……
ณ ที่จักรวรรดิอาเทนติยูส
หลังจากที่ท่านมหาเวทอาเทนติยูสได้ออกคำสั่งให้เหล่าทหารช่วยกันปิดล้อมทางเข้าออกทั้งหมดให้เหลือเพียงทางเดียวเท่านั้น!!.. นั่นก็คือทางเดินเรือ และต้องเป็ทางเดินเรือที่จะใช้รับหรือส่งสินค้า และพวกพ่อค้าแม้ค้าปลีกย่อยทั้งหลายที่จะไปทางแคว้นฮัมเบิร์ตแต่เพียงเท่านั้น!!.. เพราะจำนวนคนและสินค้าจะเช็กได้ง่ายกว่า..
อาเทนติยูสจึงได้เข้ามาขอตรวจสอบข้อมูลกับบรรดาทหารที่เปิดด่านตรวจค้นคนเดินทาง ซึ่งในวันนั้นก็มีคนเดินทางโดยสารทางเรือที่จะไปทางแคว้นฮัมเบิร์ตนั้น ก็มีแค่เรือขนส่งอยู่ด้วยกัน 3 ลำ คือเรือภาคเช้า เรือภาคเที่ยง และเรือภาคบ่าย
โดยเรือภาคเช้านั้นจะออกเรือในตอน 08.00 น. และมีแต่พวกพ่อค้าและแม่ค้าที่ขนสินค้าจำพวกของสดไปเสียส่วนมากและเ้าของเรือก็เป็คนของจักรวรรดิอาเทนติยูส ถึงยังไงก็ตามตัวได้ง่ายมากเพราะเขาจะต้องกลับมานอนที่บ้านของเขาอย่างแน่นอน
และเรือภาคเที่ยงนั้น โดยมากจะเป็พวกพ่อค้าแม่ค้าและปุถุชนคนธรรมดาที่้าจะไปแลกซื้อสินค้าหรือไปท่องเที่ยวต่างเมือง เพราะที่แคว้นฮัมเบิร์ตตรงแถวๆท่าเรือเป็แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวมีโรงแรม มีร้านอาหาร มีตลาดโต้รุ่งขนาดใหญ่ และยังมีพืชพันธ์ที่อุดมสมบูรณ์ขายอย่างทั่วไป จึงทำให้มีพ่อค้าและแม่ค้ามากมายต่างก็มาเก็งกำไรและค้าขายกันอย่างแ่าฝาคั่ง เ้าของเรือเที่ยวนี้จะเป็คนของทางฝั่งแคว้นฮัมเบิร์ต ที่ชื่อว่า มาร์ดีโล่ นั่นเอง อาจจะตามตัวกันได้ลำบากนิดนึงเพราะเขาจะอยู่ที่ทางแคว้นของอีกฝั่ง
ส่วนเรือของทางภาคบ่ายนั้น ก็คือเรือที่ออกไปในตอนภาคเช้านั่นแหละ ในตอนนี้เขาจะเน้นไปรับพวกพ่อค้าแม่ค้าจากทางฝั่งแคว้นฮัมเบิร์ตเพื่อให้กลับมาที่จักรวรรดิอาเทนติยูสเสียมากกว่า เพราะคนจากทางฝั่งอาเทนติยูสในตอนบ่ายจะมีน้อยคนแล้ว.. จนแทบจะไม่มีคนโดยสารเดินเรือเลยเพราะถ้าใครออกเดินทางไปในตอนบ่ายนี้จะต้องไปพักหรือค้างแรมกันที่แคว้นฮัมเบิร์ตนั่นแหละ!! แต่ในตอนขากลับของภาคบ่ายนั้น คือเรือจะเดินทางมาถึงที่จักรวรรดิในตอนเย็นหรือเกือบจะค่ำ ( เวลาจะไม่ค่อยแน่นอนเท่าไหร่นักโดยมากจะเป็เพราะนัดเวลากับพวกพ่อค้าแม่ค้าให้มารับกลับ แต่เ้าของเรือจะได้รับทิปเยอะมากกว่า ) แต่ทางเ้าของเรือก็ต้องเดินทางกลับมาอยู่ดี
เพราะฉะนั้น ในการสำรวจข้อมูลที่ทางพวกทหารได้ตรวจสอบมาได้นั้น อาเทนติยูสจึงสงสัยในเรือลำที่รอบเที่ยงนั้นเสียมากกว่า แต่เขาก็ไม่ได้ละเว้นเรือในรอบแรกและรอบบ่ายเลย เขายังคงตรวจสอบและให้ทหารทำการจดบันทึกจำนวนคนที่เป็ผู้ที่น่าต้องสงสัยและเป็คนต่างถิ่น แต่ทางเ้าของเรือนั้นก็ได้ให้ข้อมูลมาว่าคนที่โดยสารเรือของเขานั้นส่วนมากจะเป็คนในพื้นที่และเป็พ่อค้าและแม่ขายขาประจำอยู่แล้ว อาเทนติยูสก็เลยไม่ได้ตั้งข้อสงสัยเป็กรณีพิเศษแต่อย่างใด ซึ่งผิดกับเรือลำรอบเที่ยงลำนั้น เพราะยังตามตัวของเ้าของเรือลำนั้นยังไม่ได้ด้วย และเขาก็ยังได้ฟังจากปากนายทหารที่เฝ้าตรวจคนที่หน้าด่านในเวลานั้นด้วยว่า
“ ท่านผู้นำขอรับ ในเวลานั้นมีคนที่เจ็บป่วยขึ้นไปบนเรือด้วยขอรับ ” นายทหารที่เฝ้าตรวจคนเข้าออกรายงาน
“ คนป่วย..? แล้วมันน่าสงสัยอย่างไร ? ” อาเทนติยูสถามนายทหารคนนั้น
“ เอ่อ.. คือว่า.. เ้าพ่อค้าคนนั้นมันบอกว่าเป็หลานสาวของมันน่ะขอรับ พวกนั้นมากันสี่คนขอรับ เป็ผู้ชายสามคนและเป็ผู้หญิงที่ป่วยอีกหนึ่งคน และพวกพ่อค้ากลุ่มนั้นยังบอกอีกว่านางป่วยเป็โรคหนอนดักแด้ขอรับ หน้าตาของนางนั้นเละเทะไปหมดเลยขอรับ เนื้อตัวนี้ก็.. โอ้โห!!.. เหม็นเน่าอย่างร้ายกาจเลยขอรับ เหมือนกับคนที่ตายไปแล้วเลยขอรับ แถมพวกมันยังเอาตัวของนางห่อหุ้มด้วยเสื่อม้วนจนทั่วตัวเลยขอรับ น่าเวทนายิ่งนัก.. ” นายทหารคนนั้นบอกรายละเอียดแก่อาเทนติยูสอย่างละเอียดลออ
“ แล้วเ้าได้ตรวจหน้าและลักษณะของนางไหม ? ” อาเทนเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ โธ่.. ท่านผู้นำขอรับ นางป่วยเป็โรคที่อาจจะติดต่อได้ขอรับ ข้าเลยไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดแต่ดูจากท่าทางของนางแล้ว นางน่าจะป่วยจริงๆขอรับ เพราะนางไม่ได้พูดอะไรเลยขอรับ ถ้านางโดนจับมาหรือมีอะไรที่ผิดปรกติแล้วล่ะก็ นางก็จะต้องส่งเสียงหรือขอความช่วยเหลือสิ.. ขอรับท่าน ” นายทหารผู้นั้นตอบอย่างตรงไปตรงมาแต่มันไม่ได้ถูกต้องไปสักทีเดียว
“ แล้วมีผู้ต้องสงสัยคนอื่นอีกไหม!? หรือมีใครที่ผิดปรกติจากเดิม มีอีกไหม ? ”
“ ไม่มีแล้วนะขอรับท่านผู้นำ ที่จริงแค่นางคนที่ป่วยนั้นกับพวกญาติๆของนางแค่นั้น ข้าก็ว่ามันแปลกแล้วล่ะท่าน อีกอย่างกว่าจะได้ออกเรือไป ต้องเลยเวลาไปโข.. อยู่นะขอรับ เพราะคนบนเรือเขาไม่อยากจะให้ไปด้วยกันน่ะขอรับ เห็นว่ามีการถกเถียงกันอยู่นานกว่าจะตกลงกันได้ นะขอรับ ” นายทหารพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น
“ อืม.. ขอบใจมาก พวกนายไปกันได้แล้ว ” อาเทนติยูสพอเข้าใจเื่ราวมากขึ้นแล้ว
อาเทนติยูสมั่นใจว่าผู้หญิงคนที่ป่วยที่ญาติๆของเธออ้างว่าเป็โรคหนอนดักแด้นั้นจะต้องเป็วิศณีตุลย์อย่างแน่นอน
เพราะด้วยเหตุที่ว่าโรคหนอนดักแด้มันเป็โรคประจำถิ่นของดินแดนจักรวรรดิอินเทอร์โฟ จะไม่มีทางมาเป็ที่ดินแดนของทางจักรวรรดิอาเทนติยูสได้เป็อันขาด และอีกอย่างโรคนี้ก็ไม่ได้เป็โรคติดต่อ อย่างที่พวกพ่อค้าผู้ที่อ้างว่าเป็ญาติของผู้ป่วยหญิงคนนั้นด้วย อาเทนติยูสจึงมั่นใจในอุบายที่พวกพ่อค้าทั้งสามคนนั้นปลอมแปลงคนเพื่อจะออกข้างนอกอาณาเขตของเมืองของเขา และที่วิศณีตุลย์ไม่สามารถพูดหรือขอร้องไห้คนช่วยเธอได้น่าจะเป็เพราะนางอาจจะโดนเวทมนตร์ดำของเ้าพวกพ่อค้าทั้งสามคนสะกดนางไว้เป็แน่
หลังจากที่ตรวจสอบจากทางด่านที่ท่าเรือเรียบร้อยแล้ว อาเทนก็ได้กลับมาที่คฤหาสน์ของเขา และทหารที่เขาได้ส่งไปตรวจสอบแถวเชิงเขา และชายฝั่งทางตอนเหนือก็ได้กลับมารายงานให้แก่เขาได้ทราบข่าว ว่าไม่มีสิ่งผิดปรกติแต่อย่างใดเลย
และหน่วยทหารที่เขาส่งไปหน่วยล่าสุดก็กลับมา
“ ท่านผู้นำขอรับ ทางหน่วยที่ท่านได้ส่งไปสำรวจรอบๆตัวเมืองแถวๆท่าเรือได้กลับมาแล้วขอรับ ” องครักษ์ประจำกายของอาเทนติยูสกลับมารายงาน
“ เ้าพบอะไรที่ผิดสังเกตบ้างหรือไม่ลาทส์!?.. ” อาเทนติยูสยิงคำถามใส่องค์รักษ์ของเขา
“ ขอรับท่านผู้นำ พวกข้าได้ออกตรวจไปแถวๆชายป่าใกล้ๆกันกับท่าเรือ ที่นั่นมีรถเข็นที่ถูกแอบซ่อนไว้ในโพรงป่าละเมาะขอรับ อีกทั้งยังค้นพบ ถังใส่น้ำที่มีลักษณะกลิ่นเหม็นของสิ่งปฎิกูล หรือสิ่งโสโครก พร้อมกล่องลังไม้ใบใหญ่ที่ว่างเปล่าขอรับ มันถูกทิ้งไว้ที่ชายป่า ใกล้ๆกับท่าเรือขอรับท่านผู้นำ ” ลาทส์ผู้เป็องค์รักษ์ประจำกายของอาเทนติยูสกล่าว
“ เช่นนั้นเหรอ ? ” อาเทนรับรู้เื่ราวทั้งหมดจากลาทส์เรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้พินิจและพิเคราะห์ทุกอย่างและพอที่จะเข้าใจหลักการณ์และเหตุผลของพวกโจรทั้งสามคนที่จับตัวของวิศณีตุลย์ไปแล้ว
‘ ข้ารู้แล้ว ว่าเ้าพวกโจรพวกนั้นจับตัวนางไปเพื่อจะไปขายต่อให้กับใคร มันเป็ไปได้ว่า พวกนั้นเห็นว่านางเป็ของแปลกคงคิดจะเอาไปขายต่อยังที่แถวตลาดมืดที่ค้าทาสกับพวกหญิงงามเป็แน่ ซึ่งมันก็มีไม่กี่แห่งกันหรอกในแคว้นฮัมเบิร์ต แต่ข้าอดใจทนรอ.. ต่อไปไม่ไหวแล้ว ตุลย์!! ข้าจะไปช่วยเ้าออกมาให้ได้!! ’
อาเทนติยูสร้อนรนกระวนกระวายใจเป็อย่างมากเมื่อรู้อย่างแน่ชัดแล้วว่า วิศณีตุลย์จะต้องถูกพวกโจรจับตัวและปลอมแปลงกายเพื่อหลบหนีออกไปจากจักรวรรดิของเขาไปจนได้ และในตอนนี้นางคงอาจจะต้องไปตกระกำและลำบากอยู่ในที่ไหนสักแห่ง อย่างที่ใจของเขาไม่อาจจะนิ่งนอนใจได้
อาเทนติยูสไม่อาจทนรอให้จนถึงเช้าได้ เขาจึงบอกกับพ่อบ้านของเขาไว้ว่า
“ ท่านพ่อบ้าน ข้าขอฝากที่บ้านและเอาสารนี้ไปส่งให้แก่ท่านผู้เฒ่าให้แก่ข้าด้วย ข้าจะออกเดินทางไปยังแคว้นฮัมเบิร์ตโดยไม่เปิดเผยฐานะของตน และข้าจะนำเอาท่านลาทส์องค์รักษ์ประจำกายของข้าไปด้วย ข้าขอเวลาแค่เพียง 7 วัน แล้วข้าจะติดต่อกลับมา ขอท่านพ่อบ้านได้โปรดทำตามที่ข้าขอร้องด้วย ” อาเทนติยูสพูดในเชิงขอร้องต่อท่านพ่อบ้านของเขา
และมันก็ไม่ได้เป็การออกคำสั่ง ท่านพ่อบ้านของอาเทนจึงสับสนและลำบากใจ เพราะเขานั้นรักและดูแลอาเทนติยูสมาั้แ่เล็กแต่น้อย และอาเทนติยูสก็ไม่เคยทำให้เขาต้องลำบากใจเลยในสักครั้ง อาเทนติยูสนับถือพ่อบ้านท่านนี้เปรียบดังเป็บิดาคนที่สองของเขา เพราะท่านพ่อบ้านท่านนี้เป็ผู้าุโและยังเคยเป็อาจารย์สอนเวทย์ให้เขาเป็คนแรกด้วย ั้แ่พ่อกับแม่ของเขาได้เสียไป ท่านพ่อบ้านท่านนี้ก็คอยดูแลตัวเขาและกิจการภายในคฤหาสน์ของเขาให้เป็ที่เรียบร้อยอย่างดีมาโดยตลอด
แต่ด้วยว่าท่านอาเทนติยูสกลับมาขอร้องเขาด้วยเื่ในครั้งนี้ ท่านพ่อบ้านจะปฎิเสธท่านผู้นำอาเทนติยูสได้อย่างไรกัน ?
“ เอ่อ.. ขอรับท่านผู้นำ ข้าจะปฎิบัติตามที่ท่านได้ขอร้องไว้อย่างแน่นอนขอรับท่าน ได้โปรดวางใจและปฎิบัติหน้าที่อย่างหมดความกังวลได้เลยนะขอรับ ” ท่านพ่อบ้านตอบอาเทนติยูสอย่างนอบน้อม
อาเทนติยูสยิ้มอย่างหมดห่วง และหมดกังวลที่เขาจะไม่ได้อยู่ดูแลที่เมืองของเขานั้นภายใน 7 วัน แต่เขาก็ได้ให้สัญญาอย่างเป็มั่นเป็เหมาะ ว่าเขาจะรีบกลับมาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ทางจักรวรรดิเดือดร้อนว่าที่ทางจักรวรรดิเว้นว่างจากผู้นำ และการไปต่างเมืองในครั้งนี้นั้น เขาจะปกปิดเป็ความลับโดยจะแอบไปโดยใช้การปลอมแปลงตนและปกปิดฐานะ แต่อาเทนติยูสจะไปกับลาทส์แค่สองคนเท่านั้น และเขาจะเดินทางข้ามไปยังดินแดนของแคว้นฮัมเบิร์ตโดยการเทเลพอร์ต ซึ่งในการเทเลพอร์ตในแต่ละครั้ง ถ้าไปคนเดียวจะไม่ค่อยมีผลกระทบสักเท่าไร ? แต่ถ้าจำนวนคนและสิ่งของเพิ่มมากขึ้น อาจจะมีผลกระทบต่อสภาพร่างกายของเขาบ้างนิดหน่อย คืออาจจะมีวิงเวียนศีรษะหรือมึนหัวบ้างเล็กน้อย แต่อาเทนติยูสก็ยังไม่เคยเทเลพอร์ตข้ามเขตแดนของจักรวรรดิของเขาไปเลยในสักครั้ง..
แต่ในครั้งนี้เขาจะต้องออกเดินทางเพื่อตามหาคน.. นั่นก็คือวิศณีตุลย์ ผู้หญิงที่ในตอนนี้.. เวลานี้.. อาเทนติยูสได้รู้แล้วล่ะว่า เขา้าตัวเธอและเป็ห่วงกังวลเป็อย่างมาก เขาไม่เคยได้รู้เลยว่าการคิดถึงและเป็ห่วงกังวลมันจะมากมายอะไรกันได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่เขาเพิ่งจะได้รู้จักกับนางเพียงแค่ไม่นานมานี้นี่เอง..
‘ ตุลย์!!.. ข้าจะออกตามหาเ้าให้เจอให้จงได้.. เพราะว่าเ้านั้นจะต้องเป็ของข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น!! ’
อาเทนติยูสกับลาทส์เตรียมตัวและทั้งคู่ก็ออกเดินทางโดยการเทเลพอร์ตของอาเทนติยูส โดยที่เป้าหมายของเขานั้นก็คือ แคว้นฮัมเบิร์ตนั่นเอง..
……
ณ คฤหาสน์ของตระกูลไวท์ที่แคว้นฮัมเบิร์ต
กัสต้านั่งรถม้ามาถึงยังคฤหาสน์ตระกูลไวท์ของท่าน อาร์มมิ่งไวท์ อย่างเร่งรีบ โดยที่เขาไม่ได้แจ้งมาร่วงหน้า จึงทำให้พ่อบ้านแห่งตระกูลไวท์นั้นโมโหในความโอหังและบังอาจที่.. เ้ากัสต้าผู้ไม่รู้จักกาลเทศะได้กระทำอยู่ในตอนนี้
“ เ้ากล้าดีอย่างไร ? ถึงมาบุกรุกคฤหาสน์ของท่านผู้นำอาร์มมิ่งไวท์ โดยไม่แจ้งเหตุจำนงมาร่วงหน้าในแบบนี้ ” ท่านพ่อบ้านเฮวส์กล่าว
“ เอ่อ.. ต้องขอประทานอภัยโทษด้วยครับท่าน พอดีข้าไม่ค่อยจะรู้เื่ ประเพณีีและพิธีรีตองสักเท่าไหร่นะครับ แต่ข้ามีความจำเป็ที่จะต้องเข้าพบท่านผู้นำให้ได้เลยนะครับ ได้โปรดไปรายงานให้ท่านฟังด้วยเถอะครับว่า.. ผมมีเื่สำคัญจะคุยกับท่านจริงๆ ” กัสต้ารีบพูดขอร้องท่านพ่อบ้านตระกูลไวท์ด้วยความสับสนและกังวลต่อโทษของเขา
“ มีอะไรกันอย่างนั้นรึ ? ” เสียงที่หนักแน่นร้องถามมาจากทางข้างหลังของพ่อบ้านเฮวส์
นั่นก็คือเสียงของท่านผู้นำ อาร์มิ่งไวท์นั่นเอง ท่านพ่อบ้านเฮวส์เบี่ยงตัวไปทางขวามือของเขาเพื่อหลบทางให้กับท่านผู้นำของเขา อย่างนอบน้อม
“ ขอรับท่านผู้นำ ชายผู้นี้บังอาจฝ่าฝืนกฎเข้ามาภายในอาณาบริเวณของคฤหาสน์ตระกูลไวท์โดยไม่ได้มีสารหรือจดหมายแจ้งความจำนงมาร่วงหน้าเลยขอรับท่าน.. ” ท่านพ่อบ้านเฮวส์รายงาน
“ แต่ข้า.. เอ่อ.. กระผมมีเื่สำคัญจะบอกแก่ท่านผู้นำนะขอรับ ” กัสต้ารีบพูด
อาร์มมิ่งไวท์หันกลับไปมองที่กัสต้า และเอ่ยว่า
“ เื่สำคัญ!?.. เื่อะไรกัน ? ” อาร์มมิ่งไวท์เริ่มทำท่าสนใจในตัวของกัสต้า
“ เอ่อ.. ครับ.. คือว่า คนที่ข้าได้ติดต่อส่งสารมาให้กับท่านเมื่อวันก่อน ในตอนนี้ได้หายตัวไปแล้วครับท่าน เอ่อ.. ข้าไม่อยากโกหกท่านแต่ไม่ทราบว่าท่านรู้อะไรบ้างหรือไม่ขอรับ..? ” กัสต้าพูดไปก็แอบสอดส่องและมองมาทางคฤหาสน์ของตระกูลไวท์ไปด้วย
“ นี่เ้าว่าอย่างไรนะ!! ในเมื่อคนของเ้าหาย!?.. แต่มาถามเอาความจากข้า.. เ้าจะบังอาจมากเกินไปแล้ว!! แต่ก็เอาเถอะ.. ข้าจะไม่เอาความเ้าเพราะเห็นว่าเ้านั้นยังโง่เขลาเกินกว่าที่ข้าจะลงโทษเ้า งั้นเ้าก็รีบไสหัวของเ้าไปได้แล้ว ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน ” อาร์มมิ่งไวท์ออกคำสั่งไล่คนเสร็จ เขาก็เดินกลับเข้าคฤหาสน์ของเขาไป..