หญิงสาวรีบเปิดเครื่อง แล้วกดโทรศัพท์ออกไปหาฟาน แต่เพราะไม่ได้บันทึกเบอร์ของเขาเอาไว้ และเบอร์ของฟานก็ดันไปคล้ายกับเบอร์มือถือของฮอร์นทำให้เธอโทรออกไปติดที่มือถือเครื่องของเขา
"ฮัลโหล! " เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น ไวโอลินชะงักงัน ไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกไปดี จะบอกว่าโทรผิด ดูจะฟังไม่ขึ้นแน่ ๆ
"ฉันเองนะ...ไวโอลิน นั่นนายใช่ไหม" เธอเอ่ยถาม
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ" ฮอร์นถามกลับมาด้วยน้ำเสียงปกติ ดูไม่แปลกใจอะไรเลยกับการโทรมาในครั้งนี้ของเธอ ไวโอลินไม่กล้าจะพูดอะไรออกไป นั่งเงียบอยู่นาน ปล่อยให้ปลายสายถือสายรออยู่ จนกระทั่งเขาต้องเป็ฝ่ายพูดออกมาก่อน
"โทรมาป่านนี้ เธอมีอะไรให้ฉันช่วยใช่ไหมยัยบ๊อง! " ฮอร์นถาม เป็เสียงที่ฟังดูอ่อนโยนเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
"เอ่อคือ...ตอนนี้ฉันอยู่กับพันเจีย (ไวโอลิน สารภาพตามตรง) และฉันไม่รู้ว่าเขาเป็อะไร ตอนนี้เขานอนหมดสติอยู่ที่พื้น ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงบ้าง" เธอบอกกับเขาไปตรง ๆ ไม่ปิดบัง ก่อนที่ฮอร์นจะตอบกลับมา
"เื่แค่นี้เองเหรอยัยบ๊อง ฉันคิดไว้อยู่แล้ว ว่าเ้านั่นต้องไม่ไหวจริง ๆ " ฮอร์นกล่าวน้ำเสียงเยาะ
"เอ๊ะ! นายหมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ" ไวโอลินรู้สึกแปลกใจ เพราะคำพูดของเขาฟังดูแปลก เหมือนกับรู้เื่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเป็อย่างดี
"เธอแค่พาเ้านั่นไปนอนที่โซฟา หรือ ที่เตียง รอให้พันเจียฟื้น" ฮอร์นบอกกับเธอ
"แค่นั้นเองเหรอ" ไวโอลินถาม ท่าทางไม่แน่ใจ
"นี่เธอไม่เชื่อฉันเหรอ ยัยบ๊อง! "
"ปละ...เปล่า! โอเค ๆ ฉันจะทำตามที่นายบอก แต่ฉันแค่กลัวว่าเขาจะเป็อะไรไป เพราะว่าเขาพึ่งจะ..." ไวโอลินไม่ทันจะได้พูดจนจบ ฮอร์นก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
"เธออย่าเป็ห่วงเลย พันเจียน่ะไม่เป็ไรหรอก แค่ร่างกายอ่อนเพลียเท่านั้น" ฮอร์นย้ำกับเธอ เพราะเขาคิดแบบนั้นจริง ๆ
"แค่อ่อนเพลียเหรอ" ไวโอลินถามย้ำ
"ความจริงแล้ว เ้านั่น เพิ่งบริจาคเืให้กับสภากาชาดไปเมื่อเช้า และ ร่างกายก็ไม่พร้อมสำหรับการให้เกล็ดเืใครได้ แม้แต่สตีฟ"
"ฉันไม่เข้าใจ" ไวโอลินถามงง ๆ
"พันเจียน่ะ ไม่ได้เป็คนให้เกล็ดเืตามที่โรงพยาบาลขอหรอกนะ (เขากล่าว ก่อนจะเล่าต่อไปอีก) ฉันเอง ที่เป็คนอาสาให้เกล็ดเื เคสนั้นที่โรงพยาบาล" ฮอร์นบอกกับเธอ
"หมายความว่าคนที่บริจาคเกล็ดเื คือนาย ไม่ใช่พันเจีย เพราะเขาเพิ่งบริจาคเืไปยังไม่ถึง 24 ชม. อย่างงั้นใช่ไหม" เธอถาม
"ใช่ ฉันเองที่โทรเข้าไปอาสา พอดีมีปัญหานิดหน่อย ฉันก็เลยไปช้า จนพันเจียเกือบจะต้องเป็คนให้เืซะเอง แต่ถึงพันเจียจะไม่ได้เป็อย่างที่ฉันบอก ก็ไม่สามารถให้เืสตีฟได้หรอกนะ เพราะว่าเืของเ้านั่นกับสตีฟให้กันไม่ได้ นอกจากฉัน"
"งั้นเหรอ! แล้วที่พันเจียหายเข้าไปนาน ๆ ล่ะ" ไวโอลินถาม
"เป็เพราะเ้านั่นหน้ามืด และ พักผ่อนไม่พอเป็ผลมาจากการให้เืไปเมื่อ่เช้า นี่เธอไม่รู้เลยเหรอ" ฮอร์นถามกลับ
"ไม่...ฉันไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย" เธอตอบเสียงแ่ ฮอร์นเงียบไปสักพัก ก่อนจะเล่าเื่ราวทั้งหมดให้กับเธอได้ฟัง
"พันเจียมีหมู่โลหิตพิเศษ และ เป็อาสาสมัครในการบริจาคเื เ้านั่นอาจจะให้มากจนเกินกำหนดที่ควรจะให้ต่อครั้ง ตอนที่ฉันยังไปไม่ถึง ทางโรงพยาบาลตรวจพบว่าเกล็ดเืลอยตัว ยังไม่สามารถให้เืใครได้ เลยให้นอนพัก แต่เ้านั่นขอกลับ ซึ่งฉันเองก็ไปถึงที่นั่นพอดี" ฮอร์นอธิบาย ไวโอลินเริ่มกระจ่าง และคิดว่าทำไมพันเจียถึงไม่ยอมบอกเื่นี้กับเธอ และพาเธอขับรถตะลอนไปทั่ว แถมยังขับไปไกลถึงสัตหีบ เพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิดให้เธออีกด้วย
"ที่เ้านั่นไม่ได้บอก คงกลัวว่าเธอจะเห็นความอ่อนแอในตัวเขาล่ะมั้ง พันเจียน่ะไม่ค่อยจะยอมเสียหน้าง่าย ๆ หรอกนะ" ฮอร์นบอกทุกอย่างกับเธอ ไวโอลินรู้สึกซาบซึ้ง
"ขอบคุณนายมากเลยนะฮอร์น" ไวโอลินกล่าวขอบคุณที่เขาเล่าทุกสิ่งให้เธอฟัง แถมยังช่วยเหลือสตีฟ ก่อนที่ฮอร์นจะตอบกลับเธอไปว่า
"ไม่เป็ไรเลยยัยบ๊อง สำหรับเธอ เื่แค่นี้สบายมาก" พูดจบสายก็ถูกตัดไป
ไวโอลินมองร่างพันเจียซึ่งนอนสลบเหมือดคาอยู่พื้น ก่อนจะค่อย ๆ ช่วยพยุงเรือนกายของเขาให้ไปนอนที่เตียงอย่างทุลักทุเล
"คนบ้าอะไรเนี่ย ตัวหนักชะมัด! " ไวโอลินบ่นอุบ หลังจากที่แบกร่างของเขาไปนอนที่เตียงนอนขนาดใหญ่ แลเห็นหยาดเหงื่อไหลซึมบาง ๆ ออกมาทั่วอณูรูขุมขน เธอปาดเหงื่อแล้วหาผ้าชุบน้ำเพื่อมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับเขา
เวลาล่วงเลยผ่านไป ไวโอลินนั่งสัปหงกพิงขอบเตียง อยู่ที่พื้นข้าง ๆ ร่างของพันเจียตลอด 2 ชม.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเขาเริ่มรู้สึกตัวลืมตาขึ้นเห็นไวโอลินนั่งชันเข่าตัวเอนไปมาอยู่ก็อดยิ้มออกมาเล็ก ๆ ไม่ได้
"นี่นั่งเฝ้า อยู่แบบนี้ทั้งคืนเลยเหรอ ยัยหัวเห็ด! " เขาพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนที่ไวโอลินจะรู้สึกตัวสะดุ้งขึ้นราวกับตกตึก เพราะร่างที่เอนเอียงไปมาจนเกือบจะล้มพับ พันเจียเอื้อมมือข้างหนึ่งไปคว้าไหล่บางข้างที่จะล้มเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที
หมับ!
"พันเจีย" เธอเอ่ยเสียงใส เพราะดีใจที่เห็นเขาฟื้นตื่นขึ้นแล้ว
"เธอได้นอนหรือเปล่าเนี่ย" พันเจียพยุงตัวขึ้นนั่ง โดยที่ไวโอลินรีบปรี่เข้าไปช่วย
"ก็พอได้งีบอยู่บ้าง" เธอตอบพลางนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ กับเขา
"เหนื่อยไหม" พันเจียถามเสียงอ่อน
"หือ...นายว่าไงนะ" ไวโอลินร้องเสียงหลง ทำหน้างง ๆ
"ฉันถามว่าเหนื่อยไหมที่ไม่ได้นอนน่ะ" ไวโอลินส่ายหน้าไปมาแล้วตอบกลับไป
"ไม่ ๆ ฉันไม่เหนื่อย" ไวโอลินส่ายหัวไปมาถี่ ๆ
“ว่าแต่นายเถอะ หิวหรือยัง ฉันดูในตู้เย็นแล้วไม่มีอะไรให้พอทำอาหารได้เลยนะ" ไวโอลินบอกกับเขา พันเจียยกแขนขึ้นมองดูนาฬิกาที่สวมอยู่บนข้อมือแกร่ง
"ฉันยังไม่ค่อยหิว” เขาตอบ
“นี่ก็เจ็ดโมงแล้ว ข้างล่างน่าจะมีอะไรให้กิน เดียวฉันโทรลงไปสั่งที่เคาน์เตอร์ข้างล่างให้นะ ส่วนนายถ้าไม่ไหวก็นอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันกลับบ้านเอง"
"อย่าเลย เดี๋ยวฉันไปส่ง จะได้เลยไปโรงพยาบาลเยี่ยมสตีฟด้วยเลย"
"ฉันว่านาย อย่าไปเพิ่งไปเลยนะ นายควรจะพักผ่อนก่อน"
"ฉันไหว..."
"นายไม่ไหวหรอก ฉันรู้" ไวโอลินสวนขึ้นมาอย่างทันควัน เพราะกลัวความดื้อรั้นของเขา
"รู้ได้ไง ว่าฉันไม่ไหว" เขาย้อนถามกลับไป
"ก็นาย...เพิ่งจะเป็ลมล้มไปต่อหน้าฉันเนี่ย" ไวโอลินพูดจบก็ลุกขึ้น ในขณะที่เขามองตาม เธอหยิบโทรศัพท์ไร้สายที่วางอยู่ข้างหัวเตียงขึ้นมากด พันเจียคว้าหมับออกมาจากอุ้งมือของเธอ ไวโอลินไม่เข้าใจจ้องหน้าพลางคิดว่าเขานี้รั้นจริง ๆ
"โอเค ๆ ไม่หิวก็คือไม่หิว" ไวโอลินยอมแต่โดยดี ก่อนที่พันเจียจะสบสายตาเธอพลางยิ้มกริ่มแล้วโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นทิ้งลงไปบนเตียงนอนข้าง ๆ ตัว
"เดี๋ยวฉันไปส่ง"
"นายไม่ไหวหรอก...ฉันรู้" เธอย้ำ ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเอง พันเจียมองตาม มือที่ไวกว่ารีบรวบตัวของเธอมาไว้ในอ้อมแขน
หมับ!!!
"นายจะทำอะไรน่ะ ยะ...อย่านะ! " พันเจียยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ อย่างดื้อรั้น ขณะที่โอบกอดร่างของเธอเอาไว้อย่างแน่น ไวโอลินเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก พันเจียที่เห็นแบบนั้นโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบเสียงแ่เบาที่ข้างหูแล้วยียวนเธอออกไป
"เธอรู้ได้ไงว่าฉันไม่ไหว...ฉันจะทำกับเธอแบบที่ริมทะเลก็ยังได้เลย" ไม่พูดเปล่าใบหน้าหล่อเหลาของเขาโน้มลงไปหมายจะจูบเข้าที่ริมฝีปากนุ่มของเธอ ทว่าไวโอลินกลับเบี่ยงหลบ แล้วผลักร่างของเขาเซไปที่เตียง เธอรีบวิ่งหนีหายเข้าไปที่ห้องน้ำ ก่อนจะะโกลับมาด้วยว่า
"เดี๋ยวฉันขอตัวไป ล้างหน้าล้างตาก่อน นายจะได้ไม่เสียเวลา" พันเจียมองตาม ก่อนจะขยับตัวไปนั่งพิงหัวเตียงให้ถนัดมากขึ้น เขายิ้มออกมากว้าง ๆ พลางหัวเราะอย่างนึกชอบใจที่หยอกเย้าเธอได้จนสำเร็จ
ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
หลังจากพันเจียไปส่งไวโอลินแล้วที่บ้าน เขาก็ได้แวะมาหาสตีฟที่โรงพยาบาล ภายหลังจากการผ่าตัดดำเนินไปอย่างปลอดภัยและอาการของเขาก็ไม่น่าเป็ห่วง ก่อนที่สตีฟจะถูกย้ายตัวไปพักรักษาต่อที่ห้องพิเศษของทางโรงพยาบาล โดยมีฟานและไฮน์ที่กลับไปบ้านแล้วกลับมาอีกครั้งเมื่อ่เช้ามืด ก่อนหน้าที่พันเจียจะมาถึง
“เื่เมื่อคืนน่ะ ฉันไม่ได้เป็คนให้เืเหรอกนะ” พันเจียกล่าวกับเพื่อน ๆ
“อื้อ ฉันรู้แล้วล่ะ” ไฮน์บอก
“คือ...ฉันต้องขอโทษนายด้วยนะ เพราะฉัน...สตีฟถึงต้องมาเจ็บ” ฟานกล่าวอย่างรู้ตัว
“ฉันเอง...ก็ใจร้อน ขอโทษพวกนายสองคนด้วยแล้วกัน” พันเจียบอกออกไป
“แล้วไวโอลินล่ะ” ไฮน์ถาม
“ฉันพากลับไปส่งบ้านแล้ว”
“อืม...ดีแล้วล่ะ ขืนมาเจอฮอร์น มีหวังถ่านไฟเก่าเกิดปะทุขึ้นมาง่าย ๆ” ไฮน์เผลอปากเสียออกไป พันเจียที่ได้ฟังก็จ้องหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ฟานรีบเอามือปิดปากไฮน์กลัวว่าจะทำพันเจียโมโหขึ้นมาอีก
“แล้วเราจะทำไงต่อไป เื่การแข่งขัน” ไฮน์ถาม
“ก็คงต้องหาคนมาแทน” พันเจียก้มหน้าบอกออกมาเสียงเอื่อย
“แล้วจะไปหาใคร” ไฮน์ถาม ฟานรีบเสนอ
“เอางี้สิ โชยะไง พี่ชายนายอ่ะ ไม่เลวเลยนะ”
“ไม่!” พันเจียเสียงแข็ง ฟานก้มหน้าลงนิ่ง ๆ
ในระหว่างนั้น พันเจีย ฟาน และไฮน์ ไม่รู้ว่าไวโอลินแอบตามพันเจียมาด้วย เพราะเธอเองก็เป็ห่วงสตีฟเช่นเดียวกัน แต่เพราะกลับไปบ้านแล้วไม่เจอป้า เธอจึงรีบกลับออกมาอีกครั้ง
“พี่โชยะนะเหรอ” ไวโอลินพึมพำกับตัวเอง ในขณะที่หนุ่ม ๆ ยังพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด พันเจียคิดไม่ตกว่าเขาควรจะหาใครมาแทนสตีฟ เพราะถ้าหากหาคนแข่งมาแทนไม่ได้ ต้องมีผลต่อสนามแน่ ๆ
“ก็ถ้าไม่ใช่โชยะ แล้วจะหาใครมาแทนล่ะ” ไฮน์ถาม
“ไม่รู้...ตอนนี้ยังคิดไม่ออก” พันเจียบอก เพราะเขาไม่อยากให้โชยะมายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ ที่สำคัญเขาไม่้าขอความช่วยเหลือจากพี่ชายบุญธรรมของตัวเอง
“เดี๋ยวฉันมานะ จะแวะไปดูที่สนามแข่งสักหน่อย เผื่อมีใครพอที่จะเข้าตาบ้าง” พันเจียลุกพรวดขึ้นไปยังสนามแข่ง เพื่อหาคนที่พอจะทำเวลาได้ดี ใกล้เคียงกับที่สตีฟทำไว้ ไฮน์ และ ฟานพยักหน้าอย่างเห็นดีเห็นงามด้วย ทันทีที่เปิดประตูพรวดออกไป เขาก็ได้พบกับไวโอลินซึ่งยืนอยู่ที่หน้าห้อง เพราะหลบไปแอบไม่ทันแล้ว
“เอ่อคือ…” ไวโอลิน ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง พันเจียที่เห็นแบบนั้นก็รีบคว้าข้อมือบางของเธอให้ไปกับเขา
“ไม่ต้ององ ไม่ต้องเออะอะไรทั้งนั้นเลย ยัยตัวแสบ! แอบตามมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย เธอโดนแน่!!! มานี่เลย” พันเจียกึ่งลากกึ่งจูงเธอให้มากับเขา ไวโอลินวิ่งสลับเดินตามเขาไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ทำไมต้องแอบตามมาด้วย” พันเจียถาม เมื่อถึงที่รถ
“ฉันไม่กล้าบอกว่า อยากจะตามมาด้วย” ไวโอลินบอกออกไปตรง ๆ
“อยากมาก็บอกว่าอยากมาสิ ทำไม! หรือว่ากลัวฉันจะหึง!” พันเจียปลายตาลงมามองเธอ ด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์ ไวโอลินหลบตาแล้วรีบปฏิเสธออกไป
“ฉันเห็นนายซีเรียส เลยไม่อยากกวน ก็เลยแอบตามมา”
“อือหือ...ช่างเหอะ ไหนก็มาแล้ว ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันเถอะ”
“ป่านนี้นายยังไม่ได้กินอะไรอีกเหรอ” ไวโอลินถาม พันเจียเดินกอดคอ ลากตัวเธอกลับเข้าไปในโรงพยาบาล เพื่อหาอะไรลองท้อง
“ยังเลย! หรือเธอกินมาแล้ว”
“ฉันก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย เหมือนกัน” เธอตอบ
“งั้นดี! ไปเป็เพื่อนฉันเดี๋ยวนี้เลย” ไวโอลินนั่งจ้องหน้าพันเจีย หลังจากที่สั่งอาหารมาทาน แต่เขาไม่ยอมตักอะไรใส่ปากเลย นั่งเขี่ยไปมาอยู่นาน จนอาหารเย็นชืดหมดแล้ว
“คิดอะไรอยู่เหรอ” ไวโอลินเอ่ยถามออกไป พันเจียเงยหน้าขึ้นสบตา ก่อนตอบ
“ตอนที่แอบฟัง ไม่ได้ยินเหรอว่าเราเครียดเื่อะไรกัน” ไวโอลินถึงกับจุกที่ถูกพูดจาตรง ๆ ออกไปแบบนั้น
“ก็พอจะรู้อยู่ แต่ที่ถามก็เพื่อที่จะให้แน่ใจ” เธอตอบ
“อือหือ...ก็แบบนั้นแหละ ฉันยังไม่รู้ว่าจะหาใครมาแทนสตีฟ”
“ก็อย่างที่ฟานบอก พี่โชยะ พี่ชายของนายไง”
“ว่าไงนะ! พี่โชยะ งั้นเหรอ” พันเจียถามเสียงหยัน “นี่เธอไปสนิทสนมกับเ้านั่นั้แ่เมื่อไหร่กัน” พันเจียจ้องหน้า ถามออกมาเคือง ๆ