นางซูจ้องมองบุตรสาวไม่วางตานางเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “นั่งบนม้าตัวเดียวกันมิหนำซ้ำยังไปผิดทาง... เจ้าคงไม่ได้โกหกแม่ใช่หรือไม่?”
“ท่านแม่คิดว่าคุณชายเจ้าของห้างจะโกหกท่านหรือเจ้าคะ?” ท่านควรสงสัยชายผู้นั้นต่างหาก! บุตรสาวของท่านช่างน่าสงสารยิ่งนักถูกจับตัวไปกลางทางซ้ำร้ายยังต้องช่วยโกหก ช่างน่าเหนื่อยใจเสียจริง!
“แน่นอนว่าคุณชายเจ้าของห้างเป็นคนที่เชื่อถือได้” นางซูให้การสนับสนุนเขาโดยไม่ลังเลด้วยฐานะของเขา เหตุใดจะหาหญิงสาวที่เพียบพร้อมไม่ได้กันเล่า?
เย่ชิงชิงเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์“ท่านมาถามข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”
นางซูจะพูดออกมาได้อย่างไรว่าขณะที่เผยรุ่นจือเข้ามาในบ้านแล้วอธิบายให้ฟังเขาเผยรอยยิ้มขมขื่นนางจึงสงสัยว่าบุตรสาวของนางเป็นฝ่ายที่ติดตามเขาจนเสียเวลาจึงต้องมาขอค้างคืน
แต่นางก็รู้สึกว่าชิงชิงเป็นคนสุขุมเยือกเย็นเสมอไม่น่าจะทำเช่นนั้น ทุกสิ่งเป็นเพียงความกังวลไปเองของนางไม่ใช่หรือ?
“เอาเถิด ไม่มีอะไรแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ” นางซูโบกมือมารดาที่ปรารถนาจะควบคุมหัวใจของบุตรสาว ช่างยากเย็นยิ่งนัก!
เย่ชิงชิงย่อมไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มขมขื่นของบุรุษผู้นั้นจะนำพาความเข้าใจผิดมาให้นางซูได้อย่างง่ายดายราวกับจงใจทำร้ายนาง การเปิดศึกครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกหน
เรื่องยังไม่ทันจบสิ้นเมื่อเย่ชิงชิงกลับถึงห้องก็เหลือบไปเห็นเผยรุ่นจือนั่งอยู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้งของนางอย่างโจ่งแจ้งพร้อมกับพลิกเล่นขวดน้ำกุหลาบของนาง
“คุณชายเจ้าของห้างท่านช่วยอธิบายเหตุผลที่บังอาจบุกรุกเรือนสตรีได้หรือไม่?” เย่ชิงชิงกอดอกนางอยากเข้าไปกัดเนื้อเขาตอนนี้เลย
ยิ่งเวลาล่วงเลยไปภาพลักษณ์ของคุณชายเจ้าของห้างผู้สง่างามและสุขุมรอบคอบของเขาได้มลายหายไปจากใจนางสิ้นสิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงถ้อยคำสบประมาท อาทิ เจ้าเล่ห์ ปลอมเปลือก ไร้ยางอายเป็นต้น
“กลิ่นไม่เหมือนกันเลยนะ~” เผยรุ่นจือหยดน้ำกุหลาบหนึ่งหยดลงบนปลายนิ้วก่อนจะสูดดมเบาๆ “ของเจ้าหอมกว่ามากนัก”
เย่ชิงชิงตกใจเข้าไปคว้าขวดของตนกลับมาทันทีแล้วกล่าวว่า “กลิ่นอันใดกันหากท่านยังไม่ออกไปให้พ้นหน้า มารดาของข้าเห็นเข้า คงได้เลือดท่วมเป็นแน่!”
“ขอรับ ขอรับ” เผยรุ่นจือยกมือทั้งสองข้างขึ้นแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้วกล่าวว่า “แม้พวกเราจะเปิดเผยและตรงไปตรงมาแต่เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
“ผู้ที่เปิดเผยและตรงไปตรงมาคือข้าต่างหาก ส่วนท่านเอาแต่ทำตัวลับๆ ล่อๆบุกรุกเรือนสตรีโดยไม่ได้รับความยินยอม มิใช่การกระทำของบัณฑิตผู้ดีเลยแม้แต่น้อย!”เย่ชิงชิงจ้องมองอย่างโกรธเคือง นางผลักเขาออกไปโดยไม่ฟังคำใดๆ
นางถอนหายใจโล่งอกเมื่อปิดประตูห้องลงทว่ากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกตินางรู้สึกว่าเผยรุ่นจือต้องค้นพบบางสิ่งเข้าแล้ว...
หลายคราที่คำพูดและการกระทำของเขานั้นเกินขอบเขตนั่นเป็นการทดสอบนางใช่หรือไม่? เย่ชิงชิงยิ่งคิดก็ยิ่งใจหายมิติเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนาง แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่กล้าให้ล่วงรู้คนธรรมดาไม่มีความผิด แต่มีหยกไว้ในครอบครองก็เป็นภัย หากถูกผู้ใดพบเข้านางย่อมคงไร้กำลังปกป้องตนเอง...
บางทีน้ำกุหลาบอาจขายให้ไม่ได้แล้ว ไม่คุ้มที่จะหาเงินทางนี้ต่อ ไม่เพียงแต่ขายไม่ได้แต่ยังต้องหาเหตุผลที่เป็นธรรมชาติเพื่อไม่ให้เผยรุ่นจือผู้เจ้าเล่ห์เกิดความสงสัย
หากปรารถนามิให้ผู้ใดล่วงรู้ก็อย่าได้กระทำสิ่งนั้นต่อ เย่ชิงชิงกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับข้องใจนางคิดว่าตนไม่ใช่คนที่ละเอียดรอบคอบ แล้วเช่นนี้จะทำอย่างไรดีเล่า?นางยังไม่รู้เลยว่าความลับของนางเปิดเผยออกมาเมื่อใด
นางนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนรุ่งเช้าจึงตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตาที่นางซูเห็นยังตกใจ
เผยรุ่นจือก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาวแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น กล่าวว่ากลัวบิดามารดาจะเป็นห่วงหลังจากขอบคุณหลายครั้งแล้วเขาก็นั่งรถม้าเข้าเมืองไปกับเย่จื้อเฟิงตั้งแต่เช้ามืด
เมื่อส่งเผยรุ่นจือไปแล้วเย่ชิงชิงก็หันกลับมาเห็นนางซูมีท่าทีอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูดนางจึงรีบยกมือขึ้นกล่าวว่า “เมื่อคืนยุงเสียงดังน่ารำคาญนักข้าจะไปที่เรือนของลุงหวงนำสมุนไพรไล่ยุงกลับมานะเจ้าคะ”
เมื่อเห็นบุตรสาวรีบร้อนหลบออกไปนางซูได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ “เด็กคนนี้หรือว่าจะรำคาญข้าที่ข้าจู้จี้ขี้บ่นเสียแล้ว?”
“ชิงชิงเฉลียวฉลาดนัก มีเรื่องที่เจ้าต้องบ่นนางด้วยหรือ?” ป้าหวังถือผักหลายชนิดเข้ามาพอดี นางเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “นี่คือผักโขมแดงที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ อ่อนกำลังดีเลย!”
“ขอบคุณมากนะเจ้าคะ” นางซูปลูกผักเองไม่มากนักบางครั้งก็ซื้อผักที่ตนเองไม่มีจากป้าหวังบ้าง เพื่อเปลี่ยนรสชาติ
ตอนนี้ยังเช้ามากลานบ้านยังไม่ได้เริ่มงาน เตาไฟก็ยังไม่ได้จุดนางซูนำผลไม้แห้งที่ตาเฒ่าโจวให้มาส่วนหนึ่งมานั่งกินกับป้าหวัง
“เจ้าได้ยินหรือไม่ว่า เฉินหย่งหลินชายโสดในหมู่บ้านเราผู้นั้นเขาหาภรรยาได้แล้วนะ!” ป้าหวังมีท่าทางกระตือรือร้นพูดไปก็แสดงออกว่ารังเกียจนัก “ด้วยนิสัยไร้แก่นสารของเขาวันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่ไม่ทำงานทำการ เดินร่อนไปทั่วหมู่บ้านเช่นนั้นยังมีคนชอบเขาอีก!”
เมื่อกล่าวถึงคนผู้นี้นางซูอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว กล่าวว่า “อีกฝ่ายเป็นผู้ใดกันไม่ได้ถูกหลอกใช่หรือไม่...”
ป้าหวังส่ายหน้าจากนั้นก็ตอบว่า“ได้ยินว่าเป็นหญิงม่ายนางหนึ่ง ทั้งยังพาบุตรอีกสองคนมาด้วยแม้จะเป็นเช่นนั้น ชายโสดอย่างเฉินหย่งหลินก็ยังนับว่าได้กำไรเพราะว่าหากเขามีบุตรชายหรือบุตรสาวสักคน สกุลเฉินก็จะไม่ถึงกับสิ้นทายาทแล้ว”
แม้จะพูดเช่นนั้นทว่าก็ต้องขึ้นอยู่กับเขาว่าจะรู้จักทะนุถนอมหรือไม่เฉินหย่งหลินฐานะไม่ดีอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวหากไม่แสดงความจริงใจออกมาบ้าง เกรงว่าแม้แต่ฐานะหญิงม่ายก็คงมิอาจรั้งนางไว้ได้