ตอนที่ 671 แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
“ช่างน่าเสียดายนักที่มันไม่สมบูรณ์หากมันมีเนื้อหาที่สมบูรณ์แล้วละก็ มันต้องเป็ทักษะระดับเทพแน่ๆเลยหรือบางทีมันอาจจะเป็ทักษะระดับมหาเทพก็เป็ได้!” ถึงแม้ว่าทักษะดาบเทพัทองจะเหลือเพียงสองกระบวนท่าเจิ้งฟู่ยังพอใจกับทักษะชุดนี้ เพราะเขาคิดว่าในอนาคตเขาอาจจะหากระบวนท่าที่เหลือของมันเจอก็เป็ได้......
ทว่าในตอนที่เจิ้งฟู่ตรวจสอบดูราคาอัตราแลกเปลี่ยนของทักษะชุดนี้แล้วสีหน้าของเขาก็พลันซีดขาวลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะราคาแลกเปลี่ยนของมันสูงถึง 38,000คะแนนผลงานเลย ซึ่งมันสูงกว่าทักษะดาบอีกสองทักษะก่อนหน้าที่เขาหยิบขึ้นมาถึงหมื่นคะแนนเลยหากเขาแลกมันเขาจะเลือกคะแนนผลงานแค่สองพันคะแนนเท่านั้น.......
“ถึงแม้ราคามันจะสูงแต่หากว่ามันเราสามารถเข้าไปยังห้วงมิติรู้แจ้งได้เหมือนในตอนนั้นบางทีมันอาจจะบอกเราถึงกระบวนท่าที่หายไปก็ได้!” หลังจากที่คิดอยู่สักพักเจิ้งฟู่ก็นึกถึงตอนที่เขาเริ่มฝึกทักษะใหม่ๆซึ่งในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขาที่รู้คือมันเป็เื่ที่วิเศษและมหัศจรรย์มากๆแต่ในตอนนี้เขารู้แล้วว่านั้นคือการรู้แจ้งอย่างหนึ่ง และครั้งนี้เขาก็คาดหวังว่ามันจะเกิดขึ้นกับเขาอีกครั้งหลังจากที่เขาเริ่มฝึกทักษะดาบเทพัทอง.......
หวืดดดดดดด!!
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเจิ้งฟู่ก็ไม่รอช้าประทับแหวนสะสมคะแนนของเขาลงไปที่ตำราเล่มทักษะดาบเทพัทองในทันทีก่อนที่เขาจะเอาป้ายประจำตัวของเขายื่นออกไปเพื่อรับเนื้อหาของทักษะชุดนี้มาเก็บไว้ซึ่งในตอนนี้เขามีทักษะทั้งหมดห้าทักษะด้วยกันที่เขาเลือกมาและทั้งหมดล้วนเป็ทักษะในการต่อสู้ทั้งนั้น......
หลังจากที่เจิ้งฟู่แลกทักษะและรับเอาเนื้อหาในการฝึกทักษะดาบเทพัทองเสร็จแล้วเจิ้งฟู่เดินกลับลงมายังชั้นที่หนึ่งในทันทีก่อนที่จะมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของชายชราและประสานมือของเขาขึ้นมาเพื่อทำการคาราวะอย่างสุภาพเมื่อเสร็จแล้วก็เดินออกจากหอตำราไปโดยไม่พูดอะไร......
“ช่างเป็คนหนุ่มที่น่าสนใจจริงๆทักษะดาบเทพัทองอย่างนั้นรึ? นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่มีใครเลือกทักษะชุดนี้ไปฝึก?อ่า!น่าจะสักร้อยปีได้แล้วมั้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”ชายชราผู้าุโคนนี้กล่าวอย่างชื่นชมและสนใจในอนาคตข้างหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้เพราะทักษะที่เจิ้งฟู่เลือกไปนั้นไม่มีศิษย์คนไหนในรอบร้อยปีแลกมันไปใช้เลยเพราะทุกคนต่างคิดว่ามันไม่สมบูรณ์และมีราคาอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงเกินไป มันจึงไม่คุ้มค่ากับคะแนนที่เสียไป......
ตอนนี้ของที่เจิ้งฟู่้าก็ได้ครบหมดแล้วแต่เจิ้งฟู่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนต่อดี เขากำลังคิดอยู่ว่าจะกลับูเาของเขาหรือว่าอยู่ต่อเพื่อเที่ยวชมนิกายแห่งนี้ก่อนหรือไม่ก็ไปเที่ยวชมเมืองที่ด้านนอกที่อยู่ใกล้ๆกับพื้นที่หลักของนิกายนี้เพราะบางทีเขาอาจจะพบเจออะไรที่น่าสนใจก็เป็ได้......
“ไหนตาแก่ว่าผลึก์ม่วงนี้เป็เงินตราในการแลกเปลี่ยนของโลกใบนี้ไงแล้วทำไมมันถึงเปลี่ยนเป็คะแนนผลงานละ? หรือว่าผลึก์ม่วงนี้จะไม่สำคัญแล้ว?!” ในขณะที่เจิ้งฟู่เดินออกมาจนถึงลานจอดสัตว์อสูรบินที่มีสิงโตปีกม่วงแม่ลูกอยู่นั้นเขาก็พลันนึกขึ้นได้ถึงผลึก์ม่วงที่เขามีอยู่ซึ่งชายชราเคยบอกเขาว่ามันใช้สำหรับเป็เงินตราในการแลกเปลี่ยน.......
“คะแนนผลงานเอาไว้ใช้แค่ภายในนิกายเท่านั้นส่วนผลึก์ม่วงเป็สิ่งที่เอาไว้ใช้แลกเปลี่ยนกันในโลกภายนอกก่อนหน้านี้เ้าไม่ดูเลยหรือยังไงว่ามันมีผลึก์ม่วงอยู่ในรายการสำหรับแลกเปลี่ยนด้วยซึ่งผลึก์ม่วงก้อนเท่านิ้วโป้งหนึ่งก้อนเทียบได้กับหนึ่งร้อยคะแนนผลงานเลย!”ชายชราในสวนสมุนไพรกล่าวขึ้นหลังจากที่เจิ้งฟู่คิด.....
“ข้าไม่ได้ดูเลยข้ามัวแต่สนใจสัตว์อสูรบินอย่างเดียวจนลืมนึกถึงมันไปเลย!”เจิ้งฟู่ไม่ได้ตรวจสอบดูในตอนแรก เขาเลยไม่รู้ว่าผลึก์ม่วงก้อนเท่านิ้วโป้งมือหนึ่งก่อนนั้นมีราคาเทียบได้กับคะแนนผลงานหนึ่งร้อยคะแนนหากชายชราไม่บอกเขาเขาคงไม่รู้......
ทว่าเื่นั้นยังไม่สำคัญเท่าไหร่นักเพราะเขายังไม่รู้ว่าจะนำมันไปใช้ทำอะไรในตอนนี้ถึงแม้ผลึก์มีประโยชน์ในการบ่มเพาะพลังแต่เขาที่มีูเาส่วนตัวที่เต็มไปด้วยพลังงาน์อยู่แล้วจึงยังไม่ต้องใช้มันดังนั้นเจิ้งฟู่จึงลืมเื่นี้และเดินตรงไปยังลานจอดสัตว์พาหนะบินแทน......
กรร!!
เสียงคำรามของสิงโตปีกม่วงตัวแม่ดังขึ้นหลังจากที่เจิ้งฟู่เดินเข้าไปใกล้ๆมันซึ่งแววตาของมันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งหวานกลัว ไม่พอใจเศร้าและโกรธเกรี้ยว ทว่ามันกลับไม่สามารถแสดงอารมณ์เ่าั้ออกมาได้อย่างเต็มทีเพราะตราประทับทาสที่อยู่บนตัวของมัน......
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปข้าจะเป็นายของเ้าและลูกของเ้าหากพวกเ้าทั้งสองทำตัวดีและเชื่อฟังข้าคนนี้สิ่งที่พวกเ้าจะได้รับก็จะมีแต่เื่ดีๆ หากแต่พวกเ้าดื้อรันไม่ยอมฟังข้าสิ่งที่พวกเ้าแม่ลูกจะได้รับก็คงมีแต่ความทรมาน เอาละ!ข้าจะให้เ้าตัดสินใจเลือกหากคิดที่จะเชื่อฟังข้าแต่โดยดีให้เ้าก้มหัวลง แต่หากว่าไม่ก็ให้คำรามออกมา!”เจิ้งฟู่พูดกับสิงโตปีกม่วงตัวแม่ที่กำลังจ้องมองเขา ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันฟังเขารู้เื่ไหม.....
เ้าสิงโตปีกม่วงตัวแม่ตัวนี้พลันจ้องมองเจิ้งฟู่หนักยิ่งกว่าเดิมหลังจากที่มันได้ฟังคำพูดของเจิ้งฟู่เมื่อสักครู่นี้มันเข้าใจความหมายของคำพูดที่เจิ้งฟู่กล่าวออกมาและนั้นก็ทำให้มันรู้สึกลังเลที่จะตัดสินใจเลือกว่ามันจะทำตามหรือไม่แต่ในไม่ช้ามันก็เลือกที่จะก้มหัวให้กับเจิ้งฟู่.....
งึก!
“ดี! ในเมื่อเ้ายอมเชื่อฟังข้าข้าจะไม่ใช้หยกพันธสัญญานี้กับเ้า ขอเพียงเ้าเชื่อฟังข้าและทำตามที่ข้าสั่งอย่างว่าง่ายเ้าและลูกก็จะได้มีชีวิตที่อิสระ!” เจิ้งฟู่พยักหน้าอย่างพึงพอใจกับการตัดสินใจของสิงโตปีกม่วงเพศเมียตัวนี้ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปใกล้พวกมันทั้งสองตัว “เอาละ! พาข้ากลับไปยังูเาของข้าที่นั้นจะเป็บ้านใหม่ขอพวกเ้า!” เจิ้งฟู่กล่าวเสร็จก็กระโดนขึ้นไปบนหลังของสิงโตปีกม่วงเพศเมียในทันทีก่อนจะบังคับให้มันบินไปยังทิศทางูเาของเขา.....
โฮกกกกกก!!
เ้าสิงโตปีกม่วงรู้สึกใและไม่คุ้นชินในคราแรกแต่เมื่อเวลาผ่านไปชั่วอึดใจมันก็ทำใจยอมรับและบินขึ้นเหนือท้องฟ้าในทันทีซึ่งรวมถึงเ้าสิงโตตัวน้อยลูกของมันด้วยอันที่จริงแล้วเ้าสิงโตตัวน้อยนั้นบินได้ แต่มันยังเป็สัตว์อสูรพาหนะไม่ได้เนื่องจากมันยังตัวเล็กเกินไป......
พรึบ!! พรึบ!!
เพียงพริบตาเดียวที่มันกระพือปีกบินขึ้นมันก็พาเจิ้งฟู่ลอยขึ้นเหนือท้องฟ้าหลายสิบเมตรแล้ว และด้วยการกระพือปีกสองครั้งมันก็พุ่งไปด้านหน้าถึงสิบลี้แล้วแต่แท้จริงแล้วมันสามารถไปได้ไกลกว่านั้นหากมันไม่ต้องรอลูกของมันที่บินได้ช้าว่า......
สองชั่วโมงสิบห้านาทีผ่านไป.........
ในที่สุดสิงโตปีกม่วงก็บินมาจนถึงูเาส่วนตัวของเจิ้งฟู่ซึ่งต้องใช้เวลาถึงสองชั่วโมงสิบห้านาทีกว่าจะมาถึงได้และหลังจากที่มาูเาแล้วเจิ้งฟู่ก็ได้ปล่อยให้เ้าสิงโตปีกม่วงสองแม่ลูกเลือกที่อยู่ตรงไหนก็ได้ตามที่มันชอบซึ่งทั้งสองตัวแสดงออกอย่างดีใจที่ได้ยินแบบนั้น เพราะูเาลูกนี้มีทั้งน้ำตก ถ้ำหน้าผา ทะเลสาบและสถานที่ธรรมชาติอื่นๆมากมายให้มันอยู่......
เฮ้อ.......
“คะแนนผลงานหนึ่งแสนคะแนนหายไปภายในวันเดียวแบบนี้คะแนนแค่หนึ่งแสนคงไม่เพียงพอหากในอนาคตเราแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้และ้าสิ่งของที่ดีขึ้นกว่านี้แต่ก็เอาเถอะ! ยังไงเราก็มีผลึก์ม่วงก้อนเท่ากำปั่นซึ่งน่าจะมีค่าพอๆกับคะแนนหนึ่งพันหรือสองพันคะแนนได้ ตอนมาดูทักษะดาบทั้งห้าที่เราพึ่งแลกเปลี่ยนมาดีกว่า!”
ถึงแม้เจิ้งฟู่จะรู้สึกเศร้าใจที่คะแนนหนึ่งแสนคะแนนที่ดูเหมือนเยอะจะหมดภายในวันเดียวแต่เขาก็พอเข้าใจและยอมรับมันได้เนื่องจากเขาจำต้องใช้แลกเปลี่ยนกับตำราทักษะระดับสูงมาใช้ไหนจะเม็ดยาทิพย์ระดับห้าอย่างเม็ดยาทิพย์น้ำค้าง์ผันแปรอีกมันเป็ธรรมดาที่คะแนนของเขาจะหมดเร็วขนาดนี้ถึงว่าทำไมศิษย์ทุกคนถึงได้ดูลังเลและเป็กังวลในเวลาที่พวกเขาจะใช้ออกคะแนนของตนในการแลกเปลี่ยนสิ่งของใดๆ......
แต่สำหรับเขาที่มีเหมืองแร่เทพทรูสุดพิเศษที่ค่อยผลิตทั้งแร่และผลึกต่างให้กับเขาอยู่ตลอดเจิ้งฟู่จึงไม่ค่อยกังวลกับเื่ที่เขาจะขาดแคลนทรัพยากรในการบ่มเพาะหรือคะแนนผลงานหรือหากมีสิ่งของใดที่เขายัง้าอยู่ เขาก็เพียงแค่เขานำผลึก์ม่วงที่เขามีออกมาใช้หรือนำไปแลกเปลี่ยนเป็คะแนนผลงานเท่านั้น......
ภายในห้องโถงของบ้านพัก.......
พรึบ!!
“เริ่มที่ทักษะนี้ก็แล้วกัน!” หลังจากที่เข้ามาภายในบ้านพักแล้ว เจิ้งฟู่ก็นั่งลงที่เก้าอี้กลางห้องโถงก่อนจะหยิบเอาป้ายประจำตัวของเขาออกมาก่อนจะกระตุ้นการทำงานของมันและสั่งให้มันแสดงเนื้อหาของทักษะวิชาแรกที่เขา้าจะดู......
[ทักษะดาบไร้ร่องรอย]
หวืดดดดดดดด!!
ทักษะดาบไร้ร่องรอยเป็ทักษะดาบยาวโค้งที่เน้นความเร็วในการออกกระบวนท่าเป็หลัก ซึ่งหากฝึกทักษะดาบไร้ร่องรอยถึงขั้นแรกเริ่มได้กลิ่นอายในการโจมตีจะน้อยลงแต่ก็ยังสามารถััได้อยู่ แต่เมื่อฝึกจนถึงขั้นกลางแล้วคนที่มีระดับพลังต่ำกว่าระดับ์ก่อเกิดจะไม่สามารถััได้ถึงการโจมตีของผู้ใช้ เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะมีพลังทางจิตที่สูง.......
แต่หากว่าสามารถฝึกจนถึงขั้นสูงได้ ผู้ที่ใช้ทักษะกระบวนท่านี้ออกไปจะสามารถทำให้ผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่าระดับแก่นแท้์ไม่อาจรับรู้ถึงการโจมตีนี้ได้แต่หากคนที่ใช้ออกไปมีพลังอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับแก่นแท้์ การโจมตีนี้จะมีผลต่อคนที่ระดับสูงกว่าตนเพียงแค่สองระดับขั้นเท่านั้นหากสูงกว่านั้นมันจะไม่เป็ผล.......
ส่วนคนที่สามารถฝึกจนถึงขั้นสมบรูณ์ได้ไม่ว่าผู้ใช้จะมีระดับต่ำเพียงใดหากใช้ออกกระบวนท่านี้ไปแม้แต่ตัวตนระดับดารา์ขั้นสูงยังไม่อาจััรับรู้ได้แต่หากคนที่ใช้ออกไปมีพลังอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับดารา์ การโจมตีนี้จะมีผลต่อคนที่ระดับสูงกว่าตนเพียงแค่สองระดับขั้นเท่านั้นหากสูงกว่านั้นมันจะไม่เป็ผล.......
“จากคำอธิบายพวกนี้ ดูเหมือนทักษะดาบไร้ร่องรอยจะเป็ทักษะเกี่ยวกับความเร็วซึ่งผู้ใช้ต้องออกกระบวนท่าให้เร็วที่สุดเพื่อทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถรับรู้ได้แต่มันก็มีข้อจำกัดของมันอยู่ เพราะต้องฝึกความชำนาญของทักษะให้อยู่ในระดับที่สูงไม่เช่นนั้นมันจะไม่เป็ผลต่อคนที่ระดับสูงกว่าที่เนื้อหาได้ระบุเอาไว้ อื้ม!ดูท่าทักษะนี้จะมีข้อบกพร่องอยู่ไม่น้อยเลยแหะ! หากสามารถขจัดข้อจำกัดในการใช้ออกได้ มันคงจะดีไม่น้อยเลย แต่อย่างว่าแหละยิ่งคนที่มีระดับพลังสูงความรู้ในการรับรู้ยิ่งจะสูงไปด้วยหากความชำนาญในการออกกระบวนท่าต่ำ อีกฝ่ายก็จะมองเห็นกระบวนท่าโจมตีของเราได้อย่างง่ายดาย!”
เจิ้งฟู่ค่อยๆวิเคราะห์และสรุปเกี่ยวทักษะกระบวนท่านี้อย่างช้าๆซึ่งเขาเห็นว่ามันมีจุดบกพร่องอยู่หลายจุดเลย หากว่าเขาทำการปรับเปลี่ยนและแก้ไขขั้นตอนในการใช้ออกให้ถูกต้องแล้วละก็จากข้อจำกัดเดิมที่ถูกระบุเอาไว้จะถูกพัฒนาเพิ่มให้สูงขั้นในทันที......
แต่เจิ้งฟู่ยังไม่คิดที่จะฝึกมันในตอนนี้เพราะเขาััได้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งได้มารวมตัวกันอยู่ที่ตีนเขาของเขาซึ่งคนกลุ่มนี้ล้วนแล้วแต่เป็ผู้ฝึกตนระดับ์ก่อเกิดทั้งนั้น และที่เจิ้งฟู่ััได้อีกอย่างก็คือพวกเขาไม่ใช่ศิษย์ของนิกายบัญชา์เพราะศิษย์นิกายบัญชา์ทุกคนจะถูกห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่ส่วนตัวของศิษย์คนอื่นก่อนได้รับอนุญาตอีกอย่างเจิ้งฟู่ก็รับรู้ได้ั้แ่แรกแล้วว่าคนกลุ่มนี้แอบตามเขามาั้แ่เขาออกจากนิกาย......
“สงสัยต้องออกไปรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเสียหน่อยแล้ว!”