึง ชายโสด

            [2] นำตาปลามาปลอมปนกับไข่มุกหมายถึง เอาของไม่ดีมาปนกับของดี

            [3] สวมหมวกเขียวหมายถึง โดนสวมเขา (ใช้กับผู้ชาย)

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663