ตอนที่ 33 รักร้าย ยัยรุ่นน้อง
เมื่อห้องถูกทำความสะอาดบริเวณที่แก้วแตกกระจัดกระจายเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างก็กลับคืนมาสู่สภาพปกติเช่นเคย ส้มหวานและรุ่นน้องอีกคนที่เมาจนสลบไปก็ถูกพวกเขาลากขึ้นไปนอนที่บนเตียงนุ่มๆ อย่างดี
“ถึงทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติแล้ว ตอนนี้ก็หมดอารมณ์ที่จะเล่นเกมส์ต่อไปแล้วล่ะ ตามสบายเลยนะทุกคน”
มิกกี้พูดขึ้นและเขาก็เดินไปอีกมุมของห้องทิ้งตัวทั้งหมดลงโซฟา แต่ในมือก็ไม่วายที่ถือแก้ววาย ไปด้วย แอมมี่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็เดินตามมาเขา แล้วนั่งลงข้างๆ มิกกี้
“เป็นอะไรไปล่ะมิกกี้ ไม่สนุกหรือไง อุตส่าห์จัดปาตี้ทั้งที แต่เจ้าของงานปาตี้กลับแอบมานั่ง อยู่คนเดียวแบบนี้ คนที่เชิญมาก็เหงาแย่ซิ? ไม่คิดจะเทคแคร์แขกบ้างหรอไง หะ? เด็กน้อย”
คำพูดของรุ่นพี่แอมมี่ ทำให้มิกกี้ถึงขั้นต้องเงยหน้าสบตากับเขา
มิกกี้คิดในใจ
“นี่ รุ่นพี่เธอคงเมาแน่ๆ เลยถึงพูดแบบนี้ออกมา”
“แล้วจะทำไม? จะทำอะไร พี่ก็ยังมองมิกกี้ว่าเป็นแค่เด็กน้อยในสายตาของพี่อยู่ดี?”
“มันก็ถูกต้องแล้วนิ ก็พี่เกิดก่อนเธอนี่น่า เธอก็ต้องเป็นน้องอยู่ดี”
“แล้วถ้าไม่อยากจะเป็นน้องของพี่แล้วล่ะ?”
มิกกี้จ้องมองใบหน้าของรุ่นพี่อย่างจริงจังจนเธอเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอจึงเอื้อมมือไปแย่งแก้ววายในมือของมิกกี้แล้วหยิบมันมากระดกดื่มลงคอจนหมด
“แหม อยากดื่มทำไมไม่บอกกันดีๆ ล่ะ ถ้าขอก็จะให้อยู่แล้ว?”
“ก็ไม่อยากขอไง ชอบแย่ง ไม่รู้หรอ? มันท้าทายดีออก”
“เป็นแบบนั้นเองหรอ? 55555”
“หัวเราะอะไร?”
“เปล่า......เลย”
“ก็เห็นๆ อยู่ว่าหัวเราะ ยังจะมาโกหกอีก”
และทั้ง 2 คนที่กำลังจะทะเลาะกัน ก็ต้องหันหน้าไปตามเสียงเรียกของบางคนที่ดังขึ้นจากอีกมุม
“รุ่นพี่ค่ะ พี่มิกกี้พวกหนู 2 คนขอตัวกลับก่อนนะค่ะ พอดีว่าที่บ้านโทรตามแล้ว ส่วน........”
“อ๋อๆ จ๋า อ๋อ ปล่อยน้องเขานอนที่นี้และ พวกพี่ไม่ทำอะไรเขาหรอก ถ้าน้องเขาตื่นแล้ว เดี๋ยวพี่จะให้คนไปส่งที่บ้านเอง พวกเรากลับเถอะ ไม่เป็นห่วง”
“ค่ะ ขอบคุณนะค่ะสำหรับวันนี้พวกเราสนุกมากเลยค่ะ”
“ขับรถไปส่งน้องเขาถึงบ้านด้วยนะ” มิกกี้ตะโกนขึ้นจากในห้อง
“รับทราบครับ”
แล้วเขาจึงหันหน้ามาให้ความสนใจกับรุ่นพี่อีกครั้ง
“พี่แอมมี่คงไม่ใช่คนใจร้าย จะปล่อยให้มิกกี้นั่งอยู่คนเดียวหรอกนะ ในเมื่อน้องๆ เขาก็กลับไปหมดแล้ว ส่วนยัยส้มหวานก็เมาไม่รู้เรื่องนอนอยู่บนเตียง ส่วนรุ่นน้องอีกคนก็คออ่อนรู้ว่าตัวเองดื่มมากไม่ได้ เป็นไงล่ะนอนไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างๆ กันเลย แล้วในห้องนี้ก็คงมีแต่พี่แล้วล่ะ เอ่อไม่ใช่ซิ ในห้องนี้ก็คงมีแค่เรา 2 คน”
“แล้วถ้าพี่เป็นคนใจร้ายขึ้นมาล่ะ?”
“ถ้าพี่ต้องการเช่นนั้นก็ย่อมได้อยู่แล้ว เดี๋ยวมิกกี้ก็จะให้ลูกน้องไปส่งพี่ถึงที่บ้านอย่างปลอดภัย”
“555555”
“พี่หัวเราะอะไรอีกล่ะ?”
“พี่ก็หัวเราะในความไร้เดียงสาของมิกกี้นะซิ แต่มันก็รู้สึกจะขัดๆ นิดหน่อยนะ? เพราะบางทีพี่ก็กลับรู้สึกกลัวมิกกี้ด้วยซ้ำ และบางทีพี่ก็รู้สึก......แต่ก็ช่างเถอะ”
“พี่ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะมิกกี้ไม่เคยคิดจะทำร้ายพี่หรอกน่ะ”
“ถ้าพูดแบบนั้นก็แสดงว่า ไม่คิดจะทำร้ายพี่ ก็คิดจะทำร้ายคนอื่นซินะ? จริงไหม? พี่พูดถูกไหม?”
“แล้วถ้าตอบว่า ใช่ล่ะ? คนที่มันคิดจะทำร้ายพี่ มันก็ย่อมต้องเป็นศัตรูกับมิกกี้ด้วยเช่นกัน”
น้ำเสียงดูจริงจังของมิกกี้
“ชอบพี่หรอ?”
คำพูดของแอมมี่แทงเข้ามาในใจของเขาอย่างตรงเพง เพราะมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคิดออกได้แล้วในตอนนี้ ถ้าเด็กนั้นไม่ได้ชอบเขา แล้วจะพูดแบบนั้นออกมาได้อย่างไรกัน ถ้าเป็นใครก็คงคิดแบบนี้เช่นกันและ
“มันจะเป็นไปได้ไหมล่ะ เพราะมิกกี้อาจจะรู้สึกกับพี่อยู่ข้างเดียว”
“พี่นะตัวอันตราย ทางที่ดีอย่ามาอยู่ใกล้ดีกว่า ที่พี่มาหาเราได้ก็เพราะเขาไปต่างประเทศ แต่ถ้าเขากลับมาพี่ก็ออกมาแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ โลกความจริงมันไม่สวยงามหรอก”
“ทำไม ทำไมพี่ถึงต้องกลัวเขา มากขนาดนั้น ทำไม ทำไม?”
“พี่ไม่อยากเห็นใครตายเพราะพี่อีกนะ”
“มิกกี้ของดูหน้าคนๆ นั้นหน่อยได้ไหม ถ้าไม่มีมันเสียอย่าง พี่ก็จะสามารถทำอะไรได้ตามใจตัวเองซินะ?”
“ไม่ได้หรอกถึงจะยังไงเขาก็เป็นคนที่มีบุญคุณกับพี่มาก และอีกอย่างเขาก็รักพี่มากเช่นกัน”
ใบหน้าแดงกร่ำของมิกกี้เริ่มรู้สึกโกรธเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น มือสองข้างของเขากำมันแน่นจนกำปั้นเริ่มสั้น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อไป
“พี่ต้องการแบบนี้ใช่ไหม? พี่แอมมี่ ได้ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่ได้ แค่มือถือจะหวงอะไรหนักหนาขนาดนั้น?”
“ก็บอกว่าไม่ได้ไง? ไม่ได้ก็คือไม่ได้ซิ?”
รุ่นพี่ยังยืนยันคำเดิมอย่างชัดเจน และไม่ยอมให้มิกกี้ดูมือถือของเธอแน่นอน เพราะมันมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ที่มิกกี้จะรู้ไม่ได้
แล้วความลับนั้นมันคืออะไร?
ทำไมมิกกี้ถึงไม่ควรรู้?
ติดตามได้ในตอนต่อไปเลยจ้า
เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้
รู้สึกยังไง
ได้โปรด.......................บอกไรท์ที