คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 37
เมิ่งเหวินฮั่นลุกขึ้นจากเตียงนอนของตัวเองพร้อมกับมองตรงไปที่หญิงต่างวัยทั้งสองคนด้วยแววตาราบเรียบ นอกจากนี้เสิ่นเจ๋อหยวนก็ลุกจากเตียงนอนเช่นเดียวกันกับเพื่อนสนิทของตัวเอง พร้อมกับเดินตรงไปยังผู้หญิงทั้งสองคนตรงหน้า หลังจากนั้นเขาจึงดึงร่างของคนทั้งคู่ให้นั่งลงบนเตียงนอนของพวกเขาแทน
“นั่นสิ จะรีบไปไหนกัน”
หวงจื่อเฟยและโจวอู๋หวานรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก พวกเธอทั้งสองคนไม่คิดเลยว่าผู้ชายทั้งสองคนนี้จะไม่ได้หลับสนิทอย่างที่พวกตนเข้าใจ แต่พวกเขากลับแกล้งหลับเสียมากกว่าและพวกเธอก็หลงกลอย่างเต็มที่เลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นหวงจื่อเฟยก็ยังคาดหวังว่าคนเหล่าจะยังไม่เห็นในช่วงที่ตัวเองและป้าอู๋หวานแบ่งเงินกัน
“พวกคุณพูดอะไรกัน ฉันก็แค่อยากจะพาแม่ไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นเอง”
หวงจื่อเฟยจับแขนของโจวอู๋หวานเอาไว้ให้เหมือนกับว่าพวกตนเป็นแม่ลูกกันเช่นเดิม ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ทนายอย่างพวกเขาสองคน คนเหล่านั้นก็คงจะตกลงไปในหลุมพรางของอีกฝ่ายเสียแล้ว แต่เพราะพวกเขาไม่ได้สลบไปอย่างที่อีกฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ ดังนั้นจึงได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ เต็มสองตาเลยทีเดียว
เมิ่งเหวินฮั่นเอียงคอของตัวเองเล็กน้อย พร้อมกับจ้องไปที่หญิงต่างวัยทั้งคู่อย่างไม่วางตา
“พวกคุณแน่ใจนะว่าพวกคุณเป็นแม่ลูกกันจริงๆ และกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเท่านั้น ไม่ใช่ว่ากำลังจะหนีไปพร้อมกับเงินของพวกเรา”
โจวอู๋หวานตกตะลึงขึ้นมาในทันที เธอไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มคนนี้จะไม่ไว้หน้าพวกเธอทั้งคู่แบบนี้ อีกทั้งยังรับรู้เรื่องราวทั้งหมดอีกต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้นโจวอู๋หวานก็ไม่คิดที่จะรับสารภาพอย่างแน่นอน เพราะถ้าหากเธอถูกจับขึ้นมามีหวังอิสระของเธอคงจะจบลงในทันที และนอกจากนี้เธอยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญนั้นจะน่ากลัวมากขนาดไหนอีกด้วย
“พวกคุณจะคาดคั้นอะไรกันขนาดนั้น ฉันก็บอกไปแล้วว่าอยากเข้าห้องน้ำและลูกสาวของฉันก็แค่จะพาฉันไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นเอง ถ้าหากพวกคุณสองคนไม่ไหวใจเราสองคนแม่ลูกขนาดนั้น พวกเรากลับไปนั่งพักที่ที่นั่งของเราก็ได้”
โจวอู๋หวานแสดงท่าทางหมดความอดทนอดกลั้นในทันที ถึงยังไงในตอนนี้พวกเธอก็ได้เงินของอีกฝ่ายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นต่อให้เธอต้องกลับไปที่นั่งของตัวเองในตอนนี้ ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะเสียหายอีกต่อไป นอกจากนี้เธอยังไม่ต้องคอยหวาดระแวงกับชายหนุ่มทั้งสองคนนี้อีกต่อไปเช่นเดียวกัน
“ถ้าอย่างนั้นก่อนที่พวกคุณจะไปนั่งที่ของตัวเอง พวกคุณก็ควรจะคืนเงินและตั๋วต่างๆ ของพวกเรามาก่อนไม่ใช่เหรอครับ”
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะคืนตั๋วและเงินของเขาและเสิ่นเจ๋อหยวนมาแล้ว เขาก็ไม่มีทางปล่อยคนทั้งคู่ไปอย่างง่ายดายเช่นกัน เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนคนอื่นคงจะถูกอีกฝ่ายหลอกลวงต่อไปอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดการหลอกลวงเช่นนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เขาคงทำได้เพียงส่งตัวผู้หญิงทั้งสองคนนี้ไปให้กับเจ้าหน้าที่รถไฟให้ดำเนินการต่อไปแทนพวกเขา เพราะถึงแม้ว่าเขาและเสิ่นเจ๋อหยวนจะเป็นนายทหาร แต่ก็ไม่สามารถข้ามหน้าข้ามตาของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้เช่นกัน เพราะการทำเช่นนั้นจะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติต่อเจ้าหน้าที่ด้วยกันเอง
“พวกคุณนี้ยังไงกัน ฉันเพียงแค่ไม่สบายและต้องการพักผ่อนเท่านั้น ในตอนแรกพวกคุณก็บอกว่าฉันและลูกสาวไม่ต้องจ่ายอะไร แต่ทำไมตอนนี้พวกคุณสองคนถึงอยากได้เงินของพวกเราสองแม่ลูกละ นี่หรือคือสิ่งที่ลูกผู้ชายเขาทำกัน คิดว่าพวกเราสองคนแม่ลูกเป็นเพียงผู้หญิง จึงคิดที่จะรีดไถเงินจากพวกเราใช่ไหม”
โจวอู๋หวานบีบมือของหวงจื่อเฟยเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะตะโกนออกไปด้วยเสียงอันดัง และเธอเชื่อว่าคนอื่นๆ ที่อยู่บนรถไฟแห่งนี้จะต้องเข้ามาช่วยเหลือพวกเธอสองคนจากชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นพวกเธอก็จะสามารถหลุดพ้นจากการเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย และสุดท้ายเงินและตั๋วที่เธอขโมยมาก็จะเป็นของเธอและหวงจื่อเฟยในที่สุด
ซึ่งแน่นอนว่าเสียงตะโกนของโจวอู๋หวานทำให้มีเสียงเดินมาทางตู้นอนของเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวน และเพียงไม่นานเสียงเคาะบานประตูก็ดังขึ้น แต่ก่อนที่พวกเขาสองคนจะส่งเสียงอะไรออกไป โจวอู๋หวานที่รอเหตุการณ์เหล่านี้อยู่ ก็ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาเสียก่อน
“ช่วยด้วย ช่วยฉันกับลูกสาวด้วยค่ะ พวกเขาสองคนไม่ยอมให้เราสองแม่ลูกออกไปจากตู้นอน”
ทันทีที่คนด้านนอกได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือต่างก็พากันเคาะประตูหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เสิ่นเจ๋อหยวนเดินไปที่หน้าประตูตู้นอนของตัวเองเพื่อเปิดประตูให้กับคนเหล่านั้น
“เกิดเรื่องอะไรกันแน่ครับ ทำไมพวกคุณสองคนถึงได้กักตัวผู้หญิงเอาไว้แบบนี้”
ทันทีประตูทางเข้าตู้นอนถูกเปิดออก ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้นมาในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเขารู้จักกับหญิงต่างวัยทั้งสองคนเป็นอย่างดี เพราะว่าเขาก็อยู่ในขบวนการนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้เขายังมีหน้าที่คอยช่วยเหลืออีกฝ่ายพร้อมกับหญิงสาวที่คนที่แสดงเป็นภรรยาของเขานั่นเอง
“ช่วยฉันกับแม่ด้วยนะคะ ตอนแรกแม่ของฉันรู้สึกไม่สบาย ฉันก็เลยอยากจะขอเข้ามาพักที่ตู้นอนของพวกเขาสักหน่อย แต่ไม่คิดเลยว่าเมื่อครู่นี้ที่ฉันและแม่จะไปเข้าห้องน้ำ พวกเขาทั้งสองคนก็ไม่ยอมให้พวกเราแม่ลูกออกไปจากตู้นอนของพวกเรา ฉันกลัวพวกเขามากเลยค่ะ ได้โปรดพาพวกเราไปจากที่นี่ทีเถอะนะคะ”
ทันทีที่เห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเดินเข้ามา หวงจื่อเฟยก็รีบอ้อนวอนขึ้นมาในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้แสดงออกว่าเธอรู้จักกับชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่เพียงแสดงท่าทางเพื่อให้อีกฝ่ายให้การช่วยเหลือเพียงเท่านั้น นอกจากนี้เธอยังได้พยุงตัวโจวอู๋หวานเอาไว้ และพยายามเดินตรงไปยังชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าตู้นอน
แต่เมื่อเธอเดินไปข้างหน้าเพียงแค่ไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้าตู้นอนก็เดินมาขวางทางของเธอเอาไว้เสียก่อน ดังนั้นหวงจื่อเฟยและโจวอู๋หวานจึงไม่สามารถออกไปจากตู้นอนแห่งนี้ได้อย่างที่ใจต้องการ
“พวกคุณทำอะไรกันนะ ทำไมถึงต้องกักตัวสองแม่ลูกเอาไว้แบบนี้ด้วย รีบปล่อยพวกเขาออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้สามีของฉันไปเรียกเจ้าหน้าที่รถไฟมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อเห็นการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้า ฟู่จูเหลียนก็รีบตะโกนออกไปด้วยความไม่พอใจ เธอไม่คิดเลยว่าเหยื่อในครั้งนี้ของหวงจื่อเฟยและโจวอู๋หวานจะเป็นพวกดื้อด้านถึงขนาดนี้ แม้ว่าทั้งเธอและหลิวเย่เทาจะแสดงตัวเองให้ความช่วยเหลือสองแม่ลูกขนาดไหนก็ตาม หรือแม้ว่าพวกเขาจะตะโกนออกไปเพื่อให้คนอื่นที่อยู่บริเวณออกมายืนกดดันอีกฝ่ายก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าชายทั้งสองคนตรงหน้าเขาจะไม่คิดที่จะปล่อยหวงจื่อเฟยและโจวอู๋หวานไปง่ายๆ
“ผู้หญิงสองคนนี้ขโมยเงินและตั๋วของพวกเราไป ดังนั้นพวกเราจึงอยากได้เงินและตั๋วของพวกเราคืน”
เมิ่งเหวินฮั่นกวาดสายตามองไปที่ชายและหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ซึ่งแน่นอนว่าเขาพบสิ่งผิดปกติในทันที เพราะดูเหมือนว่าผู้หญิงทั้งสองนี้มักจะมองตรงไปที่ชายหญิงวัยกลางคนอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเขาจึงคิดว่าทั้งสี่คนจะต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน
“จะเป็นไปได้ยังไงกัน ฉันก็เห็นว่าผู้หญิงที่เป็นแม่ก็ดูเหมือนจะป่วยนะ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะไม่หน้าซีดขนาดนั้นหรอก นี้พวกคุณสองคนจะโกหกอะไรก็ช่วยทำให้มันแนบเนียนหน่อยสิ”
ฟู่จูเหลียนหันไปหาชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างกายของเธออีกครั้ง “พี่คะ พี่รีบไปตามเจ้าหน้าที่รถไฟมาดีกว่าค่ะ พวกเราควรจะจับคนพวกนี้เข้าคุกไปให้หมดเลย ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงจะต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อย่างแน่นอน ฉันไม่อยากให้คนอื่นต้องมารู้สึกหวาดกลัวแบบนี้ ทั้งๆ ที่พวกเธอแค่เพียงต้องการความช่วยเหลือเท่านั้นเอง”
“ได้เลย เดี๋ยวพี่จะรีบไปตอนนี้เลย”
หลิวเย่เทาพยักหน้าให้กับคำพูดของฟู่จูเหลียน อันที่จริงพวกเขาแค่ต้องการข่มขู่อีกฝ่ายเพียงเท่านั้น เพราะปกติแล้วชาวบ้านธรรมดามักจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับเหล่าเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเพียงแค่เขาเอ่ยปากข่มขู่ออกไป พวกเขาเหล่านั้นก็มักจะปล่อยคนออกมาในทันที
“เดี๋ยวสิ”
เสิ่นเจ๋อหยวนเอ่ยเรียกชายวัยกลางคนคนดังกล่าวออกมาก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินออกไปจากตู้นอนของตัวเอง หลังจากที่อีกฝ่ายหันกลับมามองเขาแล้วนั้น เสิ่นเจ๋อหยวนก็เดินตรงไปหาอีกฝ่ายในทันที พร้อมกับดันร่างของชายหญิงวัยกลางคนทั้งคู่เข้าไปภายในตู้นอนของเขาอีกครั้ง
ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเสิ่นเจ๋อหยวนนั้นเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่มีใครทันได้ตั้งตัวแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงอย่างนั้นการกระทำของเขาก็ทำให้ผู้คนที่กำลังยืนมองอยู่บริเวณรอบๆต่างก็สงสัยดังออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะว่าพวกเขาต่างก็คิดว่าเสิ่นเจ๋อหยวนเป็นคนไม่ดีนั่นเอง
“กรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับ ถ้าหากพวกคุณไม่อยากเดือดร้อนไปด้วยกับคนเหล่านี้” เสิ่นเจ๋อหยวนกวาดสายตามองไปที่ผู้คนเบื้องหน้า
“เจ้าหน้าที่ค่ะ ทางนี้ค่ะทางนี้ มีคนกักขังคนอื่นอยู่ในตู้นอนค่ะ นอกจากนี้เขายังคิดที่จะทำลายร่างกายของคนอื่นอีกด้วยนะคะ รีบจับพวกเขาไปที”
ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่รถไฟกำลังวิ่งมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่ หญิงสาวคนหนึ่งก็รีบโบกมือเรียกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เธอยังรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเมื่อได้เห็นเจ้าหน้าที่เหล่านี้ เพราะไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าชายหญิงต่างวัยที่อยู่ด้านในจะเป็นเช่นไรในอนาคต
“ใช่ค่ะ พวกเขาจับตัวคนเอาไว้ แถมยังไม่ยอมให้พวกเราเข้าไปยุ่งวุ่นวายอีกด้วยค่ะ”
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++