สถานีสุดท้ายในการชอปปิ้งของวิมลินคือห้างสรรพสินค้าใหญ่ใกล้บ้าน หลังจากเตรียมซื้อของเกือบครบแล้ว ที่เหลือก็เป็ข้าวของส่วนตัวของเธอและครอบครัว โดยเฉพาะของเด็กๆ ทั้งสองคน จากภาพที่เธอเห็นเลือนรางเด็กชายคนพี่น่าจะอายุประมาณ 5-6 ขวบ ส่วนน้องสาวก็น่าจะราวๆ 3-4 ขวบ
วิมลิน รู้สึกว่าวันนี้เป็การชอปปิ้งที่มีความสุขที่สุดแล้วในรอบหลายๆ วันที่ผ่านมา เธอตรงไปยังแผนกเสื้อผ้าเด็กเลือกซื้อชุดที่ชอบ รวมทั้งรองเท้าหลายแบบหลายสไตล์ เน้นที่เรียบๆ ไว้ก่อน เธอไม่แน่ใจว่าเสื้อผ้าพวกนี้มันจะแหวกสมัยเกินไปมั้ย แต่เธอก็ไม่สนใจเท่าไหร่ ใส่ออกไปข้างนอกไม่ได้ก็ใส่ให้เธอดูคนเดียว เธอคิดว่าทั้งคู่ต้องน่ารักมากๆ ถ้าใส่ชุดพวกนี้แน่นอน ส่วนเสื้อผ้าที่คิดว่าน่าจะเข้ากับยุคสมัยนั้น เธอจัดการเหมามาจากแหล่งค้าส่งที่มีพวกชุดคอสตูมจีนโบราณขายเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
หลังช็อปโซนเสื้อผ้าเด็กเสร็จเธอก็ไปต่อที่โซนของเล่นเด็ก เธอเลือกของเล่นที่ช่วยสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก เน้นเป็ของเล่นที่ทำจากไม้และวัสดุธรรมชาติที่หน้าตาไม่โดดเด่นจนเกินไปนัก ไม่ลืมจะซื้อตุ๊กตาน่ารักๆ ให้ลูกสาว และตุ๊กตาหุ่นยนตร์ให้ลูกชายด้วย
แม้ว่าทั้งหมดนี้ เธอไม่แน่ใจว่าจะนำเอาออกมาใช้ได้นอกมิติหรือไม่ก็ตาม แต่ก็เรียกว่าซื้อความสุขใจให้ตัวเธอเองล้วนๆ ก็แล้วกัน เธออยากเห็นลูกๆ ของเธอมีความสุขนี่นา
ส่วนของตัวเธอในร่างใหม่นั้น เท่าที่จำได้จากภาพเลือนรางก็น่าจะมีรูปร่างค่อนข้างผอมบาง ความสูงไม่น่าจะต่างจากเธอตอนนี้มากนัก ว่าแล้วก็รีบไปเลือกเสื้อผ้าชุดที่ดูเรียบ ๆ รวมทั้งรองเท้าที่สวมใส่สบาย รูปแบบที่ค่อนข้างคลาสสิคใส่ได้แทบทุกยุคทุกสมัย หลังจากนั้นเธอค่อยเอามาดัดแปลงนิดหน่อยเพื่อให้ไม่แปลกแยกจากยุคนั้นมากเกินไปนักน่าจะใช้ได้
นอกจากนั้นหญิงสาวก็ยังเลือกชุดเดรสสวยๆ ที่เธอชอบไปอีกจำนวนหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อใส่ออกไปข้างนอก แต่เธออยากใส่เสื้อผ้าเข้าชุดกับเด็กๆ เอาไว้ถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่น และเธอได้จัดการซื้อกล้องโพลารอยด์ พร้อมถ่าน และฟิล์มโพลารอยด์ไปอีกแพคใหญ่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เธออยากเก็บภาพเด็กๆ และตัวเธอเอาไว้เป็ภาพความทรงจำ แม้จะเอาโชว์ใครไม่ได้ ก็ยังมีคุณค่าทางจิตใจ
เมื่อเลือกเสื้อผ้าของตัวเองเรียบร้อยก็มาถึงเสื้อผ้าของคุณสามีล่องหนที่ไม่รู้จะได้ใช้หรือไม่ แต่เตรียมไว้ก่อนดีกว่า เธอถือคติ เหลือดีกว่าขาด และก็เหมือนเซตเสื้อผ้าของเธอ วิมลินได้เลือกซื้อเสื้อผ้าแบบปัจจุบันไว้จำนวนหนึ่ง มันถือว่าเป็ความฝันเล็กๆ ของเธอ ที่จะได้ถ่ายรูปครอบครัวพร้อมกันทุกคน บางทีนี่ก็อาจเป็ความฝันของเด็กกำพร้าแทบทุกคนก็เป็ได้
วิมลินพยายามใช้จินตนาการว่าสามีล่องหนของเธอนั้น น่าจะรูปร่างหน้าตาเป็อย่างไร ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเธอก็ขอใช้สิทธิ์ฝันให้เต็มที่ก็แล้วกัน เธอจึงได้ใช้ภาพลักษณ์ซุปเปอร์สตาร์ที่ชื่นชอบ เป็ต้นแบบ และเผื่อขนาดของเสื้อผ้าไปอีกสักหน่อย ก็น่าจะเพียงพอ อย่างน้อยก็ขอมีความสุขเล็กๆ กับการได้ฝันลมแล้งๆ นิดนึงละกัน เธอคิด
หลังจากชอปเสื้อผ้าเสร็จสรรพ แล้วเธอก็ไปเดินต่อที่แผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้าง ถึงแม้ว่าเธอจะซื้อวัตถุดิบต่างๆ ครบพร้อมแล้วสำหรับปัจจัยพื้นฐาน แต่ก็ยังขาดในส่วนของความชอบส่วนตัว หญิงสาวหยิบขนม คุกกี้รสโปรด กาแฟ โอวัลติน และอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ในสายตา ณ ตอนนี้ ใส่เข้าไปในรถเข็น
เธอคิดกับตัวเองว่าของที่เตรียมไว้ทั้งหมด คงพอเพียงให้เธอใช้ชีวิตในมิติ ไปได้อีกหลายสิบปีเลยทีเดียว แต่มันคงไม่น่าจะง่ายขนาดนั้นแน่นอน ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดย่อมจะดีกว่า
หลังจากสปอยด์ ตัวเองในห้างสรรพสินค้าจนเป็ที่พอใจแล้ว เธอก็ยังเหลือของอีกสิ่งที่จำเป็มากที่ต้องซื้อนั่นคือ หมวดยานพาหนะ เท่าที่จำได้ในฝันก็ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนสักเท่าไหร่ว่าในยุคนั้นใช้อะไร เป็พาหนะในการเดินทาง เธอจึงเลือกซื้อเป็จักรยานสำหรับผู้ใหญ่ จำนวน2คัน และแน่นอนสำหรับเด็กๆ อีกคนละคัน เผื่อเอาไว้ก่อน แล้วก็ยังซื้อมอเตอร์ไซค์เผื่อไว้อีก1คัน ตามคติของเธอคือ ปลอดภัยไว้ก่อนไม่ได้ใช้ก็เอาไว้ให้เด็กๆ ปั่นเล่นในมิติของเธอก็ได้ วิมลินคิดอย่างขำๆ
แล้วก็มาถึงวันที่หกของเวลาที่เหลืออยู่วันนี้เธอตื่นั้แ่เช้ามืด เตรียมข้าวของขนมต่างๆ เพื่อที่จะออกเดินทางไปเยี่ยมแม่ญา และน้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า ทันทีที่เธอจอดรถ น้องต่างก็พากันวิ่งมาหาเธอ เพราะรู้ว่าทุกครั้งที่เธอมามักจะมีขนมและของเล่นมาฝากด้วยเสมอ
“เอ้า ใจเย็นๆ จ้าทุกคน เดี๋ยวพี่ลินแจกขนมให้นะคะ ตอนนี้พวกหนูไปรอที่ในอาคารก่อน ตรงนี้มันร้อนลูก” เธอรีบบอกเด็กๆ ที่ต่างพากันมารุมอ้อนเธอ
“อ้าว ลินทำไมมาวันนี้ล่ะลูก ไม่โทรบอกแม่ก่อนล่ะ จะได้ทำกับข้าวเตรียมไว้ให้ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอลูก” แม่ญาเดินออกมาทักเธอ
“วันนี้ไม่ได้ไปค่ะ ลินคิดถึงแม่ญาและน้องๆ เลยตั้งใจมาหาั้แ่เช้าเลย ลินกะจะค้างที่นี่คืนนี้ด้วย ลินไม่ได้นอนกอดแม่ญา นานแล้วอ่ะ” เธอตอบแม่ญาไป
“ดีๆ แม่ก็คิดถึงหนู เมื่อคืนนี้แม่ก็พึ่งฝันถึงลิน กะว่าตอนค่ำๆ จะโทรหาอยู่พอดีเลย ป่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ ข้าวของเดี๋ยวให้น้องๆ ออกมาช่วยกันขนเข้าไป” แม่ญาบอกเธอ
วิมลินเดินตามแม่ญาเข้าไปในส่วนห้องเรียนของน้องๆ และวันนี้ทั้งวันเธอก็ใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับน้องๆ ที่นี่ ได้ร่วมทำกิจกรรม ได้ช่วยแม่ญาดูแลน้องๆ ได้ช่วยทำทุกอย่างที่เธอเคยได้ทำมาั้แ่เล็กจนโต ก่อนที่ต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว
มีคนเคยบอกว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็ว วิมลินก็รู้สึกแบบนั้นในตอนนี้
หลังจากที่จัดการพาน้องๆ เข้านอนเสร็จหมดแล้ว วิมลินพาแม่ญาออกมานั่งเล่นตรงชานหน้าห้องพัก อากาศในคืนนี้ค่อนข้างดีไม่ร้อนมากนักมีลมพัดมาอ่อนๆ
“เอาล่ะ หนูมีเื่อะไรบอกแม่มาสิลูก” แม่ญาเริ่มพูดก่อนหลังจากที่เห็นเธอเงียบท่าทางอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา แม่ญาเลี้ยงเธอมาั้แ่เล็กจนโต ทำไมจะดูไม่ออกว่าเธอมีเื่ในใจ
ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรเธอก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอึดอัดและเสียใจ เธอไม่รู้จะบอกแม่ญายังไงว่าวันนี้จะครั้งสุดท้ายแล้วที่เราจะได้เจอกัน เธอกลัวแม่ญาเสียใจ
“เป็อะไรไปลูก ไม่เป็ไรนะ ทำใจดีๆ ไว้แม่อยู่นี่แล้ว” แม่ญาปลอบเธอให้หยุดร้องไห้ พลางลูบหัวลูบหลังปลอบเธอเหมือนตอนยังเด็ก มันยิ่งทำให้น้ำตายิ่งไหลออกมาเป็สาย
“อ้าวยิ่งปลอบยิ่งร้องหนักขึ้น ซะอย่างงั้น โอ๋ไม่เป็ไรนะลูกนะ” แม่ญาเอ่ยพลางกอดเธอโยกเบาๆ อ้อมกอดนี้ปลอบโยนเธอทุกครั้งยามมีปัญหามาั้แ่เล็กจนโต เธอรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยทุกครั้งที่ได้กลับมาหา
วิมลิน ร้องไห้อยู่อีกสักพักก่อนจะค่อยๆ ตั้งสติได้ เธอเงยหน้าขึ้นมองแม่ญาที่โอบกอดเธออยู่
“แม่ญาขา วันนี้ลินจะมาลาแม่ค่ะ คือลินต้องเดินทางไกล ไปในที่ๆ ไกลมากๆ เลยค่ะ ลินไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเยี่ยมแม่ญาอีกเมื่อไหร่ วันนี้ลินเลยขอมานอนกอดแม่เติมพลังไว้ก่อน” เธอเอ่ยบอกกับแม่ญา
แม่ญาได้ยินดังนั้นก็นิ่งไปสักพัก ดวงตาเริ่มมีสีแดงและมีหยาดน้ำตาคลอๆ
“มันถึงเวลาที่หนูต้องไป แล้วเหรอลูก แม่อุตส่าห์คิดว่าหนูจะไม่ต้องไปแล้วเสีย เมื่อเห็นเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนป่านนี้แล้ว” แม่ญาเอ่ยออกมาในที่สุด
วิมลินผละตัวออกจากแม่ญา อย่างใ ก่อนจะเอ่ยถาม
“แม่รู้ อยู่แล้วเหรอคะว่า สักวันลินต้องไป ที่ไหนสักแห่ง” หญิงสาวเอ่ยถามแม่ญา อย่างสงสัย
ยังมีอะไรที่เธอไม่รู้อีกหรือเปล่านะที่ผ่านมาเธอคิดว่าเธอก็เป็แค่เด็กกำพร้าธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นแต่ตอนนี้กลับมีเื่ราวลึกลับ ซับซ้อนเกิดขึ้นมากมายรอบตัวเธอ
“จ้ะ แม่รู้อยู่แล้ว คนที่พาลินมาฝากไว้กับแม่ตอนนั้นเขาได้บอกไว้เมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นแม่ก็ไม่คิดอะไรมากคิดแต่เพียงว่าคนๆ นี้ พูดจาอะไรแปลกๆ” แม่ญาเอ่ยตอบเธอ
“คนที่พาลินมาฝากไว้เหรอคะ ลินนึกว่าลินถูกแม่ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลเสียอีก” เธอเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ใช่จ้ะ นั่นเป็เื่ที่คนผู้นั้นอยากให้หนูเข้าใจ เมื่อ 27ปีก่อนคนผู้นั้นพาหนู ลิน มาหาแม่ และฝากให้แม่ดูแลหนูเป็อย่างดี และอย่ามีคำถามเกี่ยวกับที่มาหรือชาติกำเนิดของหนู โดยมีผลตอบแทนคือเขาจะเป็ผู้อุปถัมภ์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของที่นี่ตลอดเวลาที่หนูอยู่” แม่ญาเล่าให้เธอฟัง
“ตอนนั้นบ้านเด็กกำพร้าของเรา สถานการณ์ย่ำแย่มากจนแม่คิดว่าอาจจะต้องปิดที่นี้ลงในไม่ใช้ เพราะยื้อไม่ไหวแล้ว เมื่อคนผู้นั้นก้าวเข้ามาพร้อมยื่นมือมาช่วยเหลือ เป็เหมือนฟางเส้นสุดท้ายให้ยึดเหนี่ยว แม่จึงตอบตกลงไป ตอนนั้นแม่คิดแค่อยากช่วยเด็กๆ ที่ยังอยู่ในบ้านให้รอดก่อน” แม่ญาพูดต่อ
วิมลินตั้งใจฟังที่แม่ญาเล่าพลางคิดตามใครกันนะเป็คนที่พาเธอมาที่นี่
“แต่ที่แม่รักลินเหมือนลูกแท้ๆ นั่นก็เป็ความรู้สึกที่แท้จริงของแม่เช่นกัน หนูเป็เด็กดีมีน้ำใจกับทุกคน แม่เชื่อว่าที่ๆ หนูต้องไปนั่นหนูจะพบกับสิ่งดีๆ แน่นอน” แม่ญาเอ่ยบอกเธอต่อ
“เื่ความรักของแม่ญาที่มีต่อลิน ลินไม่เคยสงสัยเลยค่ะ ลินแค่สงสัยว่าคนๆ นั้นเป็ใครมาจากไหน ทำไมถึงพาลินมาไว้ที่นี่มากกว่า” เธอตอบแม่ญาไป
“แม่ก็ไม่ทราบรายเอียดมากนัก เขาดูเป็คนค่อนข้างลึกลับ หลักฐานการโอนเงินทุกเดือนก็ไม่ได้ใช้เป็ชื่อของใคร แต่ผ่านในนามมูลนิธิแห่งหนึ่งเท่านั้น แม่เคยเจอเขาแค่เพียงสองครั้งเท่านั้น ครั้งแรกคือตอนที่พาลินมา และครั้งที่สองคือเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว” แม่ญาเล่าต่อ
“ครั้งสุดท้ายที่เค้ามา เค้าบอกแม่ว่าสักวันหนึ่งลินต้องเดินทางไกล ไปในที่ๆ ใครก็ไม่อาจตามไปได้ คนๆ นั้นขอให้แม่ปล่อยลินไปอย่างสบายใจและขอบใจแม่ที่เลี้ยงดูลินเป็อย่างดี พร้อมทั้งรับปากจะช่วยดูแลบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ต่อไปเพื่อเป็การตอบแทน”
“ทำไมเค้าต้องมาบอกแม่ญาด้วยคะ” วิมลินสงสัย ทำไมคนๆ นั้นถึงต้องมาบอกแม่ญาแบบนั้นด้วย
“แม่ก็เคยสงสัย แม่ได้เอ่ยถามคนผู้นั้นไปเช่นเดียวกัน เขาบอกว่าการที่แม่รั้งลินไว้มีแต่จะทำให้เกิดผลที่เลวร้าย ถ้าลินยังพะวงกับแม่และที่นี่อยู่ อาจทำให้จิติญญาของลินเสียหาย อันที่จริงแม่ก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก และไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เค้าพูดเท่าไหร่ แต่ที่แม่ต้องเชื่อเพราะที่ผ่านมาเค้าก็ได้ทำตามสิ่งที่เค้าเคยลั่นวาจาไว้มาโดยตลอด แม่คิดว่าเื่แบบนี้คงไม่มีใครเอามาพูดพร่ำเพรื่อเป็แน่” แม่ญาเอ่ยตอบเธอ
วิมลินพยักหน้าอย่างเข้าใจที่แม่ญาบอก
“แม่ไม่รู้ว่าลินต้องไปที่ไหน แต่ลินสัญญากับแม่อย่างหนึ่งได้มั้ยลูก ว่าลินต้องใช้ชีวิตให้เต็มที่และมีความสุข ไม่ว่าจะได้โอกาสใดมาก็จงใช้และเปิดรับมันให้เต็มที่ แม่ขอให้ลินเดินทางปลอดภัยเจอแต่คนดีๆ เื่ดีๆ นะลูก” แม่ญาเอ่ย พลางลูบหัว หญิงสาวตรงหน้า ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็เด็กน้อย คอยออดอ้อนเธออยู่ไม่ห่าง วันเวลาช่างผ่านไปไว เหลือเกิน สิ่งที่คนเป็แม่หวังและอยากได้ก็มีเพียงแค่ให้ลูกเป็คนดีและได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เธอเองก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ไม่มีสิ่งใดนอกเหนือจากสิ่งนี้ที่ปรารถนาอีกแล้ว
“ขอบคุณค่ะ ลิน...ลินรักแม่ญานะคะ ลินจะไม่ลืมพระคุณของแม่ญาเลยค่ะ ถึงแม้ว่าลินต้องไปไกลแต่ไหน ลินจะนึกถึงที่นี่เสมอค่ะ ลินสัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้ดี ให้สมกับที่แม่ญาอุตส่าห์เลี้ยงดูลินมา” วิมลินกล่าวเสียงสั่นพลางกราบลงบนตักของแม่ญา
คืนนั้นเธอได้นอนกอดแม่ญาอย่างที่ตั้งใจเก็บเกี่ยวความอบอุ่นไว้ในใจ เธอดีใจที่แม่ญาทำใจได้เร็วกว่าที่คิดทำให้เธอไม่มีห่วงยามต้องเดินทางไกล รวมทั้งยังอุ่นใจที่ได้รู้ว่าแม่ว่าเธอจะไม่อยู่แล้วก็ยังมีบุคคลปริศนาผู้นั้นช่วยดูแลส่งเสีย บ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ต่อไปอยู่
ที่วิมลินไม่รู้คือแม่ญาใช้เวลาถึงสิบปีในการทำใจยอมรับการมาถึงของวันนี้ หญิงชราใช่ว่าจะไม่เคยคัดค้านยามคนผู้นั้นเอ่ยบอก แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็ราคาแพงเกินไป ถ้าเธอไม่ยินยอมให้วิมลินไปเธอก็จะต้องสูญเสียหญิงสาวไปในอีกรูปแบบหนึ่งอยู่ดี การที่ยอมให้วิมลินไปในแบบนี้ก็ยังดีกว่าตายจากไป อย่างน้อยเธอก็ยังรู้อยู่ลึกๆ ในใจว่าลูกสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่ในที่อีกแห่งหนึ่ง
เช้าวันต่อมาในที่สุดก็ครบ 7 วันตามที่ท่านเทพคุณปู่บอกไว้ แม่ญาและเด็กๆ ออกมายืนส่งเธอตรงลานด้านหน้าบ้าน เธอได้กอดแม่ญาและน้องๆ ทุกคน ก่อนจะกราบลาแม่ญาอีกครั้ง และขึ้นรถขับออกมา
วิมลินมองไปที่กระจกหลัง มองเห็นทุกคนยังยืนโบกมือลาให้เธอ หญิงสาวรู้สึกตื้นตันใจ รู้สึกดีใจและขอบคุณ ที่ถึงเธอจะเป็แค่เด็กกำพร้าคนหนึ่ง เธอก็ยังมีคนที่รักและห่วงเธอมากมายขนาดนี้ หญิงสาวตั้งใจว่าต่อจากนี้ไปเธอจะใช้ชีวิตและทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ตามที่รับปากกับแม่ญาไว้ นั่นคงเป็สิ่งที่เธอทำเพื่อตอบแทนแม่ญาได้อย่างเดียวต่อไปจากนี้
********************************************************
เป็ซึมน้ำตาซึม ไม่ใช่ใครไรต์เองค่า เดี๋ยวตอนหน้าก็ไม่มีเวลาซึมแล้วหนูลิน หึหึ
ว่าแต่หนูลิน ถึงขั้นพกกล้องโพรารอยด์ไปด้วยเลยเหรอลูกกก เกินไปมั้ย ฮ่าๆ
ก็เลือกที่มันเนียนๆสิ