ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 92 วันที่ลืมไป


    การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยการประเมินจากตัวเลขต่างๆ ของบริษัทที่ออกมา เพื่อใช้ในการบ่งบอกถึงผลการดำเนินงานของบริษัทว่ามีอย่างไรบ้าง เช่น ตัวเลขงบการเงิน กำไร ขาดทุน สินค้าคงเหลือ กระแสเงินสด
    การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยการประเมินจากความสามารถอื่น ๆ ของบริษัทที่ไม่ใช่ข้อมูลเชิงตัวเลข เช่น ผู้บริหารที่เก่งกาจ หรือ การเป็นที่นิยมของสินค้า
    การวิเคราะห์ทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนใช้สำหรับวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่คิดจะลงทุน

    ----------------------------------
    ณรัชต์เดินตรงไปหาวิทย์ที่กำลังยืนกินลูกชิ้นอยู่ข้างรถเข็นหน้าโรงเรียน
    เขาเลือกลูกชิ้นมาสองไม้ ยื่นเงินให้แม่ค้าก่อนจิ้มน้ำจิ้มในถ้วยที่ทางแม่ค้าได้จัดไว้ให้สำหรับลูกค้าที่ชอบยืนกิน ซึ่งนอกจากน้ำจิ้มแล้วก็ยังมีผักประเภทต่างๆ เป็นเครื่องเคียงเช่น ผักกาด แตงกวา ขิง พริกสด
    การกินลูกชิ้นต้องยืนกินข้างรถเข็นนี่ล่ะถึงได้บรรยากาศของชีวิตวัยเรียน ซื้อใส่ถุงไปกินมันไม่ได้ฟิลลิ่ง
    “เมื่อวานเป็นอะไรหรือเปล่า ขาดเรียน? ” วิทย์หันมาถามเพื่อนที่ยืนกินลูกชิ้นอยู่ข้างๆ
    “ไม่มีอะไรหรอก ที่บ้านมีผ้าป่านะ” ณรัชต์ตอบเสียงอู้อี้เพราะมีลูกชิ้นอยู่ในปาก
    วิทย์กินเสร็จแล้วแต่ก็รอเขากินจนเสร็จตาม ก่อนพากันเดินเข้าโรงเรียนไป
    เพื่อนสนิทของณรัชต์คนนี้ไม่ได้ถามถึงเหตุการณ์น่าพิศวงที่พบเห็น ทั้งที่ก็คงจะสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าทำไมณรัชต์ถึงได้นั่งรถมากับสาวสวยเพื่อนร่วมห้องได้
    ว่าไปแล้วกลุ่มเพื่อนสนิทก๊วนสามคนของณรัชต์ก็ออกจะเป็นกลุ่มเพื่อนที่แปลกๆ อยู่สักหน่อย ความเป็นเพื่อนในแบบของพวกเขามักจะไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องของอีกฝ่าย อาจมีแซวกันบ้างอย่างขำๆ แต่พวกเขาไม่เคยจะก้าวล้ำเรื่องส่วนตัวกันเท่าไหร่ มิตรภาพของพวกเขาเป็นไปในแบบนี้
    มีคนเคยบอกว่า มิตรภาพคือการช่วยเหลือร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน แต่สำหรับกลุ่มเขาในช่วงชีวิตที่แล้วแม้พวกเขาจะสนิทสนมกันมากแต่เวลามีความทุกข์นิสัยของแต่ละคนจะเก็บตัวเงียบๆ จนความทุกข์ผ่านพ้นไปแล้วค่อยโผล่มาเฮฮากันภายหลังมากกว่า เรียกว่าไม่ค่อยจะอยากให้เพื่อนมาร่วมทุกข์ด้วยเท่าไหร่หรือบางครั้งเมื่อเพื่อนตัดสินใจทำบางอย่างซึ่งเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องบ้าง แต่พวกเขาก็ไม่เคยห้ามปรามกันเลย ยังคงปล่อยให้เพื่อนทำสิ่งนั้นและรับผลจากการตัดสินใจทำโดยไม่เคยก้าวก่ายกัน
    ดูไปดูมาก็เหมือนจะไม่ใช่กัลยาณมิตรเท่าไหร่ แต่กลุ่มณรัชต์ก็คบกันมาแบบนี้อย่างยาวนานเรื่อยมา

    วันนี้นอกจากจะได้กินมื้อเช้าฟรีแล้ว ก็ยังมีของว่างและขนมให้กินฟรีอีก เพราะเมื่อวานเป็นวันตรุษจีน ดังนั้นวันนี้เพื่อนร่วมห้องที่มีเชื้อสายจีนจึงพกขนมเข่งขนมเทียนมาแจกจ่ายเพื่อนร่วมห้องเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเล้งเอามาฝากณรัชต์กับเพื่อนคนละถุงใหญ่ๆ


    ตอนพักหลังจากมื้อเที่ยงที่โรงอาหาร กลุ่มของณรัชต์ก็มานั่งกินขนมตรุษจีนที่ได้รับแจกมาจากเพื่อนร่วมห้องกันที่โต๊ะประจำหลังอาคาร ม.ปลาย
    “สอบปลายภาคต้นเดือนหน้าแล้วนี่ใช่ไหม” ณรัชต์ถามเพื่อนร่วมโต๊ะ ช่วงนี้เขามัวแต่สนใจเรื่องที่ดินกับหุ้นไอพีโอ จึงไม่ค่อยได้ตามเรื่องการเรียนเท่าไหร่
    “ชั้นม.6 เราสอบก่อนชั้นอื่นๆ น่ะ เพราะหลังจากสอบเดี๋ยวก็ต้องมีงานปัจฉิมแล้วก็สอบเอนทรานซ์รอบ 2 อีก โรงเรียนเลยจัดตารางให้สอบแต่เนิ่นๆ ” ไอซ์เพื่อนร่วมชั้นแต่ต่างห้องที่นั่งข้างๆ วิทย์กล่าวตอบชีวิตมอปลายของณรัชต์เหลืออีกเพียงเดือนเดียวแล้ว
    มองดูคู่ของวิทย์กับไอซ์นี่ก็จุ๊กจิ๊ก กุ๊กกิ๊กกันดีตามประสาคนเป็นแฟนกัน
    แต่ก็นั่นล่ะคนเป็นแฟนกันในยุคนี้ อย่างมากก็นั่งติดกัน จับมือกัน มีจูงมือกัน เต็มที่ก็มีแอบจูบกันบ้างเท่านั้นล่ะ ส่วนที่เป็นขั้นที่สูงกว่านี้นั้นจะมีน้อยมากๆ



    หลังจากสอบถามอัปเดตตารางการเรียนแล้ว ณรัชต์ก็ก้มหน้าอ่านเอกสารข้อมูลหุ้นไอพีโอบริษัทโรงภาพยนตร์ต่อ เขากำลังนั่งติ๊กให้คะแนนหุ้นตามการวิเคราะห์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพด้วยวิธีที่เขาชอบทำก่อนจะตัดสินใจซื้อหุ้น
    เพราะครั้งนี้ไม่ได้เหมือนการเลือกซื้อหุ้นอื่นๆ ที่มีแต้มต่อเป็นการล่วงรู้อนาคต แต่เขากำลังลงทุนด้วยฐานความรู้ของเขาเอง
    อันที่จริงหุ้นตัวนี้ในช่วงชีวิตที่แล้วเขาก็ผ่านๆ ตามาบ้างเหมือนกัน เพราะหุ้นในหมวดสื่อฯ แบบนี้ก็เคยเป็น กลุ่มที่เฟื่องฟูอยู่ช่วงเวลาหนึ่งเหมือนกัน แต่ช่วงชีวิตที่แล้วณรัชต์มองว่าหุ้นบริษัทโรงภาพยนตร์ตัวนี้น่าจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เขาจึงไม่ได้สนใจลงทุน

    สำหรับการพิจารณาพื้นฐานของหุ้น สิ่งสำคัญที่ต้องดูอันดับต้นๆ เพื่อการวิเคราะห์หุ้นของบริษัทที่คิดจะลงทุนก็คือ ที่มาของรายได้
    ณรัชต์นึกถึงรายได้ของหุ้นตัวนี้ในช่วงเวลาที่เขาจากมา ในตอนนั้นดูเหมือนรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากค่าตั๋วภาพยนตร์เป็นหลักที่ราว ๆ 72 เปอร์เซ็นต์ (ถึงจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเครื่องดื่มกับป๊อปคอร์นก็เถอะ :p) แล้วก็โฆษณาประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นก็เป็นรายได้จากลานโบว์ลิ่ง&คาราโอเกะ กับ ขายของ อย่างละ 4 เปอร์เซ็นต์กว่า
    ส่วนโครงสร้างรายได้ที่กำลังจะเข้าไอพีโอในตอนนี้เหรอ ณรัชต์เปิดกระเป๋าจะหยิบเอกสารส่วนที่เป็นเรื่องสัดส่วนรายได้ขึ้นมาอ่าน แต่เห็นอัลบั้มรูปในกระเป๋าก่อนเขาจึงนึกขึ้นได้
    อัลบั้มรูปงานกีฬาสีของน้องบีน่าที่พี่สาวเขาฝากมาคืนเจ้าของนี่นา เมื่อเช้าที่เจอกันอีกฝ่ายก็ไม่ได้เข้ามาทักเขาเลยลืมสนิทเลย
    ใกล้จะหมดคาบพักเที่ยงแล้ว กลุ่มณรัชต์พากันลุกขึ้นเตรียมตัวไปเข้าเรียนในคาบบ่าย
    “ฝากเอากระเป๋าไปไว้ห้องเรียนหน่อย” เขายื่นกระเป๋าสะพายของตัวเองฝากเพื่อนสนิท
    “เออ แล้วรีบมาล่ะ” เต้ยื่นมือรับ ก่อนบ่นพึมพำว่ากระเป๋าหนัก แน่นอนว่าที่หนักก็เป็นเอกสารหุ้นกับข้อมูลหลายอย่างที่เขาปริ้นฯมาอ่านหลายร้อยหน้านั่นล่ะ

    ณรัชต์เดินถืออัลบั้มรูปขึ้นอาคารไป มาจนถึงหน้าห้อง ม.4/3 แล้วเขาก็ชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจในห้องเรียนรุ่นน้องเหมือนคราวก่อน
    พอเขาชะโงกหน้าเข้าไปในห้องก็เห็นอีกฝ่ายทันที ณรัชต์รีบส่งสายตาเรียกรุ่นน้อง โชคดีวันนี้รุ่นน้องสาวดาวโรงเรียนนั่งอยู่โต๊ะชิดประตูนี่เอง เขาจึงไม่ต้องตะโกนเรียกให้เป็นที่เอิกเกริก
    เห็นรุ่นน้องลุกขึ้นมาอย่างอ้อยอิ่งเชื่องช้า ณรัชต์ก็ได้แต่ยืนรอ กว่าอีกฝ่ายจะค่อยๆ เคลื่อนตัวอ้อมโต๊ะของเพื่อนแล้วเดินมาหาเขา
    “มีธุระอะไรหรือคะ”
    ณรัชต์ยกอัลบั้มรูปที่ถืออยู่ในมือทั้งสามอัลบั้มคืนให้อีกฝ่าย
    “อาเจ๊พี่ดูแล้วล่ะ ชมบีน่าใหญ่เลยว่าสวยมาก” เขากล่าวถึงพี่สาวที่ชมรุ่นน้องในชุดเชียร์ลีดเดอร์กับชุดถือป้ายว่าสวยไม่ขาดปาก
    “ค่ะ” รุ่นน้องตอบรับขณะยื่นมือรับอัลบั้มรูป
    “งั้นพี่ไปล่ะ”
    “ค่ะ” รุ่นน้องตอบ ก่อนหันหลังเดินกลับโต๊ะ
    ณรัชต์มองตามหลังรุ่นน้องที่เดินกลับโต๊ะไปอย่างงงๆ

    error loadedCr.เพจทาสแมว

    ‘ทำไมวันนี้รุ่นน้องดูจะพูดน้อยกว่าปกติ’ ‘เขาจำได้ว่าเธอมักจะแทนตัวเองว่าบีน่าเวลาคุยกับเขานี่นา หรือเขาจำผิด? ’
    นึกถึงคาบเรียนบ่ายที่ใกล้จะถึง ณรัชต์จึงเดินออกจากหน้าห้องรุ่นน้องไประหว่างเดินลงมาจากชั้นสี่ของห้องเรียนนักเรียนชั้น ม.4/3 ณรัชต์ก็เอาเอกสารสองสามแผ่นที่ติดมือมาด้วยขึ้นมาอ่าน เป็นตารางรายได้จากส่วนธุรกิจต่างๆ ของบริษัท
    หุ้นโรงภาพยนตร์ตัวนี้มีโครงสร้างรายได้ต่างจากช่วงเวลาที่เขาจากมามากจริง ๆ ในส่วนของรายได้หลักถึงกับทำให้เขาคาดไม่ถึง เพราะไม่นึกว่ารายได้หลัก สี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์มาจากส่วนโฆษณา!!!
    ทั้งที่โฆษณาในโรงหนังก็ไม่ได้นานมากเหมือนยุคหลังแท้ๆ แต่กลับมีรายได้ค่าโฆษณาเป็นตัวเลขที่สูงมาก ส่วนรายได้จากค่าตั๋วภาพยนตร์อยู่ที่ สามสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นต่างกับช่วงเวลาที่เขาจากมามีรายได้เป็นส่วนนี้ถึง เจ็ดสิบสองเปอร์เซ็นต์
    นอกจากแปลกใจที่เห็นว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากโฆษณา อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ เหมือนเขาจะเห็นบริษัทโรงภาพยนตร์แห่งนี้ถือหุ้นใหญ่ฟิตเนสว้าวในตำนานบริษัทนั้นด้วย!!!




    ในคาบโฮมรูมของวันต่อมา
    ณรัชต์กำลังคุยกับเต้ถึงผลฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกนัดกลางสัปดาห์เมื่อคืน จู่ๆ หัวหน้าห้องก็เดินมาหาถึงโต๊ะพร้อมกล่าวประโยคที่ทำให้เขาแปลกใจ
    “นะ สุขสันต์วันเกิด” สาวแว่นกล่าว
    ณรัชต์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ‘จริงสิ ดูเหมือนวันนี้จะเป็นวันเกิดของเขานี่นา’
    อาจเพราะในช่วงชีวิตที่แล้วเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับวันนี้เท่าไหร่ และยิ่งหลังจากเหตุการณ์สูญเสียครอบครัวแล้ว เขาก็ไม่เคยมีงานวันเกิดหรือมีใครอวยพรวันเกิดให้อีกเลย จนณรัชต์แทบลืมวันเกิดตัวเองไป
    “ขอบคุณครับบิ๋ม” เขาเรียกชื่อเพื่อนสาวร่วมห้องที่ในช่วงชีวิตที่แล้วก็ยังติดต่อกันมายาวนาน ณรัชต์ไม่แปลกใจที่เธอรู้จักวันเกิดเขา เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นหัวหน้าห้องย่อมได้ผ่านๆ ตาเอกสารหลายอย่างของเพื่อนร่วมห้องอยู่แล้ว ดังนั้นการที่เธอรู้จักวันเกิดเขาจึงเป็นเรื่องเข้าใจได้
    “อ้าววันนี้วันเกิดแกเหรอนะ” เพื่อนร่วมห้องที่นั่งโต๊ะด้านหลังชะโงกหน้ามาถาม
    “อือใช่ 19 แล้วว่ะ เกิดต้นปีด้วย แก่สุดในรุ่นเลยล่ะมั้ง” เขานึกถึงวันเกิดตัวเองที่เกิดในต้นเดือนกุมภาพันธ์
    เพื่อนร่วมห้องหลังจากถามเขาจนแน่ใจแล้วก็หันไปบอกเพื่อนคนอื่นๆที่กำลังคุยกันเฮฮาอยู่ในคาบโฮมรูม
    “เฮ้ย พวกเรา วันนี้วันเกิดไอ้นะเว้ย ขอเพลงหน่อย”
    เพื่อนคนอื่น ๆ ในห้องพอได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนร่วมห้องก็พากันหยุดคุยเล่น ก่อนที่คนชักชวนเพื่อน จะพาร่วมเพื่อนร่วมห้องที่เหลือร่วมร้องเพลงอวยพรขึ้นมา
    “แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยู”“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยู”“แฮปปี้เบิร์ด เดย์ แฮปปี้เบิร์ด เดย์”“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู~~ ยู”
    เสียงเพื่อนร่วมห้องทุกคนพากันร้องตะโกนประสานเสียงกันขึ้นมา หลังจบเพลงก็มีเสียงอวยพรจากทางนั้นทางนี้รอบ ๆ ห้อง
    อันที่จริงตั้งแต่ข่าวเรื่องณรัชต์เล่นหุ้นและมีเงินในบัญชีหลายล้านหลุดมาจากเพื่อนกลุ่มที่ได้ไปซ้อมลีลาศบ้านของส้มในวันนั้น ก็ทำให้เพื่อนร่วมห้องที่รู้ข่าวพากันเกรงๆ เขาไปเกือบทุกคน พลอยทำให้ช่วงหลังๆ เขาไม่ค่อยได้พูดคุยหรือสนิทสนมกับเพื่อนร่วมห้องคนอื่นมากนัก
    เพิ่งจะมีวันนี้ล่ะ ที่เพื่อนร่วมห้องต่างร้องเพลงและพากันอวยพรเขาทุกคน
    ณรัชต์ลุกขึ้นโค้งขอบคุณเพื่อน ๆ ไปรอบทิศ
    “แต๊งกิ้ว แต๊งกิ้วทุกๆ คน” ณรัชต์รู้สึกตื้นตันกับความจริงใจของเพื่อนร่วมห้องเรียนชั้น ม.6
    แม้ต่อไปในอนาคตนั้นเพื่อนร่วมห้องแต่ละคนต่างก็เติบโตไปไม่เหมือนเดิม บ้างก็มีคนได้ทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนในห้องแล้วต่อมาก็ทะเลาะแตกคอกันเพราะเรื่องเงิน บางคนก็กลายเป็นพนักงานขายตรงที่เบียดเบียนเพื่อนเก่าร่วมชั้นเรียนด้วยการนัดเพื่อนออกไปขายตรงหรือหลอกไปฟังสัมมนาก็มี บ้างมีเหตุให้ทะเลาะจนเลิกคบหากัน หรือทะเลาะเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองจนเลิกนับเพื่อนกันก็มีให้เห็น แต่ยังไงมิตรภาพที่ช่วงเวลานี้ก็ยังจริงใจ ควรค่าแก่การเก็บไว้ในความทรงจำ
    ณรัชต์กวาดสายตามองเพื่อนร่วมห้อง น่าเสียดายเพื่อนหลายคู่ที่สนิทกันในชั้นเรียนวัยมัธยมนี้ ถูกกาลเวลาและการเติบโตทำให้แปรเปลี่ยนไป
    “เอางี้ เย็นนี้ไปเลี้ยงวันเกิดกันที่ลานโบว์ฯ ของห้างที่เพิ่งเปิดกัน เราเลี้ยงเอง” ณรัชต์กล่าวอย่างใจป้ำ
    หลังจากนั้นทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงเฮ และเสียงเรียกเสี่ยนะลั่นห้อง
    เลิกเรียนวันนั้นห้องณรัชต์ก็พากันยกโขยงไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวของเมืองที่เพิ่งมีการเปิดลานโบว์ลิ่งมาไม่นาน
    พอมาถึงห้างสรรพสินค้าณรัชต์ก็ไปติดต่อจ่ายค่าบริการลานโบว์ลิ่งให้เพื่อนๆ โดยห้องของพวกเขาเหมาพื้นที่ลานโบว์ลิ่งนี้ไปเกินครึ่งเลยทีเดียว
    ณรัชต์นั่งดูเพื่อนร่วมห้องที่กำลังเฮฮาพากันหัดโยนโบว์ฯในแต่ละเลนอย่างสนุกสนาน
    “นะ มาๆ เป่าเค้ก” เขาหันมาตามเสียงก็เห็นกลุ่มเพื่อนผู้หญิงร่วมห้องถือเค้กก้อนใหญ่มาวางไว้ที่โต๊ะหน้าณรัชต์“ไปเอาเค้กมาจากไหนกัน” เขาถามอย่างแปลกใจเพราะตอนเพื่อนร่วมห้องยกโขยงมา ก็มากันตัวเปล่ากับกระเป๋านักเรียนเท่านั้น
    “ก็ซื้อมาสิ นี่พวกผู้หญิงห้องเราออกเงินกันซื้อเลยนะ”เพื่อนผู้หญิงร่วมห้องคนหนึ่งที่ดูห้าวๆ ที่สุดในห้อง แต่ในอนาคตกลับแต่งงานเป็นคนแรกของห้องกล่าวตอบ
    “ขอบคุณนะ”
    “ไม่เป็นไร เป่าเทียน ๆ ”
    หลังจากณรัชต์เป่าเทียนเสร็จ กลุ่มเพื่อนหญิงร่วมห้องของเขาก็ตัดแบ่งเค้กเป็นชิ้นๆ กระจายแจกจ่ายไปให้เพื่อนคนอื่น ๆ ตามโต๊ะต่าง ๆ ในแต่ละเลนโบว์ลิ่ง
    ขณะกำลังตักเค้กชิ้นใหญ่ที่เพื่อนร่วมห้องตัดไว้ให้เข้าปาก โทรศัพท์เครื่องเล็กในกระเป๋ากางเกงเขาก็สั่นเตือนขึ้นมา
    ณรัชต์กดปุ่มรับสาย
    “อะไรอ่ะเจ๊”
    “ไปไหน ไม่เห็นที่โต๊ะ ที่หอก็ไม่อยู่” เสียงพี่สายเขาจากปลายสายโวยมา
    “อยู่ห้างอ่ะเจ๊ ที่ลานโบว์ลิ่ง”
    “อยู่นั่นนะ จะไปหา”
    ผ่านไปไม่ถึง 15 นาทีพี่สาวเขาก็มาถึงลานโบว์ลิ่งอย่างรวดเร็ว ก็นะ ต่างจังหวัดนี่นา ไม่มีรถติดให้เสียเวลาหรอก
    “เอ้านี่ ของขวัญวันเกิด” พี่สาวณรัชต์ยื่นกล่องของขวัญมาให้ แล้วก็บอกกล่าวเรื่องธุระอีกอย่างสองอย่างก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็วเหมือนขามา
    นางสาวนันทรัตน์มาแปลกจนทำเอาณรัชต์งุนงง
    ขณะกำลังจะแกะของขวัญของพี่สาวออกมาดู เต้ที่หายตัวไปตั้งแต่ก่อนเลิกเรียนก็โผล่มาพร้อมกับกรอบรูปใบใหญ่ติดฝาผนัง
    “เอ้า ของขวัญวันเกิด ที่จริงสั่งร้านเขาตั้งหลายวันแล้วเนี่ยเกือบเสร็จไม่ทัน” เต้กล่าวก่อนยื่นของขวัญที่แอบสั่งเตรียมไว้หลายวันแล้วให้กับเพื่อน
    “ขอบใจมากเพื่อน” เขาตอบก่อนยื่นมือรับกรอบรูปขนาดใหญ่ที่มีรูปนักฟุตบอลทีมอาร์เซนอลทั้งทีมอยู่ในกรอบ ช่วงชีวิตที่แล้วเต้ก็ให้รูปนี้กับเขา
    วิทย์ที่กินเค้กอยู่โต๊ะเดียวกับเขา ก็เปิดกระเป๋าหยิบของของขวัญออกมาส่งให้บ้าง ณรัชต์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจที่เพื่อนสนิทไม่ได้ให้ตั้งแต่ตอนเช้า และยังแปลกใจที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ของขวัญชิ้นเดียวกับช่วงชีวิตที่แล้ว
    “หนังสือการลงทุนน่ะ นี่สั่งซื้อมาจากเมืองนอกเลยนะ” วิทย์ส่งหนังสือในห่อกระดาษมา
    ณรัชต์กล่าวขอบคุณ เขาเดาว่าคงเป็นหนังสือการลงทุนฉบับภาษาอังกฤษที่สั่งซื้อมาทางเว็บไซต์ขายหนังสือออนไลน์เจ้าหนึ่งที่เขารู้ว่าในอนาคตบริษัทนี้จะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก
    หลังจากนั้นเขาก็หันมาแกะของขวัญของพี่สาวต่ออย่างคาใจแกะกล่องเสร็จ ในกล่องยังมีห่อสองห่อซ้อนให้ต้องแกะอีกรอบ พี่สาวเขานี่ก็ยังไม่วายต้องหาเรื่องให้เขายุ่งยากประจำ ห่อแรกเป็นชุดเขียนจดหมายที่มีซองจดหมายเปล่าและกระดาษเขียนจดหมายลายน่ารักๆ และมีกลิ่นหอม
    ณรัชต์กลอกตาถอนหายใจกับความเขี้ยวของพี่สาว ขนาดได้ตังค์ค่าคอมมิสชั่นจากเขาไปเกือบล้านก็ยังเหนียวอยู่เหมือนเดิม แต่อีกฝ่ายคงเห็นว่าเขามีเพนเฟรนด์ก็เลยยังหาของขวัญที่ถือว่าได้ใช้งานอยู่บ้างมาให้
    อีกห่อหนึ่งเป็นกล่องขนาดเล็กที่ดูคล้ายกล่องใส่เครื่องเล่นเกมแบบพกพา
    ณรัชต์นึกไปถึงสมัย ม.ต้น เขาจำได้ว่าเคยถูกพี่สาวแกล้งทำเกมบอยของเขาพัง นี่พี่สาวเขาคงจะซื้อมาไถ่โทษสินะ
    หลังจากแกะกล่องที่คล้ายกล่องเกมออกมาดู ณรัชต์ก็ยกมือขึ้นกุมขมับกับ “เครื่องเกม” ที่พี่สาวเขาให้มาเป็นของขวัญ เขานึกหน้าพี่สาวตอนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขณะห่อของขวัญให้เขาออกเลยล่ะ


    error loaded




    ณรัชต์นึกขึ้นมาได้ ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยให้ของขวัญวันเกิดพี่สาวเลยนี่นา จะว่าอีกฝ่ายเขี้ยวก็คงว่าได้ไม่เต็มปากนัก วันเกิดพี่สาวเขาวันไหน เขายังจำไม่ได้ด้วยซ้ำไป
    เขาได้แต่ขอโทษพี่สาวในใจ ที่เผลอบ่นนินทาเธอในใจไปมาก


    เก็บของขวัญใส่ถุงเก็บไว้เสร็จณรัชต์ก็หันไปมองทางเลนโบว์ลิ่งของลูกค้าคนอื่นๆนอกจากเพื่อนร่วมห้องของเขาบ้าง ซึ่งก็เห็นว่าอีกครึ่งที่เหลือก็เต็มไปด้วยลูกค้าที่เข้ามาเล่นจนเต็มทั้งหมด ทั้งที่สนนราคาค่าใช้บริการก็ไม่ได้ถูกๆ
    ส่วนหนึ่งที่เขามาเลี้ยงเพื่อนร่วมห้องวันนี้ เขาก็ตั้งใจจะมาดูว่าลานโบว์ลิ่งที่เปิดใหม่นี้คึกคักดีหรือเปล่า
    ทำไมน่ะเหรอ ก็ลานโบว์ลิ่งนี้เป็นธุรกิจส่วนหนึ่งของหุ้นไอพีโอที่เขากำลังศึกษาอยู่ยังไงล่ะ มันก็เลยต้องมาสำรวจกิจการกันบ้างและที่สำคัญหุ้นไอพีโอนั้น กระแสเป็นเรื่องสำคัญมาก
    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------Name : ณรัชต์Asset : ตึกแถว 6 ห้อง ราคาปัจจุบัน 2,050,000 บาท: เงินสดในบัญชีธนาคาร 143,300 บาท : เงินสดในบัญชีหุ้น 7,000,100 บาท: ที่ดินหนึ่งแปลง 15 ไร่ ราคาซื้อ 18 ล้าน ราคาประเมิน 24 ล้านมูลค่าสินทรัพย์รวม : 2,050,000 + 143,300 + 7,000,100 + 24,000,000 = ปัจจุบัน 33,193,400 บาท

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน